เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1986|ตอบกลับ: 2

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4555
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 12-2-2016 01:28:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 12-2-2016 10:47

The Last Man in the World!? ผมคือผู้ชายในโลกคนสุดท้าย!?


บทที่ 3 : ขอให้ฉันเป็นทาสรับใช้ของท่านเถอะนะคะ









ืื่      พอตื่นมาในยามเช้าอันสดใส ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น บนเตียงนอนของผมก็มีสาวผมสั้นสีม่วงเข้มที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา นอนอยู่ข้างๆ ในสภาพที่เปลือยเปล่าและกอดแขนผมไว้ซะแน่น (⊙﹏⊙∥)°


       "อ่า...นี่มันอะไรกันเนี่ย? ที่สำคัญ...ยัยนี่มันเอมิเลียนี่หว่า..." ผมพยายามจะนึกว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่ก็ไม่รู้แฮะ...นึกอะไรไม่ออกเลย อย่าบอกนะว่าระหว่างที่จำอะไรไม่ได้นั่น เราเผลอปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมา แล้วเผ่นเข้าเมืองตอนกลางดึกไปฉุดยัยนี่มา?


       "นี่เรา...ทำบ้าอะไรลงไป...เดี๋ยวสิเมื่อคืนเราต้องไปนอนที่คอกม้านี่นา"


       "เรย์ เช้าแล้วน้า!" เสียงพี่สาวของผมดังออกมากจากนอกห้อง


       "น้องชายสุดที่รักจ๋า~ นี่เช้าแล้วน้า เค้าพูดจริงๆ เปล่าขี้จุ๊น้า"


       "แย่แล้ว...แย่แล้ว...ซวยแล้ว" ผมรีบหันหน้าดูรอบห้องเพื่อที่จะซ่อนตัวเอมิเลียที่กำลังนอนอยู่ไม่ให้พี่สาวเห็น แต่ก็สายไปซะแล้ว เอมิเลียเริ่มลืมตาตื่นขึ้นมาและพี่สาวผมก็เปิดประตูห้องเข้ามาซะแล้ว


       "อ้าว? ตื่นแล้วไม่ใช่เหรอ วันนี้เอลนี่ทำข้าวเช้ามาให้ด้วยล่ะ ข้าวเช้าวันนี้น่ะนะ...อ๊ะ!?  Σ( ° △ °|||)" พี่สาวผมยังไม่ทันพูดชื่อข้าวเช้าของวันนี้ ก็เหลือบตาไปมองเห็นเอมิเลียค่อยๆ ยกตัวขึ้นแล้วยืดเส้นยืดสายไปมาอบู่บนเตียง


      "อ๊ะ...นายท่านเรย์นาร์ด อรุณสวัสดิ์ค่ะ" เอมิเลียพูดขึ้น


      "ว้ายยย! ทำไมเอมิเลียถึงมานอนกับนายและอยู่ในสภาพเปลือยล่ะ!?" พี่สาวผมเดินมาหยิกแก้มของผมจนยืดออกกลายเป็นตัวตลก


      "หึหึหึ เรย์นาร์ดคนนี้ ในที่สุดก็หาแฟนจนได้!  \( ̄︶ ̄)>" ผมเต๊ะหน้ากวนๆ และยกนิ้วโป้งขึ้น


      "โกหก!  (〒_〒)" พี่สาวพูดพร้อมกับทำหน้าเฉยๆ ใส่


      "สะ...เสียมารยาท! ไหงหาว่าผมโกหกล่ะ!?  Σ( ° △ °|||)"


      "ก็นายน่ะ...ไม่ได้เนื้อหอมซักนิดไม่ใช่เหรอ แถมยังเป็นไอ้โรคจิตคลั่งพี่สาวตัวเองอีกด้วย  ( ̄ε(  ̄) "


      "ใครว่าล่ะ! ดูให้ดีสิ! ผมออกจะเท่ไม่เห็นรึไง?  \ ( ≧ 3 ≦ ) / "


       "อืม ก็เท่จริงๆ อะนะ  ( ̄//// ̄)" พี่สาวผมหน้าแดงพร้อมกับหลบหน้าหนี


      "ค่ะ เท่มากเลยค่ะ (¯▽¯;)" เอมิเลียพูดขึ้น


      "เอ๋? โกหาน่า? จริงเหรอ!? (⊙ω⊙ )" ผมยืนอึ้งกับคำชมที่ทั้งสองคนพูดจนร่างกายกลายผู้หญิงทันที เพราะพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงออกมาแล้ว


      "หัวหน้า! นี่สายมากแล้วนะคะ ถ้าไม่รีบไปแต่งตัว...ห๊ะ!? Σ(⊙△ ⊙" )" มิล ลูกน้องของเอมิเลียเดินเข้ามาในห้อง ก็ได้เห็นเอมิเลียกำลังกอดแขนของเรย์เนสไว้ซะแน่น แล้วเอาแขนเข้าไปในร่องหน้าอกอีกด้วย


     "ก็นึกอยู่หรอกว่าซักวันต้องมีเรื่องแบบนี้ หัวหน้าช่างน่าสงสารเหลือเกิน~" มิลทำหน้าเหมือนคนจะเป็นลม


    "เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ฉันเปล่าทำอะไรหัวหน้าของเธอนะ" ผมพยายามบอกความจริงให้ลูกน้องของเอมิเลียที่ชื่อมิล ให้ทราบ


    "ตามใจ จะพูดโกหกรึอะไรก็พูดไป ฉันเชื่อว่าหัวหน้าของฉันไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่ ฉันจะไปรายงานที่กองอัศวินให้รู้เรื่องนี้" มิล พยายามจะวิ่งลงจากชั้นบนแต่ก็ถูกพี่สาวผมวิ่งไปห้ามเอาไว้


    "ไม่ได้นะคะ ใจเย็นไว้ก่อนค่ะ พูดแบบนี้ฟังดูไม่น่าเชื่อก็จริง...ลองฟังคำพูดจากเจ้าตัวก่อนสิ นะ นะ"


    "โลกใบนี้มันสูญเสียการให้กำเนิดไปนานแล้วนะคะ นี่เธอแยกแยะเรื่องจริงกับจินตนาการไม่ออกแล้วสินะ ถึงได้มาทำอะไรที่เสื่อมเสียกับหัวหน้าของฉันน่ะ" มิลชี้หน้าด่าผมไม่หยุดเลยแห๊ะ


    "ก็เข้าใจอยู่หรอกนะคะ ว่ามันน่าสงสัย!" เอ้า...ยัยพี่สาวตัวแสบนี่ก็ก่ะจะหาเรื่องใส่เรานี่หว่า


    "เพราะงั้น ถามกับเจ้าตัวตรงๆ ก็สิ้นเรื่องเนอะ!" พี่สาวผมแสยะยิ้มใส่ผมพร้อมกับแอบหัวเราะใส่ ยัยพี่บ้า! ไอ้เรารึอุตสาห์นึกว่าจะกลบเกลื่อนแค่ลมปากได้แล้วทั้งที


    "งั้น...เอ่อ...หัวหน้าคะ นี่หัวหน้าคบกับเรย์เนสเป็นแฟนกันจริงรึเปล่าคะ" มิลถาม


    "เข้าใจผิดแล้วมิล...ฉันไม่ใช่แฟนของเรย์เนสหรอกนะ" ไอ้หยา~ ซวยแล้วไงเรา ผมถึงกับนั่งลงกุมขมับ


    "ความจริงแล้วฉันน่ะ...เป็นทาสรับใช้ของคุณเรย์เนสค่ะ... ╮( ̄▽ ̄)╭♡"


     Σ(⊙ _ ⊙; )    Σ( ° △ °|||)   Σ(⊙ △ ⊙")  เปรี๊ยง!! (เสียงซาวด์เอฟเฟคสายฟ้าฟาด)



     เสียงกระซิบจากเบื้องบน(L) : พวกเรามาอ่านความเป็นมาเป็นไปก่อนหน้านี้กันเถอะนะครับ








    ~"พวกเราควรจะทำยังไงดีล่ะทีนี้"~ ผมเงยหน้าไปมองพี่สาวและพูดออกไป


     "รอให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ก่อนแล้วกัน ถ้าเธอยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ได้ พวกเราค่อยคุยกันอีกทีนะ" พี่สาวผมพูดจบ แล้วเดินไปเรียกให้เอลนี่ให้มาช่วยกันอุ้มเอมิเลียขึ้นไปนอนพักที่บ้านของเธอ ส่วนผมได้แต่แอบมองดูอยู่ข้างในคอกม้า


       เมี้ยว~ ผมสะดุ้งตกใจแล้วรีบหันไปมอง


      "แมวตัวสีขาว? โธ่เอ๊ย~ อย่าทำให้ฉันตกใจสิเจ้าเหมี่ยว" ผมเดินไปเกาคางของแมวตัวนั้น แต่ดูเหมือนมันจะชอบเวลามีคนไปเกาคางให้มันแห๊ะ


      "พี่จ๋า" เสียงของเด็กผู้หญิงที่คุ้นเคยได้ดังเข้ามาในหัว ผมชะงักทันทีแล้วหันหน้ามองไปรอบๆ ห้อง


      "สงสัยเราคงจะหูฟาดไปมั่ง" ผมคิดแบบนั่นแล้วหันกลับไปมองแมวตัวนั่น แต่มันก็ไม่อยู่ซะแล้ว


      "กลับมาแล้วจ้า" พี่สาวผมเดินเข้ามาในห้อง


      "พี่ เมื่อกี้เห็นแมวตัวสีขาววิ่งออกไปข้างนอกรึเปล่า?"


      "แมวเหรอ? ไม่เห็นนะ พี่เดินออกมาจากบ้านของเอลนี่แล้วเดินตรงดิ่งมาที่นี่ ไม่เห็นแมวตัวสีขาวที่นายว่าเลยนะ"


      "งั้นเหรอ" ผมถอนหายใจแล้วนอนลงที่กองฟาง


      "แมวตัวนั่นมันทำไมเหรอ?" พี่สาวผมยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าแล้วถามอีกครั้ง


      "ก็แค่มันดูคุ้นๆ ตาน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ผมจะนอนล่ะ" ผมตอบออกไปลอยๆ แล้วผลักหน้าพี่สาวออกไป ผมรีบนอนและพยายามจะนอนหลับให้เร็วที่สุด


      เช้าวันรุ่งขึ้นผมและพี่สาวรีบแต่งตัวแล้วตรงดิ่งไปที่บ้านของเอลนี่ เพื่อจะได้ดูอาการของเอมิเลียที่ถูกพี่สาวของผมสับท้ายทอยเข้าไปจนล้มทั้งยืน เอลนี่เปิดประตูบ้านและเดินนำขึ้นบนบ้าน


     "เธอยังไม่ฟื้นอีกเหรอ?" ผมถามเอลนี่


     "เธอนอนหลับไปรอบที่สองน่ะค่ะ ตอนแรกเธอเริ่มได้สติตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คืนนั่นเธอโวยวายส่งเสียงลั่นบ้าน เธอบอกฉันว่าเห็นผู้ชายอาบน้ำอยู่ที่แม่น้ำข้างๆ คอกม้าที่พวกคุณพักกันอยู่ แต่ฉันบอกเธอไปว่าโลกนี้ไม่มีผู้ชายมาหลายร้อยปีแล้ว และให้เธอกินยานอนพักเพื่อสงบสติอารมณ์ แล้วก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็นตอนนี้แหละค่ะ" เอลนี่อธิบายทุกอย่างให้ผมกับพี่ฟัง


     "อะไรที่ทำให้เอมิเลียหวาดกลัวได้ขนาดนี้?" พี่สาวผมถามเอลนี่อีกครั้ง


     "ตอนที่เธอส่งเสียงโวยวายนั่นคือ เธอไปเห็นหนอนที่น่ารังเกลียดที่อยู่ใต้หว่างขาของผู้ชายคนนั่น ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าในโลกนี้มีหนอนที่ทำให้พาราดินที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้ กลัวได้ถึงขนาดนี้อยู่ด้วยน่ะค่ะ" เอลนี่ตอบกลับ พี่สาวผมเหลือบตามามองหน้าผมและแสยะยิ้มกวนๆ ใส่หน้าผม แต่ที่ผมช็อกมากที่สุดคือ ไอ้สิ่งที่น่าภาคภูมิใจของผมเป็นที่น่ารังเกียจของผู้หญิงในโลกนี้เลยเหรอ ( T ^ T )


      "อะ...อืม"


      "อ๊ะ! เธอเริ่มได้ตื่นขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวฉันขอลงไปทำซุปข้าวโพดก่อนนะคะ" เอลนี่รีบวิ่งลงไปข้างล่างอย่างไว


      "ที่นี่มันที่ไหน? แล้วนี่ฉันมานอนอยู่ที่นี่ได้ยัง?" เอมิเลียหันหน้ามาถามผมและพี่


      "เมื่อคืนมีบอสหลุดออกมาจากเขตเมืองอื่น รูปร่างหน้าตาของมันเป็นตัวหนอนที่น่ารังเกียจมาก เธอตกใจกลัวจนสลบไป พวกฉันเห็นเธอหมดสติจึงรีบพาเธอมานอนพักที่บ้านของเอลนี่" ไอ้คำพูดของพี่สาวผมมันทิ่มแทงเข้าไปที่ตัวผมนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นดาเมจ แถมผมก็หลั่งน้ำตาออกมาเป็นเลือด


      "ยังงั้นเหรอ? แต่ฉันจำได้ว่า ฉันเห็นผู้ชายกำลังอาบน้ำอยู่ที่แม่น้ำนะ"


      "มันเป็นสกิลที่ทำให้เป้าหมายเห็นเป็นภาพหลอนน่ะ เพื่อหลอกให้เหยื่อตกใจกับภาพที่เห็นแล้วพุ่งโจมตีใส่ยังไงล่ะ" นี่น้องชายของผมมันไม่มีสกิลแบบนั่นหรอกพี่  Σ( ̄ ̄)


      "นั่นสินะคะ ส่วนมากพวกบอสจะมีสกิลทำให้พวกเราติดสถานะต่างๆ ขอบคุณนะที่พวกเธอเข้ามาช่วยฉันเอาไว้น่ะ" ยัยนี่มันเชื่อซะสนิทเลยเว้ยเฮ้ย


      "ทุกคนค้า ซุปข้าวโพดเสร็จแล้วนะคะ ลงมาข้างล่างได้แล้วค่ะ" เสียงของเอลนี่ดังขึ้นมาจากด้านล่าง เอมิเลียลุกออกจากเตียงแล้วเดินลงไปข้างล่างก่อน


      "อ้าว? เรย์ ทำไมค่า HP ของนายมันแดงขนาดนั่นล่ะ (⊙_⊙)" พี่สาวผมหันหน้ามาถามและเห็นตัวเลขดาเมจกองอยู่ที่พื้นเต็มไปหมด


     "อ้อ!? พอดียุงมันกัดแล้วตบตัวเองแรงไปหน่อยน่ะ อย่าใส่ใจเลย   ( ̄ε(# ̄) " ผมดันหลังพี่สาวให้เดินลงไปข้างล่างตามหลังเอมิเลีย และผมก็ได้ความรู้มาใหม่ว่า เพียงแค่คำพูดก็สามารถสร้างดาเมจได้เช่นเดียวกัน


    "ขอบคุณซุปข้าวโพดสำหรับเช้าวันนี้ ฉันขอตัวกลับก่อนนะ" เอมิเลียบอกลาและเดินออกจากบ้านเอลนี่ไป  ผมและพี่ช่วยเอลนี่เก็บของเสร็จ แล้วเดินกลับคอกม้า


    "วันนี้พวกเราจะทำอะไรกันดีนะ" พี่สาวถามผม


    "ไม่ล่ะ วันนี้ผมขอนอนพักที่นี่หนึ่งวันนะ พี่จะไปไหนก็ตามสบายเถอะ" ผมทิ้งตัวลงไปนอนบนกองฟางที่ปูผ้าทับเอาไว้


    "งั้นเหรอ ดูจากสีหน้านายแล้วดู่าทางแย่นี่นะ งั้นพี่ไปหาเควสทำก่อนนะ" พี่สาวพูดจบ ผมนอนหันกลับพร้อมโบกมือไล่ ที่ผมเป็นแบบนี้ ก็เพราะพี่พูดทำร้ายจิตใจความเป็นลูกผู้ชายเข้าไปไม่ยั้งน่ะสิ วันนี้ผมถึงไม่อยากไปไหน ( ̄﹏ ̄)


     ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงประตูดังขึ้น ผมลืมตาตื่นขึ้นมาและเดินไปเปิดประตู คนที่เคาะประตูจากด้านนอกคือเอลนี่


     "เอ่อ...มีอะไรเหรอ คุณเอลนี่"


     "คือว่า มีคนส่งจดหมายมาให้ฉัน ที่หน้าซองเขียนไว้ว่า ให้ฉันนำจดหมายนี่มาให้ และคุณเรย์เนสจะต้องอ่านให้ฉันฟังน่ะค่ะ" ผมมั่นใจว่าต้องเป็นของพี่สาวแน่ๆ ผมหยิบจดหมายมาอ่านทันที


    ~"ถึง เรย์เนสน้องสาวสุดที่รัก วันนี้พี่จะกลับค่ำหน่อยนะ เพราะร้านเย็บผ้าเรียกพี่ไปพูดคุยเรื่องขนาดไซส์ชุดชั้นใน ส่วนเรื่องข้าวเย็นก็ 'คุกเข่าอ้อนวอน' ให้เอลนี่ทำให้เถอะนะ ♡   ปล. ถ้าไม่รีบทำก่อนพระอาทิตย์ตกดินจะอดข้าวเย็นนะจ๊ะ  จากพี่"~   ผมรีบหันหน้าไปมองพระอาทิตย์ทันที เฮ้ย!? นี่เราเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ เอลนี่ที่ยืนฟังผมอ่านจดหมาย แต่ก็ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร ผมปิดประตูห้องใส่ทันที


     "เอ่อ รู้สึกว่าคุณพี่สาวจะเอาถุงเงินของคุณเรย์เนสไปด้วยนะคะ (  ˇ ω ˇ  )" เอลนี่พูดผ่านประตูเข้าไปพร้อมกับถือเศษกระดาษที่เขียนว่า 'ถ้าน้องสาวของฉันปิดประตูใส่ ให้พูดว่าฉันเอาถุงเงินของยัยนั่นไปนะ' ขึ้นมาอ่าน


     "ขอโทษค่ะ! ช่วยทำข้าวให้กินก่อนพระอาทิตย์จะตกดินด้วยค่ะ!! \( ≧▽≦ \ )" ผมรีบเปิดประตูออกมา คุกเข่าอ้อนวอนเอลนี่อย่างไว หมดกันความเป็นลูกผู้ชายของผม


     "คริ คริ คุณกับพี่สาวเป็นคนที่ตลกดีจังเลยนะคะ ได้สิคะ เดี๋ยวฉันจะไปทำมาให้นะคะ ( ̄︶ ̄)" เอลนี่แอบหัวเราะนิดๆ และเดินออกไปจากคอกม้า


     "คุณเอลนี่...เรื่องนี้อย่าเอาไปบอกพี่สาวของฉันนะคะ" ผมตะโกนเสียงไล่หลังไป เอลนี่หันกลับมาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ ชักรู้สึกชอบเอลนี่ขึ้นมาแล้วแห๊ะ  (  ̄ ˇ  ̄ )♡





      ~"ขอโทษค่ะ! ช่วยทำข้าวให้กินก่อนพระอาทิตย์จะตกดินด้วยค่ะ!!"~ เสียงของเรย์เนสดังออกมาจากข้างในคอกม้าจนฉันที่แอบหลบอยู่ด้านหลังคอกม้าได้ยินเต็มสองหู จริงๆ แล้วฉันไม่ได้กลับไปที่บ้านหรอกนะ แค่ทำเป็นหลอกตายัยพวกนั่นว่ากลับบ้านไปแล้ว แต่ฉันเดินอ้อมไปที่ด้านหลังคอกม้าที่กางเต็นท์เตรียมเอาไว้ เพราะฉันยังไม่ตัดใจจากเรื่องนี้หรอกนะ ยัยพี่สาวนั่นก็ไม่อยู่ซะด้วย คราวนี้แหละ! ฉันจะต้องจับผิดเธอให้ได้เรย์เนส!


     "ทำอะไรเหรอคะ ท่านพี่เอมิเลีย" เสียงหญิงสาวปริศนาดังมาจากป่าที่อยู่ด้านหลังคอกม้า ฉันรับหันไปมอง ก็ได้เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากป่า


     "นี่เธอ!? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!" แสงของดวงตะวันที่กำลังจะตกดินได้ฉายแสงไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น เธอใส่เสื้อคลุมสไตล์แวมไพร์ ผมสีดำเข้มและมัดผมทรงทวินเทล พร้อมกับกิ๊บรูปทรงหัวกระโหลกติดริ้บบิ้นยาวสีแดงทั้งสองข้าง มือซ้ายถือเคียวขนาดใหญ่


     ชื่อ Monster : องค์หญิงแวมไพร์ ลำดับที่ 4 ฟรานเดิ้ล สการ์เลต

     เลเวล : 390

     เพศ : หญิง

     ประเภท :  ปีศาจแวมไพร์

     ระดับ : บอส

     สถานที่อยู่อาศัย : ปราสาทมารแดง


     "อย่าพูดอะไรที่มันดูน่าหยาบคายกับน้องสาวของตัวเองสิคะ ฉันแค่จะมาพาตัวท่านพี่กลับไปก็เท่านั่นเองนะ" ฟรานเดิ้ลเดินเข้ามาใกล้ฉัน เธอหยิบการ์ดประจำตัวของฉันออกมาเปลี่ยนการ์ดให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งแล้วโยนมาให้ฉันคืน


     ชื่อ Monster : องค์หญิงแวมไพร์ ลำดับที่ 3 เอมิเลีย สการ์เลต

     เลเวล : 440
     เพศ : หญิง
     ประเภท :  ปีศาจแวมไพร์
     ระดับ : บอส
     สถานที่อยู่อาศัย : เมืองแห่งการเริ่มต้น แอนซาลนิส

    "ฉันจะไม่กลับไปที่ปราสาทอีกแล้ว เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันทิ้งทุกอย่างเพื่อจะมาอยู่ที่นี่น่ะ" ฉันพูดพร้อมกับชักดาบออกมา

     "ยังจะเข้าข้างพวกมนุษย์พวกนี้อยู่เหรอคะ ฉันไม่เห็นอะไรดีขึ้นซักอย่างเลย จำนวนก็ไม่เพิ่มขึ้นและไม่ลดลง แถมโลกใบนี้ก็สูญเสียการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตไปอีก แล้วไอ้คำพยากรที่ว่าจะมีบรุษเข้ามาเยือนที่โลกใบนี้ ก็กลับมากลายเป็นผู้หญิงซะนี่ ได้ยินแล้วน่าผิดหวังชะมัดเลย" ฟรานเดิ้ลพูดพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่าย

     "มันก็ไม่แน่เสมอไปนะ ฉันเชื่อว่าคำพยากรนั่นต้องไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน ดูข้างในคอกม้านั่นซะสิ" ฉันชี้นิ้วให้ฟรานหันไปมองคนที่อยู่ข้างในคอกม้า

     "หืม? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยแห๊ะ ยัยนั่นมันใครกันน่ะ?"

     "เธอคนนั่นคือเจ้าของการ์ดที่มีตัวเลขเหมือนกับการ์ดของ กาเวน บุรุษในตำนานที่สังหารพ่อของพวกเราไปยังไงล่ะ"
ฟรานเดิ้ลได้ฟังสิ่งที่ฉันพูด ถึงกับเส้นเลือดขึ้นหน้า เพราะเธอเกลียดกาเวนและผู้ชายมาก

     "นั่นน่ะเหรอ ตัวจริงของคำพยากรนั่นน่ะ ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่ แค่เดินเข้าไปฆ่าทิ้งก็สิ้นเรื่อง" ฉันได้ยินคำพูดนั่นจากปากของฟรานเดิ้ล จึงรีบวิ่งไปขวางเธอทันที เพราะถึงแม้ผู้หญิงในโลกนี้จะมีชีวิตเป็นอมตะมานับร้อยๆ ปี แต่ถ้าถูกคนในสายเลือดมารแดงฆ่า ก็จะตายทันที

     "อย่ามาขวางท่านพี่ ความหวังของกาเวน ฉันจะทำลายไปให้หมด" ดวงตาสีแดงของฟรานเดิ้ลเริ่มส่องแสงประกายออกมา

     "ถ้าอยากทำลายมากขนาดนั่นก็ผ่านศพฉันไปก่อนสิ ฟราน..." ดวงตาของฉันเองก็ส่องประกายเป็นสีแดงเช่นเดียวกัน

     "ท่านพี่ก็รู้อยู่นี่คะ ว่าคนที่มีสายเลือดของมารแดง จะสามารถฆ่าคนได้ ต่อให้มีพลังอมตะก็ตาม ถ้ายังยืนขวางและพูดอะไรโง่ๆ แบบนั่นออกมาอีกล่ะก็ เดี๋ยวจะตายเอานะ"

     "ฉันจะปกป้องมนุษย์คนนี้ โดยใช้ชีวิตของฉันเป็นเดิมพัน..." ฉันแสยะยิ้มแล้วพูดคำพูดที่ดูโง่ๆ ออกไป ฟรานเดิ้ลโมโหมาก เธอขว้างเคียวมาใส่ฉันทันที



   
บึ้ม!!!! เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้ผมที่อยู่ในคอกม้าสั่นไหวกับแรงสั่นสะเทือน ข้าวของต่างๆ ล้มละเนละนาด ผมรีบวิ่งออกมาดูข้างนอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ผมเห็นคือเปลวไฟสีแสดกำลังลุกไหม้อยู่กลางทุ่งหญ้า ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกระเด็นออกมาจากเปลวไฟ แต่หญิงสาวคนนั้นดูคุ้นหน้าคุ้นตามาก ผมจึงรีบวิ่งไปดูเธอใกล้ๆ

     "นี่มัน!? เอมิเลียไม่ใช่เหรอ นี่มันเกิดอะไรเนี่ย" ผมพยายามสั่นตัวเธอให้ตื่น แต่พอมองดูดีๆ แล้ว ทำไมเธอถึงมีปีกค้างคาวอยู่ที่กลางหลังล่ะ เอมิเลียเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วมองหน้าผมที่ยังอยู่ในร่างผู้หญิง เธอรีบผลักผมออกไปทันที

     "นี่! ทำอะไรของเธอเนี่ย มันเจ็บนะยะ"

     "อย่ามองนะ อย่ามองฉันนะ" เอมิเลียตะคอกเสียงใส่ผมและพยายามจะซ่อนปีกค้างคาวของตัวเองไม่ให้ผมเห็น

     "เอมิเลีย อย่าบอกนะว่าเธอ..." ผมกำลังจะพูด แต่ก็มีเคียวขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากกองไฟพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจ

     "ความลับแตกแล้วสินะ ที่ทำให้มนุษย์ผู้หญิงคนนั่นรู้ตัวจริงของท่านพี่ว่าเป็น 'ปีศาจ' น่ะ" ผู้หญิงคนนั่นพูดออกมาซะเสียงดัง ผมรีบหันกลับไปมองเอมิเลีย เธอนั่งตัวสั่นมากและกำลังร้องไห้

     "เป็นความจริงเหรอเอมิเลีย สิ่งที่ยัยนั่นพูดว่าเธอเป็นปีศาจน่ะ เป็นความจริงเหรอ?" ผมถามออกไป เธอหันหน้ามาหาผมและพยักหน้า

     ดวงตาที่แสนเศร้าแบบนั่น มันทำให้ผมนึกตอนไปฝึกวิชาการต่อสู้กับอาจารย์ของพี่สาวที่เก่งทางด้านการต่อสู้ ท่านบอกกับผมมาตรงๆ ว่าวิชาศิลปะการต่อสู้มันไม่เหมาะกับผม 'ผมไม่มีพรสวรรค์ เลิกคิดซะเถอะ' ตอนที่อาจารย์บอกว่าผมไม่มีทางฝึกถึงขั้นสุดยอดได้ ให้ฝึกไว้แค่พอใช้ป้องกันตัวได้ก็พอ ผมช็อกจนถึงกับเลิกฝึกที่โรงฝึกของอาจารย์ท่านนั่นไปเลย

     เอี้ยด~ โครม! แต่พอผมและพี่สาวสูญเสียคารินไป ผมก็เกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย ก็เลยตัดสินใจกลับไปฝึกอีกครั้ง ทั้งอ้วกอ้วกแตนเป็นเลือด กระดูกแทบป่นเป็นผง แต่ก็ปรุกเร้าความกระวนกระวายในอก แล้วทุ่มเทฝึกฝนเรื่อยมา เพื่อที่ครั้งหน้าจะต้องปกป้องพี่สาวให้ได้ เพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนคาริน แต่ผมอยากแข่งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องคนที่โศกเศร้าเสียใจและร้องไห้ด้วยไม่ใช่เหรอ?

    "เฮ้ ยัยทวินเทลนั่นน่ะ" ผมพูดออกไปและเดินตรงเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว และใช้พลังตาเทพดูข้อมูลต่างๆ จากผู้หญิงคนนั่น

    "ความจริงฉันแค่จะพาตัวท่านพี่เอมิเลียกลับไปที่ปราสาทมารแดงเท่านั่น แต่ดูเหมือนว่าจะมีของเล่นมาให้ฉันฆ่าทิ้งซะแล้วสิ ก็ได้ฉันจะยอมเล่นด้วยก็แล้วกัน"

    "ฟรานเดิ้ล สการ์เลต เลเวล 390 ระดับบอส ดูท่าทางจะสู้ลำบากแห๊ะ" ผมหยิบดาบของเอมิเลียที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา

    "บ้าน่า!? ดาบเล่มนั่นต้องเป็นสายอาชีพอัศวินและต้องมีเลเวล 200 ขึ้นไปนะ ทำไมเธอถึงใช้มันได้ล่ะ?" เอมิเลียตะโกนเสียงมาหาผมพร้อมกับสีหน้าที่ดูตกใจมากๆ

    "เพราะฉันคือ 'เทพ' ยังงั้นล่ะ!" แจ๋วมั้ยล่ะ การที่ได้ประกาศตัวตนที่แสนจะโอเวอร์ของผม แต่เอมิเลียและฟรานเดิ้ลทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูดเลยนี่สิ (▔﹏▔)

    "เทพเหรอ? ไอ้ของแบบนั่นใครมันจะไปเชื่อกัน" ฟรานเดิ้ลพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ดูจากท่าทางแล้ว ยัยนี่ท่าจะเป็นสายความว่องไว(AGI) ผมลองตวัดดาบไปโต้งๆ แต่ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะหลบได้สบายๆ สงสัยเราจะอัพค่าความแม่นยำ(DEX) น้อยไปจริงๆ  แห๊ะ (▔﹏▔)

    "แน่จริงอย่าใช้ปีกบินหลบสิยะ!"

    "ฉันเป็นถึงระดับบอสนะ ไอ้เรื่องเล่นตุกติกน่ะ ของถนัดล่ะ" ถูกอย่างที่ยัยทวินเทลพูด พวกบอสมันชอบเล่นตุกติกกันเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างเช่นเรียกลูกน้อง คืนชีพลูกน้อง และสกิลที่ดูรุนแรงพร้อมเอฟเฟคที่แสนจะโอเวอร์สุดๆ ผมมัวแต่คิดเรื่องพวกนี้ จนโดนยัยนั่นจับขาแล้วเหวี่ยงไปที่คอกม้าพร้อมกับยิงลูกพลังใส่นับไม่ถ้วน

    "เรย์เนส!!" เอมิเลียตะโกนเสียงไปหาเด็กสาวที่เพิ่งโดนฟรานเดิ้ลเหวี่ยงเข้าไปในคอกม้าที่กำลังลุกไหม้

    "กระจอกชะมัด! นี่น่ะเหรอ ความหวังสุดท้ายที่ท่านพี่น่ะ" ฟรานเดิ้ลบินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเอมิเลีย เธอยื่นมือไปจิกผมของเอมิเลียและยกขึ้น

    "กลับบ้านกันเถอะนะท่านพี่ ทุกคนที่ปราสาทเค้าเป็นห่วงกัมากเลยนะ โดยเฉพาะท่านพี่ ฟิวเลียร์ น่ะนะ" เอมิเลียพอได้ยินชื่อของพี่สาวคนโต ก็พยายามดิ้นให้หลุดจากมือของฟรานเดิ้ล

     "ไม่! ฉันไม่อยากกลับไปที่นั่น ไม่เอานะ!!"

     "ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ท่านพี่ฟิวเลียร์เค้าแค่จะทำโทษเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านพี่ทรยศพวกเรา โดยการจับท่านพี่เข้าไปใน ไออ้อนเมเด้น* ยังไงล่ะคะ! "   (*เครื่องทรมานที่มีทรงเป็นโลงเหล็กแนวตั้งขนาดพอดีกับมนุษย์ มีประตูเปิดปิดได้ ข้างในจะเป็นเหล็กแหลมยาวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อทรมานผู้ต้องหาที่อยู่ข้างในโดยการให้เหล็กแหลมทิ่มแทงให้เสียเลือดจนตาย)

     "ไม่เอา! ฉันไม่อยากเข้าไปข้างในนั้นอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ ขอร้องล่ะ!" เอมิเลียร้องไห้และขอร้องฟรานเดิ้ล แต่ดูเหมือนว่าเธอจะถูกใจกับการได้ดูคนที่ถูกทรมานเป็นอย่างมาก จึงไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของเอมีเลียเลยซักคำ

     "เฮ้ย! จะรีบไปไหนเล่า ยัยหัวทวินเทลโรคจิต" ผมตะโกนเสียงออกไป จนทำให้ยัยนั่นชะงักและหันหน้ากลับมามอง

     "บ้าน่า โดนพลังของฉันเข้าไปเต็มๆ แบบนั่นแล้วยังรอดกลับได้แบบนี้ นี่แกเป็น...ใคร..." ยัยหัวทวินเทลโรคจิตหยุดพูดทันที เมื่อได้เห็นผมเดินออกมาจากคอกม้าที่กำลังลุกไหม้ แสงของไฟค่อยเผยรูปร่างของผมให้หญิงสาวทั้งสองคนเห็น

     "เรย์เนส...นี่เธอเป็น..."

     "ผู้ชาย!? นี่แกเป็นผู้ชายยังงั้นเหรอ!? (⊙_⊙) " ฟรานเดิ้ลพูดแทรกเข้ามาก่อนที่เอมิเลียจะพูดจบ

     "แน่นอน ชายแท้ 100% เลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ ฉันจะให้เธอทักทายน้องชายของฉันหน่อยก็ได้นะ" ผมถอดกางเกงออกแล้วโชว์น้องชายของผมให้ยัยหัววินเทลดู

      สวัสดีชาวโลก!! จุ๊กกรู๊~ แปร๋นๆ~!  \( ̄︶ ̄)>

     "กรี้ดดดด!!! น่าเกลียดที่สุด!!! นี่แกเอาของน่าขยะแขยงนั่นมาให้ฉันดูได้ยังไงน่ะ ห๊า! Σ( ̄ ̄) "

      "น่าขยะแขยงเหรอ!? บ้ารึเปล่า! น้องชายของฉันคือสิ่งที่จะมอบชีวิตให้กับโลกใบนี้เชียวนะ จงภูมิใจซะเถอะ!!" ผมเริ่มเดินเข้าไปใกล้ยัยทวินเทลเรื่อยๆ ยัยนั่นรีบปล่อยผมเอมิเลีย แล้วยกขึ้นมาปิดตาของตัวเองทันที

      "อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ!!"

      "น้องสาวของฉันเกลียดผู้ชายมาก ตอนนี้แหละ รีบจัดการเลยเรย์เนส!!" เอมิเลียตะโกนเสียงมาหาผม แล้วก็รีบหลบหน้าหนีทันที หุหุ ต้องแบบนั่นสิ ถึงจะคุ้มค่าเปิดเผยตัวตนหน่อย

      "ได้เลย!!" ผมรีบสวมกางเกงและวิ่งตรงเข้าไปหายัยทวินเทลทันที  ยัยนั่นกลัวและตัวสั่นมาก เธอรีบทิ้งเคียวพร้อมกับล้มลงไปนั่งกับพื้นและค่อยๆ ครานถอยหลังหนีผม


      "กลัวแล้ว! กลัวแล้ว ฉันกลัวแล้วค่ะ อย่าเข้ามาใกล้ฉันไปมากกว่าเลยนะคะ ขอร้องล่ะ!" ยัยทวินเทลกุมมือขอร้องไม่ให้ผมเข้าไปใกล้มากกว่านี้ แต่ก็สายไปแล้วล่ะ


      "จบกันที!!!" ผมยื่นหมัดตรงออกไปข้างหน้า


      "กรี้ดดดดดดด!!"  


      เพี๊ยะ!! เสียงดีดหน้าผากดังขึ้นและผมก็ค้างนิ้วเอาไว้ ส่วนยัยทวินเทลถึงกับตาเหลือกแล้วฉี่ราดออกมา


      "ก็ก่ะจะฆ่าทิ้ง...อยู่หรอกนะ แต่เห็นว่ายังไงก็เป็นน้องสาวของเอมิเลีย"


      "แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก" ฟรานเดิ้ลนั่งนิ่งเงียบและไม่พูดไม่จาอะไร ได้แต่จ้องหน้าผมเขม็ง


      "เอาเป็นว่าครั้งนี้จะอภัยให้ แต่ว่า...ถ้าเธอเข้ามายุ่งกับเอมิเลียล่ะก็ ครั้งหน้าจะฆาทิ้งนะ จำไว้ด้วยละกัน คงเข้าใจนะ" จากนิสัยหื่นกามของผมเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งทันที


      "คะ...ค่ะ" ฟรานเดิ้ลรีบบินหนีเข้าไปในป่าที่อยู่หลังคอกม้า ผมเหลือบตาไปมองเอมิเลียที่กำลังนั่งดูผมอย่างไม่ละสายตา


      "ทำไมนาย...ถึงมาช่วยฉันล่ะ...?"


      "เพราะเธออยู่ฝ่ายเดียวกันพวกเราและยืนหยัดที่จะปกป้องพวกเราไม่ให้ยัยนั่นเข้ามาทำร้าย ฉันดีใจมากเลยนะ ที่มีปีศาจแบบนั่นอยู่ในโลกนี่ด้วย แต่ว่าเธอแค่คนเดียวคงจะไม่ไหวแน่ๆ ฉันก็เลยอยากจะปกป้องทุกคนเหมือนๆ กับเธอ และอีกอย่างนะ เรื่องที่เธอกลัวว่าปีศาจอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ไม่ได้น่ะ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยซักนิด ฉันน่ะนะขอแค่มีเธออยู่ปกป้องไปแบบนี้ ฉันก็มีความสุขแล้ว..."


       "ตะ...แต่ว่านาย...รู้ว่าฉันคือปีศาจ ก็จะไปบอกทุกคนให้รู้ไม่ใช่เหรอ พวกเราเคยคิดจะทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของนายนะ ยังจะมีคนยอมรับฉันอยู่อีกอย่างนั่นเหรอ?"


      "ฉันไม่บอกหรอก เรื่องตัวตนที่แท้จริงของเธอน่ะ เพราะเธอเองก็รู้ตัวตนของฉันไปด้วยเหมือนกันนี่นา" ผมเดินเข้าไปกอดเอมิเลียและยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของเธอ


      "เธอจะต้องมาอยู่เคียงข้างฉันตลอดไปนะ และช่วยกันเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะ เอมิเลีย..." ผมพูดจบ เอมิเลียก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมาและยื่นแขนขึ้นมากอดผมเช่นเดียวกัน


      "ค่ะ...ฉันจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไปค่ะ นายท่านของฉัน" เอมิเลียพูดจบ ผมก็หมดสติไปทันที เพราะโดนการโจมตีด้วยลูกพลังของฟรานเดิ้ลเข้าไปเต็มๆ พี่สาวผมและเอลนี่รีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงตัวผมไปที่บ้านของเอมิเลีย ส่วนคอกม้าที่ได้รับความเสียหายนั้น เอมิเลียจะเป็นคนจ่ายค่าความเสียหายให้ทุกอย่าง ส่วนเอลนี่ที่รู้เรื่องตัวจริงของผมก็ได้ฟังความจริงจากพี่สาวและเธอก็จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้ด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเอมิเลียได้บอกตัวตนที่แท้จริงให้พี่สาวผมและเอลนี่ฟังทุกอย่าง จนเวลาผ่านไป 2 วัน




    "เป็นยังไงบ้าง เค้าเริ่มได้สติขึ้นมาบ้างรึยัง คุณเลเน่" ฉันเดินเข้ามาในห้องและถามอาการของเรย์นาร์ด


     "ยังเลย ดูเหมือนต้องให้นอนยังงี้ไปอีกสักพัก เห็นเอลนี่บอกว่าพรุ่งนี้เช้าก็คงตื่นขึ้นมาแล้วล่ะ"


     "คุณเลเน่นั่งเฝ้าน้องชายอยู่แบบนี้มา 2วัน 2คืน แล้วนะคะ ไปนอนพักบ้างเถอะ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนเฝ้าดูอาการของเรย์นาร์ดให้เองนะคะ" ฉันเดินมาจับไหล่ และเห็นเลเน่กำลังเช็ดน้ำตาออกอย่างไว


     "นั่นสินะคะ ขอฝากดูแลน้องชายของฉันด้วยนะคะ" เลเน่เดินออกไปจากห้อง


     "ดีจังเลยนะ ที่นายมีพี่สาวที่เป็นห่วงเป็นใยแบบนี้น่ะ ฉันเห็นแล้วอิจฉามากเลยนะ รู้มั้ย" ฉันยื่นมือไปลูบหัวของเรย์นาร์ด อย่างช้าๆ และจ้องดูใบหน้าที่กำลังหลับอย่างไม่ละสายตา ฉันยื่นหน้าลงไปมองด้านล่างก็เห็นเลเน่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ แล้วฉันจึงรีบใช้โอกาสนี้ทำอะไรสักอย่างตอนที่เธอหลับอยู่ ฉันถอดเสื้อผ้าออกจนร่างเปลือยเปล่าแล้วขึ้นไปนั่งบนร่างที่กำลังนอนนิ่งของเรย์นาร์ด


     "เรามาทำสนธิสัญญากันเถอะนะ" ฉันยืดเขี้ยวออกมาแล้วกัดเข้าไปที่คอของเรย์นาร์ด จนทำให้เกิดแสงส่องประกายไปทั่วร่างของฉัน เรย์นาร์ดเริ่มขยับตัวเล็กน้อยเพราะผลของพลังที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้


    "ฮิ ฮิ ฮิ การทำสนธิสัญญาเสร็จสิ้น ขอให้ฉันเป็นทาสรับใช้ของท่านเถอะนะคะ จากนี้ไปฉันจะคอยอยู่เคียงท่านตลอดไปค่ะ นายท่านของฉัน จุ๊บ~ "









   —————— To Be Continued ——————






[ThaiZeed Master]


Halloween 2014 Sinon  Christmas ! 2014 Happy new year 2015 Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 3380
  • Money: 5473
  • Tz: 3380
  • Posts: 227
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 13-10-2013
พลังน้ำใจ: 4
โพสต์เมื่อ 12-2-2016 08:47:10 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ

[Diamond Member]


Saitama Inori

  • โมเอะ: 362
  • Money: 562
  • Tz: 362
  • Posts: 12
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 17-1-2015
พลังน้ำใจ: 0
โพสต์เมื่อ 3-4-2016 05:25:38 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ผมนี่เลือดสูบฉีดเลย

[Platinum Member]


  • โมเอะ: 430
  • Money: 101
  • Tz: 427
  • Posts: 98
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 25-8-2016
พลังน้ำใจ: 2
โพสต์เมื่อ 28-8-2016 23:22:44 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ไมน์เบรคเรียบร้อย


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 16-10-2018 03:57 , Processed in 0.050280 second(s), 25 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th