เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 402|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 24-11-2015 22:43:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 29-1-2016 16:54

          "ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาร์เกิ้ล เด็กคนนี้มันเป็นตัวอันตราย จะให้มันอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด อยู่ไปก็ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆหนีหายไปหมด" เสียงของชายคนหนึ่งได้ดังขึ้นมาจากห้องของผู้จัดการสวนสนุก
         
          "แต่ว่าที่ของเล่นพวกนี้ขยับได้นั้นเป็นเพราะพลังของเธอนะ จะให้ไล่เธอไปแบบนั้นคงจะไม่ได้" เสียงของผู้จัดการสวนสนุกตอบกลับ

          "ยัยเด็กนั้นมันเป็นแม่มดนะครับ ถ้าเรื่องพวกนี้เข้าหูพวกจักรวรรดิ์ล่ะก็ พวกเราก็จะเดือดร้อนเอานะครับผู้จัดการ!!"

          พอเวลาผ่านไปสักพักก็มีทหารของจักรวรรดิบุกเข้ามาที่สวนสนุก จำนวนทหารที่บุกเข้ามาประมาณ 100 นาย และถืออาวุธครบมือ

          "มีคนรายงานมาว่าที่สวนสนุกแห่งนี้มีคนที่สามารถแตะสิ่งของแล้วทำให้มันขยับได้เหมือนสิ่งมีชีวิต ซึ่งนั้นทำให้พวกเราฟันธงเลยว่านั้นคือพลังของพวกแม่มด พวกเราไปลากตัวมันออกมา!!"

          เหล่าทหารได้แยกย้ายกันออกไปเพื่อตามหาเด็กหญิงคนหนึ่งและได้ทำลายอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องเล่นพังพินาศ

          "แย่แล้วสิ มีคนไปบอกพวกจักรวรรดิเหรอเนี้ย!? หรือว่าแกเป็นคนไปบอกน่ะ ห๊า!?" ผู้จัดการรีบดึงเสื้อของลูกน้องตนเข้ามาใกล้ๆหน้า

          "ผมเปล่านะครับ! ผมทำงานอยู่ที่เครื่องเล่นม้าหมุนนี้ตลอด ซิลเวอร์ ก็อยู่ข้างๆด้วย ผมจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง!?"  พนักงานเครื่องเล่นรีบตอบกลับ

          "งั้นก็แปลว่ายังมีคนอื่นที่ไม่ชอบพลังของ ซิลเวอร์ ยังงั้นเหรอ?" ผู้จัดการ รีบวิ่งออกจากห้องแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องๆหนึ่ง แล้วถีบประตูเข้าไปข้างในห้อง ซึ่งในห้องก็มีเด็กหญิงผมยาวสีดำเข้มสวมชุดตุ๊กตาจิ้งจอกขาวกำลังเล่นประกอบตัวต่ออยู่

          "มีอะไรเหรอคะ ผู้จัดการ?" เด็กหญิงถาม

          "ซิลเวอร์! รีบหนีออกไปจากที่นี่เร็วเข้า เธออยู่ที่ต่อไปไม่ได้แล้ว!" ผู้จัดการตอบกลับแล้วรีบจูงมือของเธอ แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง

           อ๊ากกกก!

           พนักงานเครื่องเล่นม้าหมุนถูกทหารของจักรวรรดิฟันเข้าไปที่หน้าอกล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วเลือดก็ค่อยๆไหลออกมา และเหล่าพนักงานคนอื่นก็ถูกสังหารตายกันหมด  

          "เฮ้ย! เจอยัยแม่มดแล้ว มันอยู่นั้น รีบตามมันไปเร็วเข้า!!" ทหารนายหนึ่งเห็นทั้งสองคนเข้าแล้วตะโกนเรียกพรรคพวกให้รีบวิ่งตามมา

          "ชิ! ถูกเห็นเข้าซะแล้ว ซิลเวอร์ รีบทำอะไรซักอย่างซิ อย่าให้พวกนั้นเข้ามาใกล้"

          "แต่ว่า...ผู้จัดการบอกว่าห้ามเอามันไปทำร้ายผู้คน" ซิลเวอร์ถามแล้วมองไปที่หน้าผู้จัดการ

          "ครั้งนี้ฉันให้อนุญาต รีบๆจัดการพวกทหารเร็วเข้า!" ผู้จัดการตะคอกใส่ จนทำให้ซิลเวอร์ใช้พลังทำให้เหล่าตุ๊กตาและเครื่องเล่นยืน
ขวางทางเอาไว้

          "เยี่ยมมากเลย! ทำได้ดีมากซิลเวอร์" ผู้จัดการได้พูดชมและลูบหัวของเธอ

          "ทำได้ไม่เลว สำหรับพวกแม่มด" แม่ทัพของเหล่าทหารที่บุกเข้ามาในสวนสนุกเดินออกมาจากเต๊นท์ขายของเล่นมือขวาถือหัวของ
พนักงานคนหนึ่งแล้วโยนออกไปที่ทั้งสองคนยื่นอยู่ ซิลเวอร์ที่มองไปที่หัวของพนักงานคนหนึ่งก็ได้ร้อง "กรี๊ด" ดังลั่น

          "อย่าไปมองนะ!" ผู้จัดการ รีบปิดตาของซิลเวอร์ที่กำลังร้องไห้ออกมา

          "ส่งเด็กคนนั้นมาให้ฉันซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก" แม่ทัพทหารได้ยืนข้อเสนอออกไป

          "ขอปฎิเสธ!" ผู้จัดการตอบกลับแล้วดึงเสาเหล็กออกมาจากพื้น

          "ผู้จัดการคะ จะทำอะไรน่ะ!!" ซิลเวอร์ดึงแขนเสื้อของเค้าแล้วเงยหน้ามองขึ้นไป

          "ซิลเวอร์ ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว จงจำไว้ให้ดีนะ" ผู้จัดการค่อยๆพูดออกมาแต่เสียงของเค้าเบามาก

           "..." ซิลเวอร์ยื่นนิ่งแล้วรอฟังคำพูดของเค้า

           "เธอรีบใช้พลังของเธอแล้วหนีออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด และอย่าหันหลังกลับมามองเป็นอันขาด จงหลบซ่อนที่ใดก็ได้ที่ที่ไม่มีอันตราย เธอน่ะจงมีชีวิตอยู่ต่อไป " พอผู้จัดการพูดจบก็วิ่งไปปะทะกับแม่ทัพทหารทันที

             ซิลเวอร์เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้จัดการจึงใช้พลังเวทย์ทำให้ม้าหมุนตัวหนึ่งวิ่งลงมาแล้วเธอก็รีบกระโดดขึ้นขี่แล้วม้าหมุนตัวนั้นก็รีบวิ่งออกจากสวนสนุกทันที

           "โง่ชะมัดเลยนะแก แค่ส่งตัวยัยเด็กนั้นมา แกก็จะรอดได้แล้วแท้ๆ" แม่ทัพทหารได้พูดขึ้นมาแล้วสะบัดดาบออกมาฟันเข้าไปที่ขาของผู้จัดการ

           "จะให้ทำแบบนั้นน่ะ เดี๋ยวภรรยาฉันที่บนอยู่สวรรด์ก็โกรธเอาน่ะสิ ฉัน ไมเคิล คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล จะปกป้องลูกสาวของฉันให้ถึงที่สุด ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่ได้เรียกฉันว่า "พ่อ" แต่ฉันจะปกป้องเธอ!!" ขาที่ถูกฟันเลือดไหลออกมาไม่หยุด ไม่สามารถสร้างความเจ็บปวดกับพลังแห่งความรักของผู้เป็นพ่อได้ เค้าจึงวิ่งเข้าไปปะทะกับแม่ทัพทหารอีกครั้ง

          พอซิลเวอร์หนีออกมาไกลจากสวนสนุกแล้วก็หันกลับไปมองที่สวนสนุกที่กำลังถูกเผา และเงาของชายสองคนที่กำลังต่อสู้แต่สุดท้ายภาพที่เธอเห็นนั้นคือเงาของชายที่ถือเสาเหล็กได้ถูกฟันหัวหลุดออกจากบ่าแล้วล้มลงไป ชายที่เป็นผู้จัดการของสวนสนุกที่เด็กหญิงคนนี่ทั้งๆ
ที่รู้ว่าชายคนนั้นคือ "พ่อ" ของเธอ แต่ก็สายเกินไปแล้วที่เธอจะพูดคำๆนั้นออกไป น้ำตาของเด็กหญิงก็ไหลออกมาทันที แล้วตะโกนเสียงออกไปว่า "หนูขอโทษค่ะ คุณพ่อคะ!" แล้วเสียงๆนั้นก็ดังออกไปถึงร่างของชายที่ไม่มีหัวนอนอยู่กับพื้น ส่วนหัวของเค้าที่กำลังหลับตาลงไป แต่ก่อนที่จะหลับตานั้นสัมผัสการได้ยินยังใช้การได้อยู่ ก็ได้ยินเสียงที่เค้าอยากได้ยินที่สุดในชีวิต แล้วก็ได้หลับตาลงอย่างสงบ

     ...จงมีชีวิตอยู่ต่อไป...ลูกสาวคนเดียวของฉัน ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล...


         เวลาผ่านไป 15 ปีแล้ว หลังจากสงครามของเหล่าจอมเวทย์กับจักรวรรดิ์ศักดิ์สิทธื์จบลง สวนสนุกร้างที่ไร้ผู้คนและสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากประตู แล้วเครื่องเล่นต่างๆและเหล่าตุ๊กตาที่โทรมๆ ก็ขยับเดินไปมา เหมือนกับว่าสวนสนุกแห่งนี้ยังเปิดต้อนรับคนอยู่ตลอดเวลา เด็กหญิงสวมชุดจิ้งจอกขาวเดินถือจานเห็ดย่างเสียบไม้ ได้เดินไปวางตามจุดต่างๆ ที่เป็นจุดของพนักงานของเครื่องเล่นนั่งประจำ

         
        "นี่ นี่ รู้มั้ยว่าตอนที่ซิลเวอร์กำลังเดินกลับมาที่สวนสนุกน่ะ ได้เห็นกลุ่มควันรูปดอกเห็ดด้วย มันใหญ่มากเลยล่ะ ซิลเวอร์ก็เลยคิดว่าอาหารเที่ยงวันนี้เป็นเห็ดย่างยังไงล่ะ" เด็กหญิงก็เดินแจกจ่ายเห็ดย่างไปยังที่นั่งประจำของพนักงานเครื่องเล่นต่างๆ

        "อ๊ะ! นายน่ะ...กินไม่อิ่มยังงั้นเหรอ? แต่ว่าเห็ดย่างที่เหลือน่ะ ซิลเวอร์จะเอาไปให้ผู้จัดการ! อื้ม!...ดีมาก...ถ้าเข้าใจยังงั้นก็ดี...ฮ่ะ...ฮ่ะ"

         ฉันชื่อ ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล เป็นสมาชิกกลุ่ม RKS ลำดับที่ 9 ฉายานักวางกับดัก และได้รับคำสั่งให้มาประจำการอยู่ที่นี่ซึ่ง
ฉันเป็นคนขอร้อง ท่านหญิงชีเซลล์ หัวหน้าของกลุ่ม RKS ขอร้องให้ท่านกราฟยอมให้ฉันมาประจำการอยู่ที่นี่ เพราะไม่มีที่ไหนเลยที่จะให้ฉันอยู่ได้ ทุกคนน่ากลัวกันทั้งนั้น มีแต่ที่นี่เท่านั้นที่ฉันอยู่ได้และก็ได้กลับมาเห็นหน้าของคนที่ฉันคุ้นเคย แต่ก็มีรายงานมาว่า แหลมเทือกเขาเหมืองแร่ นอซดรู ที่คุณซอร์เนียร์ ประจำการอยู่ที่นั้นถูกทำลายลงแล้ว แล้วคุณซอร์เนียร์ก็ถูกจับเป็นตัวประกัน พวกนั้นกำลังจะตรงมาที่สวนสนุกแห่งนี้ ฉันจะปกป้องสวนสนุกแห่งนี้แทนผู้จัดการเอง จะไม่ให้เป็นแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

       "ไปกันเถอะ! ซิ๊ปปี้พวกเราต้องไปเตรียมงาน...เอ๊ะ!? ซิ๊ปปี้!? นายหายไปไหนของนายอีกแล้วเนี้ย โธ่!"


        
        ส่วนทางด้านเหล่านักโทษกบฎ ที่กำลังเดินทางมาที่สวนสนุก ก็กำลังตกอยู่ในสภาพขาดแคลนอาหารและน้ำ เพราะเส้นทางที่จะมาที่สวนสนุกแห่งนั้น สภาพแห้งแล้งสุดๆ ไม่มีน้ำไม่มีต้นไม้ ไม่มีอะไรเลย มีแต่พื้นดินสีเทาดำตลอดเส้นทางที่สายตาของทั้งสี่คนเห็น

       "เป็นยังไงล่ะยัยพวกบ้า ดันไปเอาศิลานักปราชญ์ ไปทำเรื่องไร้สาระแล้วมาเจอสภาพนี้เข้าไปพูดอะไรไม่ออกเลยล่ะสิ" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์โกรธที่ยังไม่หายจากคราวนั้น

       "โธ่ ก็ยัยสองนี้มันบ้านนอก อย่าไปใส่ใจเลย ซอร์เนียร์" ลิลลี่ตอบกลับ

       "บ้านนอกเหรอ?" เธียรกับไลเบียรพูดพร้อมกัน

       "อ้าว? แล้วมันจริงมั้ยล่ะ คนที่อยู่แต่ในป่าดำตลอดกับคนที่อยู่บนหอคอยและไม่เคยลงมาข้างล่าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกบ้านนอก" ลิลลี่ตะคอกใส่แล้วคว้างเศษหินเล็กๆไปที่เธียรกับไลเบียร

       "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยัยภูติลิลลี่ พูดอะไรที่มันเข้าท่าออกมาก็เป็นแห๊ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ซอร์เนียร์หัวเราะชอบใจ

       "จะว่าไปก็เถอะนะคะ แต่ว่าคุณซอร์เนียร์อุตสาห์ได้แขนกลับคืนมาแล้วทำไมถึงต้องสวมแขนกลนั้นอีกล่ะคะ?" ไลเบียรหันไปถาม
ซอร์เนียร์
   
       "ก็มันเป็นภาพลักษณ์ของฉันน่ะ จะให้เดินไปมาแบบคนปกติแบบเก่าน่ะไม่เอาหรอก" ซอร์เนียร์พูดไป โชว์แขนกลตัวเองไป

       "หิวข้าวจังเลยค่ะ~~~" เธียรพูดออกมาแล้วมือก็ลูบๆไปที่ท้องของตัวเอง

       "นั้นน่ะสิคะ ถ้ามีตัวอะไรสักตัวโผล่ออกมาสักตัว ก็ได้จะอาหารมาซักหนึ่งมื้อก็ดีสิคะ"

      
    ดึ๊บ ดึ๊บ ดึ๊บ ดึ๊บ~

        ภาพที่ทั้งสี่คนเห็นคือ สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่เป็นปลาหมึกตัวสีขาว กำลังเดินผ่านหน้าของทั้งสี่คนไปอย่างช้าๆ และก็ได้หันมามองที่เด็กสาวทั้งสี่ ที่กำลังจะเตรียมจุดไฟและเหล็กเสียบที่เอาไว้สำหรับย่างอยู่

       "พวกเธอกำลังทำอะไรกันน่ะ?"

       "เฮ่ย มันพูดได้ด้วยว่ะ" ซอร์เนียร์หันหน้าไปหาเธียรกับไลเบียร

       "สงสัยคุณซอร์เนียร์ หิวมากจนหูฟาดก็เป็นไปได้นะคะ" ไลเบียรพูดแล้วหันหน้าไปที่เธียร

       "ใช่ๆ ความหิวมันสามารถทำให้คนเราเห็นภาพที่เป็นไปไม่ได้อยู่ไงล่ะ ปลาหมึกมันพูดได้ที่ไหนกันล่ะ จริงมั้ย? ต้องหูฟาดแน่ๆ" เธียรพูดแล้วหันหน้าไปที่ลิลลี่

       "ในโลกนี้น่ะ มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุประเภทได้เยอะแยะ ถ้ามันพูดได้มันก็ไม่แปลกหรอก" ลิลลี่ตอบกลับเป็นเสียงสุดท้าย

        "งั้นก็ขอแค่ว่ามันกินได้ก็พอสินะ!!" เธียร ไลเบียร และซอร์เนียร์ พูดออกมาพร้อมกันดังลั่นแล้วหันหน้าไปที่เจ้าปลาหมึกตัวนั้นด้วยใบหน้าที่เหมือนกับนักล่าผู้หิวโซ แล้วรีบวิ่งไปจับปลาหมึกตัวนั้นทั้นที

       "อ๊ากกกกกก~!! อะไรกันเนี๊ย นี่พวกเธอกำลังทำอะร๊าย!!"

       ภาพที่ปลาหมึกเห็นคือ เด็กสาวผมแดงมัดผมทรงทวินเทลกำลังก้มหน้าลงเป่าไฟ(บั้นท้ายไม่เลว เห็นกกน.ด้วย โอ๊ว~!) พร้อมกับเด็กสาวผมเหลืองทองมัดผมทรงหางม้ากำลังจับกระผมหมุนอยู่บนกองไฟ(หน้าตาน่ารักดี วิ้ดวิ้ว~!) และเด็กสาวผมสีชมพูกำลังเรียงจานอยู่กับภูติน้อย(ถึงจะอกแบนแต่ก็รักนะเออ จุ๊บๆ~!) เฮ้ยไม่ใช้แล้ว!! นี่เรากำลังถูกยัยพวกนี้จับย่างกินนี่หว่า!

       "ร้อนๆๆ นี่พวกเธอจะทำอะไรช๊าน~!" ปลาหมึกตะคอกใส่

       "เฮ่ย~! เป็นอาหารน่ะ หัดเงียบปากซะบ้าง จะได้หลับสบายๆ" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมา

       "หลับสบายกับผีสิฟะ!"

       "ไหนๆ ก็จะได้อยู่รวมร่างกันกับพวกเราสาวสวยทั้งสี่แล้วมันน่ายินดีมากเลยนะคะ" เธียรพูดและเอามือจับแก้มส่ายหน้าไปมา
                 
       "รวมร่างกันที่ว่านี่ คือฉันลงไปอยู่กะเพาะของพวกเธอเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอฟะ!"

       "คุณปลาหมึกคะ อยากได้แบบปรุงรส หรือ แบบราดซอสสูตรลับของฉัน ก่อนจะถูกกินเอาแบบไหนคะ?" ไลเบียรถามและยิ้มหวาน

       "ขอแบบสูตรลับของเธอก็ดีนะ เฮ้ย! นั้นมันคำขอก่อนที่จะถูกกินไม่ใช่เหรอ!!"

       "ไม่ต้องห่วง เวลาพวกเรากำลังดูดหนวดของนายเข้าไป นายก็คิดซะว่ามันเป็นภาพของพวก18+ กำลังอะไรทำกับหนวดพวกนั้นของนายล่ะกัน" ลิลลี่พูด

       "เออจริงด้วย! นั้นมันเป็นภาพที่เราชาวปลาหมึกใฝ่ฝันกันนี่ เฮ้ย~! ถึงความคิดนั้นฉันเห็นด้วยก็เถอะ แต่ก็ไม่เอาเฟ๊ย! ไอ้ภาพตอนกำลังดูดหนวดนั้นน่ะก็แปลว่าฉันกำลังถูกกินเข้าไปนี่หว่า!"   

       ปลาหมึกได้พ่นหมึกออกมาทำให้เธียรกับซอร์เนียร์โดนน้ำหมึกเข้าไปเต็มๆ แล้ววิ่งหนีไปทั้งๆที่ถูกมัดไว้กับไม้ย่าง

       "เฮ้ย! มันหนีไปแล้วตามมันเร็ว! อ๊าา มองไม่เห็นอะไรเลย!" ซอร์เนียร์ตะโกนให้ไลเบียรกับลิลลี่รีบตามไป

       "หวา~! น้ำหมึกเต็มตัวเลย แต่รสชาติมันก็ไม่เลวนะ เอาไว้ทำซอสสปาเก็ตตี้หมึกดำน่าจะดี" เธียรรีบวิ่งตามหลังไลเบียรกับลิลลี่ไปพร้อมกับจูงมือซอร์เนียร์ไปด้วย

       "เจ้าปลาหมึกนั้นวิ่งเร็วชะมัดเลย ขนาดถูกมัดไว้กับไม้ย่างนะนั้น" ลิลลี่พูดขึ้นมา

       "มันไม่ได้วิ่งเร็วหรอกค่ะ อาจเป็นเพราะพวกเราหิวจนไม่มีแรงวิ่งซะมากกว่าค่ะ" ไลเบียรพูดแทรงขึ้นมา

       "เอ๊ะ! ข้างหน้ามีสวนสนุกด้วยค่ะ" เธียรพูดออกมา

       "เธอคงจะตาฟาดล่ะมั่ง ที่นี่มันจะไปมีสวนสนุกได้ยังไง" ซอร์เนียร์ที่มองอะไรไม่เห็นตะโกนขึ้นมา

       ทั้งสี่คนที่วิ่งไล่ปลาหมึกมาจนมาถึงสวนสนุกแห่งหนึ่ง แล้วทั้งสี่คนก็หยุดวิ่งแล้วนั่งพักทันทีส่วนไลเบียรที่ร่างกายไม่แข็งแรงอีกทั้งยังหิวข้าวเลยทำให้เธอนอนลงไปกองกับพื้นทันที

       เสียงเพลงดังขึ้นมาและมีเหล่าตุ๊กตาค่อยๆ เดินออกมาต้อนรับ ภาพที่เธียร ไลเบียร ลิลลี่ ได้เห็นคือสวนสนุกที่ดูมีชีวิตชีวาเหมือนกับเพิ่งเปิดใหม่ มีพนักงานคอยเดินมาต้อนรับและมีตุ๊กตาน่ารักเดินเอาลูกโปร่งมาให้ แต่ซอร์เนียร์ที่ไม่รู้เรื่องก็พยายามเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดที่ตาของเธอ

      "ยินดีต้อนรับสู่สวนสนุกของพวกเรา พวกคุณคือลูกค้าสี่คนแรกที่ได้เข้ามา" พนักงานหนุ่มเดินเข้ามาแล้วยืนมือมาดึงตัวทั้งสองคนลุกขึ้นมา

      "ขะ...ขอบคุณมากค่ะ" ไลเบียรพูดขอบคุณแล้วรีบหลบหน้าทันที

      "ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าที่สถานทีที่แห้งแล้งแบบนี้จะมีสวนสนุกที่ดูสวยงามแบบนี้" เธียรพูดขึ้นมา

      "ใช่แล้วครับ สวนสนุกแห่งนี้เพิ่งจะทำเสร็จใหม่ๆ จึงยังไม่มีคนเข้ามาที่นี่แต่ก็ได้มีพวกคุณได้เข้ามา พวกเราดีใจมากครับ และจากนี้ไปพวกเราจะขอต้อนรับคุณเป็นพิเศษเลยครับ เชิญตามมาทางนี้ครับ"

      "อ๊ะ! นั้นม้าหมุนนี่นา งั้นฉันขอไปนั่งหน่อยนะ!" ลิลลี่รีบบินขึ้นไปที่ม้าหมุนทันที

      "เชิญเลยครับ นี่ครับอาหารที่พวกเราจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะครับ" พนักงานสวนสนุกได้สั่งให้เชฟยกอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ และอาหารแต่ละจานนั้น ดูน่ากินทั้งนั้น ทำให้เธียรกับไลเบียรนั่งมองด้วยตาที่เปร่งประกาย

      "เฮ่ย~! พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ?" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมา

      "อ๊ะ...คุณซอร์เนียร์รีบๆ มานั่งซิคะ มีอาหารเต็มโต๊ะเลยค่ะ" ไลเบียรพูดแล้วหันหน้าไปที่ซอร์เนียร์

      "ว้าว~! นี่มันเนื้อนี่นา ขอกินก่อนล่ะน้า" เธียรได้หยิบเนื้อขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

       "..." ซอร์เนียร์ยื่นนิ่งไม่พูดไม่จา

       ภาพที่ซอร์เนียร์เห็นคือเธียรกำลังนั่งเคี้ยวอากาศอยู่และไลเบียรกำลังทำท่ามือเหมือนกำลังหยิบจาน ส่วนลิลลี่กำลังนั่งอยู่ที่ม้าหมุนเก่าๆที่มันมันกำลังหมุนอยู่ สวนสนุกที่ร้างมาเป็นสิบๆปี สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลยแต่มีเสียงเพลงดังแบบ ติดๆ ขัดๆ ตุ๊กตาโทรมๆ เดินไปมา ชิงช้าสวรรด์ก็ค่อยๆ หมุนอยู่ เสียงปืนดังออกมาจากร้านยิงเป้า รถไฟไร้คนขับที่กำลังวิ่งและมีเสียงเด็กหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน ซอร์เนียร์
จึงหยิบระเบิดออกมาทำลายเครื่องเล่นต่างๆ เสียงของระเบิดดังลั่นทำให้เธียรกับไลเบียรที่ตกอยู่ในภาพลวงตาเริ่มรู้สึกตัวได้สติขึ้นมา ส่วนลิลลี่ที่ซอร์เนียร์โยนระเบิดไปไม่ทันเห็นก็โดนระเบิดปลิวหายไป

      "อะไรกันเนี้ย!? นี่พวกเราเป็นอะไรน่ะ" เธียรได้พูดขึ้นแล้วมองไปรอบๆ สวนสนุก

      "ทำไมสวนสนุกพวกนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ!?" ไลเบียรตกใจกับภาพความจริงที่เธอเห็นแล้ววิ่งวนไปวนมา

      "ยัยบ้านนอกสองตัว ได้สติกลับมาแล้วเหรอ?" ซอร์เนียร์หันหลังไปมองทั้งสองคนที่ยังงงๆ กับภาพที่พวกเธอเห็น

      "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราคะเนี๊ย เมื่อกี้พวกเรายังอยู่ในสวนสนุกที่ดูมีชีวิตชีวาอยู่เลย แต่ทำไมมันถึงกลับมาเป็นสวนสนุกร้างแบบนี้ล่ะ"
เธียรยังสงสัยกับภาพที่เธอเห็นเมื่อซักครู่กับภาพที่เธอกำลังเห็นอยู่ตอนนี้

      "เธียร ไลเบียร ตอนที่พวกเธอวิ่งไล่เจ้าปลาหมึกนั้นเธอสังเกตุเห็นอะไรรึป่าว?" ซอร์เนียร์ถามทั้งสองคน

      "ก็ตอนที่คุณเธียรกับคุณซอร์เนียร์ปลาหมึกนั้นพ่นหมึกใส่ แล้วคุณซอร์เนียร์ก็บอกให้พวกเราวิ่งตามไป แต่ว่าช่วงที่พวกเรากำลังวิ่งไล่อยู่นั้นก็มีหมอกสีขาวลอยมาพวกเรานึกว่ามันเป็นแค่หมอกธรรมดาเลยไม่ได้ใส่ใจ จึงวิ่งไล่เจ้าปลาหมึกมาถึงที่สวนสนุกนี่ค่ะ" ไลเบียรตอบกลับ

     "หมอกควันสีขาว? ที่พวกเธอโดนเข้าไปอาจจะเป็นแก๊สภาพหลวงตาและมันต้องเป็นฝีมือของยัยนั้นแน่ๆ" ซอร์เนียร์พูดออกมาแล้วมองไปรอบๆ สวนสนุก

     "ยัยนั้น? ใครงั้นเหรอคะ?" เธียรหันหน้าไปถามซอร์เนียร์

     "ตอนที่ท่านพ่อเรียกรวมพลกลุ่ม RKS น่ะ ฉันได้ยินชีเซลล์พูดออกมาว่าในกลุ่มของ RKS มีหนึ่งคนที่ประจำการอยู่สถานทีที่ไม่มีคนและสิ่งมีชีวิตอื่นเลย และเป็นสถานที่แห้งแล้งสุดๆ แต่ยัยนั้นขอให้ชีเซลล์บอกท่านพ่ออนุญาตให้ยัยนั้นประจำการอยู่ที่ที่เป็นสถานที่ลับของยัยนั้นเอง แหม่...ดันบังเอิญมาเจอสถานที่ลับของยัยนั้นเข้าให้แล้วแห๊ะ~!"   

      "สถานที่ที่เป็นความลับที่กลุ่ม RKS ด้วยกัน ไม่รู้ยังงั้นเหรอคะ" ไลเบียรทำหน้างงๆ

      "สมาชิกกลุ่ม RKS ลำดับที่ 9 นักวางกับดัก ซิลเวอร์-มุตะ คาร์ซาโซล่า มาเกิ้ล ยังไงล่ะ!"

      "ซิลเวอร์-มุตะ จอมเวทย์ที่แตะสิ่งของใดๆ แล้วทำให้สิ่งนั้นขยับได้เหมือนมีชีวิต คนยังงั้นเหรอคะ!?" ไลเบียรพูดออกมา

      "ซิลเวอร์...งั้นเหรอ?" เธียรทำหน้าเหมือนกับกำลังคิดอะไรซักอย่างอยู่ แต่ก็ทำยังไงเธอก็คิดไม่ออก

      พอทั้งสามคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็มีประตูเปิดออกมาตรงจุดที่ทั้งสามคนยื่นอยู่ แล้วได้ร่วงลงไปทันที


      "ว้ายยย ร่วงแล้วค๊าาาา~!!" ไลเบียรร้องลั่นพร้อมกับเอามือปิดกระโปรง

      "นี่มันอะไรเนี้ย! ภาพแบบนี้มัน!? เหมือนปล่องภูเขาไฟเลยนี่" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงออกมา

      "เอ๊!? ปล่องภูเขาไฟเหรอ!? ที่นี่มีภูเขาไฟด้วยเหรอ!?"  เธียรเมื่อได้ยินซอร์เนียร์ตะโกนออกมาเธอจึงรีบใช้เวทมนต์กางปีกออกมาแต่ว่าแรงลมที่กำลังร่วงตกลงไปแรงมากทำให้เธียรปลิวขึ้นไปข้างบนทันที

       "แย่แล้วสิแบบนี้! ความหวังที่จะรอดปลิวขึ้นไปข้างบนซะแล้ว แง~~!" ไลเบียรพูดออกมา

       "เหลือพวกเราสองคนเหรอเนี้ย! ปัดโธ่ว๊อยย! ฉันไม่ยอมตายแบบนี้หรอกน่า!" ซอร์เนียร์ทั้งๆ ที่พูดออกมาแบบนั้นแต่น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมา

       "อ๊ะ!? คุณซอร์เนียร์ก็กลัวเหมือนกันเหรอคะ? " ไลเบียรสังเกตุเห็นหน้าของซอร์เนียร์ เริ่มที่จะร้องไห้  

       "ปะ...เปล่าซะหน่อยฉันไม่ได้กลัวนะ"

       "แหม่~? คุณซอร์เนียร์เป็นพวกซึนเดเระสินะคะ?"

       "ง๊ะ! เปล่าซึนเดเระนะยะ ยัยบ้า เดี๋ยวฆ่าทิ้งซะหรอก"

       "เอ่อ...ทั้งสองคนจะทะเลาะกันอีกนานมั้ยคะ" เสียงของเธียรแทรกเข้ามา

        ไลเบียรกับซอร์เนียร์หันหน้าไปทางต้นตอของเสียงนั้นก็ได้เห็นว่า เธียรนั่งดูทั้งสองคนลอยอยู่ที่พัดลมขนาดใหญ่ที่พัดให้ลอยตัวอยู่ตลอดเวลา และแก็สภาพลวงตาไหลออกมาทำให้เห็นว่ากำลังตกลงไปอยู่ที่ปล่องภูเขาไฟ

       "คุณซอร์เนียร์คะ คุณเป็นพวกซึนเดเระจริงๆ ด้วยสินะคะ" เธียรพูดออกมาแล้วหลบหน้าหนีทันทีพร้อมแอบหัวเราะ           
  
       "ขอโทษนะคะ คุณซอร์เนียร์ตอนที่พวกเราตกลงมาน่ะ ก็รู้ตัวแล้วล่ะค่ะว่ามันเป็นเพียงแค่พัดลมยักษ์และแก๊สภาพลวงตา ที่พวกเราไม่โดนนั้นน่ะเพราะโดนไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วครั้งต่อไปจะไม่มีผลน่ะค่ะ"

       "เวลาคุณซอร์เนียร์ พูดออกมาพร้อมกับน้ำตานั้นน่ะ น่ารักมากๆเลยค่ะ อิอิ" เธียรพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

   จงทำลายอย่าให้เหลือ...

       "อ๊ะ คำพูดแบบนี้...หรือว่า!!" เธียรกับไลเบียรหันหน้าไปมองพร้อมกัน

       "ไหนๆ ความลับของฉันก็ถูกเปิดเผยแล้วตายๆ ไปพร้อมกันนี่แหละ ระเบิดมัจจุราช!"


   บึ้ม!! กรี๊ดดดด!!!

       ภาพเงาคนสามคนปลิวขึ้นไปบนฟ้าแล้ว ตกลงมาพร้อมกันที่จุดเดิมของทั้งสามคนที่ปลิวขึ้นมา


       หลังจากทั้งสองคนโดนระเบิดของซอร์เนียร์เข้าไปแล้ว(ซอร์เนียร์ก็โดนด้วย) ก็เริ่มวางแผนกันว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง

       "พวกเราตกลงมาที่ชั้นใต้ดินลึกลงมาประมาณ 2 ชั้น แต่ว่าเมื่อกี้โดนระเบิดของคุณซอร์เนียร์เข้าไปทำให้ร่วงลงมาอีกเป็น 14 ชั้น และแต่
ล่ะชั้นจะต้องมีกับดักวางไว้มากมายแน่ๆ" เธียรพูดออกในสภาพตัวไหม้เกรียม

       "งั้นก็แปลว่าพวกเราต้องฝ่ากับดักพวกนี้ออกไปทั้ง 18 ชั้นยังงั้นเหรอคะ?" ไลเบียรถามเธียรอีกครั้งในสภาพโป๊เพราะแรงระเบิดทำให้เสื้อผ้าเธอขาดกระจุย

       "ใช่แล้วล่ะ ที่นี่มันไม่ใช่สวนสนุกอีกต่อไปแล้ว พวกเราจะเรียกที่นี่ว่า 'สวนสยอง' ละกัน" เธียรตอบกลับ

       "เอ่อ คุณซอร์เนียร์ขอชุดของคุณหน่อยจะได้มั้ยคะ คือจะให้ฉันบุกฝ่ากับดักไปในสภาพนี้มันไม่ไหวนะคะ" ไลเบียรหันหน้าไปที่ซอร์เนียร์

       "ได้สิ เอาไปเลยยังไงฉันก็ใส่ชุดชั้นใน ไว้อยู่แล้วไม่เหมือนกับหล่อนที่สวมเสื้อคลุมยาวตลอดและไม่ได้ใส่ชั้นในเลยน่ะ" ซอร์เนียร์ถอดเสื้อคลุมแขนสั้นสีเหลืองของตัวเองออกมาแล้วยื่นไปให้ไลเบียร

       "ขนาดลายชุดชั้นในยังเป็นลายทางสีแดง สงสัย กกน. คงจะลายเดียวกัน นี่มันลายยอดฮิตของสาวซึนเดเระนี่คะ" เธียรพูดออกมาแล้วยิ้มแสยะ

       "อยากโดดระเบิดอีกรอบใช่มั้ย?"

       "คุณเธียรคะ พลังเวทย์ปีกนางฟ้าเรียกออกมาอีกครั้งไม่ได้เหรอคะ" ไลเบียรที่สวมเสื้อของซอร์เนียร์เสร็จแล้วเดินเข้ามาถาม

       "ไม่ได้หรอก เมื่อใช้ไปแล้วจะต้องรออีก 30 นาที ถึงจะใช้ได้อีกครั้งหนึ่งน่ะ" เธียรตอบกลับ

       "ตอนที่บินมาช่วยฉันที่เหมืองนั้นมันยังไม่ถึง 30 นาที นี่นา แล้วตอนนั้นมันหมายความว่าไงน่ะ" ซอร์เนียร์ถามเธียรอีกครั้ง

       "ตอนนั้นน่ะ ฉันฝื่นใช้มันโดยตรงน่ะ ค่าแลกเปลี่ยนที่จะใช้แบบกระทันหันแบบนั้นคือการกัดกินแหล่งเก็บพลังเวทย์น่ะ(ลดหลอดMP)"

        "งั้นก็แปลว่าพลังเวทย์ของคุณที่ถูกยึดไปครึ่งหนึ่ง เหลือ 50% แล้วไปฝืนบังคับเวทย์โดยตรงแล้วโดนกัดกินอีกจนเหลือ 45% อย่างงั้นเหรอคะ!" ไลเบียรพูดออกมา

        "แห๊ะ แห๊ะ ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา ไม่รู้จะช่วยทุกคนออกมาไงเลยต้องใช้วิธีแบบนั้น แห๊ะ แห๊ะ~" หลังจากเธียรพูดจบ ซอร์เนียร์ก็เดินเข้ามาหาเธียรแล้วตบเข้าไปที่ใบหน้าของ เธียร อย่างแรง   

        "คุณซอร์เนียร์!?" ไลเบียรลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ซอร์เนียร์ทำกับเธียร

        "เอ๊ะ!?" เธียรทำหน้างงๆ หลังจากถูกซอร์เนียร์ตบเข้าที่หน้าแล้วถูกดึงกระชากเสื้อเข้ามาใกล้ๆหน้าของเธอ

        "ยัยบ้านี่! ทั้งที่ฉันเป็นศัตรูกับเธอแล้วคิดจะฆ่าเธออยู่แท้ๆ ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะยัยผู้หญิงเอาแต่ใจ เธอรู้ตัวใช้มั้ยว่าถ้าฝื่นบังคับเวทย์โดยตรงน่ะมันไม่ได้แค่กัดกินแหล่งเก็บพลังเวทย์ 5% แต่มันกัดกินอายุขัยของตัวเองไป 5ปี ด้วยนะ ยัยบ้าเอ๊ย!!"  ซอร์เนียร์ตะคอกใส่เธียร

        "..." เธียรนิ่งเงียบ

        "เธอน่าจะปล่อยให้ฉันตายๆ ไปซะก็หมดเรื่องไม่เห็นต้องเอาชีวิตของตัวเองมาแลกกับคนอย่างฉันที่จะเป็นคนฆ่าเธอ" ซอร์เนียร์พูดออกไปพร้อมกับตบหน้าเธียรอีกเป็นชุด

        "คุณซอร์เนียร์! หยุดเถอะค่ะ!" ไลเบียรพยายามเข้ามาห้าม

        "เพราะว่าฉันอยากปกป้องทุกคนยังไงล่ะคะ" เธียรพูดออกมา แล้วซอร์เนียร์ได้หยุดมือทันที มือของเธียรค่อยจับไปที่แก้มซอร์เนียร์เพื่อจะเช็ดรอยคาบน้ำตาของซอร์เนียร์

        "ฉันจะปกป้องคนสำคัญที่ฉันยอมรับถึงแม้ว่าจะเป็นศัตรู แต่ฉันก็จะปกป้องให้ได้ ถึงจะใช้อะไรมาแลกฉันยอมทั้งนั้น เพราะนี้คือการตัดสินใจของฉัน ถึงแม้ตอนที่ต่อสู้กับลูซเต้ที่ป้อมปราการบินฉันช่วยเธออกมาไม่ได้ แต่เด็กคนนั้นกับเป็นฝ่ายปกป้องฉันซะเอง คุณก็เช่นกันค่ะ
คุณซอร์เนียร์ต่อให้แลกด้วยชีวิตของฉันทั้งหมดเพื่อที่จะปกป้องคุณ ฉันก็เต็มใจทำค่ะ" เธียรเล่าสาเหตุทั้งหมดให้ทั้งสองคนฟัง แล้วซอร์เนียร์
ที่ดึงเสื้อของเธียรก็ค่อยๆ ครายมือออกมา

       "ไลเบียร ตอนที่อยู่ในเหมืองเธอถามฉันว่า หากมีคนที่แอบปกป้องฉันแล้วถูกอารมณ์โทสะของฉันฆ่าตายไปฉันจะเป็นยังไงต่อ ยังงั้นสินะ?" ซอร์เนียร์พูดออกมาแล้ว หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วค่อยๆ เช็ดลอยช้ำที่หน้าของเธียร

       "คุณซอร์เนียร์..."

       "ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด! สิ่งล้ำค่าที่ตอบแทนยังไงก็ไม่มีวันหมด ฉันจะปกป้องมันด้วยชีวิตของฉัน เธียร ไลเบียร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะปกป้องพวกเธอตราบเท่าที่ฉันคนนี้ยังมีชีวิตอยู่! นี่คือคำตอบของฉัน!" ซอร์เนียร์พูดออกมาสุดแสง ทำให้เธียรกับไลเบียรที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้น้ำตาก็ไหลออกมา แล้วแสง The Blades of the Rose Cross ของเธียรกับซอร์เนียร์ ก็ส่องแสงคู่กันเหมือนกับว่ากำลังตอบสนองของหัวใจที่แน่วแน่ของทั้งสองคน

        
    เอาล่ะพวกเราไปจัดการกับยัย ซิลเวอร์ ให้มาอยู่เป็นพวกเดียวกับเราให้ได้!!






To Be Continued.


         


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-10-2018 12:33 , Processed in 0.031795 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th