เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 758|ตอบกลับ: 1

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4556
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 4-3-2016 02:25:37 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 4-3-2016 02:42







      The Last Man in the World? ผมคือผู้ชายในโลกคนสุดท้าย!?


บทที่ 9 : ยัยนี่เหรอซอมบี้?










       นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย ทำไมผมถึงมาหลับอยู่ข้างในคอกม้า?

           "นาย...นี่นาย โธ่!...ตื่นซะทีสิ...ตื่น...!"

         ทำไมถึงมีเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้จักกำลังปลุกเราล่ะ แถมหน้าตาเหมือนกับเด็กผู้หญิงคนที่แอบอยู่ข้างในถุงผ้าตอนที่ออกมาจากคฤหาสน์ซอมบี้ตอนนั้นจัง

          "ตื่นสิย๊ะ! งั่ม!!"
          เด็กผู้หญิงคนนั้นกระโดดมากัดที่คอจนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา
เรย์นาร์ด : โอ้ยยยยยยยยยย!!! อะไรเนี้ย! อยู่ดีๆ ก็มากัดคอฉันแบบนี้ เธอเป็นซอมบี้รึยังไง ห๊า!

          "อื้อ! ก็เป็นซอมบี้ยังไงล่ะ"

          ผมจำได้แล้ว เด็กคนนี้ที่มากัดคอผมเบาๆ ชื่อ 'ลอนจา บลิซล่า' เป็นบอสที่แอบหลบหนีมาจากปราสาทมารแดงแล้วมาหลบที่คฤหาสน์ซอมบี้ ตอนที่ผมแบกถุงเสื้อตอนนั้น เธอแอบเข้ามาหลบในถุงผ้าและบอกผมว่าจะขอมาอยู่ด้วย

         เรย์นาร์ด : ก็บอกแล้วไงว่าห้ามมากัดคอน่ะ สัญญากันไว้แล้วนี่ว่าเธอจะไม่กินคน

         ลอนจา : ก็เราสงสัยว่าจะปลุกให้ตื่นเต็มตาสุดๆ มันต้องสร้างความเจ็บปวด โดยการกัด?

         เรย์นาร์ด : ไม่ใช่แล้วเฟ้ย! หล่อนคิดจะกินฉันล่ะสิท่า!

         ลอนจา : แห๊ะ แห๊ะ ยังไงก็ตื่นเต็มตาแล้วสินะ

         เรย์นาร์ด : ฮ้าว~ ยังไงก็อรุณสวัสดิละกัน ทำไมเธอถึงมาปลุกฉันในคอกม้าล่ะเนี้ย ไม่ได้หลับอยู่ในสุสานหรอกเหรอ?

         ดินชอบศพ ศพรักดิน นั้นคือการที่คนตายแล้วฟื้นมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ได้ ลอนจาไม่ใช่ซอมบี้แบบเดียวกับมอนสเตอร์พวกที่ไปเจอมาเมื่อวาน เธอฟื้นจากความตายด้วยพลังของ 'ลิกซ์' น้องสาวฝาแฝดของเลส การที่เธอมายืนพูดกับผมตอนนี้ได้ คงจะเอาดินจากสุสานติดตัวมาด้วย ถ้าเธอไม่มีดินมาจากสุสาน ร่างกายจะค่อยๆ ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นขี้เถ้า ดินพวกนี้จะช่วยดับความร้อนให้ชั่วคราว

         ลอนจา : อื้ม! เราเอาดินสุสานติดตัวมาด้วย ไม่จำเป็นต้องไปนอนที่ไกลๆ แบบนั้นหรอก

         เรย์นาร์ด : อ่อ...ยังงั้นหรอกเหรอ

         ลอนจา : โอ้โห~
         
         เรย์นาร์ด : อะไร?
         ผมมองลงไปตามที่สายตาของลอนจากำลังจ้องมอง

         แปร๋นๆ สวัสดีชาวโลก! ฮู้~ จุ๊กกรู๊~!
         ไอ้น้องชายของผมมันกางเต๊ท์ออกมาแล้วมีช้างน้อยโผล่ออกมาสวัสดีโลก

        เรย์นาร์ด : เดี๋ยวๆ ที่เธอมาปลุกฉันตอนเช้ามืดแบบนี้ หรือว่า!!

        ลอนจา : นี่มัน! ปฎิกิริยาตามธรรมชาติยามเช้า...!!
        ยัยนี่ไปรู้มาจากไหนเนี้ย!! แถมเสียงหัวใจยังดังขึ้นมาอีก นี่หล่อนตายไปแล้วไม่ใช่เร๊อ!!!

        ช่วงที่ผมกำลังเอามือปิดน้องชายอยู่นั้น ลอนจาก็กระโดดพุ่งเข้ามาและดึงมือของผมออกแล้วพยายามจะเอาหน้าเข้ามาใกล้น้องชายผม แถมยังทำเสียง 'ฮืดฮาดๆ' อีก

        เรย์นาร์ด : เหวอ! ใจเย็น! อย่าดันหัวเข้ามาสิเฮ้ย!

        ลอนจา : ได้เห็นปฎิกริยาพองตัวของผู้ชายแล้วจ้า! แฮ่ก...แฮ่ก...แผล่บ~!

        เห็นเอมิเลียบอกว่า นิสัยเสียของยัยซอมบี้ตัวนี้มีโรค 'กระสันฉับพลัน' จนมารแดงสการ์เลตต้องจับตาดูอย่างเข้มงวดสุดๆ เพราะยัยนี่มีปฎิกิริยาย้อนกลับเช่น หากเธอได้กลิ่นเรื่องทางเพศฝ่ายตรงข้ามเมื่อไหร่ จะกระโจนใส่เหมือน เด็กม.ต้น ที่สนใจเรื่องเพศทันที ยัยนี่เหรอซอมบี้?

        เรย์นาร์ด : ใจเย็นก่อนเซ่!! ยัยสมองเน่าที่บรรจุแต่เรื่องหื่นกาม!!

        ลอนจา : ถึงเราจะตายไปแล้วแต่ก็ยังเวอร์จิ้น มันก็เลยเป็นไปตามสัญชาตญาณ เป็นการแกล้งที่ไม่มีเจตนาร้ายต่างหาก!

        เรย์นาร์ด : ตูไม่เชื่อ!!

        เลเน่ : ใครมันมาใครมันมาร้องเสียงเอะอะโวยวายอยู่ข้างในคอกม้าเนี้ย?
        อาเจ๊เดินเข้ามาในคอกม้า แล้วก็ได้เห็นผมกำลังกดหัวของลอนจาลงไปที่ง่ามขา โดนคนที่ไม่อยากให้เห็นในชีวิตมาเห็นเข้าซะแล้ว โน๊ว~~~!!

        เลเน่ : เรย์...ก่อนที่จะถูกฆ่าทิ้งตรงนี้ ขอทราบเหตุผลที่กำลังทำหน่อยซิ?
        นี่เราจะโดนฆ่าตรงนี้เหรอเนี้ย!?
      
        เรย์นาร์ด : เอ่อ...คือ...ผมกำลัง...

        ปัง! (Headshot!!)
         "ฟังหน่อยสิเฮ่ย!!"
         [กดปุ่มเพื่อกลับจุดเซฟ]





        ~" ขอหนูไปกับพวกพี่ชายจะได้รึเปล่าคะ? คริ คริ คริ"~

         เรย์เนส : อะไรน่ะ!? นี่เธอเข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไง!?

         เด็กสาวปริศนา : ชี่~! เบาเสียงหน่อยสิ เดี๋ยวพาราดินผมสั้นสีม่วงคนนั้นได้ยินหรอก!
            
         เรย์เนส : หมายถึงเอมี่น่ะเหรอ?

         เด็กสาวปริศนา : ฉันรู้นะว่าพาราดินคนนั้นคือ องค์หญิงแวมไพร์ ลำดับที่ 3 เอมิเลีย สการ์เลต

         เอมิเลีย : พูดถึงดิฉันอยู่เหรอคะ?
         ผมสะดุ้งตกใจทันที เอมิเลียมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอยื่นมือเปิดปากถุงผ้าแล้วก็ได้เห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังแอบอยู่และตัวสั่น

         เรย์เนส : อะ...เอ่อ...คือว่า...

         เอมิเลีย : อ้าว? ลอนจาไม่ใช่เหรอนั้น?

         เรย์เนส : เอ้า!?...รู้จักกันด้วยเหรอ?

         ลอนจา : สะ...สวัสดีค่ะ...องค์หญิงเอมิเลีย...แห๊ะ แห๊ะ

         ผมได้บอกอาเจ๊กับคุณเอลนี่พามิลกลับไปที่บ้านก่อน แล้วผมกับเอมิเลียก็เดินอ้อมเมืองและตรงไปที่สุสานของเมือง

         เอมิเลีย : ขอแนะนำให้รู้จักนะคะ เด็กคนนี้ชื่อ ลอนจา บลิซล่า เธอเป็นซอมบี้แห่งปราสาทมารแดง และยังเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของท่านพ่ออีกด้วย การที่ฉันได้มาอยู่ที่เมืองนี้ เพราะได้รับการช่วยเหลือจากเด็กคนนี้ล่ะค่ะ แต่ระวังหน่อยนะคะ เด็กคนนี้เป็นโรค 'กระสันฉับพลัน' หากเธอได้กลิ่นเรื่องทางเพศแล้วกระโจนเข้าใส่

         เรย์เนส : เอาจริงดิ!?
         ผมหันหน้าไปมองลอนจาที่กำลังหยิบดินขึ้นมาโรยบนหัวตัวเอง

         ลอนจา : น่าตกใจมากเลยค่ะ ที่ได้รู้ว่าคุณคือผู้ชายคนเดียวในโลกนี้ แถมยังได้ทำสนธิสัญญาข้ารับใช้กับองค์หญิงเอมิเลียไปแล้วด้วย...

         เรย์เนส : ฉันไม่เคยคิดว่าเอมี่เป็นข้ารับใช้เลยนะ เพราะเธอได้กลายเป็นคนในครอบครัวของฉันไปแล้ว (อาเจ๊ก็ยอมรับแล้วด้วย)

         เอมิเลีย : อ๊า~ ท่านเรย์ค้า~~!
         เอมิเลียทำหน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้แล้ววิ่งมากอดผม ส่วนลอนจาก็ยืนนิ่งเงียบและหลบหน้าหนี

         เรย์เนส : เป็นอะไรไปน่ะ?

         ลอนจา : มะ...ไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะ...

         เรย์เนส : เอางี้ล่ะกัน ฉลองการที่ได้เจอกับคนสนิของพ่อเธอ ไปเดินเที่ยวในเมืองกันเถอะ
         ดูท่าจะไม่ต้องพูดให้จบแห๊ะ แค่มองตายัยซอมบี้นี่ก็รู้ยันใส้ติ่งแล้ว

         เอมิเลีย : ลอนจาจะไปด้วยกันมั้ย

         ลอนจา : ไปค่ะ!
         
         ว่าแต่เคยนึกอยู่หรอกว่าสองคนนี้ท่าจะจูนคลื่นเข้ากันได้สบายๆ แต่นึกไม่ถึงเลยแฮะ ว่าการที่ได้เจอกับคนสนิทของพ่อในรอบ 300 ปี ก็ยังสนิทถึงขั้นจับมือหนุงหนิงกันแบบนั้นอยู่ได้ แต่แบบนี้รู้สึกเหมือนเรากลายเป็นคนนอกไงไม่รู้สิ

         เรย์เนส : ซื้ออะไรไปฝากคุณเอลนี่ดีกว่า
         ผมเดินเข้าไปในร้านค้าหยิบของที่จะเอาไปฝากคุณเอลนี่แล้วจ่ายตังค์และเดินออกมา

         เอมิเลีย : เอ๋~ ท่านเรย์ไปซื้ออะไรมาเหรอคะ?
         
         ลอนจา : ไปซื้ออะไรมาเอ่ย?

         เรย์เนส : นี่ก็คือ ความซึ้งของลูกผู้ชายที่ต่อให้ผ่านไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวันคลาย แต่เรื่องแบบนี้คงยังเร็วไปสำหรับปีศาจแวมไพร์กับซอมบี้อย่างพวกเธอล่ะมั่ง

         เอมิเลีย,ลอนจา : ของเล่นผู้ใหญ่สินะคะ

         เรย์เนส : เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน...ไม่ใช่ ไม่ใช่แล้ว! เข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ของเล่นผู้ใหญ่นะ แค่ผ้ากันเปื้อนเท่านั้นเอง

         เอมิเลีย : ถ้าท่านเรย์ต้องการจะเอามาใช้กับดิฉัน...ก็ไม่เป็นไรหรอกนะคะ...

         ลอนจา : มิผิดๆ ก็เรย์นาร์ดเป็นบุรุษเต็มตัวนี่นา เรื่องแบบนี้ฉันเข้าใจดีค่ะ
         ตกลงยัยนี่มันเป็นซอมบี้หรือเป็กเด็กผู้หญิงที่กำลังวอนโดนเตะกันแน่ฟะ

         ลอนจา : ว่าแต่เรย์นาร์ดนี่น้า ถึงจะจ้องฉันด้วยสายตาเหมือนสัตว์หื่นกามไป ฉันก็ไม่รู้สึกเรื่องสาอะไรหรอกนะคะ(เพราะตายไปแล้ว)

         เอมิเลีย : ดิฉันเองก็ไม่รู้อะไรทั้งนั้นเหมือนกัน!
         ยัยพวกนี้อายุตัวเลขสามหลักจริงๆ เหรอวะ ทำไมถึงไร้เดียงสาขนาดนี้

         เรย์เนส : พอมองดูดีๆ หุ่นไม้กระดานอย่างพวกเธอมีอะไรให้ฉันสนใจรึไง...
         พูดยังไม่ทันจบ ผมก็ถูกยัยปีศาจแวมไพร์กับซอมบี้ร่วมใจถีบผมกระเด็นไปข้างในร้านขายชุดชั้นใน แล้วไปทับหญิงสาวที่กำลังเลือกชุดชั้นในอยู่ข้างในร้านเข้า แต่ว่ามือขวาของผมได้ไปบีบหน้าของเธอเข้า มันช่างนุ่มนิ่มดีแท้...

         เรย์เนส : เย๊ย! ไม่ใช่แล้ว! ขอโทษค่ะ...เป็นอะไรรึเปล่าคะ?

         "อูย~ เจ้าบ้านี่..."

         เรย์เนส : เอ๋? เจ้าบ้า?

         "อ๊ะ! เอ่อคือ! สบายมากค่ะ!"
         หญิงสาวคนนั้นผลักผมออก แล้วลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่ติดตามเสื้อ เธอค่อยๆ ถอดหมวกออกอย่างช้าๆ

         "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คุณเรย์นาร์ด..."

          เรย์เนส : เอ๋? อะไร?

          ฟรานเดิ้ล : แข็งแรงดีแบบนี้ ดูน่าผิดหวังจริงๆ
          เอมิเลียกับลอนจารีบวิ่งเข้ามาข้างในร้าน

          เอมิเลีย : ฟราน!? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?

          เรย์เนส : จำได้ว่ายังเก็บอยู่ในห้องแล้วไม่ยอมออกมานี่นา?

          ฟรานเดิ้ล : เห๊อะ! คือวันนี้พิเศษหน่อยน่ะค่ะ ว่าแต่...คุณเรย์นาร์ดคะ ฉันขอคุยอะไรกับคุณสองต่อสองจะได้รึเปล่า?
          ผมหันหน้าไปมองเอมิเลียกับลอนจาให้รออยู่ที่นี่ แล้วผมก็เดินตามฟรานเดิ้ลไปที่สุสานหลังเมืองแอนซาลนิส

          เรย์เนส : มีอะไรก็เล่ามา ไม่ต้องเกลิ่นให้เสียเวลา

          ฟรานเดิ้ล : คริ คริ คริ

          เรย์เนส : เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่...?

         ฟรานเดิ้ล : แหม~ อย่าพูดแบบนั้นสิ ฟังแล้วดูไม่ดีเลย ความจริงฉันพาพี่สาวมาเลือกซื้อชุดชั้นในของพวกคุณก็เท่านั้นเองค่ะ
         
         ช่วงที่ฟรานเดิ้ลหันตัวมาทางผม หน้าอกคู่นั้นก็ได้สั่นไหวไปตามแรงเหวี่ยงจนสายตาผมสั่นไหวไปด้วย

         เรย์เนส : พาพี่สาวมาซื้อชุดชั้นใน?
         ผมรู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ข้าง แล้วก็ได้รีบหันไปมองอย่างไว ภาพที่ผมเห็นคือเด็กผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเลส แถมแต่งตัวเป็นชุดซิสเตอร์สีดำ แต่ผมที่มัดเอาไว้อยู่ด้านขวาซึ่งมันตรงข้ามกับของเลสที่มัดผมอยู่ทางซ้าย

         "สวัสดีค่ะ คุณเรย์นาร์ด ฉันชื่อ ลิกซ์ รีฟาร์เทียร์ สการ์เลต ต้องขอขอบคุณที่คอยดูแลเลสเป็นอย่างดีเลยนะคะ"
         
         ฉันไม่อยากให้เด็กคนนี้เป็นเหมือนกับ 'ลิกซ์'
คำพูดของคุณฟิวเลียร์เมื่อตอนนั้น(จากบทที่ 6) ได้ดังเข้ามาในหัวของผม นี่น่ะเหรอ 'ลิกซ์' คนที่ทำให้เลสเจ็บแค้นมาก แต่ดันเป็นแฝดของเธอซะนี่ ดวงตาที่ส่องแสงสีแดงออกมาตลอดเวลา ฟันที่เรียงกันเหมือนใบเลื่อยที่เข้ากับการแสยะยิ้มของพวกตัวร้าย

         ลิกซ์ :  คือว่าฉัน มีความสนใจในตัวของคุณเรย์นาร์ดน่ะค่ะ
         ผมมองไปที่หน้าอกของเธอที่แบนราบและหันไปเทียบกับของฟรานเดิ้ล ซึ่งดูยังไงเลเวลมันก็ยังต่างกันเกินไป

         เรย์เนส : คิดดีแล้วเหรอคุณหนู? ถึงสายพลังหลักของผมจะเป็นหน้าอกดินระเบิดอย่างคุณเอลนี่ แต่กระผมก็มีความชื่นชอบในอกกระจิ๋วแบบลอนจาหรือเอมิเลียไม่แพ้กันนะครับ? (ต้องยอมรับแล้ว เดี๋ยวโดดถีบ)

         ลิกซ์ : ระ...เรื่องอนาจารมีโทษหนักนะคะ!!

         ฟรานเดิ้ล : ยังคงความทุเรศได้ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ (ไอ้พวกไร้ยางอาย)

         เอมิเลีย : ที่ว่าท่านเรย์เป็นพวกทุเรศนั่นฉันเห็นด้วยค่ะ ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ ท่านพี่ลิกซ์
         เอมิเลียกับลอนจาเดินเข้าในสุสาน

         ฟรานเดิ้ล : ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่า ขอคุยสองต่อสอง
         ฟรานเสกเคียวโลหิตขึ้นมาและเดินมาขวางทั้งสองคนเอาไว้

         ลิกซ์ : ลอนจา...ฉันกำลังตามหาเธออยู่พอดีเลย

         ลอนจา : อึ๊ก!? องค์หญิงลิกซ์

         ลิกซ์ : เอ้า! กลับปราสาทมารแดงกันเถอะนะ กลับไปนอนในหลุมของเธอ...
         สีหน้าของลอนจาเริ่มซีดลง ผมหันไปมองหน้าลิกซ์ที่กำลังแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุกให้กับลอนจา

        เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหลับไปตลอดทั้งชาติเลย...

        ลิกซ์ไม่ใช่ดาร์กพรีสแน่นอน สิ่งที่ทำให้พวกซอมบี้หวาดกลัวได้ถึงขนาดนี้ก็มีแค่อย่างเดียวนั้นก็คือ 'เนโครแมนเซอร์'

         เรย์เนส : เอมี่...พาลอนจาหนีไป

         ลอนจา : ไม่ไหวหรอก นายสู้องค์หญิงลิกซ์ไม่ได้หรอก!
         เอมิเลียคว้ามือลอนจาแล้ววิงหนีเข้าไปข้างในเมือง ฟรานเดิ้ลก็เตรียมจะวิ่งตามไป แต่ก็ถูกผมโยนดาบไปปักที่พื้นขวางไม่ให้เธอตามไป

         เรย์เนส : พี่สาวของเธออุตสาห์มาเป็นเพื่อนทั้งที ก็ต้องขอเวลาเพิ่มหน่อยสิ

         ฟรานเดิ้ล : ชิ!

         ลิกซ์ : ต้องขอประทานโทษ...ในเมื่อคุณเรย์นาร์ดคิดจะต่อกรกับฉัน...
         ลิกซ์ยื่นมือซ้ายอกมาแล้วก็มีแสงออร่าสีม่วงส่องออกมาจากมือ

         โคม่า
ลิกซ์พูดชื่อสกิลออกมา จู่ๆ ผมก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกด้านซ้ายและทรุดตัวลงไปนอนกับพื้น

        เรย์เนส : อ๊ากกกกก!! เจ็บ! เจ็บชะมัด!! เจ็บตรงที่หัวใจเหมือนมีอะไรมาบีบเอาไว้...

        ลิกซ์ : โคม่า เป็นสกิลที่ทำให้หัวใจของฝ่ายตรงข้ามหยุดเต้น ต่อให้มีค่าพลังชีวิตสูงแค่ไหน ถ้าโดนสกิลนี้เข้าไปก็จะทำให้ค่าพลังชีวิตเหลือเพียงแค่หนึ่ง และถ้าฉันกำหมัดไปมากเท่าไหร่ หัวใจของคุณก็จะถูกบีบจนแตก
         
        เรย์เนส : เห๊อะ! ฆ่าฉันให้ตายยังไง เดี๋ยวก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่นั้นล่ะ

        ฟรานเดิ้ล : ท่านพี่เอมิเลียยังไม่ได้บอกคุณเรย์นาร์ดเหรอคะ?


        เรย์เนส : อะไร?
        ฟรานเดิ้ลเดินเข้ามาหาผมและนั่งทับตัวผม

        ฟรานเดิ้ล : คนที่มีสายเลือดของมารแดง สามารถฆ่าคนได้ ต่อให้มีพลังความเป็นอมตะของคริสตัล ถ้าถูกคนที่มีสายเลือดเจ้าของคำสาปฆ่า จะตายจริงๆ นะคะ

        เรย์เนส : ว่า...ไง...นะ!?

        ลิกซ์ : จะบอกอะไรให้อีกอย่างนะคะ ฉันไม่ใช่ 'เนโครแมนเซอร์' แต่เป็น '*ลิช' ต่างหากล่ะคะ
        (*ลิช หรือ ดาร์กหลอด คือตัวตนของราชาแห่งอันเดสและอยู่จุดสูงสุดของบรรดาเนโครแมนเซอร์ทั้งหลายในโลก)
      
         ฟรานเดิ้ล : ลาก่อนนะคะ...ผู้ชายในโลกคนสุดท้าย...

         เรย์เนส : อ๊ากกกกกกกกกกกก!!!!!!!

         มารีโอเน็ต!!
         เส้นใยสีแดงพุ่งออกมาจากเมืองและปักเข้าไปที่แขนซ้ายของลิกซ์ที่กำลังใช้เวทย์โคม่าอยู่

         ลิกซ์ : พลังนี่มัน ลอนจางั้นเหรอ!?

         ลอนจา : มารีโอเน็ต(หุ่นเชิดมรณะ) พลังที่สามารถสั่งการฝ่ายตรงข้ามให้ทำตามที่ผู้ร่ายสั่งทุกอย่างเมื่อโดนเส้นใยสีแดงนี้เข้าไป เปรียบเสมือนกลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้ว เอาล่ะค่ะ...ช่วยยกเลิกพลังเวทย์โคม่าจะได้รึเปล่าคะ องค์หญิงลิกซ์
         ลอนจาเดินออกมาจากประตูเมืองและขยับนิ้วของตัวเองไปมาเพื่อสั่งให้ลิกซ์ยกเลิกพลังเวทย์โคม่า

         ฟรานเดิ้ล : ไม่ยอมให้ทำแบบนั้นได้หรอกน่า!
         ฟรานเดิ้ลรีบวิ่งไปหาลอนจาเพื่อจะตัดแขนข้างที่กำลังบังคับเส้นใย แต่ก็ถูกเอมิเลียกระโดดมาจับหัวแล้วกดหน้าลงให้ไถลกับพื้นไปหลายเมตร

         เอมิเลีย : ขอโทษค่ะท่านเรย์ ดิฉันทนปล่อยให้โดนทำร้ายไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

         เรย์เนส : พะ...พวกเธอ...

         ลอนจา : องค์หญิงลิกซ์! ช่วยยกเลิกพลังเวทย์นั่นด้วยเถอะคะ

         ลิกซ์ : อย่ามาห้ามซะให้ยาก แค่บังคับแขนของฉันข้างเดียวแล้วจะให้ฉันยกเลิกโคม่าน่ะ ไม่ได้หรอกนะ
         ลิกซ์ยื่นแขนขวาออกมาแล้วเตรียมยิงเวทย์ลูกไฟใส่ลอนจา

         เอมิเลีย : ท่านพี่ลิกซ์สามารถใช้เวทย์ได้จากมือทั้งสองข้างเลยเหรอ?

         ลิกซ์ : ฉันเป็น 'ลิช' นะ อย่าเอาไปเหมารวมกับพวกเนโครแมนเซอร์ที่ถือไม้เท้าเน่าๆ ตลอดเวลาแบบนั้นสิ

         ลิกซ์...เธอชอบสีแดงรึเปล่า...?
เสียงของเลสดังเข้ามาในหัวของลิกซ์ เธอรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่าพี่สาวฝาแฝดของเธออยู่ที่ไหน แต่ดูเหมือนเธอจะกลัวเลสตอนที่ถามว่าชอบสีอะไรที่สุด เธอรีบยกเลิกเวทย์โคม่าและยิงลูกไฟใส่ลอนจาจนเกิดควันไฟฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งสุสาน ลิกซ์ได้ใช้โอกาสนี้ผลักเอมิเลียที่กำลังทับตัวฟรานเดิ้ลออกไปแล้วร่ายเวทย์เทเลพ็อตหายไปทั้งคู่

        ลอนจา : เรย์นาร์ด เป็นอะไรรึเปล่า
        ลอนจารีบพยุงตัวผมให้ลุกขึ้น ผมรีบหายใจเพื่อจะให้หัวใจรีบทำงาน แต่ดูเหมือนต้องใช้พลังสักพัก เพราะเลือดส่งไปถึงสมองไม่เพียงพอ ผมเหลือบตาไปมองแขนขวาของลอนจาที่มีเลือดไหลออกมา

        เรย์เนส : เธอ...เลือดไหลออก...นี่? แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

        ลอนจา : อ๋อ นั้นเป็นเพราะเส้นใยเมื่อกี้น่ะค่ะ แต่ความจริงแล้วมันคือเส้นเอ็น เพื่อจะบังคับร่างกายของฝ่ายตรงข้ามจึงจำเป็นต้องใช้เส้นเอ็นเป็นตัวเองบังคับ และรูแผลพวกนี้อีกเดี๋ยวก็หายค่ะ
        
        เลเน่ : หืม? ยังมีซอมบี้หลุดออกมาจากคฤหาสน์ตัวนึงเหรอเนี้ย?
        อาเจ๊กับคุณเอลนี่เดินมาจากทางไหนก็ไม่รู้ เธอเห็นลอนจากำลังพยุงผมแล้วก็หยิบปืน M-79 ออกมาจากง่ามขา (นั้นอาเจ๊เก็บปืนไว้ตรงนั้นได้ไงเนี้ย!?)

         เรย์เนส : อาเจ๊!?

         เลเน่ : ถอยห่างจากน้องชายของฉันเดี๋ยวนี้นะ!

         ปุ้ง!
         อาเจ๊เล่นไม่ถงไม่ถามอะไร แล้วยิงหัวกระสุนระเบิดพุ่งไปที่ลอนจาทันที

         เรย์เนส : ปัดโธ่เอ๊ย!!
         ผมผลักลอนจาออกไปและชักดาบออกมาเพื่อที่จะขว้างใส่หัวกระสุนที่กำลังพุ่งเข้าให้ระเบิดก่อนมันจะพุ่งมาถึง

         วูบ
         อะไรน่ะ!? ทำไมแรงของเราถึงตกวืบลงล่ะ? เพราะโดนโคม่าไปเมื่อตะกี้ทำให้เลือดยังไหลเวียนไปที่หัวไม่พองั้นเหรอ ช่วงที่ผมกำลังจะขว้างดาบไปและดูเหมือนว่าจะพลาดเป้า ลอนจาวิ่งเข้ามากอดผมจากด้านหลัง แล้วได้ร่ายสกิลอะไรซักอย่างที่เหมือนกับเกราะป้องกัน

        ตูม!
        กระสุนหัวระเบิดพุ่งเข้ามาใส่ผมกับลอนจาเต็มๆ จนร่างกระเด็นปลิวขึ้นฟ้า

        เอลนี่ : อ๊าา! คุณเรย์นาร์ดกลายเป็นดาวไปซะแล้ว!

        เอมิเลีย : ง่า...เค้ายังบาดเจ็บอยู่เลยนะคะ ทำไมท่านเลเน่ทำแบบนี้ล่ะ!?

        เลเน่ : ละ...แล้วแหงหมอนั้นถึงโผล่พรวดออกมาขวางวิถีกระสุนหัวระเบิดของฉันล่ะ!

        ช่วงที่ผมกับลอนจากำลังลอยอยู่บนฟ้าอยู่นั้น ก็ได้ตกลงมาที่คอกม้าของคุณเอลนี่

        นี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดของเมือวานนี้...



        โอย~ เหมือนอาการจะหนักขึ้นยังไงไม่รู้แฮะ โดน M-79 แถมยังโดนอาเจ๊เอาปืนพกยิงเข้าไปที่กลางหัวจนตายอีก นี่น่ะเหรอ...การที่ตายแล้วกลับมาที่จุดเซฟน่ะ(หัองนอนผมเอง) เห็นตัวเองตอนตายแล้วอยากจะอ้วก แหวะ...

        ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! แกร๊ก~!
        ลอนจาเคาะประตูแล้วเปิดประตูห้องเข้ามา

        ลอนจา : เรย์นาร์ดเป็นอะไรมากมั้ย?
         ลองโดนปืนยิงใส่กลางกระบานดูสิ ว่าแต่...นี่มันมืดค่ำแล้วเหรอเนี้ย

        ลอนจา : นึกแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นจริงๆ ด้วย
        ลอนจายื่นมือมาจับหน้าผากผม เฮ่ย...ยัยมันใช่ซอมบี้จริงๆ เหรอวะ?

        เรย์นาร์ด : ถ้าเธอไม่กลับมาช่วย ฉันก็เดี้ยงไปจริงๆ แล้วล่ะนะ

        ลอนจา : ขอโทษนะ เป็นเพราะฉันแท้ๆ

        เรย์นาร์ด : หือ? อยู่ดีๆ พูดแบบนั้นทำไมน่ะ?

        ลอนจา : ก็ฉันเป็นคนทำให้เรย์นาร์ดเป็นแบบนี้นี่นา แถมยังมาปกป้องฉันจากปืนหัวระเบิดอันนั้นด้วย ขอโทษนะ
เพราะเรย์นาร์ดพาฉันมาที่เมืองนี้ ฉันดีใจจนเผลอวิ่งไปกอด

        เรย์นาร์ด : เฮ้ๆ พูดอะไรไม่สมกับเป็นซอมบี้เลยนะ แค่วิ่งมากอดหลังแค่นั้นไม่เห็นเสียหายตรงไหนนี่นา แค่นั้นฉันไม่ใส่ใจหรอกน่า

        ลอนจา : ฉันจะไม่สร้างปัญหาให้กับเรย์นาร์ดอีกแล้ว ดังนั้นฉันควรกลับปราสาทมารแดงเสียดีกว่า

        เรย์นาร์ด : กลับปราสาทมารแดง!? เธอแอบหนีมาจากที่นั้นมาไม่ใช่เหรอ เพราะทนที่จะรับใช้ลิกซ์กับฟราน ทำเรื่องเลวร้ายไม่ไหว จึงหนีออกมาตามเอมิเลียมานี่นา ถ้าเธอกลับไปมีหวังโดนจับฝังลงหลุมคืนแบบไม่ให้กลับขึ้นมาอีกนะ!

        ลอนจา : อย่าได้เป็นห่วงเลยค่ะ เพียงได้เห็นว่าองค์หญิงเอมิเลียมีความสุขแบบนี้แล้วฉันก็พอจะเบาใจลงได้เยอะเลยล่ะ เพราะงั้น...ลาก่อนนะคะ

        เรย์นาร์ด : เดี๋ยวก่อนสิ! อยู่บ้านนี้ไปจนกว่าจะหาที่ซ่อนของเธอก่อนก็ได้นี่นา ไม่ห็นต้องรีบร้อนออกไปเลย

        ลอนจา : ไม่ได้รีบร้อนหรอกค่ะ บ้านหลังนี้เป็นที่ที่ดี...ดีจนฉันเผลออยากอยู่ด้วยจริงๆ  แต่ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่อาจเป็นคนในครอบครัวของเรย์นาร์ดเหมือนกับองค์หญิงเอมิเลียได้หรอกค่ะ ฉันชอบอยู่คนเดียวมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่การลาจากกันสักหน่อย หากมีเรื่องเดือดร้อนเมื่อไหร่ ฉันก็จะมาขอรบกวนอีก


        ถึงตอนนั้น ฝากนายดูแลองค์หญิงเอมิเลียด้วยนะ




        
         ตอนนั้นเรารู้สึกเห็นรอยยิ้มของยัยนั่นตอนที่ได้เจอกับเอมี่ เราจึงแอบคิดในใจว่า ถ้าลอนจาอยู่บ้านเราได้ตลอดไปก็คงดี แต่นั่นเป็นแค่ความคิดของเราเพียงฝ่ายเดียว ลอนจาก็มีความคิดและมีเรื่องของตัวเองอยู่เหมือนกัน เราจะเอาแต่ใจดึงดันรั้งเค้าให้อยู่บ้านเราตลอดไปได้ยังไง

         เรย์นาร์ด : เฮ้อ~! ยัยลอนจาจะเป็นอะไรรึเปล่านะ
         ผมเดินลงมาจากชั้นบนเพื่อจะมาดื่มน้ำ

        เลส : มีอะไรเหรอท่านเรย์นาร์ด?
        เลสเดินเข้ามาในห้องครัว

        เลส : อาการไม่ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปนอนพักดีๆ สิคะ

        เรย์นาร์ด : เปล่า...แค่หิวน้ำเลยลงมากินน้ำน่ะ เธอนั้นแหละมีอะไรเหรอ? (ทำหน้าบูดมาเชียว)

        เลส : ฮึ่ม~! ก็ไม่มีอะไรนี่คะ
        ผมกับเลสเดินเข้าไปนั่งในห้องรับแขก     
      
        เรย์นาร์ด : ลอนจาไปแล้วสินะ?


        เลส : ใช่...ยัยซอมบี้นั่นไปแล้ว เฮ้อ...พอยัยนั่นไปแล้วก็โล่งไปเป็นกองเลย
   

       เรย์นาร์ด : ที่พูดมาคิดแบบนั้นจริงรึเปล่า ยัยนั่นเป็นข้ารับใช้คนสนิทของพ่อเธอไม่ใช่เหรอ?


        เลส : ก็จริงน่ะสิคะ ยัยซอมบี้นั่นเป็นสิ่งที่ผิดพลาด เพราะไม่ยอมฟังคำพูดของพวกเรา ยกเว้นท่านพ่อกับเอมิเลีย ถึงจะชอบทำตัวอวดดีแถมเอาแต่ใจ แต่ก็ยังเป็นที่รักของทุกคนในปราสาท


         เรย์นาร์ด : ...


         เลส : หนีออกมาจากปราสาทได้ แล้วทำไมถึงยังดึงดันจะกลับไปที่นั้นอีก บ้าจริงๆ เลย ไม่เข้าใจเลยซักนิด มาบอกลาทั้งๆ ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้น แถมยังจะมาพูดว่า 'อยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร' อีก ยัยนั้นมันบ้าจริงๆ เป็นซอมบี้แท้ๆ แต่ทำไมถึงเอาแต่ใจแบบนี้


        ผมยืนนิ่งเงียบอยู่สักพักแล้วเดินออกจากห้องรับแขก ลอนจาถึงจะเป็นซอมบี้ แต่ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง นั่นอาจไม่ใช่เรื่องที่เราควรสอดมือเข้าไปยุ่ง แต่ว่า...จะให้ปล่อยไปเฉยๆ แบบนั้นได้ไง!


       อาเจ๊ยืนอยู่ข้างประตูหน้าบ้านพร้อมกับกำลังหยิบลูกกระสุนใส่แม็กทีละลูก



      รีบไปตามยัยซอมบี้นั่นกลับมาเถอะ


        




——————— To Be Continued ———————








บทพิเศษ : ของขวัญวันเกิดของ เลส รีฟาร์เทียร์ สการ์เลต



       ฉันนั่งดูพี่สาวฝาแฝดนั่งถอนหายใจ กับการจดรายชื่อคนตายหลังสิ้นสุดสงครามล้างเผ่าพันธ์ุ ฉันไม่รู้ว่า สิ่งที่เธอกำลังเขียนชื่อพวกนั้นลงไปในสมุดบันทึกมันเป็นยังไง แต่ฉันคิดว่าพี่สาวกำลังเครียดมากๆ ยังไงก็เถอะ ฉันเองก็อยากจะให้กำลังใจเธอ แต่ดูเหมือนจะยากที่จะเข้าไปให้กำลังใจ แม้แต่สัตว์เลี้ยงแสนรักยังหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้เธอตอนที่กำลังเครียด วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเกิดของพวกเรา ไม่มีใครในปราสาทมารแดงเตรียมงานวันเกิดให้พวกเราเลย



       เลส : ฟรี้...ฟรี้...


       ลิกซ์ : โธ่...หลับคาโต๊ะทำงานแบบนี้ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ


       ฉันหยิบผ้ามาคลุมตัวเธอเอาไว้


       ไม่เป็นไร...ฉันจะเตรียมความพร้อมสำหรับวันเกิดที่ดีที่สุดของพวกเราในวันพรุ่งนี้ให้เอง!!



        วันเกิดของพวกเราก็ได้มาถึง


        ลิกซ์ : เดินตรงไป...เดินตรงไป...


        เลส : โธ่~ ลิกซ์...ปิดตาฉันไว้แบบนี้แล้วจะให้เดินไปไหนกันแน่เนี้ย?


        ลิกซ์ : ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวมันไม่เซอร์ไพส์ เอ้า!...รอจนกว่าฉันจะบอกว่าเปิดตาได้นะ...


        เลส : จ้า ๆ


        ฉันบอกให้พี่เลสยื่นอยู่กับที่สักพักแล้วบอกให้เธอเปิดผ้าปิดตาออกได้


        เลส : เฮ้อ~ รีบๆ หน่อยล่ะ เพราะฉันยังต้องไปจด...บันทึก...เอ๋?


        สิ่งที่เลสเห็นอยู่ตอนนี้คือตัวเองกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้และมีเชือกคล้องคอตัวเองอยู่


        เลส : ลิกซ์...? ทำไมฉันถึงยืนอยู่บนเก้าอี้ล่ะ?


        ลิกซ์ : พี่เลสอยากรู้ว่าความตายมันเป็ยยังไงใช่มั้ย ของขวัญที่ฉันจะให้พี่เลสนั้นก็คือ 'ความตาย' ได้แล้วยังไงล่ะ


        เลส : ความตาย?


        พี่เลสยังทำหน้างงอยู่สักพัก ฉันก็ได้ถีบเก้าอี้ออกไปจนตัวของพี่เลสตกลงมา แล้วเชือกที่คล้องก็ลัดคอไว้จนเท้าแตะไม่ถึงพื้น


        ลิกซ์ : เย้! แผนการเซอร์ไพส์สำเร็จ!!


        เลส : อ๊อก~!! อ๊ะ!!...


        ฉันเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของพี่เลสแล้วหยิบสมุดบันทึกรายชื่อคนตายขึ้นมาอ่าน


        ลิกซ์ : ว้าว~! แต่ละคนตายไม่เหมือนกันเลยนะคะ คนนี้ตายเพราะถูกแทง คนนี้ตายเพราะธนูยิง ส่วนคนนี้ก็ตกบ่อส้วมตาย สุดยอดไปเลยพี่เลส ความตายเนี้ยดูๆ ไปแล้วมันน่าตื่นเต้นจังเลยนะคะ แล้วนี่พี่เลสเมื่อไหร่จะตายซักทีล่ะ หรือต้องรอเวลาอีก 10 วินาที หรือว่า 10 นาที?


        ฉันหันหน้าไปมองพี่เลสที่กำลังถูกแขวนคอ แต่ทำไมกันนะ เธอถึงไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลย แถมยังตัวสั่นอีกด้วย ก่อนจะตายต้องเป็นแบบนี้กันทุกคนเลยเหรอ


        ลิกซ์ : ความตายคือการนอนหลับยาว แต่ทำไมพี่เลสถึงไม่ยอมหลับซะที งั้นฉันช่วยให้พี่เลสหลับเร็วขึ้นนะ!   


         ฉันกระตึกขาพี่เลสลงไปตามจังหวะและนับตั้งแต่หนึ่งจนไปถึงสิบ แต่ดูท่าจะไม่ได้ผล เพราะพี่เลสไม่ยอมหลับซะที


        ลิกซ์ : ยังไม่หลับอีกเหรอเนี่ย...


        ช่วงที่ฉันกำลังทำหน้าเซ็งๆ สีหน้าของพี่เลสก็เริ่มเขียวซีดขึ้นและพยายามเอามือดึงเชือกออกจากคอที่รัดอยู่ให้หลุด


        ลิกซ์ : พะ...พี่เลส...ทำถึงทำหน้าตาที่ดูเจ็บปวดแบบนั้นล่ะ?


        ฉันยืนมองพี่เลสที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่นั้น เธอก็เหวี่ยงขามาเตะหลังฉันจนล้ม พอเวลาผ่านไปสักพักเธอก็ปล่อยมือออกจากเชือกและก็ฉี่ราดลงมาที่พื้น มันชักเริ่มแปลกแล้ว...ฉันรีบเปิดบันทึกไปที่หน้าสุดท้าย



         ถึงแม้คริสตัลแห่งความเป็นอมตะได้ส่งผลออกไปแล้ว หากคนผู้นั้นถูกคนในสายเลือดของมารแดงฆ่า ก็จะตายทันที ถึงแม้จะมีพลังอมตะก็ตาม


         นี่เรากำลังฆ่าพี่สาวฝาแฝดของตัวเองยังงั้นเหรอ?


         ลิกซ์ : อ๊า!!!! พี่เลส! อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะคะ เดี๋ยวฉันจะตัดเชือกให้เดี๋ยวนี้แหละ!


          ฉันหยิบมีดออกมาจากลิ้นชักโต๊ะที่ทำงานของพี่เลสและรีบตั้งเก้าอี้ขึ้น แล้วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อจะตัดเชือกออก ร่างของเธอได้ตกลงมาที่พื้นอย่างแรง ฉันรีบลงมาตัดเชือกที่มัดออกจากคอของเธออย่างไว


         ลิกซ์ : พี่เลส! ฉันขอโทษ! อย่าเป็นอะไรไปนะ! นี่...ลืมตาขึ้นมาสิ! ขอร้องล่ะ! ฮือๆๆ


         เลส : อ๊อก...แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...






         1 เดือนต่อมา


         เลส : สีแดง...ลิกซ์ชอบสีแดงรึเปล่า?


         ลิกซ์ : อื้อ! ชอบมากๆ เลยล่ะ


         เลส : อ่า...ดีใจจัง...รักลิกซ์ที่สุดเลย...


         ลิกซ์ : ฉันก็รักพี่เลสเหมือนกันนะ ต่อจากนี้ไปถ้าใครปฎิเสธสีแดงของพี่ ก็ช่วยฆ่ามันให้หมดไปจากโลกเลยนะ


         เลส : อื้อ...จะฆ่าให้หมดเลย...


         หลังจากที่เลสกลายเป็นแบบนี้ เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เพราะถูกเชือกรัดคอนานเกินจนเส้นเลือดใหญ่ที่คอมันไม่ขยายตัว ฟิวเลียร์จึงได้ไปขอร้องให้เอเลน่าช่วยทำให้เลสตอนที่ยังไม่เป็นแบบนี้ กลับมาในช่วงเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืนพลังของเอเลน่าก็จะหายและทำให้เลสเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง แล้วจะฆ่าคนไม่เลือกหน้า ถ้าหากคนๆ นั้นไม่ตอบเธอกลับว่าชอบสีแดง...






——————— THE END ———————



[ThaiZeed Master]


Halloween 2014 Sinon  Christmas ! 2014 Happy new year 2015 Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 3384
  • Money: 5479
  • Tz: 3384
  • Posts: 227
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 13-10-2013
พลังน้ำใจ: 4
โพสต์เมื่อ 6-3-2016 20:02:47 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-10-2018 19:34 , Processed in 0.053059 second(s), 19 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th