เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 425|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4556
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 17-11-2015 02:12:25 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 17-11-2015 20:46

        ซ่าาาาา!!!!!!!       วิ้ว~~~~~!!!!

       เปรี๊ยงงง!!!

มันช่างเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงนัก แรงลมนั้นเทียบเท่ากับแรงลมเมื่อตอนที่มังกร Swoops บุกเข้าโจมตีปราสาทที่เมืองหลวง เด็กสาวผู้ที่จะหยุดสงครามครั้งใหม่นั้น ถึงแม้ว่าพลังเวทย์จะถูกช่วงชิงไปครึ่งหนึ่งแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย แน่นอนพายุนี้ไม่มีวันหยุดที่และช้าลงเลยซักครั้ง ยังกับว่าถูกใครบางคนสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปได้มากกว่านี้เหมือนกับเกราะคุ้มกันบางสิ่งบางอย่างไว้ เด็กสาวผมทองเริ่มจะท้อแท้ที่จะฝ่าพายุนี้ไปแล้วนั้นเพราะว่า...

"กรี๊ดดด!! นี่มันฝนอะไรกันเนี๊ย? ทำไมเสื้อผ้าของฉันมันละลายล่ะ!! (T///T) "
หุ่นอันโค้งว้าวที่สุดแสนจะเพอเฟคของเธียรค่อยๆเผยโฉมออกมาช้าๆ ริบบิ้นที่มัดผมไว้ก็ขาดสะบั้นเส้นผมสีเหลืองทองหลุดสลวยสวยยังกะว่าจะไปออกโฆษณายาสระผม ผิวขาวเนียนสวยยิ่งเอวก็คอดกิ่วอย่างกับนางแบบเลย [เธียร: จะอธิบายไปถึงไหนคะเนี๊ย!! (>///<) ]


               "อ๊ะ! เธียรนี่มันฝนเวทมนต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดย the Blades of the Rose Cross แห่ง Liebessturm ที่มันสร้างความเสียหายให้กับชุดเกราะและอาวุธของศัตรูแถมยังทำให้พลังชีวิตของศัตรูลดลงไปเรื่อยๆด้วย!!"


               "งือ~~~~ ถึงมันจะลดค่าพลังชีวิตก็เถอะพวกเรารีบๆไปที่หอยคอยวิจัย The Research Tower กันเถอะ!! จะอยู่ในสภาพแบบนี้ไปตลอดน่ะ
ไมไหวนะคะ!! T^T "


ทั้งสองคนรีบวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆตรงตามกับแผนที่ที่ชายปริศนาได้มอบให้ไว้ แต่ในสุดก็เริ่มเห็นหอยคอยวิจัย The Research Tower ขึ้นมาลางๆแล้ว
จะอยู่ช้าทำไมล่ะถ้าไม่รีบไปคนพิมพ์จะบรรยายหุ่นอันแสนเพอเฟคนะเออ~~!!


                "แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก ในที่สุดก็เข้ามาในหอคอยวิจัยได้ซะที ไม่อยากจะเชื่อเลยเป็นไปตามที่คนคนนั้นบอกไว้จริงๆด้วยสินะ"
เธียรรีบนั่งลงแล้วค่อยๆเก็บเศษเสื้อผ้าที่ขาดละลิ้วทีละชิ้นๆ แล้วก็ใช้เวทมนต์ Heal รักษาตัวเองและลิลลี่ พลัง Heal ของเธียรไม่ใช่ว่าจะฟื้นค่าพลังชีวิต
อย่างเดียวแต่สามารถฟื้นฟูชุดเกราะหรือเสื้อผ้าที่ได้รับความเสียหายอีกด้วย (โห...เซ็งจัง)


                "แต่ว่านะคะ หอคอยนี้มันใหญ่มากเลยนะคะเนี้ย..."


ลิลลี่หยิบดูที่แผนที่ที่ชายปริศนาให้ไว้แล้วก็มีเศษกระดาษตกลงมาแผ่นหนึ่ง เธียรหยิบมันขึ้นแล้วอ่านดู


                 "นี่มัน อะไรกันคะเนี๊ยย!!!!!"

                  "หว๋าา!! กะ...กะ...เกิดอะไรขึ้นเหรอเธียร!!"

                  "โกหกใช่มั้ยเนี๊ย"
                          ...................................................................................................................................
เอาล่ะเรามาดูเนื้อหาจากเศษกระดาษนั้นกันเถอะนะครับ
ยินดีด้วย!! ที่พวกเธอเดินทางไปถึง The Research Tower คงจะโป๊สุดๆเลยสินะ แหม่...อยากเห็นจัง แฮ่ก...แฮ่ก ว่าไปนั้น 555+
มาเข้าเรื่องกันเลยนะ The Research Tower เป็นหอคอยวิจัยของกลุ่มจอมเวทย์ที่เอาไว้สร้างอาวุธเวทมนต์ขึ้นมาโดยสร้างพายุฝนฟ้าคะนองที่เป็นกรดแต่มันยังอยู่ในช่วงทดลองพลังเวทย์น่ะนะ หอยคอยจะมีทั้งหมด 3 ชั้นแต่ว่าอย่าเพิ่งดีใจว่าทำไมมันน้อยจัง จริงๆแล้วแต่ละชั้นเป็นเขาวงกตและมีกับดักมากมาย 1ชั้นของหอคอยนี้เทียบกับหอคอยธรรมดาแล้วประมาณ 500ชั้น พวกเธอผ่านไปได้สบายๆอยู่แล้วที่นั้นมันมีแต่กับดักโบราณธรรมดาเอง ไม่มีเวทมนต์เลย ขอให้โชคดีนะ จะรอคอยจูบจากคนสวยนะจ๊ะ จุ๊บๆ


จาก K...
                            ..................................................................................................................................

เธียรกับลิลลี่ยืนเงียบอยู่ในสภาพช็อคสุดขีดเหมือนรูปปั้นหินเป็นเวลา 15 นาที


                " ฮ่ะ...ฮ่ะ 1ชั้นของหอคอยที่นี่ มีจำนวน500ชั้นและก็นะฉันสอบตกวิชาการค้นหากับดักด้วยถ้ากับดักเวทมนต์น่ะพอค้นหาได้แต่กับดักพวก
นี้น่ะฉันคงไม่รอดแน่นอนเลย"


เธียรเข่าทรุดทันทีพร้อมกับสภาพสิ้นความหวังสุดๆ


                  "โธ่!! เธียรนี่ล่ะก็ตอนที่พูดกับฟลูเดียรว่าจะเป็นคนหยุดสงครามครั้งนี้น่ะ แล้วแหงมาหมดหวังกับภารกิจแรกแบบนี้ ดูไม่ได้เลย"


                   "แฮะ...แฮะ... ขอโทษๆฉันแค่เล่นมุกน่ะ"


เพียงแค่ขึ้นไปยังยอดหอคอยให้ได้สินะ หวังว่าคงจะไม่ต้องสู้กันนะดูๆรูปของเธอผู้นั้นแล้วเหมือนจะเป็นคนอ่อนโยนมาก ขอให้เป็นแบบนั้นทีเถอะนะ

The Research Tower ชั้นที่ 1
ห้องสุดซี๊ด~!! มรณะ


เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!!
เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!!
เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!!
กลุ่ก กลุ่ก กลุ่ก กลุ่ก กลุ่ก กลุ่ก กลุ่ก

สายฟ้าที่ผ่าออกมาจากช่องเล็กๆที่อยู่หน้าประตูของแต่ละบล็อก ผ่าออกมาที่พื้นตามจังหวะของแต่ละชั้น ยิ่งขึ้นไปแต่ละชั้นจำนวนสายฟ้าที่ผ่าออกจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นยังไม่พอ พอผ่านประตูสายฟ้าของชั้นนั้นๆเข้าไปจะมีลูกตุ้มหนามที่กลิ้งไปมาอย่างช้าๆ


                   "แค่จับจังหวะของสายฟ้าที่ผ่าออกมาจากช่องก็พอผ่านได้ล่ะนะ แต่เจ้านี้มันไม่ดูถูกพวกเราไปหน่อยเหรอ กลิ้งช้าซะขนาดนั้น"
ลิลลี่ทำสีหน้าแบบเซ็งๆ


                    "อย่าดูถูกไปนะ กับดักโบราณน่ะถึงมันจะดูช้าๆแบบนั้นบางทีมันอาจมีลูกเล่นอะไรแอบแฝงอยู่ก็ได้นะ"


ทั้งสองได้เข้าไปในห้องที่เป็นบล็อกต่างๆของแต่ละชั้น พอเท้าเหยียบเข้าไปในเขตด้านในของห้อง ลูกตุ้มหนามที่กลิ้งไปมาอย่างช้าๆก็กลิ้งเร็วขึ้น ทำให้
สองสาวตกใจสะดุ้งออกมาที่หน้าห้อง ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะลืมบางอย่างไปเพราะที่หน้าประตูนั้นมีช่องที่ปล่อยสายฟ้าออกมา จึงถูกช็อตไปเต็มๆ สลบไปเป็นเวลา 10 นาที...


                     "อืม...นี่พวกเราสลบไปนานแค่ไหนล่ะเนี๊ย?"
ลิลลี่ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกแล้วยังรู้สึกมึนๆที่หัวพร้อมกับตัวที่ไหม้เกรียม


                       ฟุด ฟิด ฟุด ฟิด....
                       "หืมๆ? กลิ่นอะไรเนี๊ย หอมจังเลย~ อ๊ะ!! นี่มัน ขนมปังก้อนของโปรดของฉันนี่นามีตั้ง 2 ก้อน..."


ภาพหลอนๆ ของคนที่เพิ่งถูกฟ้าผ่าได้แสดงภาพขนมปังที่แสนอร่อยปรากฎออกมาให้ลิลลี่เห็น แต่ที่แท้จริงแล้วภาพขนมปังที่เธอเห็นนั้น คือบั้นท้ายของเธียรที่นอนสลบอยู่ในสภาพหน้าทิ่มแล้วก้นชี้ฟ้า


                          "อึก...อืม...?"
   เธียรก็เริ่มตื่นขึ้นมาแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นแต่ว่าเธอรู้สึกแปลกๆเหมือนมีบางสิ่งมาลูบๆบั้นท้ายของเธออย่างอ่อนโยน


                           "หึหึหึ ขนมปังของฉัน~~~"

                           "อ๊า~ง!! ละ...ลิลลี่...ทะ...ทำอะไรน่ะ...อ๊า~ง!!"


                            "มันช่างหอมอะไรอย่างนี้น้า ซู้ดฮ่าห์ ๆ ~"


                            "อ๊าาาง!! ไม่นะ...อย่านะ!!...อย่าทำแบบนั้นนะ!!"


                            "ฮ้าาา!!! หอมชื้นใจอะไรอย่างนี้น้าา ก่อนจะกินต้องเลียอีกนิดหน่อยล่ะน้าา แผล่บ...แผล่บ..."

                             "อึก~~~!! ไม่นะ....อ๊า~ง...ละ...ลิลลี่...ลิลลี่!!"
ความรู้สึกแบบนี้มันอะไร ร่างกายของมันรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที สภาพแบบนี้มันอะไร!? แบบนี้ฉันก็เป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้วสิ!! แต่ว่า..มันช่าง สุดยอด!!

"จะทานล่ะน้าาา~~~!!"


                              "เอ๊ะ...!?"


                             งั่มมม!!!!!


                       กรี๊ดดดดดดดด!! ก้นช๊านนนนนนนนนน!!


ตัดภาพมาที่หน้าประตูที่ทั้งสองคนพลาดท่าอีกครั้ง เธียรพอจะคาดเดาการเคลื่อนไหวลูกตุ้มหนามได้แล้ว ถ้าเราเหยียบเข้าไปในเขตห้องเมื่อไหร่ลูกตุ้ม
หนามจะกลิ้งเร็วทันที่ ลูกเล่นง่ายๆแบบนี้แค่วิ่งเข้าไปหาแล้วกระโดดข้ามไปก็จบแล้ว


                              "เอาล่ะนะ ลิลลี่!!"
            
                               "อื๊อ!"


                                ย้ากกกกกก!!!
                                ฮึ่ยย่าห์~~~~!!!!
สองสาววิ่งตรงเข้าไปหาลูกตุ้มหนามซึ่งๆหน้าด้วยความเร็วสูงฝั่งทางลูกตุ้มหนามก็กลิ้งมาเร็วเช่นกัน เธียรกระโดดทันที จุดที่เธอกระโดดนั้นห่างจะลูกตุ้ม
ประมาณ 5 เมตร และระหว่างที่เธออยู่กลางอากาศนั้นเองลูกตุ้มหนามก็ลดความเร็วลงทันที จุดที่เธอจะลงมานั้นตรงกับจุดลูกตุ้มกลิ้งมาพอดี ก้นของเธอ
ถูกเพียงปลายแหลมนิดๆจิ้มเข้าให้แล้วก็สะดุ้งกระเด็นออกมาที่หน้าประตูอีกครั้งและถูกฟ้าผ่าตามสเต็ป สลบอีกครั้งเป็นเวลา 15 นาที (เฮ้อ เหนื่อยแทน)


                               "แหง่ก...แหง่ก...นี่แค่ชั้นที่250 ของชั้นที่1 นะเนี๊ยมันลำบากอะไรขนาดนี้กันน้าาา"
ลิลลี่โมโหสุดขีดพร้อมกับขว้างเศษก้อนหินเข้าไปในห้อง ทันใดนั้นเองมีสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นลูกตุ้มหนามวิ่งเร็วตลอดเวลาทั้งๆที่ทั้งสองคนยังไม่ได้เข้า
ไปในห้องเลย
                               "ยังงี้นี่เอง!! ถ้ามีสิ่งผิดปกติเข้าไปในห้องกับดักก็จะทำงานและทำลายสิ่งที่บุกรุกเข้าไป ถ้าทำลายได้แล้วกับดักก็จะหยุดทำงาน
แล้วก็ลูกตุ้มก็จะเดินช้าลงเมื่อสิ่งนั้นไม่ได้อยู่ที่พื้นของจุดที่กำหนดของกับดักนั้นสินะ" (ในเกมส์แค่กระโดดข้ามก็พ้นแล้วแต่ผมทำให้มันยากขึ้นน่ะครับ)


เธียรเก็บเศษหินที่ถูกฟ้าผ่าที่พื้นกระเด็นออกมาทีละก้อนแล้วให้ลิลลี่เป็นคนปาหินเข้าไปในห้องแล้วรีบวิ่งกระโดดข้ามลูกตุ้มทันที ครั้งนี้ทั้งสองคนกระโดดข้ามพ้นได้อย่างสบาย วิธีการที่ทั้งสองคนทำนั้นสำเร็จได้ด้วยดีจนผ่านครบ 500 ชั้นได้


                               "ไชโย!!! ผ่านชั้นที่ 1 มาได้แล้ววววว!!!"
ลิลลี่ตะโกนลั่นพร้อมกับร่วงลงมานอนกับพื้นเพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องเป็นคนปาหินตลอดเวลาตั้ง 250 ชั้น


The Research Tower ชั้นที่ 2
หลุมลวงตามรณะ

คึ่ก คึ่ก คึ่ก ตูม!!
คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก ตูม!!
คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก ตูม!!


เสียงของโซ่ที่ล่ามลูกตุ้มเหล็กค่อยๆดึงขึ้นและปล่อยทิ้งลงมายังจุดที่กำหนดแต่พื้นที่ที่นั้นเป็นบล็อกรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสจำนนวน4แถวหน้ากระดานแต่ว่า 1ใน4 บล็อกนั้นคือจุดที่ลูกตุ้มเหล็กตกลงมา แล้วบล็อกที่เหลืออีกตั้ง 3 บล็อกก็เหมือนไม่มีอะไรน่าอันตรายเลยเหมือนกับเป็นเส้นทางให้เดินผ่านไปฟรีๆ ยังก่ะว่าคนออกแบบกับดักนี่มันแกล้งโง่รึไงกันน้าาา


                        "เอ๋...ทำไมชั้นนี้ถึงดูเหมือนจะผ่านไปง่ายๆเลยล่ะไม่เหมือนกับชั้นที่1 เลยอ่า"
จริงอย่างที่ลิลลี่ว่า...ทำไมชั้นนี้มันถึงออกแบบออกมาเหมือนยอมให้ผ่านไปฟรีๆเลยล่ะ แค่ชั้นแรกก็ทำเอาก้นระบมแล้วด้วย ยังไงซะถ้ามันผ่านได้ง่ายๆแบบนั้นจะได้ไปห้ามพี่ฟลูเดียรได้เร็วขึ้น


                         "ไปกันเถอะเธียร ไอ่คนที่ออกแบบนี้ท่าทางจะโง่มากๆด้วย คงคิดว่าแค่ลูกตุ้มหล่นลงที่พื้นให้เสียงดังจะทำให้พวกเรากลัว"


                         "จ๊ะ! งั้นก็อยู่ห่างลูกตุ้มด้วยนะ เดี๋ยวมันจะมีอะไรโผล่มาอีก"
ช่วงเสี้ยววินาทีนั้นเองเมื่อเท้าของเธียรเหยียบลงไปในพื้นที่บล็อกที่น่าจะดูไม่มีอันตรายอะไร จู๋ๆบล็อกที่เธอเหยียบนั้นก็หายไป ทำให้สองคนนั้นตกลงไปที่ชั้น 499 ของชั้นที่ 1 The Research Tower เจอแบบที่เคยโดนก่อนหน้านี้ หนามทิ่มก้นและโดนฟ้าผ่า สลบครั้ง 3 เป็นเวลา 5 นาที




                            "คนที่โง่น่ะ...มันพวกเราไม่ใช่เหรอลิลลี่...โอ้ยๆ...ก้นอันงดงามของฉัน..."


                            "งือ~~ อะไรกันเนี๊ยไอ้พวกกับดักพวกนี้!! ทำเอาเสียเวลาสุดๆเลยน๊าาาา"

                             "โอ๊ย~ แค่ชั้นที่1 ก็เสียเวลาไปมากแล้วนะคะ..."
งั้นก็แปลว่าบล็อกที่ดูน่าจะปลอดภัยทั้ง 3 บล็อกนั้นคือตัวหลอกสินะ บล็อกของจริงนั้นคือบล็อกที่ลูกตุ้มตกลงมา เราก่ะจังหวะช่วงที่โซ่กำลังดึงขึ้นไประยะ
เวลาที่มันจะตกลงมานั้นคือ 15 วินาที แล้วก็รีบอยู่จุดนั้นทันทีรอให้ลูกตุ้มของบล็อกอันถัดไปถูกดึงขึ้นไปอีก 5 วินาที แต่ว่าบางบล็อกนั้นโซ่ที่ดึงลูกตุ้มจะช้ากว่าบล็อกก่อนๆหน้านี้อีก 2-4 วินาที ถ้าพลาดขึ้นมาล่ะก็ตายแน่นอน เอาล่ะทุกอย่างมันต้องเป๊ะ!!


                           "ลิลลี่!! เข้ามาอยู่ในเสื้อฉันเร็ว!! พวกเราจะฝ่าลูกตุ้มเหล็กพวกนั้นไป!!"
        
                            "โอ๊! ได้เลย!!"


                            "เอ่อนี่!! ถึงฉันจะบอกว่าให้เข้ามาอยู่ในเสื้อของฉันแล้วทำไมต้องเข้ามาในหน้าอกของฉันด้วยเนี๊ย"


                            "สำหรับฉันน่ะนะ มันคือจุดที่น่าปลอดภัยที่สุดแล้วเหมือนถุงลมนิรภัยนั้นเอง"


                             "เอ่อ... (หน้าอกของฉันเหมือนถุงลมเหรอ ทั้งๆที่ฉันมั้นใจที่สุดแล้วแท้ๆ)"


                             ถ้างั้นก็ลุยล่ะน้า!!
                         ฮึ่ยย่าห์~~~!!
สุดท้ายแล้วทั้งสองก็ผ่านได้อย่างง่ายดายแต่คนที่เหนื่อยที่สุดในชั้นนี้คือ เธียรนั้นเองเพราะต้องก่ะระยะเวลาของลูกตุ้มตลอดเวลาเพราะการตัดสินในครั้งนี้ ถึงกับใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเลยทีเดียวเชียว และเส้นทางของชั้นที่ 3 เป็นบันไดที่ต่อๆกันเป็นชั้นๆและไม่มีอะไรที่น่าจะดูเป็นอันตรายเลย เธียรกับลิลลี่จึงใช้ระยะเวลานั้นเองนอนพักผ่อนเพื่อที่จะไปยังชั้นดาดฟ้าของหอคอย


                          "เธียร! เธียร! ตื่นเร็วเกิดเรื่องแล้ว!!"


                           "หืม...? มีอะไรเหรอลิลลี่ ทำตัวยังก่ะเห็นผีแน่ะ"


                           "นี่เวลาแบบนี้ยังจะเล่นมุกอีกนะ ดูนั้นสิ!!"


                            "....!? เอ๊ะ?"
ภาพของชั้นที่ 3 ที่ทั้งสองเห็นก่อนหน้านี้ที่ยังเป็นบันไดที่ต่อๆกันเป็นชั้นๆกลับการเป็นบันไดที่ต่อกันไปคนละทิศคนละทาง บางขั้นก็ให้ลงไปข้างล่าง บางขั้นก็มีประตูเข้าที่อยู่ข้างกำแพง บางขั้นก็ค่อยๆผุพังทลายลง


                            "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี๊ย!!"


The Research Tower ชั้นที่ 3
เขาวงกตมรณะ


คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก ตึง!
คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก คึ่ก ตึง!

บันไดพวกนั้นค่อยๆเปลียนรูปแบบทิศทางตลอดเวลาและจะมีกำแพงมาปิดกั้นบางเส้นทาง มิหน่ำซ้ำมีช่องประตูข้างกำแพงเปิดแล้วมีสัตว์ประหลาดออกมา (คุณพี่คะไอ้นี้มันเหมือนกับ เมส รัน... กับ ...รี่ พ็อ...เตอร์ เลยนะค่ะ)


                               แฮ่~~~~~~!!!!
สัตว์ประหลาบนับสิบๆตัวที่ออกมาจากประตูก็พุ่งออกมาโจมตีเธียรและลิลลี่ทันที!!


                         Seelegewehr!! (ซีลิคอาวิล!) กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง
ซีลิคอาวิล กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง เป็นท่าไม้ตายท่าเดียวของเธียร หากจะใช้ท่านี้จำเป็นต้องร่ายคาถาซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 วินาทีถึงจะยิงออกมาได้
แต่พลังเวทย์ของเธียรจะเน้นการโจมตีระยะไกลและเป็นเพียงพลังยิงลูกกระสุนแห่งแสงเล็กๆ(เทียบกับ rockman ก็คือ Buster) แต่หล่อนมีพรสวรรด์ไม่เหมือนคนอื่นๆ คือเธอสามารถยิงลูกกระสุนแห่งแสงลูกเล็กๆออกมาได้อย่างต่อเนื่องเพียงแค่ท่องคาถาแค่ครั้งเดียว ถ้าเป็นจอมเวทย์ปกติจะต้องร่ายคาถาใหม่และยิงได้เพียงแค่ครั้งเดียว


                          บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม!!
                          ฮว๊าาากกก!!!

"เธียร! ยังเหลืออีกหนึ่งตัวที่ยังรอด มันกำลังจะบินหนีขึ้นไปข้างบนแล้ว"
เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกสัตว์เหล่าจะหนีเอาตัวเมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้ของมันนั้นเก่งเกินไปและได้สังหารพรรคพวกของมันไปเยอะพอสมควร เราจะใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมันพาขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้านี่แหละ ยังไงมันก็ต้องหาทางออกหนีอยู่แล้ว


                         "ลิลลี่! เราจะเกาะเจ้านั้นไปข้างบนนะรีบเข้ามาในเสื้อฉันเร็วเข้า!!"

                           "OK!!"


สัตว์ประหลาดที่เธียรปล่อยให้รอดกำลังจะบินขึ้นไปข้างบนเรื่อยๆ แล้วภาพทั้งสองเห็นด้านล่างนั้นคือบันไดแต่ละขั้นกำลังถล่มลงไปทีละขั้นๆ ถ้าหากฉันคิดช้ากว่าล่ะก็ได้ตายแบบไม่ต้องจัดทำพิธีฝังเลยนะเนี๊ย นี่คงจะเป็นกับดักสุดท้ายสินะกะจะไม่ให้มีคนรอดเลยสินะ ตกลงเธอคนนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่นะ หลังจากนั้นทั้งสองก็มาถึงเพดานชั้นบนสุดของชั้นที่ 3 แล้วได้ยิง ซีลิคอาวิล ขึ้นไปบนเพดานจนทำให้เพดานพังทลายและก็มีแสงออกมาจากรูที่เธียรยิงพลังออกไปนั้นเอง!!


                         "ฮ๊าาาาาา ได้ออกมาจากหอคอยนรกนั้นซะที~~~~!!"

                         "เฮ้อ...นั้นสินะอากาศข้างในกับข้างนอกนี้มันคนละเรื่องกันเลยน้า"


                          "แล้ว...คนที่เราตามหาอยู่ชั้นดาดฟ้านี่สินะ?"


                          "อื้อ! แต่ว่านะ...ฉันขอนั่งพักแปปหนึ่งนะ"


                          
                         ฝุ่บ~!! "โอ๊ย~~!!"
ช่วงเวลาที่เธียรทิ้งต้วนั่งกับพื้นเธอรู้สึกเหมือนนั่งทับอะไรซักอย่างที่ดูนุ่มนื่ม เธอลูบๆว่าสิ่งที่เธอนั่งทับคืออะไรก่อนที่จะก้มหน้าลงไปมองพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงือที่ไหลยังก่ะท่อน้ำแตก


                           "ว้ายยยยย!!! แย่แล้ววววว~~!! นี่คุณ Liebea Palesch (ไลเบียร พาร์ลิส) นี่นา"


สิ่งที่เธียรนั่งทับนั้นคือ เด็กผู้หญิงที่อายุราวๆ 13-15 ปี สวมเสื้อคลุมยาวสีเขียวมะนาววัดความยาวจากด้านล่างมาบนถึงเพียงหน้าอกและแขนของเธอ เธอสวมรองเท้าสีฟ้าและเครื่องประดับเพรชพลอยหลายชนิดคาดไว้หน้าผากของเธอ ผมยาวสวยและสีของผมเป็นสีชมพูและมีดวงตาสีฟ้าซีด


                             "ใช่...จริงๆ...ด้วย..."
เธอได้พูดออกมาแต่เสียงพูดนั้นเบามากเหมือนกับว่าคนบ่นพึมพัมๆอะไรซักอย่าง แล้วค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมใบที่เศร้าโศกและน้ำตา


                              "คุณทั้งสองคน คือพวกจอมเวทย์ผู้ชั่วร้ายที่จะมาสั่งหารฉันสินะคะ!!"

เธียรกับลิลลี่ยืนนิ่งเงียบซักพัก พร้อมกับใบหน้าดูเหมือนว่างานเข้าซะแล้วสิ
                                
                               "เอ๋~~~~~~~!!!!!"
                               "แง๊ววว~~~~!!!"
                        
                         .....................................................................................................................................




ตัดภาพจินตนาการมาทางนี้นิดหนึ่งจ้า ช่วงก่อนหน้านี้
ก่อนที่เธียรจะใช้ ซีลิคอาวิล ยิงใส่เพดานของชั้นที่ 3 นั้น ไลเบียร พาร์เลส กำลังจะเปิดประตูต้อนรับพอดิบพอดี หลังจากที่กำลังจะเปิดประตูแรงระเบิดของ ซีลิคอาวิล พุ่งทะลุใส่ ไลเบียร เข้าเต็มๆ และกระเด็นออกมาจนสลบแปปหนึ่งก่อนที่จะถูกเธียรนั่งทับอีกที

                          ....................................................................................................................................

                               "อ่ะ...เอ่อ...เดี๋ยวก่อนนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ อ๊ะจริงด้วย! คนที่บอกให้เรามาที่นี่ชื่อว่าคุณคา..."




                           
                   น้ำตาแห่งเทพธิดา เทพเมฆาคลุ่มคลั่ง  จงก่อเกิดพายุฝนกรดมรณะ  Liebessturm!! (ไลบีสสตรัม)

พายุฝนกรดเมฆสีม่วงได้ตกลงอย่างรอดเร็ว ทำให้เธียรกับลิลลี่ต้องหาที่ร่มเพื่อที่จะหลบฝนกรดมรณะที่ ไลเบียร เรียกมา


                                 "แย่ล่ะสิ ดูท่าหล่อนโมโหสุดๆเลยนะเธียร"


                                 "เธอไม่ฟังสิ่งที่เราจะพูดเลยนี่สิ เหมือนกับว่าเธอกำลังกลัวบางสิ่งบางอย่างด้วย"
ทำยังไงดีล่ะดูจากการร่ายคาถาของเธอเหมือนจะเป็นบทเพลงอัญเชิญพลังของทวยเทพ งั้นเหรอเธอเป็นสายเวมนต์โดยตรงสินะจำเป็นต้องอยู่กับที่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีเกราะบาเรียคุ้มกันแถมยังฝนกรดที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่พวกเรามาที่นี่ก็โดนฝนพวกนี้ไปแล้ว มันคงแค่ลดพลังชีวิตทีละนิดสินะ ไม่ลองไม่รู้สินะ ต้องเข้าจัดการตรงๆเลยละกัน!!


เธียรใช้ท่าพื้นฐานของทหารพื้นราบในตำนานที่มีชื่อว่า Dash ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาจากครูฝึกอัศวิน Lord Rock X ซึ่งเป็นท่าสไลด์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดร็วในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ท่านี้สามารถสไลด์ผ่านช่องแคบๆได้และยังเข้าไปหาคู่ต่อฝังตรงข้ามได้อย่างรวดเร็ว


                                  "คุณไลเบียร หยุดเถอะค่ะ!! ช่วยฟังสิ่งที่ฉันจะพูดก่อนสิคะ!!"


ผลั่ก!! ผลั่ก!! ผลั่ก!!
เธียรล้มลงกับพื้นและมีความรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เพราะฝนกรดนั้นไม่ได้ทำลายชุดเกราะกับลดค่าพลังชีวิตทีละนิดแบบที่คาดเดาไว้ แต่ฝนกรดของไลเบียรเป็นการโจมตี ถ้าเม็ดฝนโดนร่างกายเข้าจะปวดแสบปวดร้อนและได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงเหมือนกับมีคนเข้ามาต่อยอะไรอย่างนั้น

"อึก...อะไรเนี๊ย...ฝนกรดพวกนี้มันไม่เหมือนกับฝนกรดที่อยู่ข้างนอก The Research Tower หรอกเหรอ!?"
แต่ว่าทำไมไลเบียรไม่ตอบกับมาซักคำเลยล่ะ...ดูเหมือนว่าเธอกำลังหมกมุ่นกับร่ายคาถาเวทมนต์ขนาดใหญ่ ฝนกรดมรณะ อ่า...ใช่แล้วถึงมันจะเป็นเวทมนต์ขนาดใหญ่แบบนี้ต้องใช้สมาธิสูงมากๆ แค่ทำให้ให้เธอหลุดจากสมาธิเราจะเป็นฝ่ายรุกทันที เพราะว่าเราคือจอมเวทย์สายโจมตีระยะไกลยังไงล่ะ


                      "ลิลลี่ ฉันมีแผนดีๆแล้วล่ะ!!"

                        "หืม!?"


                         ซุบซิบๆๆๆๆๆ
ในเมื่อทั้งสองคนวางแผนกันเสร็จเรียบร้อย เธียรได้หยิบแผ่นหินบางๆมาบังฝนกรดไว้ เพราะว่า ฝนกรดมรณะ จะไม่ทำความเสียให้กับสิ่งก่อสร้าง


                         "ซีลิคอาวิล! [กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง]"


                          แกร๊ง!!
                    "เธียร! ถึงแม้จะยิงไม่เข้า แต่เกราะบาเรียมันจำกัดการรับพลังโจมตีนะ ยิงไปเรื่อยๆ!!"


                           "เข้าใจแล้ว!! ซีลิคอาวิล ต้องใช้ระยะเวลาในการร่าย 3 วินาที แต่คู่ต่อสู้ไม่ตอบโต้กลับมาเลยแบบนี้ก็ร่ายได้ไม่อั้นน่ะสิ "


                           "ซีลิคอาวิล์! "ซีลิคอาวิล์!  "ซีลิคอาวิล์!  "ซีลิคอาวิล์!  "ซีลิคอาวิล์!  "ซีลิคอาวิล์!
                             แกร๊ง!!  แกร๊ง!!  แกร๊ง!!  แกร๊ง!! เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!!
                              
                      "ตอนนี้แหละลิลลี่!! จัดการเลย!!"

เธียรรีบคว้างแผ่นหินไปที่ ไลเบียรและลิลลี่ ก็รีบบินเข้าไปข้างใต้แผ่นหินที่เธียรขว้างไปที่ ไลเบียร เพื่อที่จะทำลายเกราะบาเรีย


                         "ฮึ่ยย่าห์~~~~!!!!! ลิลลี่อับเปอร์ คัท!!"


                         เพล้ง!!!!!!


เกราะบาเรียของ ไลเบียร แตกเป็นเสี่ยงๆ ลิลลี่ต่อยซ้ำไปอีกครั้งเพื่อจะทำให้ ไลเบียร หลุดจากสมาธิในการร่ายเวทย์ ฝนกรดมรณะ


                       "โอ๊ย..!? ไม่จริงน่า...ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดค่ะ"
                        น้ำตาแห่งเทพธิดา เทพเมฆาคลุ่มคลั่ง  จงก่อเกิดพายุฝนกรดมรณะ ไลบีส....
ถึงแม้การโจมตีจะได้ผลแต่ ไลเบียร ก็พยายามจะท่องคาถา ฝนกรดมรณะอีกครั้ง

"ฉันไม่ไห้คุณร่ายคาถา ฝนกรดมรณะ อีกหรอกค่ะ!! ซีลิคอาวิล!! "
กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง ซีลิคอาวิล พุ่งเข้าไปที่ ไลเบียร เต็มๆก่อนที่เธอกำลังจะร่ายคาถา ฝนกรดมรณะ สำเร็จ


                        บึ้ม!!!!!
          "กรี๊ดดดดดดดด!!!!!......ท่าน...พี่...คะ...."
ไลเบียรล้มลงและก่อนที่เธอกำลังหมดสติ เธอได้พูดว่า ท่านพี่...หนูขอโทษ...ยกโทษให้หนูด้วย


                                   .......................................................................................................................


15 วันก่อนที่เธียรและลิลลี่จะมาที่ The Research Tower....


                          "ไลเบียร ตื่นเร็ว! ไลเบียร"
                          "อืม...มีอะไรเหรอค่ะ...ท่านพี่?"
                          "พี่ไม่มีเวลาอธิบายมากนัก...รีบไปแต่งตัวเร็วเข้า...พวกเราขึ้นไปบนดาดฟ้ากัน"


ไลเบียรซึ่งไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ทำตามคำพูดของพี่ชายอันเป็นที่รักของเธอแล้วจึงวิ่งไปที่บันไดทางขึ้นดาดฟ้าที่พี่ชายของเธอรออยู่


                           "เอ่อ...ท่านพี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมท่านพี่ถึงดูกระวนกระวายจัง"


ชายหนุ่มได้ทำสีหน้าตึงเครียดเมื่อถูกน้องสาวของเค้ามองดูที่หน้าออกว่าต้องเกิดเรื่องร้ายแน่


                          "พี่...ก่อกบฎน่ะ...ข้อหาลอบสังหาร ไอริส เซฟเฟี้ยน แต่ทำไม่สำเร็จ ถูก กราฟ เซฟเฟี้ยน มาขัดขวางไว้น่ะสิ คือพี่แอบไปรู้ความจริงมาน่ะคือ องค์จักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์น่ะ..."


                                       บรึ้มมม!!!!!!!!
เสียงระเบิดจากชั้นที่ 1 ของ The Research Tower ดังขึ้นจนทำให้ทั้งสองที่อยู่บนดาดฟ้าได้ยินทันที


                          "แหม่ๆๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนล่วงรู้ความลับสุดยอดดิฉันนะคะ ฮิฮิฮิ จะปล่อยให้มีชีวิตต่อไปแบบนี้คงไม่ได้แล้วสินะคะเนี๊ย ว่าแต่หอยคอยนี่มันกว้างใหญ่จังเลยนะคะเนี๊ย จะยอมเล่นซ่อนอีกคนด้วยนะคะ แต่ว่าดิฉันขอเป็นคนหานะคะ ฮิฮิฮฺิ"


เสียงของเด็กสาวปริศนาดังขึ้นในหัวของทั้งสองคนที่อยู่บนดาดฟ้า การที่จะทำแบบนี้มีเพียงแค่ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ กราฟ เซฟเฟี้ยน เท่านั้น ซึ่งพี่ชายของไลเบียรรู้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร


                            "ฟังนะ!! ไลเบียร พี่จะลงไปข้างล่างเพื่อไปหยุดผู้บุกรุกคนนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามลงมาเด็ดขาด สักวันพี่จะส่งคนที่พี่ไว้ใจที่สุดขึ้นไปช่วยน้อง แต่อย่าเพิ่งไปหาคนนั้นเด็ดไม่แน่อาจจะเป็นศัตรูก็ได้ หากเค้าคนนั้นได้รับการทดสอบแล้วขึ้นมาถึงชั้นที่3ได้ให้ลงไปต้อนรับเค้านะ และเค้าคนนั้นจะพูดรหัสลับออกมาว่าเค้าอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา เข้าใจนะ?"


                            "เข้าใจแล้วค่ะท่านพี่ แต่ว่าท่านพี่คะ...ท่านพี่ต้องกลับมาให้ได้นะคะ..."

                            "อืม...พี่ให้สัญญา"


ไลเบียรยอมฟังคำพูดของพี่ชายของเธอทุกอย่างโดยไม่ซักถามอะไรซักคำและนั่งสวดภาวนาขอให้พี่ของเธอปลอดภัยและเชื่อว่าคนที่พี่ของเธอจะมานั้นต้องเป็นที่อ่อนโยนแน่นอนจนถึงวันนั้น....




  "คนๆนั้นที่ท่านพี่ส่งมาที่จะมาช่วยเราจะเป็นต้องเป็นคนอ่อนโยนและใจดีเหมือนกับท่านพี่แน่ๆ คนๆนั้นจะเป็นยังไงกันน้าอยากเจอเร็วๆจัง" หลังจากนั้นภาพที่ ไลเบียรคิดไว้อย่างสวยงามว่าคนที่จะมาช่วยเธอนั้นต้องเป็นดั่งเจ้าชายขี่ม้าขาวแน่ๆ เพราะเค้าผ่านกับดักมาได้ถึงยอดเพดานของชั้น 3 The Research Tower เธอกำลังจะเปิดประตูต้อนรับเค้าด้วยรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักแต่อีกฝ่ายนั้นไม่รู้ว่าหล่อนอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู จึงยิง ซีลิคอาวิล ใส่ประตูระเบิดเละทำให้ ไลเบียร กระเด็นออกห่างจากประตู5เมตรสลบแถมยังโดนคนๆนั้นนั่งทับอีก

"ท่านพี่คะ...คนๆนี้...ปีศาจผมทอง...น่ากลัวมากเลยค่ะ T^T "






                           ...............................................................................................................................



                       "อ๊ะ!! เธอฟื้นแล้ว...เธียร! ไลเบียร ฟื้นแล้ว!!"

                       "เอ๊ะ..ภูติแห่งสายลม...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

                       "อย่าเพิ่งรีบลุกสิคะ นอนพักอีกสักพักฉันกำลังจะใช้เวทย์รักษาให้อีกครั้งหนึ่งน่ะค่ะ"

                       "เข้าใจแล้วค่ะ..."


เธียรที่กำลังใช้เวทมนต์ในการรักษาอยู่ ไลเบียรได้มองไปที่ใบหน้าของเธียร กำลังจะนึกคิดว่าเคยเจอคนๆนี้มาแล้วแน่ๆ เหมือนคนที่ทำให้ความฝันอันงดงามของเธอกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจลืมได้"ใช่เธอคนนั้นมีผมเป็นทอง"ไลเบียรได้หันหน้าไปมองที่เส้นผมของเธียรเพื่อจะดูว่าสีผมของเธียรเป็นสีอะไร แต่ว่าสีผมของเธียรในตอนนี้เป็นสี ชมพู


"ขอโทษนะคะคุณไลเบียร คือว่าฉันช่วงชิง the Blades of the Rose Cross แห่ง Liebessturm ไปแล้วสีผมของฉันจึงกลายเป็นสีชมพูแบบนี้น่ะค่ะ"


ยังงั้นเหรอ the Blades of the Rose Cross ของฉันถูกชิงไปแล้วสินะ ดีแล้วล่ะจากนี้ไปฉันก็ได้ออกจากกลุ่ม RKS แบบไม่ต้องกังวลซะที แต่ว่าทำไมเธอผู้นี้ถึงทำให้ the Blades of the Rose Cross แห่ง Liebessturm ยอมรับให้เป็นผู้ครอบครองกันนะ หรือว่าคนๆนี้คือความหวังสุดท้ายของท่านพี่
ที่จะหยุดสงรามครั้งใหม่นี้ ต้องให้แน่ใจ


                           "เอ่อคือว่า..."


                           "คะ...?"
เธียรที่กำลังใช้พลังเวทย์รักษาไลเบียรได้หันหน้ามา


                         "คุณเป็นใครเหรอคะ แล้วก็ทำไมถึงมาที่นี่ได้อย่างถูกต้องล่ะ เพราะว่าฉันได้สร้างพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงเป้องไม่ให้ใครเข้ามาใน The Research Tower ได้นะคะ"


เธียรยิ้มและทำหน้าเขินๆ


                         "ฉันชื่อสปิริเธียร โรเซนเบิร์ก แล้วที่ฉันมาที่นี่ได้เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งมอบแผนที่ให้กับฉันค่ะ เป็นคนรูปร่างใหญ่และตัวสูงด้วยเค้าบอกวิธีที่จะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นโดยการช่วงชิง the Blades of the Rose Cross ของสมาชิกกลุ่มRKS ทั้ง8 คน ถ้าฉันร่วมรวมได้ครบก็จะสามารถหยุุดสงครามนี่ได้"


ไลเบียรถึงกับตกใจเล็กน้อยในเมื่อรู้ว่า เธอคนนี้น่ะเหรอคือความหวังสุดท้ายที่จะหยุดสงครามได้..


                           "คุณเจอเค้าที่ไหนเหรอค่ะ ผู้ชายคนนั้น?"


                           "อื้อ! เพิ่งได้ฟังคำแนะนำจากเค้ามาเมื่อวานนี่เอง เจอกันที่ป่าดำน่ะ หลังจากแยกทางกันฉันก็ใช้ Teleportion
ตรงมาที่นี่เลย แต่ว่า...รู้สึกผู้ชายคนนั้นชื่อ..."


                         "Karl Palesch (คาร์ พาร์ลิส) สินะคะ"


                         "อ๊ะ!! ใช่ๆ ชื่อนั้นแหละ!เอ๊ะ!..Palesch เหรอ"


                        "ฮิฮิ ใช่แล้วค่ะผู้ชายคนที่ท่านสปิริเธียรว่านั้น คือพี่ชายของฉันเองค่ะ"
                                                      
                        "ฮ่ะ ฮ่ะ อย่างงั้นเองเหรอเนี้ย"


ไลเบียรได้แอบหัวเราะในใจและได้เห็นคนที่พี่ชายของเธอส่งให้มาช่วยเหลือนั้นจะเป็นเด็กสาวมีพลังที่น่าสนใจเลยทีเดียว และก็คิดว่าถ้าเธอเดินางไปกับสองคนนี้นั้น เธออาจจะได้พบกับพี่ชายของเธออีกครั้งก็เป็นได้


                       "เอ่อ...ท่านสปิริเธียร...คือว่าฉันขอร่วมเดินทางไปกับพวกคุณจะได้มั้ยคะ?"


                       "เอ๊ะ...จะ...จะ...จริงเหรอ!! คุณไลเบียรจัไปกับพวกเราด้วยงั้นเหรอคะ!! เอ่ออย่าเรียกฉันว้าท่านสปิริเธียรเลยค่ะเรียกว่าเธียรเฉยๆก็ได้นะ ไลเบียรจัง"
                      "ฉันชื่อลิลลี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไลเบียรจัง!!"


                       "ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ลิลลี่"
ระหว่างลิลลี่กับไลเบียรกำลังแนะนำตัวกันอยู่ the Blades of the Rose Cross แห่ง Liebessturm ที่เธียรครอบครองอยู่นั้นได้ฉายภาพของสถานที่แห่งหนึ่ง ว่าเส้นทางต่อจากนี้ไปคือที่ใดและคนที่อยู่ในสถานที่นั้นคือสมาชิกกลุ่ม RKS คนไหน


                        "ยะ ยะ แย่แล้วสิ...คนที่เราต้องไปสู้คนต่อไปน่ะ...คือยัยนี่เหรอ?"


                         "มีอะไรหรอคะ คุณเธียร?"
ไลเบียรเดินเข้ามาถามเธียรจากข้างหลังแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเธียรตัวสั่นและหน้าแดงเหมือนกับไปเจอสิ่งน่ากลัวที่สุดในชีวิตเข้าให้อะไรอย่างนั้น


                         "ตายจริง! สถานที่ที่พวกเราต้องไปคือเกาะลอยฟ้านี่คะ? แล้วใครเป็นปกครองที่นั้นกันล่ะค่ะ คุณเธียร"


                          "คนที่พวกเราจะต้องไปสู้นั้นคือคนที่ฉันไม่อยากไปเจอที่สุดในชีวิตน่ะสิคะ"

เธียรซึ่งอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้แถมยังสั่นไม่หยุดก็มีรูปภาพของคนที่ปกครองเกาะแห่งท้องฟ้าปลิวมาที่ ไลเบียร กับ ลิลลี่  ได้เห็นภาพนั้นถึงกับอึ้งเพราะในรูปนั้นมีคนที่จะต้องไปสู้แต่พอมองในรูปภาพนั้นดีๆจะมีอีกคนที่ทั้งสองพูดออกมาไม่ได้


                            กรี๊ดดดดดดดด ห้ามดูน้าาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

















                                         


่้






                                                





            











                              
      
         




                                         


                        




                                   
                                 


                           


                                


                          


                           

                             






                           
                           


  














           


            
LusteArtwork.jpg


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-10-2018 19:34 , Processed in 0.168793 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th