เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 337|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4558
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 20-11-2015 23:39:18 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
          "เอาล่ะ ลุกขึ้นมาได้แล้วเหล่าสาวกทั้ง 6 ของข้า" หลังจากการปรากฎตัวของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ กราฟ เซฟี้ยน ผู้ที่มีพลังเวทย์มหาศาลและเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม RKS ขึ้นมา ร่างกายของเขาสูงใหญ่สวมผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้ม และมีดวงตาแดงฉานดุจโลหิต แรงกดดันพลังเวทย์ของเค้าทำให้หญิงสาวที่หกคนเหงื่อไหลออกมาไม่หยุดเลยทีเดียว

         ซึ่งเด็กสาวทั้งหกคนที่มารวมกันที่ห้องโต๊ะกลมมี ฟลูเดียร,ซอร์เนียร์,ทาร์อูเอเล่,กอร์ล่า,ชีเซลล์,ซิลเวอร์ มุตะ


         "ขอบคุณมากค่ะ ท่านนายเหนื่อหัวของพวกเรา" หญิงสาวที่หกคนพูดออกมาพร้อมและได้เดินไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะกลมทันที

         "สุดยอดไปเลย...ทั้งๆที่ไม่ได้กลับมาได้เห็นนายท่านมาหลายปี พลังกดดันก็ยังมหาศาลเหมื่อนเดิมเลย..." ชีเซลล์พูดขึ้นมาเบาๆ

         "มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วซิ! ท่านพ่อน่ะไร้เทียมทานอยู่แล้ว!" ซอร์เนียร์ตอบกลับ
         
          "ซอร์เนียร์...พูดดังไปแล้วนะ..." ทาร์อูเอเล่ กระซิบที่ข้างหูซอร์เนียร์

          "นะ นะ น่ากลัวจังเลยค่ะ...ซิปปี้อยู่ที่ไหนกัน?" ซิลเวอร์พูดออกมาพร้อมกับแอบหลบอยู่ใต้โต๊ะกรม

          "เดี๋ยวเถอะ! ซิลเวอร์มาทำท่าทางแบบนี้ต่อหน้านายเหนื่อหัวได้ยังไง รีบออกมาเดี๋ยวนี้นะคะ แล้วซิปปี้นี่มันใครน่ะ?" กอร์ล่าตะคอกใส่ซิลเวอร์และพยายามที่จะดึงตัวเธอให้ออกมาจากใต้โต๊ะ

          "อย่าไปแกล้งเธอสิกอร์ล่า เด็กคนนี้เป็นคนขี้กล้วนะ แถมยังไปประจำสถานที่ที่ไม่มีคนเลย  สงสัยซิปปี้น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอน่ะ"
ชีเซลล์พูดออกมาเพื่อที่จะห้ามไม่ให้กอร์ล่าดึงซิลเวอร์ออกมา

          "อ๊ะ! ขอประทานอภัยค่ะ ท่านหญิงชีเซลล์" กอร์ล่ารีบกลับมานั่งที่ของตัวเองทันที

          "อ่ะแฮ่ม~! จะเอะอะกันแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน...ท่านนายเหนื่อหัวอยู่ข้างในห้องนี้นะ" ฟลูเดียรพูดออกพร้อมกับถอนหายใจ

           "อ๊ะ...เอ่อ..." ทั้งห้าคนพอได้ยินเสียงฟลูเดียรพูดออกมาถึงเงียบแล้วก็รีบนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง แถมนั่งคอตกกันไปแถบๆ ยกเว้น
ซอร์เนียร์ที่ยังทำหน้าตาแวววับๆอยู่คนเดียว


         "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เอาน่าฟลูเดียรเธอเนี้ยนะจริงจังไปได้ ข้าดีใจที่ได้เห็นทั้งหกคนยังเป็นคนสนุกสนานกันอยู่" กราฟได้พูดออกมา

         "ขออภัยด้วยค่ะนายท่าน" ฟลูเดียรก้มหน้าขอโทษ

         "เฮ้อ...มากันไม่ครบสินะเนี้ย ยังขาด สปิริเธียร ลูซเต้ และไลเบียร สินะ" กราฟพูดออกมาพร้อมกับหันหน้าไปที่เก้าอี้ที่ยังว่างอยู่สามที่

         "นายท่านคะ ช่วยรีบเข้าเรื่องด้วยเถอะค่ะ" ฟลูเดียรได้พูดออกมา

         "ก็ได้...เธอเนี้ยจริงจังอีกแล้วนะ...เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว้า พวกเธอคงรู้ข่าวกันแล้วสินะว่า"ป้อมปราการบิน"ที่มีเอาไว้สร้างลมพายุ
ที่เอาไว้ลดความดันอากาศ ได้หายสาบสูญไปจากแผนที่เวทมนต์ของพวกเรา"

         "เอ๋...ป้อมปราการบิน? นั้นมันไม่ใช่เกาะลอยฟ้าหรอกเหรอคะ" ซอร์เนียร์ได้พูดขึ้นมา

         "นั้นมันเอาไว้หลอกตาพวกมนุษย์น่ะ หลังจบสงครามเมื่อ 10ปีก่อน ว่าเป็นของที่พระเจ้าได้ประทานลงมาให้เหล่ามนุษย์หลังสงครามจบ" ชีเซลล์ตอบกลับทันที

         "เอ๋...แอบสร้างอาวุธลับขึ้นมาแล้วหลอกตบตาว่าเป็นของที่พระเจ้าทานลงมาให้ เพื่อที่จะเอาไว้โจมตีเหล่ามนุษย์ที่จะก่อสงครามอีกครั้งสินะเนี๊ย เจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนี่คะ" ทาร์อูเอเล่พูดขึ้นมา

         "ปราการบินที่มีขนาดใหญ่พร้อมกับสายลมที่ลดแรงกดดันลงอย่างรวดเร็วแบบนั้น ทำไมถึงถูกทำลายได้ภายในเวลาแค่ 1วัน ถ้าเป็น
ฝีมือของพวกมนุษย์ไม่มีทางที่จะทนแรงดันอากาศที่ลดลงได้แน่นอน มันต้องเป็นคนที่มีพลังที่เทียบเท่ากับพวกเราแน่ๆ" กอร์ล่าพูดขึ้นมา

        "เป็นฝีมือของพวกกบฏน่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนหรอกนะ จะเป็นฝีมือของสองคนนั้นก็ไม่น่าจะใช่ ส่วนคาร์ พาร์ลิสกำลังถูกออกตามล่า
อยู่ อาจจะเป็นพวกจอมเวทย์คนอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งใหม่นี้แน่ๆ" ฟลูเดียรตอบกลับ

        "คะ...คะ...คือว่านะคะ...ฉันคิดว่า...คนที่ทำลายป้อมปราการบินจะต้อง...มีพลังมหาศาลมาก...ถึงกับโค่นคุณลูซเต้...ที่ประจำการอยู่ที่นั้นได้พร้อมกับป้อมปราการบิน...แต่ในรายงานรายชื่อนักโทษกบฎนั้นคือ คุณสปิริเธียร ที่โดนยึด The Blades of the Rose Cross ไปพร้อมลดพลังเวทย์ไปครึ่งหนึ่งกับคุณไลเบียรที่มีร่างกายอ่อนแอถึงแม้จะมีพลัง "ฝนกรดมรณะ" ที่มีระยะการโจมตีกว้างพอที่จะทำลายป้อมปราการบินแต่พลังนั้นไม่ส่งผลกับสิ่งก่อสร้างจึงเป็นไปไม่ได้ค่ะ...ที่จะเป็นสองคนนั้น" ซิลเวอร์ได้พูดออกแต่เสียง ส่วนตัวนั้นยังหลบอยู่ที่ใต้โต๊ะกลม

        "อื้ม...คำพูดซิลเวอร์มีหลักการดี ส่วน คาร์ พาร์ลิส เป็นเพียงแค่นักวิจัยซึ่งไม่มีพลังพอจะทำลายป้อมปราการบินได้...นี่พวกเรากำลังเจอ
อะไรอยู่กันแน่นะ..." พอกราฟพูดจบก็มีคนวิ่งเข้ามาในห้องโต๊ะทันที

        "ขออภัยครับ! นายท่าน! ที่ผมพุ่งเข้ามาโดนพลการ แฮ่ก...แฮ่ก" ชายหนุ่มที่มาจากหน่วยข่าวกรองพูดขึ้นมา

        "ไม่เป็นไร...ว่ามาเลย..." กราฟได้พูดขึ้นมา

         "ครับ! จากหน่วยข่าวกรองที่ไปยังหมู่บ้านเล็กๆที่เคยอยู่ด้านล่างของป้อมปราการบิน ได้พบว่ามีเด็กสาวสองคนที่แต่งตัวไม่เหมือนกับคนในหมู่บ้าน(ก็..แหง่ล่ะ)  เข้ามาในหมู่บ้านซักพักก็ได้คุยกันกับลูซเต้แล้วได้พาขึ้นไปยังป้อมปราการบินแล้วหลังจากนั้นก็มีพายุหมุนลงมานับ
ไม่ถ้วนและพอเวลาผ่านไปซักพักป้อมปราบินก็ร่วงลงมาแต่ทิศทางลงมานั้นเปลี่ยนไปที่ทะเลแถมยังขาดสองท่อนตกลงไปที่ทะเลครับ!!"

         "อะไรนะ! ขาดสองท่อนงั้นเหรอ!?" กราฟตอบกลับ

         "ครับ! นั้นเป็นคำยืนยันจากคนในหมู่บ้านว่าป้อมปราการนั้นถูกกรงจักรสีแสดขนาดใหญ่ตัดขาดเป็นสองท่อนครับ"

         "กรงจักรสีแสดขนาดใหญ่...งั้นเหรอคะ...นั้นมันเป็นเวทมนต์สุดยอดของคุณลูซเต้ Meteor Lustatem กรงจักรเทพปีศาจ นี่คะ..." เสียงของซิลเวอร์ได้ดังขึ้นมาจากใต้โตะกลม

         "ลูซเต้เป็นคนทำงั้นเหรอ!? ไม่ใช่...ต้องมีใครซักคนที่ทำให้ลูซเต้ยอมใช้ท่านั้นซะมากกว่า งั้นก็แปลว่าคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมาก" ชีเซลล์พูดขึ้นมา

         "ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน...จริงสิ! ทาร์อูเอเล่ฉันจำได้ว่าเธอไปเล่นทะเลตรงจุดที่ป้อมปราการบินตกนี่!" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมา

         "อ๊ะ จริงด้วย...มัวแต่นั่งฟังอยู่เลยลืม แหะ แหะ" ทาร์อูเอเล่หัวเราะและเคาะหัวหัวตัวเองเบาๆ

         "เล่าให้ฟังซิ ทาร์อูเอเล่" กราฟหันหน้าไปถามอาร์อูเอเล่

         "ค่ะ! ตอนที่ฉันกำลังว่ายน้ำอยู่ ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าเกาะลอยฟ้านั้นคือป้อมปราการบิน จึงได้เห็นเกาะนั้นค่อยๆร่วงลงมาและขาดเป็นสองท่อนจริงๆค่ะ แล้วก็ได้เห็นคนสองคนลอยอยู่ที่ท้องฟ้าและเครื่องบินใบพัดที่ำจากใบไม้ แต่สองคนนั้นหน้าตาคุ้นๆเหมือนในรายงานนัก โทษกบฏเพราะระยะการมองเห็นมันไกลมากและฉันก็คิดว่าไม่น่าจะใช่สองคนนั้น แล้วก็มีรายงานเรียกรวมตัวฉันจึงรีบมาที่นี่ค่ะ"

         "พอจะรู้...รูปลักษณ์ลักษณะของเด็กสาวสองคนนั้นมั้ย?" กราฟถามอีกครั้ง

         "ค่ะ! ถึงจะเห็นไม่ชัดมากแต่หนึ่งในนั้นเธอผมสีเหลืองทองมัดผมทรงหางม้าค่ะ" ทาร์อูเอเล่ตอบกลับ


    ชิ๊ง!!

       พอทาร์อูเอเล่ตอบคำถามของกราฟจบ ทั่วทั้งห้องโต๊ะกลมก็กลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา

          "หวาา~~!! น้ำแข็งพวกนี้มันอะไรกันเนี๊ย!!" ซอร์เนียร์ตะโกนขึ้นมา

          "เป็นอะไรไปเหรอ...ฟลูเดียร?" กราฟหันหน้าไปถามฟลูเดียร

          "มะ...ไม่มีอะไรค่ะ...พอดีฉันอยากจะรีบไปจัดการสองคนนั้นน่ะค่ะ...เลยเผลอปล่อยพลังออกมา...ขออภัยด้วยค่ะ" ฟลูเดียรตอบกลับ

          "เธอน่าจะไปหัดฝึกควบคุมอารมณ์หน่อยนะฟลูเดียร" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมา

          "คนที่จะต้องไปฝึกควบคุมอารมณ์คือเธอมากกว่านะซอร์เนียร์" ฟลูเดียรตอบกลับพร้อมกับถอนหายใจ

          "นี่! อยากมีเรื่องกับฉันเรอะยะ!!" ซอร์เนียร์ลุกขึ้นพร้อมกับหยิบลูกระเบิดขึ้นมา

          "เอาน่า เอาน่า อย่าทะเลาะกันเลยนะ" ชีเซลล์พูดแทรกเข้ามา   

           
          "ขอแทรกนะครับ เส้นทางของเป้าหมายที่กำลังเดินทางไปอยู่นั้นคือ Minning the Mountains of Nosdu (แหลมเทือกเขาเหมืองแร่
นอซดูร์ ครับ!)

          "ว่าไงนะ! แหลมเทือกเขาเหมืองแร่ นอซดูร์ ยังงั้นเหรอ เจ้าพวกนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่" กอร์ล่าพูดขึ้นมา

          "เพราะว่าที่นั้นมีผลึกเวทมนต์ธาตุไฟอย่จำนวนมาก พวกนั้นคิดจะไปทำลายเพื่อที่จะไม่ให้เราเหล่าจอมเวทย์ได้ใช้ไปทำสงครามสินะ
คิดได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี๊ย" ชีเซลล์พูดขึ้นมา

           


         "เอาล่ะข้าตัดสินใจแล้ว เหล่าสาวกกลุ่ม RKS ผู้ซื่อสัตย์ของข้าจงฟ้ง!!" กราฟ เซฟเฟี้ยน ได้สะบัดผ้าคลุมของตนแล้วเด็กสาวทั้ง 6คน รีบลุกออกจากเก้าอี้และรีบคุกเข่าทันที

          "พวกเจ้าทั้งหกคนรีบกลับไปประจำการสถานที่ที่พวกเจ้าประจำการอยู่และป้องกันผู้บุกรุกที่กำลังจะมาบุกเต็มอัตราศึกไม่ว่ายังไงพวกเจ้าทั้งหมดต้องปกป้องสถานที่ที่พวกอยู่ให้ได้ และซอร์เนีย บุตรสาวของข้า เป้าหมายสองคนที่กำลังมุ่งไปที่แหลมเทือกเขาเหมืองแร่นอซดรูที่เจ้าประจำการอยู่นั้น ให้รีบจัดการทันทีและส่งตัวมาให้ข้าไม่ว่าจะเป็นการจับเป็นหรือตาย" กราฟ ออกคำสั่งเสร็จแล้วก็มีฝูงค้างคาวบินรอบตัวแล้วหายไปทันที


          "ท่านพ่อคะ งานที่ท่านมอบหมายให้ฉันนั้น ฉันจะทำมันให้สำเร็จให้ดูค่ะ" ซอร์เนียร์พูดจบแล้วรีบวิ่งออกไปขึ้นเครื่องเจ๊ทที่เธอสร้างขึ้นมาแล้วรีบบินออกไปจากปราสาททันที

         "แหม่ๆ ซอร์เนียร์นี่ล่ะก็ ใจร้อนจังเลยน้าา" ทาร์อูเอเล่พูดขึ้นมาพร้อมกับส่ายหัวไปมาแล้วเดินออกไปจากห้อง

         "ยัยนั้น เครื่องร้อนง่าย โกรธง่าย เข้ากันกับชื่อจริงๆ (Zorne : ซอร์เน่,ซอร์นี,ซอร์เนียร์ แปลว่า ความโกรธ)" ชิเซลล์ได้เดินออกจากห้องพร้อมกับจูงมือซิลเวอร์ออกไปด้วย ตามหลังด้วยกอร์ล่า

         หลังจากสมาชิกของกลุ่มคนอื่นๆออกไปจากห้องโต๊ะกลมหมดเหลือเพียงแต่ ฟลูเดียร ที่ยังอยู่ในห้องเธอยืนนิ่งอยู่สักพัก แล้วก็มีเสียงกัดฟันและมือของเธอส่องแสงสีขาวฟ้าขึ้นมา เธอจึงสะบัดไปที่โต๊ะกลมจนพังพินาศ

      

      คิดจะทำอะไรกันแน่...เธียร...





To Be Continued....


            ***********************************************************************************

สวัสดีครับผมชื่อ เรย์

          ต้องขออภัยที่แนะนำตัวช้าไป เพราะแต่ละบทที่โพสต์ลงไปนั้นเพิ่งจะทำเสร็จสดๆร้อนๆ ทำไมถึงมีบทที่ 6.5 เพราะว่า ตอนที่ผมกำลัง
ทำบทที่ 6 นั้น คอมผมมันช้ามากจึงต้องไปที่ร้านเกมที่อยู่ข้างๆบ้าน แถมมันไม่ให้เสียบแฟลชไดร์ฟ มันจึงต้องใช้คอมเครื่องหนึ่งและขอเล่นแบบไปเรื่อย แต่มันบอกว่าเครื่องที่ผมนั่งมันมีคนประจำที่มาเล่นบ่อยจึงให้ได้แค่ 1 ชั่วโมง เฮ้ย มีงี้ด้วยเหรอว๊ะ ผมจึงทำบทที่ 6 เสร็จแค่ครึ่งเดียว เฮ้อ...เซ็งเป็ด

           แต่ก็ขอบคุณสำหรับคนที่เข้ามาอ่านนะครับผมก็ดีใจมากแต่ถ้ามีคนตอบมาซักคนก็ยังดี และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือชื่อของตัวละครของเรื่อง โรเซนครุซซิลเลซเต้ นั้นออกจะเป็นภาษาเยอรมัน ผมก็พยายามหาคนรอบข้างช่วยกันอ่านออกเสียงให้ได้เลย สุดท้ายก็ได้แค่ชื่อจริงของพวกหล่อนมา แต่นามสกุลยังอ่านออกเสียงไม่ได้ หากว่าใครอ่านได้ก็ช่วยตอบกลับให้ผมด้วยนะครับ จะช่วยได้มากเลย

                     ขอบคุณี่อ่านมาถึงบทที่ 6.5 Sepperin Judgment การตัดสินใจของเซฟเฟี้ยน ครับผม!! (^_^)


          **************************************************************************************
            

           


                 


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-10-2018 20:19 , Processed in 0.030729 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th