เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1777|ตอบกลับ: 2

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4623
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 13-2-2016 20:54:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



The Last Man in the World!? ผมคือผู้ชายในโลกคนสุดท้าย!?


บทที่ 4 : เทพธิดาตกสวรรค์ ที่สุดแสนจะเพี้ยน!





       "อ๋อ~ ยังงั้นเหรอ มีปีศาจเข้ามาทำร้ายหัวหน้า แล้วเธอก็ไปช่วยชีวิตหัวหน้าก่อนจะถูกปีศาจตัวนั่นฆ่า เพื่อตอบแทนที่ช่วยชีวิต หัวหน้าจึงยอมลดตัวลงให้เป็นกลายทาสรับใช้ของเธอ ยังนั้นสินะ" มิล กำลังนั่งสอบปากคำผมอยู่ในห้องห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบ้านของเอมิเลีย ไอ้ห้องสอบสวนนี่มันอะไรกันเนี้ย ทั้งมืดและแคบสุดๆ สภาพของผมในตอนนี้กำลังเบียดอยู่กับมิล


       "อ๊าย~! อย่าหายใจลดต้นคอฉันสิยะ Σ( ° △ °|||) " มิลยื่นมือมาตบหน้าผมดัง เพี๊ยะ!


       "เจ็บนะ! ที่ฉันต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะเธอลากฉันเข้ามาในห้องนี้เองไม่ใช่เหรอ  ( ̄ε(# ̄)"


       "นี่เธอก็จะเล็งฉันให้เป็นทาสเหมือนกับหัวหน้าใช่มั้ย!? \ ( ≧ 3 ≦ ) /"


       "ใครมันจะไปทำแบบนั่นกันเล่า! รีบปล่อยฉันไปจากห้องนี้ซะทีเถอะ  Σ( ̄ ̄ )" ยัยนี่ไม่ฟังคนอื่นเค้าพูดเลยวุ้ย!!


       ว้าย~! อ๊าง!~ โอ๊ย~!  ซี๊ด~!


       เสียงของผมและมิล ดังออกมาจากห้องใต้บันไดบ้านของเอมิเลีย พี่สาวผม เอลนี่ และเอมิเลีย ได้แต่ยืนฟังเสียงที่ดังออกมา พร้อมกับเสียงกุกกักอยู่ข้างใน เอลนี่กระตุกแขนเสื้อพี่สาวผมเพื่อจะขอให้เธอเปิดประตูปล่อยพวกผมออกมา แต่ดูเหมือนว่าพี่สาวผมจะไม่ยอมเปิดประตูออกให้ง่ายๆ แน่นอน เพราะกำลังสนุกอยู่กับการที่น้องชายตัวเองโดนถูกจับยัดเข้าไปในนั่นพร้อมกับมิล และบอกไว้ก่อนนะ มิลยังไม่รู้ตัวจริงของผมนะ


       ผมลองนึกย้อนหลังไปเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน รู้สึกว่าจะไปเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแล้วผมก็เลี้ยงข้าวให้ เธอได้มอบประดับรูปกางเขนให้กับผม เพื่อเป็นสิ่งตอบแทนที่เลี้ยงข้าวและบอกผมว่าประดับชิ้นนี้ จะมีสัตว์เทพอารักษ์มาสิงสู่  ( = ‵′ = )




       หนึ่งอาทิตย์ก่อน  ณ ดินแดนสวรรค์อันสูงส่ง เหล่าเทพธิดาทั้งหลายรีบหอบกองกระดาษขึ้นมายังห้องของพระเจ้า ผู้อ่านคงจะจำได้สินะว่าพระเจ้าของโลกใบนี้เป็นใคร ถ้าลืมก็ไปอ่านบทที่ 1 ใหม่ซะนะ


       "คำร้องทุกข์ของเช้าวันนี้ค่ะ" เทพธิดาที่เป็นคนสนิทของเอเลน่า ยกกองกระดาษที่มีคำร้องทุกขจากโลกกองสุดท้ายขึ้นมาวางบนโต๊ะของเอเลน่า


       "อ๊ะ ขอบคุณมากนะ คงจะเหนื่อยแย่เลยนะ 'เนย์' " เอเลน่าพูดชื่อของเทพธิดาคนสนิทขึ้นมา


       "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะนี่มันคือหน้าที่ของฉันนี่คะ" เนย์เดินขึ้นมานั่งบนโต๊ะ เพื่อจะเตรียมจดคำร้องทุกข์


       "เอาล่ะ เรามาเริ่มอ่านคำร้องทุกข์ของคนบนโลกกันถอะนะจ๊ะ เตรียมจดไว้ให้ดีล่ะ" เอเลน่าหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมา เตรียมที่จะอ่านแล้วให้เนย์เป็นคนจดลงสมุดบันทึกประจำวัน


       ~"เมื่อคืนฉันฝันร้ายมากเลย เพราะเมื่อวานทำเควสกำจัด ไนท์แมร์ ไม่สำเร็จเลยโดยคำสาปของมันเข้า อยากท่านเอเลน่าช่วยลบล้างคำสาปนี้ให้หายไปด้วยค่ะ ( ̄﹏ ̄) "~


       "อื้ม เดี๋ยวฉันจะล้างคำสาปของไนท์แมร์ให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ" เอเลน่าเปิดช่องว่างขึ้นมา แล้วหย่อนผงเงินที่มีแสงส่องประกายลงไปที่ผู้หญิงคนนั่น จนแสงสีดำลอยออกจากร่างแล้วสลายหายไป


        "ดีจังเลยนะคะ มนุษย์ผู้หญิงคนนั่น" เนย์พูด


      ขออธิบายเล็กน้อยนะครับ คนของโลกใบนี้ถ้าจะไปสวดมนต์ ไปขอพร ไปสารภาพบาปหรือไปร้องทุกข์ จำเป็นต้องไปที่วิหารแห่งเอเลน่าที่อยู่ห่างจากเมืองแอนซาลนิสไม่ไกลมากนัก ข้างในวิหารจะมีรูปปั้นของเอเลน่ายืนอยู่อย่างสวยงาม ซึ่งวิหารนี้มีเพียงที่นี่ที่เดียวในโลก  เสียงสวดมนต์ คำอวยพร คำภาวนา คำสารภาพบาปและคำร้องทุกข์ จะถูกส่งผ่านรูปปั้นเอเลน่าและขึ้นไปบนแดนสวรรค์ซึ่งเหล่าเทพธิดาจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้จดคำเหล่านั่นและส่งมาให้เอเลน่าเป็นคนอ่าน ถ้าคำร้องทุกข์มันร้ายแรงมาก เอเลน่าจะแก้ไขให้ทุกอย่างตามที่คำร้องทุกข์นั้นเขียนเอาไว้ทุกประการ (เป็น GM ที่ดีจริงๆ)


      ~"ค้อนสำหรับตีดาบระดับสูงพังไปแล้ว จะหาไอเทมมาสร้างใหม่ก็หาได้จากมอนสเตอร์เลเวล 550 ขึ้นไป ฉันอยากจะขอให้ท่านเอเลน่ามอบไอเทมสำหรับสร้างค้อนขึ้นมาใหม่ จะได้รึเปล่าคะ?  ㄟ( ≧ ◇ ≦ )ㄏ "~


      "ไอเทมสำหรับสร้างค้อนตีดาบระดับสูงเหรอ?" เอเลน่าเดินไปค้นข้าวของจากข้างในตู้ เธอถือแร่สีทองที่ส่องประกายโยนลงไปที่ช่องว่างที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกและสวรรค์ แร่ชิ้นนั้นได้ตกไปอยู่ในห้องตีดาบของช่างตีดาบเรียบร้อย


      "รู้สึกเหมือนว่าพวกเราจะกลายเป็นซานต้าครอสไปแล้วนะคะ" เนย์พูด


      "อ๊ะ!? คำร้องทุกข์อันนี้มันของคุณเรย์นาร์ด?" เอเลน่าเห็นกระดาษหนึ่งแผ่นแทรกออกมาจากกอง เธอหยิบลัดขึ้นมาอ่านอย่างไวและตั้งหน้าตั้งตาอ่านอย่างจริงจัง


     ~"ยัยพระเจ้าฝึกหัดเอเลน่า เมื่อวันนั้นหล่อนกับพี่สาวทำกับฉันไว้ซะแสบมากเลยนะ มีพระเจ้าที่ไหนเปลี่ยนพรให้กลายเป็นคำสาปน่ะ บ้าไปแล้วเหรอ! ถ้าเธอไม่ลบล้างคำสาปให้ฉันล่ะก็ รูปปั้นของเธอจะกลายเป็นนางแบบชุดว่ายน้ำนะ ฉันจะให้เวลาหล่อน 2 วัน ( = ‵′ = )"~


       "หง๊ะ!! Σ( ° △ °|||) "


      "เป็นอะไรรึเปล่าคะท่านเอเลน่า ในใบคำร้องทุกข์นั่นมันเขียนว่าอะไรเหรอคะ?" เนย์รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างไว


       "แงงงงงงงงงงงงง~~~ คุณเรย์นาร์ดยังว่าเค้าเป็นพระเจ้าฝึกหัดอยู่อีกอ๊าาาาาาาาาาาาาาา~~~ (@口@)"เอเลน่า ร้องไห้และส่งเสียงออกมาซะดังลั่น จนทำให้แดนสวรรค์ถึงกับสั่นไหวไปทั่ว เหล่าเทพธิดาที่กำลังนั่งจดคำภาวนาอยู่ด้านล่างต่างพากันตกใจบินหนี เหลือเพียงแต่เทพธิดาอีกหนึ่งตน ที่กำลังแอบงีบหลับอยู่ใต้โต๊ะ ช่องว่างจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกและแดนสวรรค์ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ใต้ร่างของเพธิดาที่กำลังนอนหลับอยู่ ร่างของเธอล่วงลงไปในช่องว่าง พอเอเลน่าหยุดร้องไห้ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ และไม่มีใครรู้เลยว่ามีเทพธิดาหนึ่งตน ตกลงไปในช่องว่างซะแล้ว...


      "เฮ้อ~ นี่ก็ผ่านไป 3วันแล้ว สุดท้ายยัยนั่นก็ไม่ลบล้างคำสาปให้เราเหรอเนี่ย รึว่าเราจะเขียนด่ายัยนั่นแรงเกินไปรึเปล่านะ" ผมนึกขึ้นมาได้ว่ายัยเอเลน่าถึงแม้จะเป็นพระเจ้า แต่ก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ขนาดผมขอดูกางเกงในก็ยังร้องไห้แล้วเปิดกระโปรงออกมาให้มาผมดูซะด้วย สงสัยยัยนั่นต้องไปแอบนั่งร้องไห้อยู่ที่ไหนซักแห่งแหง่มๆ


      ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินของวันนี้ ขากลับผมเกิดหิวขึ้นมาเลยแวะซื้อข้าวโพดปิ้งที่ร้านค้าข้างทางแถวนั่น แต่ก็นึกได้ว่าขืนซื้อกลับไปแค่อันเดียว พี่สาวมีหวังโวยวายแหงๆ เลยซื้อไปข้าวโพดปิ้งไปให้พี่สาวด้วย แต่พอกลับมาที่จุดฝากของที่อยู่หน้าร้าน ก็มีเด็กผู้หญิงท่าทางเพี้ยนๆ คนหนึ่งนั่งอยู่


      "งั่ม งั่ม ช่างเป็นมื้ออาหารชั้นเยี่ยมแท้ \( ≧ ω ≦ )/ "


      "เธอสินะ ที่กินข้าวโพดปิ้งที่วางอยู่ในตะกร้าหน้าร้านน่ะ? (〒_〒  )"


      "หย่อยอย่าให้เซด! \( ≧ 3 ≦  )/ " ยัยนี่ไม่ฟังที่เราพูดเลยวุ้ย


      "ข้าวโพดปิ้งนั่นฉันเป็นคนซื้อมานะ รู้รึเปล่า (= ‵′ =  )"


      "ขออีกอันจิ๊~! ( ≧ ω ≦ )/ " ยัยเด็กเพี้ยนนั่นยื่นมือจะมาเอาข้าวโพดปิ้งอีกอันไปจากมือ ผมจึงใช้ท่าสับกระบานของพี่สาว สับกลางหัวเข้าให้จนยัยนั่นร้อง 'โอ้ย' ซะดังลั่น


      "มันเจ็บนะ...แต่ว่า ได้แรงกระตุ้นเยี่ยงนี้ ก็มิได้แย่ไปเสียทั้งหมดหรอกน้า~ o(≧ ω ≦ )o" หว๋าย~ ผมค่อยๆ ถอยหลังออกมาจากยัยเด็กเพี้ยนนั่นซักประมาณสามก้าว แต่เธอก็เดินตรงเข้ามากอดผมแล้วทำท่าสยิวใส่อีก


      "นี่...ถ้าเกิดเราติดใจขึ้นมาจริงๆ เจ้าต้องรับผิดชอบนะ รู้หรือไม่?"


      "นี่เธอ...กินของคนอื่นเค้าแท้ๆ ไม่รู้จักสำนึกเลยเรอะ? (= ‵′ =  )" ผมพูดออกไปแบบนั้น ยัยเด็กเพี้ยนจ้องหน้าผมสักพักแล้วผลักผมออกไปทันที


       โครก~~~~


      "อะไรเนี้ย? ตดเหรอ?" ผมพูดแล้วยื่นมือมาปิดจมูกอย่างไว


      "พูดจาไร้ยางอายเยี่ยงนี้กับเด็กผู้หญิงได้อย่างไรกัน! เดี๋ยวก็อาละวาดเสียหรอก! แค่หิวเท่านั่นเองหรอกน่า!"


      "โฮ่~ งั้นอยากกินไอ้นี่มั้ยล่ะ?" ผมหยิบข้าวโพดปิ้งออกมาหลอกล่อยัยเด็กเพี้ยน


      "คิดหรอกว่า เอาของแบบนั่นมาหลอกล่อเราแล้ว จะทำให้เราอยากกินน่ะ"


      "เหรอ? งั้นฉันเก็บเข้าคืนนะ" ผมเก็บข้าวโพดปิ้งเข้าไปคืน จนทำให้ยัยเด็กเพี้ยนนั่นถึงกับชะงักทันที


      "หนอย~ ถ้าเช่นนั่นเราจะให้เจ้าสัมผัสหน้าอกเราสักครั้งก็ได้ ว่าอย่างไรล่ะ?" ตายัยนี่ตาบอดรึเปล่าว๊ะ นี่เรายังอยู่ในร่างผู้หญิงอยู่นะเฮ้ย Σ( ° △ °|||)


      "หากยังไม่หนำใจ จะให้สัมผัสแบบลามกน่ารังเกียจสักเท่าใดก็ย่อมได้" พูดแบบนั่นเอาจริงเหรอนั่น พอได้ฟังยัยนี่พูดแล้วอยากกลับคืนร่างผู้ชายเร็วๆ ชะมัดเลยแฮ๊ะ (  ̄ ˇ  ̄)♡


      "เฮ้อ~ เอาไปสิฉันให้" ผมยื่นข้าวโพดปิ๊งไปให้ยัยเด็กเพี้ยน


      "จะ...จะดีรึ" ปากพูดเหมือนคนที่เกรงอกเกรงใจ แต่น้ำลายมันไหลออกมายังก่ะน้ำตกซะนี่ ผมพยักหน้าให้ทีหนึ่ง


      "ขอบคุณมาก" จากสีหน้าที่ดูเพี้ยนๆ ก็กลายเป็นเด็กหญิงน่ารักธรรมดาไปซะแล้ว แบบนี้มีหวังโดนพี่บ่นว่าเราใจดีกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เอ๊ย...จะโดนหาว่าเป็นพวกโลลิค่อน(พวกชอบกินเด็ก)แหงๆ Σ( ° △ °|||)


      "นี่เธอหิวขนาดนี้เลยเรอะ ข้าวเช้าน่ะ...กินทุกวันรึเปล่า?"


      "กินครั้งสุดท้ายก็เมื่อสามวันก่อนเห็นจะได้ล่ะมั้ง?" เฮ่ย...สามวันก่อนเหรอ? Σ(⊙△⊙ ")


      "ปกติก็จับหนูจับแย้แถวนี้กินน่ะ แผล่บ แผล่บ อื๊ม~! ขอบใจมาก! อร่อยจริงๆ เลย! \( ≧ ω ≦ )/ " ยัยนี่กลับเข้าสู่โหมดเพี้ยนแล้ว ถึงปากจะพูดออกมาแบบนั้น แต่เสียงท้องมันก็ยังร้องอยู่นี่


      "ไปหา...ข้าวกินกันมั้ย ซิก ซิก" ผมเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา เพราะเริ่มรู้สึกสงสารยัยนี่เต็มทีแล้ว (T ^ T )


      "เอ๊ะ? อะไรกัน? จะจีบเราเช่นนั้นรึ? มิรังเกียจอันใดดอกนะ ㄟ(  ˇ ω ˇ )ㄏ "


      "งั้นกูลาล่ะ (    ‵  ′ )" ผมรีบเดินหนีอย่างไว


      "แง~! เดี๋ยวก่อน! อย่าทิ้งเราน้า~ ได้โปรดเถอะ (/ >﹏ <)/ " ยัยเด็กเพี้ยนวิ่งเข้ามากระโดดเกาะหลังผมไว้ซะแน่น แต่ว่าไอ้สิ่งที่อ่อนนุ่มคู่นั้นได้มาสัมผัสหลังของผม หนุบหนับๆ ถือซะว่านี่เป็นสิ่งตอบแทนจากยัยนี่ก็แล้วกัน หลังจากนั้นผมจึงพาเธอไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆ นี้


      "เอ้อจริงสิ...ฉันชื่อเรย์เนส แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร?" ผมถามชื่อเธอออกไป


      "ชื่อของเรารึ? ก็เทพธิดาอย่างไรล่ะ \( ≧ ω ≦ )/" ยัยนี่เปิดตัวซะโอเวอร์จริงๆ


      "ให้ไปส่งที่โรงพยาบาลมั้ย?  (=‵′=   )" ผมไม่เชื่อจึงตอบออกไปแบบนั่น


      "อย่ามามองเราด้วยสายตาน่าสมเพชเยี่ยงนั้นจะได้มั้ย!"


      "ค้า ค้า แต่ชื่อแบบนั้นมันเรียกยาก เพราะงั้นขอเรียกว่ายัยเพี้ยนแทนละกัน"


      "เสียมารยาท!! (#  ‵  ′)凸" โห! โดนเข้าให้แล้วเรา Σ(⊙ . ⊙")


      "งะ...งั้นก็เป็นโจรขโมยข้าวโพดปิ้ง เรียกสั้นๆ ว่าด๊อก(หมา)ได้ป่ะ?"


      "โธ่เอ๊ย! ยิ่งจะหนักเข้าไปใหญ่ ก็ได้...เราชื่อ 'เนปจูนปิเตอร์' ชื่อเต็มมันยาวไป ดังนั้นจะเรียกสั้นๆว่า 'จูน' ก็ได้"


      "ได้เลย แมดด๊อก  ( ̄ε( ̄)"


      "ฮึ่ม~! ใช่แล้ว...ข้านี่แหละ แมดด็อก(หมาบ้า) บุรุษผู้เคยเป็นสหายรักของบุรุษในตำนาน กาเวน ทำไมถึงได้ฉายา หมาบ้า น่ะเหรอ? เพราะข้าเคยแว้งกัดหมอนั่นมาแล้วยังไงล่ะ...กรี๊ดดด!! นี่ว่าผู้ใดเป็นหมาบ้ายะ!! " ท่าทางยัยแมดด็อกจะรู้เรื่องตำนานพวกนี้เยอะกว่าเราแห๊ะ


      "ยิ่งกว่านั้นนะ เจ้าว่าผู้ใดเป็นผู้ชายกัน มิเห็นหน้าอกนี่หรือไร" จูน ดึงคอเสื้อของตัวเองลงจนผมมองไปเห็นหน้าอกของเธอ แม่เจ้า! ใหญ่กว่าของเราอีก...Σ( ° △ °|||) เล่นเอาผมรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาเลย


      "โทษทีแมดด๊อก ถ้าจะให้ฉันเชื่อว่าเธอคือเทพธิดา จริงๆ ล่ะก็ คงจะยากหน่อยนะ ฉันไม่เห็นปีกสีขาวของเธอเลยนี่นา"


      "ก็เพราะเมื่อคืนเรานอนดิ้นและถูหลังตัวเองไปมาจนขนปีกร่วงหมดน่ะ ถึงมันจะดูน่าขายหน้า แต่เราก็ยังยืนยันว่า เราคือเทพธิดาตัวจริงนะ!!"


      "เอ๊าะ...เหรอ ( ̄ε( ̄)"


      "หลบสายตาเราทำไม! มิเชื่อกันสินะ! มิเชื่อถือกันใช่มั้ย!" จูนกระโดดขึ้นมาจะกัดแขนผม นี่ยัยเพี้ยนมันเป็นหมาบ้าจริงๆ นี่หว่า ผมจึงพยายามกันไม่ให้เธอเข้ามากัด


      "ในเมื่อว่ากันถึงขนาดนั้น เราจะแสดงหลักฐานให้ดูก็ได้ รับสิ่งไปจากเราสิ" จูน กระชากสร้อยออกจากคอตัวเองและดึงสายคล้องออกเหลือแต่ตัวประดับรูปกางเขน แล้วเธอก็ยื่นมันมาวางไว้ตรงหน้าผม


       "นี่เธอเล่นกระชากสร้อยคอตัวเองออกมาเลยเหรอ พอมองดูดีๆ แล้วท่าทางจะไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ แค่เลี้ยงข้าวนิดเดียว ถึงกับให้ของแพงแบบนี้ ฉันไม่สบายใจนะ"


       "อย่าใส่ใจเลยน่า นั่นน่ะทำจากเศษชุดเกราะที่ไปอัพเกรดล้มเหลว(ตีบวกแหก!) มาจากหลังร้านอัพเกรดไอเทมเท่านั้นล่ะ" เอ้าเหรอ ไอ้เราก็นึกว่ามันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของหล่อนซะอีก ( ̄ε( ̄)"


      "หากเจ้าพกประดับกางเขนนั่นไว้ตลอดเวลา สัตว์เทพอารักษ์ก็จะมาสิงสู่อยู่กับตัวเจ้า ยิ่งหากคลื่นตรงกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีโอกาสได้สัตว์เทพอารักษ์ระดับสูง มาอยู่กับเจ้ามากขึ้น!"


      จงจำเอาไว้ให้ดีล่ะ คริ...คริ...  ( ˇ ω ˇ )


       นั้นคือการที่ผมได้พบกับจูนเป็นครั้งสุดท้ายเท่าที่ผมจำได้






     "ยัยนั่นว่าแบบนั่นก็จริง แต่ดันกลายเป็นเอมิเลีย แทนที่จะเป็นสัตว์เทพอารักษ์เนี่ยนะ" ผมหยิบประดับรูปกางเขนออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเอามาเข้าดูใกล้ๆ


     "เราบอกรหัสการ์ดให้ทำระบบจดจำชื่อกับจูนไว้เรียบร้อยแล้วก็จริง แต่ยัยนั่นยังไม่ได้สมัครเป็นนักผจญภัยนี่สิ มันก็เลยกระซิบไปหาไม่ได้เพราะยังไม่มีการ์ดนักผจญภัย" ผมบ่นลอยๆ ออกไป


     "ไงเรย์ เป็นอะไรไป? หน้ามุ้ยเชียว" พี่สาวเดินเข้ามาตบหลังผมแล้วถาม


     "พี่!?" ผมสะดุ้งตกใจ รีบเก็บกางเขนเข้ากระเป๋าอย่างไว


     "ยังคิดมากเรื่องที่เอมิเลียมาขอเป็นทาสเหรอ?"


     "ก็นะ แต่ผมกำลังนึกเรื่องคอกม้าที่พวกเราอาศัยอยู่ได้ถูกทำลายไปแล้วน่ะสิ ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะพาพี่ไปหาที่ไหนพักอาศัยน่ะ ก่ะจะมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของเอมิเลียก็ไม่ได้ด้วย เพราะยัยมิลมันไม่ยอมให้พวกเราอยู่แน่ๆ"


     "จำนวนเหรียญทองของพวกเราก็มีไม่ถึง 50,000G ต่อให้ไปหาห้องพักดีๆ ได้ก็เถอะ แต่ก็คงจะอยู่ได้ไม่นานซะด้วยสิ" ผมและพี่สาวมองหน้ากันสักพักและถอนหายใจออกพร้อมกัน


     "เอ่อ...คือว่า ถ้าไม่รังเกียจ...จะมาอยู่บ้านของดิฉันมั้ยคะ " เสียงที่ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจมากๆ ได้ดังมาจากด้านหลัง ผมและพี่รีบหันไปมองทันที่ หญิงสาวผมลอน หน้าอกไซส์บึ้ม กำลังยืนยิ้มให้ผมและพี่


     "คุณเอลนี่~!!! ขอบคุณมากเลยน้า~!! พวกเราจะยอมทำทุกอย่างตามที่คุณเอลนี่สั่งเลยน้าา" ผมและพี่รีบวิ่งเข้าไปกอดเอลนี่อย่างไว แต่รู้สึกว่าเอลนี่จะหน้าแดงมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเธอรู้ว่าผมเป็นผู้ชาย แล้วหลังจากนั้น ผมและพี่ก็ขนข้าวของที่ยังใช้ได้ออกมาจากคอกม้าไปไว้ที่บ้านของเอลนี่ ส่วนเอมิเลียได้ส่งช่างก่อสร้างมาลื้อทอนส่วนที่เสียหายออกและเริ่มสร้างคอกม้าให้กับเอลนี่ขึ้นมาใหม่ ส่วนเอลนี่ก็เตรียมข้าวของใช้จำเป็นให้ผมและพี่สาว พร้อมกับห้องนอนที่เธอได้จัดตรียมให้เป็นอย่างดี ผมและพี่เดินเข้ามาดูห้องก็เหมือนกับว่าได้กลับมาอยู่ห้องนอนเหมือนโลกใบเก่าที่พวกเราจากมา ผมมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วโบกมือลาคอกม้าที่พวกเราเคยพักอาศัยอยู่ข้างในนั้น


     "เย้~! ได้นอนเตียงนุ่มๆ ซะที เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย \( ˋωˊ )/ " พี่สาวผมรีบทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงทันที


     "ปล่อยตัวเต็มที่เลยนะ หัดเกรงอกเกรงใจเจ้าของบ้านเค้าหน่อยสิพี่ ( ̄﹏ ̄)" ผมตะคอกเสียงใส่ แต่พี่สาวผมก็ไม่ฟังแล้วนอนหลับไปทันที(หลับไวโคตร)


     "ต้องขอโทษแทนพี่สาวของผมด้วยนะครับ ที่ปล่อยตัวเลยตามเลยแบบนี้น่ะ (=‵ ′=  )" ผมหันหน้าไปขอโทษเอลนี่ ที่กำลังยืนดูจากนอกห้อง


     "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอเพียงได้เห็นพวกคุณมีความสุขกันแบบนี้ ฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะค่ะ  (  ̄ˇ ̄ )" เอลนี่...เธอคือนางฟ้ามาโปรดของแท้เลยนะเนี้ย ผมคิดออกมาแบบนั่น


     "ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอีกครั้งสำหรับที่พักอาศัยดีๆ แบบนี้นะครับ คุณเอลนี่...จากนี้ไปพวกเราสองพี่น้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ( -__-  )" ผมก้มหน้าขอบคุณเอลนี่อีกครั้ง


     "ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ ถ้าวันไหนว่างก็ช่วยเล่าเรื่องโลกของพวกคุณทั้งสองคนให้ฉันฟังด้วยนะคะ  (  ̄ˇ ̄ )" เอลนี่ยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของผมเต้นตึกตักๆ ไม่หยุดเลย ˋ( ° ▽、° )♡


     "ยินดีอย่างยิ่งครับผม เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพวกเราทั้งสามคนไปหาเควสทำกันเถอะนะครับ" ผมชักชวนเอลนี่ไปทำเควส แล้วเธอตอบตกลงจะไปกับเราด้วย ตัดสินใจแล้วเว๊ย เราจะเอาเอลนี่เป็นหมายเลขหนึ่งของแผนการฮาเร็มของเราซะเลย \( ≧ω≦ )/


      ผมแยกจากเอลนี่กลับเข้าไปในห้อง วันนี้ผมปวดหัวนิดหน่อยเพราะต้องมาเคลียรปัญหาหลายอย่าง ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันทีเพราะเหนื่อยมาก และยังคิดมากเรื่องเอมิเลียทำไมถึงมาเป็นทาสให้กับเรา ผมหลับตาลงแล้วหลับไปทันที...


      "พี่จ๋า หนูจะไม่อยากแยกจากพี่ไปไหนอีกแล้ว หนูจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดจนชั่วฟ้าดินสลาย" ภาพในความฝันทำให้ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอผมยาวสีขาวและสวมเสือกระโปรงยาวสีขาว แต่ว่าทำไมน้ำตาถึงหยดลงมาจากใบหน้าไม่หยุดเลยล่ะ ผมมองลงไปที่พื้นก็เห็นตุ๊กตาแมวตัวสีขาวตกอยู่ ซึ่งมันทำให้ผมมั้นใจมากว่าเด็กผู้หญิงคนนั่นคือ คาริน


      "คาริน! นี่น้องยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย!?"


      "..." เด็กผู้หญิงคนนั่นไม่ตอบ แต่ดูเหมือนตัวของเธอค่อยๆ ลอยถอยหลังห่างออกไปจากผม


      "จะไปไหนน่ะ คาริน คอยพี่ก่อน! อย่าเพิ่งไป!" ผมพยายามจะยื่นมือออกไป ทางฝั่งของเด็กผู้หญิงคนนั่นก็ยื่นมือเข้ามาหาผมเช่นเดียวกัน


      "อีกแค่นิดเดียวเท่านั่น จะคว้ามือของคารินได้แล้ว อีกแค่นิดเดียว!" ผมตะโกนเสียงออกไปและยื่นแขนออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


      หมับ!? เสียงหมับ? มันไม่ใช่เสียงที่จะไปคว้ามือของคารินนี่?


     "เอ๋?" ผมลืมตาตื่นขึ้นมาทันที แต่มือที่ผมได้ยื่นออกไปเพื่อจะไปคว้ามือของคารินในความฝันนั้น มันได้ส่งผลให้กับโลกแห่งความเป็นจริงต่อจากนี้เข้าให้แล้ว เพราะมือผมกำลังบีบอะไรซักอย่างที่มันนุ่มมากๆ ช่วงที่ผมกำลังสะลึมสะลือก็ยังบีบอยู่อย่างนั้นไม่หยุดและต้องรู้ให้ได้ว่ามือผมกำลังบีบอะไรอยู่กันแน่


      "อะ...อ๊าาา~ อ๊าง~! นายท่านคะ ไม่ได้นะคะ" ตาของผมเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นเพราะมือของผมกำลังบีบหน้าอกของเอมิเลียที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างล่างเตียงนอนของผม ผมรีบปล่อยมือออกจากหน้าอกเธออย่างไว


      "มะ...ไม่ใช่นะ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะ (แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?) Σ( ° △ °|||)"


      "อะ...เอ่อ...นายท่านคะ...อยากจับ...หน้าอกของดิฉันเหรอคะ?" ผมได้ฟังสิ่งที่เอมิเลียพูดออกมาจนทำให้ ผมรีบยกตัวขึ้นแล้วยื่นมือเปิดหน้าต่างห้องทันที


      "อ๊ะ สายลมกำลังเรียกหาข้า! ข้าต้องไปแล้ว! เพราะข้าคือยอดนักรบ!! \( ≧ 3 ≦ )/ " ผมพยายามจะกลบเกลื่อนเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เอมิเลียได้แต่นั่งทำหน้างงและมองสิ่งที่ผมกำลังทำ


     "อะ...เอ้อ ขอความกรุณาอย่าเรียกตรงนั่นว่าหน้าอก แต่เรียกหน่มหน้มแทนได้มั้ย?  ╮( ̄▽ ̄)╭"


      จุ๊บช่วงที่ผมหันหน้ากลับไป เอมิเลียก็ได้ขึ้นมาบนเตียงแล้วจุ๊บแก้มซ้ายของผมอย่างไม่ทันรู้ตัว จนผมถึงกับนั่งนิ่งเงียบไปสักพัก


      "เอาคืนที่จับหน่มหน้มเมื่อกี้ค่ะ (◡‿◡  )"


       ตึ๊กตึก ตึ๊กตึก ตึ๊กตึก ตึ๊กตึก เสียงหัวใจผมดังออกมาจนได้ยินชัดแจ๋ว


      "ไม่ไหวจริงๆ แล้วแบบนี้ ช่วยไปบอกพี่สาวและเอลนี่ให้ทีนะว่า ขอเลื่อนทำเควสไปวันพรุ่งนี้ทีนะ ( ˋ︿ˊ )" ผมดึงผ้าห่มขึ้นแล้ว กลับเข้าไปนอนคุมโปงอีกครั้ง


       "เอ๋~!? รังเกียจกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ!?  Σ( ° △ °|||)"



      "ท่านพี่เอมิเลียยอมลดตัวลงกลายเป็นทาสรับใช้ให้กับเจ้ามนุษย์ผู้ชายน่าขยะแขยงคนนั้นยังงั้นเหรอ!? ฉันยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ท่านพี่เอมิเลียน่ะ ต้องเป็นของฉันเท่านั้น!!" ฟรานเดิ้ลที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าในช่วงเช้ามืด ได้มองเห็นเอมิเลียกำลังปลุกเรย์นาร์ดให้ตื่น แวมไพร์สาวที่เคยแพ้การต่อสู้กับเรย์นาร์ดเมื่อครั้งที่แล้วจึงต้องวางแผนเพื่อที่จะชิงตัวเอมิเลียออกมาจากเรย์นาร์ดให้ได้



       เฮ้อ~  เช้าวันใหม่ช่างแสนสดใส ทำไมผมจะมาต้องเดินไปที่สมาคมนักผจญภัยทั้งที่เอมิเลียเดินเกาะแขนผมตลอดเวลาแบบนี้เนี้ย ผู้หญิงในเมืองต่างยืนมองอย่างไม่ละสายตากันเลย หรือว่ายัยมิลไปประกาศข่าวเรื่องเมื่อตอนนั่นให้คนในเมืองรู้กันแน่นะ


     "ค้า~! ยืนยันปาร์ตี้และเควสกำจัด ช่างประปาสาวหนีงาน จำนวน 50 ตัวนะคะ" พนักงานสาวได้ยืนยันเควส แล้วยื่นการ์ดปาร์ตี้ให้กับผม


      ภารกิจ : กำจัด ช่างประปาสาวหนีงาน จำนวน 50 ตัว

          หัวหน้าปาร์ตี้   เรย์เนส : เลเวล 15

          สามชิกปาร์ตี้   เลเน่ : เลเวล 15

          สมาชิกปาร์ตี้   เอลนี่ : เลเวล 9

          สมาชิกปาร์ตี้   เอมิเลีย : เลเวล 286 (เลเวลที่แท้จริงคือ 440)

      รางวัลภารกิจ : Exp. 4400 Gold. 4,500G

      รางวัลไอเทม : ตุ๊กตาหมี , วัตถุดิบสำหรับทำอาหาร 1 อาทิตย์

      จำกัดเวลาของภารกิจ : 48 ชั่วโมง

      



       ผมเดินนำทุกคนเข้าไปข้างในท่อระบายน้ำที่เป็นเหมือนดั่งดันเจี้ยนประจำเมือง แอนซาลนิส เอลนี่ที่มีระดับเลเวลยังไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ในนี้ได้ ผมจึงขอให้เธอเป็นตัวซัพพอร์ต ส่วนเรื่องตัวตั้งรับจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอมิเลีย (นั่งชนสบาย~)


      "ว้ายย~! พวก ช่างประปาสาวหนีงาน มากันเพียบเลยค่ะ" เอลนี่รีบวิ่งมากอดแขนผม หน้าอกบิ๊กบึ้มที่แสนนุ่ม ได้มาสัมผัสที่แขนของผม โอ้ว~ เฮฟเว่น ( ̄▽ ̄)


       ผวัะ!! พี่สาวผมใช้ท่าสับกระบานเข้าไปที่กลางหัวผมอย่างแรง


      "ทำอะไรน่ะ ยัยพี่บ้า! มันเจ็บนะ" ผมตะคอกเสียงใส่พี่สาว


      "แค่หมั่นใส้น่ะ' พี่สาวพูดพร้อมกับสะบัดหน้าหนีผม


      "พี่หวงผมเหรอ...โอ้ย ๆ ๆ ๆ " ยังพูดไม่จบเลย ก็โดนพี่สาวยื่นมือมาหยิกแก้ม ส่วนเอลนี่ก็ยังกอดแขนผมไม่ยอมปล่อย โอ้ว~ ถึงมันจะเจ็บ แต่ก็เจ็บแบบมีความสุขอ่า ( ̄ˇ ̄)♡


      ช่วงที่ผมกำลังมีความสุขอยู่นั้น เอมิเลียได้จัดการพวกช่างประปาสาวหนีงานไปซะหมดเกลี้ยงไม่เหลือซักตัว รวมทั้งบอสผีคุณยายจอมขี้บ่น เลเวลของเอลนี่อัพขึ้นมาถึงเลเวล 13 เลยทีเดียว ภารกิจเสร็จสิ้นอย่างไว โดยที่พวกเราทั้งสามคนยังไม่ได้ทำอะไรเลย มันก็แน่อยู่แล้วแหละ ได้คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองมาอยู่ในปาร์ตี้นี่นะ


      "ของรางวัลภารกิจนี้ พวกเราจะให้เอลนี่ทั้งหมดนะ" ผมยื่นใบของรางวัลให้กับเอลนี่


      "ตะ...แต่ว่า จะดีเหรอคะ คือว่าฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ"


      "ดีสิ ก็พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่นา" พี่สาวผมอุ้มตุ๊กตาหมีแล้วเดินมากอดคอของเอลนี่และพูดขึ้น


      "คุณเลเน่...ขอบคุณมากนะคะ" น้ำตาของเอลนี่เริ่มจะไหลออกมา เธอเริ่มเช็ดน้ำตาออกแล้วหันหน้ามายิ้มให้กับผมและพี่ ดูท่าทางเอลนี่จะชอบคำว่า 'ครอบครัว' มากสินะ


     "งั้นพี่กับเอลนี่จะกลับก่อนนะ นายก็รีบกลับมาเร็วๆ ก่อนพระอาทิตยืจะตกดินล่ะ" พี่สาวและเอลนี่กลับบ้านไปก่อนเพื่อจะไปจัดเก็บวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่ได้รับมา ส่วนผมกับเอมิเลียก็ยังนั่งอยู่ข้างในตึกสมาคมนักผจญภัย เวลายังเหลืออีกเยอะกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน ผมนั่งมองพี่สาวผมอยู่สักพักก็นึกภาพก่อนหน้านี้เมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน



       "อะไรนะ!? ไม่สามารถยกเลิกสนธิสัญญาทาสรับใช้ของเอมิเลียได้ยังงั้นเหรอครับ!?"


      "ใช่แล้วล่ะ เดิมทีคำว่า 'ทาสรับใช้' น่ะ เป็นตำแหน่งสำหรับปีศาจที่อยู่ฝ่ายเทพเจ้า เสมือนเป็นการอภัยโทษให้ พูดในแง่ของการทรยศ ก็เหมือนเทพตกสวรรค์ที่ไปเข้ากับฝ่ายปีศาจนั่นแหละ การที่อยากทำจนถึงกับยอมทิ้งสถานะของตัวเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย" พี่สาวอธิบายทุกอย่างที่เธอไปสืบหามาได้ แล้วมาเล่าให้ผมฟังทั้งหมด


      "นั่นคือเหตุผลที่เธอทรยศพวกเดียวกัน แล้วก็โดนพี่น้องของตัวเอง ตามมาทำร้ายอยู่ตลอดเวลาเลยยังงั้นเหรอครับ?" ผมถามกลับไป พี่สาวก็พยักหน้าให้


      "ยัยนั่นยอมทิ้งสถานะของตัวเองเพื่อมาปกป้องมนุษย์อย่างพวกเรา แถมยังมาเป็นทาสรับใช้ให้กับผมที่ถูกส่งมาจากโลกอื่นโดยยัยพระเจ้าฝึกหัดเอเลน่า เพื่อมาขอรับการอภัยโทษกับการกระทำที่แสนเลวร้าย เมื่อสงครามล้างเผ่าพันธุ์ตอนนั้น..."


      "นายยังอยากจะยกเลิกสนธิสัญญาทาสรับใช้ของเอมิเลียอยู่อีกรึเปล่า?" พี่ผมถามขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง ผมหันหน้ามองเอมิเลียที่กำลังยืนพูดคุยกับเอลนี่ และดูจากสีหน้าของเธอแล้ว เธอดูจะมีความสุขกับการที่ได้มาอยู่ร่วมกันกับมนุษย์อย่างพวกเรามาก ผมจึงตัดสินว่าจะปกป้องเธอไม่ให้พวกปีศาจมาทำร้ายเธออย่างเด็ดขาด


      "ผมจะปกป้องเธอเองครับ และผมไม่เคยมองเอมิเลียเป็นว่าทาส เพราะผมมองเธอเหมือนเป็นสมาชิกครอบครัวของพวกเราไปแล้วยังไงล่ะครับ"


      "เป็นคำตอบที่พี่อยากมากฟังที่สุดเลยล่ะ พวกเรามาช่วยกันปกป้องเธอด้วยกันเถอะนะ"


      "ครับพี่" นั้นคือการตัดสินใจของผมกับพี่สาว เมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน...

       "พี่สาวก็ได้ตุ๊กตาหมี คุณเอลนี่ก็ได้วัตถุดิบสำหรับทำอาหารและเงินไปแล้ว แต่เธอไม่ได้อะไรเลยนี่นา ทั้งที่เป็นคนทำภารกิจนี้สำเร็จคนเดียวแท้ๆ" ผมหันหน้าไปพูดกับเอมิเลีย

      "มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเพียงแค่ขออยู่รับใช้นายท่าน ก็เพียงพอแล้วค่ะ"


      "อย่าเรียกฉันว่านายท่านได้มั้ย เรียก 'เรย์' เฉยๆ เถอะนะ"


      "ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ ท่านเรย์..." มันก็ยังฟังดูแปลกๆ อยู่ดี แต่ก็เอาเถอะนะ มันก็ยังดีกว่าโดนเรียกว่านายท่านล่ะนะ


      "ฉันจะให้รางวัลกับเธอที่ทำให้เควสสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เอ้า! เธออยากได้อะไรล่ะ?"


      "เอ่อ...ขอแค่อยู่เคียงข้างท่านเรย์ก็เพียงพอ..."


      "อะไร? คิดจะปฎิเสธความหวังดีของฉันเรอะ? เดี๋ยวก็หยิกแก้มย้วยซะหรอก" ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่มือผมยื่นไปหยิกแก้มของเอมิเลียไปซะแล้ว


      "อะ...เออ...อ้ายอิงอิงอ้ะอ๊ะ? (ได้จริงๆ นะคะ?)"


      "เออ...ได้สิ  ( =‵′=  )"


      "ถะ...ถ้างั้นก็...คือว่า" เอมิเลียจับมือผมแล้ววิ่งออกไปจากตึกสมาคมตรงออกไปที่ร้านค้าแผลงลอยที่อยู่ข้างทาง ตอนที่ถูกเธอจูงมือวิ่งออกไปนั้นผมหน้าแดงมาก ไม่เห็นต้องจับมือลากมาก็ได้นี่... ( ̄﹏ ̄)


      "นี่คะ...ดิฉันอยากได้เจ้านี่ค่ะ!" เอมิเลียชี้ไปที่สายรัดคอแบบพั้งค์!? Σ( ° △ °  ) ระ...หรือว่าเอมิเลียเคยเป็นเจ้าแม่ SM มาก่อน!!??


     "ขอบคุณมากค่า~" สุดท้ายผมก็ต้องซื้อมาให้เธอในราคา 2100G


     "ชะ...เชิญรับไปเลยค่ะ...ท่านราชินีเอมี่...ไม่สิท่านเอมี่" ผมคุกเข่าแล้วยื่นสายรัดคอให้พร้อมกับตัวสั่น


     "ท่านเอมี่?" เอมิเลียทำหน้างง


     "ฉันจะขอเรียกเธอสั้นๆ ว่า 'เอมี่' นะ" เอมิเลียยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้


     "ท่านเรย์...ช่วยอะไรสักอย่างได้มั้ยคะ"


     "โอ๊ว~ ต้องการสิ่งใดเชิญสั่งเกล้า กระผมมาได้เลยขอรับ" ผมทำท่าทางแบบพ่อบ้านที่อยู่ตามคฤหาสน์


      "ช่วยใส่ปลอกคอ...ให้ดิฉันได้มั้ยคะ?" เอมิเลียหันหลังให้กับผมแล้วเสยผมออกให้เห็นต้นคอ


      "ง่ะ...ไม่ไห้คุณเจ้าของร้านใส่ให้ไม่ดีกว่าเหรอ Σ( ̄ ̄)"


      "เอ่อ...เจ้าของร้านเมื่อกี้เค้าเก็บข้าวของหายไปไหนแล้วไม่รู้น่ะค่ะ" เอาจริงดิ!? เมื่อกี้ผมเพิ่งจะจ่ายเงินไปหมาดๆ นี่นา หายไปไหนแล้วเนี้ย


      "ก็ได้...อยู่นิ่งๆ นะ"


       อ๊าง~! เอมิเลียสะดุ้งเฮือกจนทำให้ผมตกใจ


      "ยะ...อย่าครางเสียงแปลกๆ เซ่!"


      "ขอโทษค่ะ...พอดีจั๊กจี้ไปหน่อย" ถึงหล่อนจะพูดมาแบบนั้นก็เถอะ...ไหงถึงได้รู้สึกหยิวแปลกๆ แบบนี้ฟะตู


       อ๊ะ อ๊า~ อ๊าง~  


      "อะ...โอเค เรียบร้อยแล้ว"


      "อา~ ขอบคุณ...มากค่ะ ( ̄ˇ ̄)♡"


      ว่าแต่ใส่สายรัดคอรูปร่างเหมือนปลอกคอแบบนี้แล้ว ยิ่งดูเหมือนเป็นทาสจริงๆ เลยแฮะ... (= ‵′ =  )


       "จริงสิ...ก่อนหน้านี้ เธอเคยบอกว่า 'ดิฉันเป็นทาสรับใช้ของคุณเรย์เนส' อะไรทำนองนั้นสินะ ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ" ผมลองถามออกไปดู


       "ระ...เรื่องนั้น เพราะดิฉันคิดว่า ปีศาจอย่างดิฉันจะอยู่เคียงข้างท่านเรย์ได้ ก็แค่ในฐานะทาสรับใช้เท่านั้นน่ะค่ะ" ดูเหมือนว่าเธอจะปกปิดส่วนที่สำคัญไว้ แต่ผมก็รู้ตัวดีอยู่แล้วล่ะ ถึงได้ถามเธอออกไปแบบนั้น


      ผวัะ! ผมเดินเข้าไปสับกระบานของเอมิเลียอย่างแรง


     "ท่านเรย์~!? ตีดิฉันหรือคะ! แบบนี้ดิฉันเสียใจนะคะ! \(T □ T)/ "


     "ถึงไม่ต้องเป็นทาสก็อยู่ด้วยกันได้นี่! อ้อ! ใช่แล้ว! อย่างน้อยก็มาเป็นเมด(สาวใช้)ของฉันคนเดียวไง...กระโปรงยาวสีดำทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว พร้อมสายรัดถุงน่องสีดำสนิท นี่ล่ะ...สุดยอดความปรารถนาของฉัน ในข้อสอบก็มีออกไม่ใช่หรือไง(ไม่มีหรอก)" เอมิเลียนั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร


     "รูปแบบความสัมพันธ์แบบนั้นก็มีอยู่นี่...เพราะงั้นอย่าเรียกตวเองว่าทาสอีกเลยนะ" เฮ้อ...เรานะเรา ติดนิสัยพูดเป็นจริงเป็นจังไม่ได้ในเวลาแบบนี้ประจำเลย


     เอมิเลียวิ่งเข้ามากอดแขนผมแล้วเอนหัวมาซบที่ไหล่ผม เธอก็ไม่อะไรพูดออกมาเลย...แต่ก็...เอาเถอะ...ถือว่าสื่อให้เข้าใจได้ล่ะมั้ง?


     "ตื๊ดกันดีจังเลยนะค้า..." เสียงปริศนาดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมค่อยๆ กระตุกหัวหันไปมองอย่างช้าๆ

"มะ...มิล..." สิ่งที่ผมห็นคือ มิลกำลังลับคมดาบอยู่ด้านหลังผมอย่างใจเย็นแล้วหันหน้ามามองผมด้วยสีหน้าราวกับฆาตกร ผมบอกเอมิเลียว่าพรุ่งค่อยเจอกันใหม่ แล้ววิ่งหนีจากยัยมิลให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้


      หลังจากที่หนีจากยัยมิลมาได้แล้ว ผมหยิบประดับกางเขนขึ้นมาดู แล้วคิดว่าเจ้าสิ่งนี้อาจจะเป็นของไอเทมต้องคำสาปแน่ๆ ชักอยากจะเจอหน้ายัย แมดด็อก อีกครั้งจังเลยแห๊ะ


      "อะไรของแกน่ะ ยัยเปี้ยก?" เสียงที่ดูใหญ่โตแบบนั้นมันคุ้นๆ จังแห๊ะ  จำได้แล้ว...เสียงนี้มันเสียงของยัยกอริล่า คริซตี้หมัดเหล็ก สงสัยยัยนั่นคงไปไถไอเทมพวกนักผจญภัยฝึกหัดอีกแล้วแน่ๆ ต้องรีบเข้าไปช่วยแล้ว

     "อะไร~? อยากกินไอติมเหรอ?" คริซตี้กำลังกินไอติมอยู่แล้วก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กโนตมกำลังยืนจ้องอยู่


     "มะ...! ไม่ได้อยากกินซักหน่อย! กะอีแค่ไอติมแค่นี้!" ฮ่วย~! ดันเป็นยัยแมดด็อก กำลังไถไอติมจากยัยคริซตี้นี่หว่า เล่นเอาผมวิ่งล้มไถลพื้น


     "ตะ...แต่อย่างน้อย ขอวาดภาพเก็บไว้ก็ยังดี!"


     "เพิ่งจะเคยเห็นนักผจญภัยยาจกก็ครั้งนี้แหละ ไปล่ะ" คริซตี้งับไอติมคำเดียวหมดแล้วโยนไม้ไอติมใส่หัวจูนและเดินจากไป


     "เฮ้~! ทำบ้าอะไรของเธออยู่ ห๊ะ (=‵′=  )" ผมเดินเข้าไปหาจูนพร้อมกับถือไอติมหนึ่งแท่ง(สุดท้ายต้องซื้อให้อีกแล้ว)


     "แผล่บ ๆ เรย์เนส ขอบใจน้า \( ˋωˊ )" ยัยแมดด็อกพูดขอบคุณไปเลียไอติมไป


     "จริงๆ เลยน้า...มีเงินขนาดนี้ไปสมัครเป็นนักผจญภัย แล้วดันเลือกแบบการ์ดทองซะด้วย(วีไอพี) แค่ไอติมแท่งเดียวก็น่าจะซื้อได้นี่ ( ̄﹏ ̄)" ผมหยิบการ์ดของจูนขึ้นมาตั้งค่าระบบจดจำเพื่อน

   

       พั่บ...พั่บ~ กี๊...กี๊~


    "ความฟุ่มเฟือยคือศัตรูร้ายนะ! ขืนใช้เงินซื้อแต่ของฟุ่มเฟือยมีหวังเราถังแตกกันพอดี \( ≧ 3 ≦ )/" ยัยนี่เอาเงินทั้งเนื้อทั้งตัวสมัคเอาการ์ดทองจนหมดซะมากกว่าล่ะมั้ง...


    "เหตุใดถึงใช้ชื่อ 'หมาบ้า' บันทึกลงระบบจดจำเพื่อนในการ์ดของเราล่ะ? อย่าเอารหัสลับมาใช้พร่ำเพรื่อสิเรย์เนส" จูนยื่นหน้าเข้ามาดูกำลังพิมพ์ชื่อเพื่อนใส่การ์ดนักผจญภัย


   "เสร็จแล้ว...ฉันกระซิบข้อความเข้าไปในการ์ดของเธอแล้ว อย่าลืมกดตกลงรับฉันเป็นเพื่อนด้วยล่ะ" ผมยื่นการ์ดทองให้จูนคืน


     พั่บ...พับ...พั่บ...กี๊~!

"ว้าย~! ว้าย~! ได้ชื่อเพื่อนเป็นเรย์เนสคนแรกด้วยล่ะ ว้าย~! \(≧ ω ≦)/" จูนลุกขึ้นแล้วกระโดดดีใจอ้อมตัวผมไปมา


     "นี่! นี่! เรย์เนส! เจ้าจะกระซิบข้อความแบบไหนมาให้เรารึ? ทักทาย? แบบเด็ดดวงรึ? หรือว่าจีบสารภาพรัก!?"


     "เดี๋ยว ๆ"


     "อ๊ะ แต่อย่าได้ส่งกระซิบข้อความทะลึ่งๆ มาเชี่ยว! ไม่งั้นเดี๋ยวเราได้ดี๊ด๊าเกินเหตุกันพอดี!" จูน เดินเข้ามาใกล้ตัวผมแล้วทำท่าสยิวกิ้วใส่


     "เดี๋ยวปั๊ดซิบส่งไปว่า 'พระเจ้าตายแล้ว' ไปให้ซะเลย ยัยเทพธิดาเพี้ยนตกสวรรค์เอ๊ย" ผมคิดแบบนั้น


      เฮือก~! เอเลน่าที่กำลังนั่งอ่านคำภาวนาและคำร้องทุกข์ก็รู้สึกเสี่ยวสันหลัวว๊าบขึ้นมาทันที


      กี๊...กี๊~!

     "จริงสิ! ฉันมีเรืองจะถามเธอซักหน่อย....ว่าแต่เสียง 'กี๊' นี่มันอะไรน่ะ หนวกหูตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?" ผมกับจูนหันหน้าไปมองต้นตอของเสียงนั้น ก็ได้ฝูงค้างคาวจำนวนมากห้อยหัวอยู่หน้าร้านไอติม


     "ว่างาย~ เจอกันอีกแล้วน้า~ เรย์เนส...ไม่สิ!? ต้องเรียกว่า เรย์นาร์ด ถึงจะถูกสินะ..." ฟรานเดิ้ลเดินออกมาจากร้านแล้วพูดขึ้น


     "ฟรานเดิ้ล!? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ!?" ผมรีบวิ่งมาบังตัวจูนเอาไว้


     "ใครน่ะ? เพื่อนของเรย์เนสเหรอ? แล้วเรย์นาร์ดนี่มันใครอ่า?" จูนทำหน้างง

     "อย่าทำหน้าตาดุดันแบบนั้นสิเรย์นาร์ด ฉันแค่พาพี่สาวมาซื้อไอติมก็เท่านั้นเองแหละ" ฟรานเดิ้ลพูดจบก็มีเด็กผู้หญิงอีกหนึ่งคนเดินออกมาจากร้าน เธอตัวเล็กกว่าฟรานเดิ้ลและสวมชุดแม่ชีและหมวกคุมปิดใบหน้า สีของชุดและหมวกนั้นเป็นสีดำ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น ดาร์กพรีส ผมจึงใช้ตาเทพดูข้อมูลของเด็กผู้หญิงคนนั้น


     ชื่อ Monster : องค์หญิงแวมไพร์ ลำดับที่ 2 เลส ลีฟาเทียร์ สการ์เลต
     เลเวล : 666
     เพศ : หญิง
     ประเภท : ปีศาจแวมไพร์
     ระดับ : บอส
     สถานที่อยู่อาศัย : สุสานมารแดง


      "เลเวล 666!? นี่เล่นเลขประจำตัวของซาตานเลยเหรอ ต่อให้ใช้ตาเทพจับจังหวะการโจมตีได้ก็เถอะนะ แต่มันคงไม่จบง่ายๆ แน่" ผมค่อยๆ เดินถอยหลังออกไปอย่างช้าๆ  


     "ฟราน...ผู้หญิงคนนั้น...ใครเหรอ?...ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย..." เด็กผู้หญิงที่ชื่อ เลส ถามขึ้น

      "ไม่ใช่ผู้หญิง...แต่เป็นผู้ชายต่างหากนะคะ ท่านพี่เลส"


     "ผู้ชายเหรอ? ดูยังไงก็ผู้หญิงไม่ใช่เหรอ?"


     "ถ้าท่านพี่ไม่เชื่อ เดี๋ยวน้องจะเปิดเผยตัวจริงของมันออกมาให้ดูเองค่ะ Darkness!' ฟรานเดิ้ลเรียกลูกพลังสีดำออกมาแล้วโยนขึ้นไปบนท้องฟ้า ลูกพลังได้แตกกระจายและครอบคลุมเมืองจนให้สิ่งที่อยู่ข้างในมืดเหมือนเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน ร่างกายของผมได้ส่องแสงสีขาวออกมาแล้วแตกกระจายหายไปและร่างกายผมก็กลับคืนกลายเป็นผู้ชาย
     
     "เฮ้ย~!? ท่านี้มันท่าของ 'ไนท์....เกอร์' ในดอทบี นี่หว่า"


     "อย่าเอาพลังของฉันเทียบกับไอ้กากตัวนั้นสิยะ อ๊า~! ฉันจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ พวกเราเหล่าปีศาจแวมไพร์น่ะ จะดึงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลากลางคืน แต่ก็ยังมีปีศาจแวมไพร์บางตนที่เวลาตกกลางคืนแล้วจะไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณดิบของตัวเองได้" สิ่งที่ฟรานเดิ้ลกำลังอธิบายอยู่นั้นทำให้ผมเหลือบตาไปมองเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ เธอ


      "ปีศาจตนนั้นจะฆ่าสิ่งที่ไม่ใช่ปีศาจแวมไพร์ไม่หยุด...จนกว่าจะถึงเวลากลางวันของวันถัดไป"


      "สีแดง...สี...แดง พวกเธอชอบสีแดงกันบ้างรึเปล่า?" เด็กผู้หญิงคนนั่นพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ แต่เธอพูดแต่คำพวกนั้นออกมาไม่หยุด


      "ชอบสิคะ...ท่านพี่...แต่ผู้ชายคนนั้นเค้าบอกว่า สีแดงมันไม่เห็นจะดีเลย...เอาสีขาวดีกว่า..."


      "เฮ้ย! นี่เธอพูดอะไรน่ะ ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย" ผมตะโกนเสียงออกไป


      "ท่านพี่เลสในตอนนี้น่ะนะ เค้าชอบสีแดงมาก แต่ถ้ามีใครบางคนมาพูดแทรกว่าชอบสีอื่นที่ไม่ใช่สีแดงให้ได้ยิน ท่านพี่จะเปลี่ยนให้ไอ้เจ้าคนนั่นเป็นสีแดงแทนยังไงล่ะคะ" ยัยนี่มันใช้พี่สาวของตัวเองเป็นเครื่องมือ เพื่อที่จะเอามาจัดการกับเราอย่างนั้นเหรอ?

       "สีแดงเหรอ!? ก็ชอบอยู่หรอกนะ แต่ที่จริงแล้วเราน่ะนะ ชอบสีเหลืองซะมากกว่า" ชิบหายแล้ว!! ยัยหมาบ้าดันเอาน้ำมันไปราดใส่กองไฟเข้าให้แล้ว Σ( ° °|||)

      ผมรีบหันกลับไปมองแวมไพร์สองคนนั้น แต่ก็ถูกเลสพุ่งเข้ามากัดแขนเข้าซะแล้ว


     "อ๊าก!! ยัยนี่พุ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี้ย!!" ผมเหวี่ยงแขนพร้อมกับยัยแม่ชีผีฟาดไปที่พื้นอย่างแรง เพื่อจะให้ยัยแม่ชีผีคายปล่อยแขนผมออกมา แต่ดูเหมือนจะได้ผลซะด้วย


      "เลือด!? เลือด!? เรย์เนสเค้าเลือดออกจะตายแล้วค้า~~! ช่วยด้วย~~!" จูน ตะโกนเสียงออกไปเพื่อจะเรียกคนในเมืองออกมาช่วย


      "ร้องเรียกให้คนมาช่วยก็เปล่าประโยชน์! เมืองนี้ถูกครอบคุมด้วยพลัง 'ดาร์กเนส' ของฉันไปแล้ว ตอนนี้พวกเธอสองคนอยู่ในเงาของเมืองแห่งนี้ยังไงล่ะ"


      "งั้นก็แปลว่าเงาของเมืองนี้มีแค่พวกเราสี่คนอย่างนั้นสินะ?" ผมถาม


      "ถูกต้องแล้วล่ะ"


      "แบบนั้นค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย" ผมเหลือบตาไปมองยัยแม่ชีผีที่กำลังลุกขึ้นและเตรียมจะพุ่งเข้ามาหาผมอีกครั้ง


      "ท่านพี่เลสค้า ผู้ชายคนนี้บอกว่าสีแดงมันดูน่ารังเกียจ เปลี่ยนเป็นสีดำไปเถอะ เค้าว่าแบบนั้นค้า" เอ้า! อะไรของยัยทวินเทลฟ๊ะเนี้ย!? ตูยังไม่ได้พูดอะไรเลย Σ( ̄ ̄)


      "แฮ่~~~!!" ยัยแม่ชีได้ยินคำพูดนั้นก็เส้นเลือดขึ้นหัว วิ่งตรงเข้ามาหาผมอย่างไว


       เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ . . . .

"หืม? อะไรล่ะนั้น" ฟรานเดิ้ลเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ก็ได้เห็นท้องฟ้าที่มืดคลื้มกำลังมีรอยแตกร้าว


       เพล้ง!!! เสียงที่เหมือนกระจกแตกดังขึ้น แสงสว่างได้สอดส่องเข้ามาพร้อมกับเด็กผู้หญิงปริศนา กระโดดลงมาแล้วเหยียบเข้าไปที่กลางหลังของยัยแม่ชีผีล้มหน้าคว้ำ ผมยื่นอึ้งกับภาพที่ไม่เชื่อและจดจ้องไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น เธอผมยาวสีขาวและมีหูแมวที่อยู่บนหัว พร้อมกับชุดกระโปรงยาวสีขาวและมือซ้ายที่กำลังควงเคียวสีเงินขนาดใหญ่


      "นี่ไงล่ะ!? สัตว์เทพอารักษ์ที่เราพูดถึงไง!" จูน ตะโกนเสียงมาหาผม แต่ผมก็ยังยืนอึ้งอยู่ เพราะผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเหมือนกับคนที่ผมกำลังตามหา


      "ปีศาจยมฑูตสีขาวงั้นเหรอ? ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่!?" ฟรานเดิ้ลตะโกนเสียงออกไป


      แสงที่ส่องลงมาจากช่องว่างที่แตกกระจาย ค่อยๆ ฉายไปที่ใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างช้าๆ


      "คาริน...นั่นน้องใช่มั้ย?" ผมพูดออกไป แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นค่อยๆ หันหน้ามาหาผม




      ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ พี่จ๋า...














—————— To Be Continued ——————


      


   
     



[ThaiZeed Master]


Halloween 2014 Sinon  Christmas ! 2014 Happy new year 2015 Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 3500
  • Money: 5653
  • Tz: 3500
  • Posts: 227
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 13-10-2013
พลังน้ำใจ: 4
โพสต์เมื่อ 13-2-2016 23:25:13 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ...ต่อเรื่อยๆเลยนะครับ...

[Platinum Member]


  • โมเอะ: 430
  • Money: 102
  • Tz: 427
  • Posts: 98
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 25-8-2016
พลังน้ำใจ: 2
โพสต์เมื่อ 29-8-2016 00:17:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
นึกถึกชาออสจากsora no otoshimonoเลยแฮะ


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 15-12-2018 07:21 , Processed in 0.043324 second(s), 22 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th