เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 580|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4558
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 28-1-2016 03:30:55 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:11

  Rosenkreuzstilette บทที่ 27


สายเลือดแท้กับสายเลือดผสม





       "นายท่าน...พระราชาแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกสังหารแล้วครับ...เป็นฝีมือของลูกสาวของท่าน ไอริส เซฟเฟี้ยน"

       "มิโกะระดับสูงสุด 'คิเคียว' แห่งเมืองเจเปนนิสล่ะ?"

       "ถูกสังหารไปแล้วเช่นกันครับ ฝีมือของปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง 'คิตสึเนะ' ลูกสมุนของไอริสและพาราดินทั้ง 4 คน ก็ถูกฆ่าตายหมด ด้วยน้ำมือของ 'ธานาทอส' เหลือแค่พาราดินหญิง พาเมล่า อาร์วิงค์ แห่งคริสตจักรที่หนีรอดมาได้ครับ"

       "ชิ! พาราดินหญิงคนนั้นจะต้องไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกคริสตจักรแน่ๆ"

       "ลูกสาวของท่าน ไอริส เกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษของ 'Rosenkreuz' ที่มีสติปัญญาสูงมากและยังมีพลังมหาศาลเทียบเท่ากับพระเจ้าได้เลย ซึ่งนั้นก็แปลว่า Rosenkreuz ได้กลับชาติมาเกิด"

       "ข้ารู้...เพราะเรื่องแบบนี้ไง...ข้าถึงได้แบ่งมันออกมาเป็น 9 ชิ้น และจะแบ่งออกไปให้เหล่า 8 สาวกจอมเวทย์ยังไงล่ะ"

       "8 ชิ้นเหรอครับ? แล้วชิ้นที่ 9 จะเอาไปให้ใครล่ะครับ" คาร์ลถามกราฟด้วยความสงสัย กราฟลุกขึ้นจากเก้าอี้และชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่าง คาร์ลมองตามนิ้วของกราฟที่ชี้ไปก็ได้เห็น เธียรกำลังฝึกใช้พลังกับฟลูเดียรอยู่ที่ลานกว้างของปราสาท

       "ลูกสาวของพาราดิน โรฮาน โรเซนเบิร์ก?"

       "ก่อนที่ไอริสจะได้พลังของตัวเองกลับคืนมา ชิ้นที่ 9 อันนี้ คือส่วนที่สำคัญที่สุดของพลัง Rosenkreuz เพื่อที่จะไม่ให้พวกคริสตจักรรู้ที่มาของพลังแบบนี้ ข้าจะขอตั้งชื่อใหม่ว่า Rosenkreuzstilette (ฺฺBlades of the Rose Cross)" กราฟมอบชิ้นส่วนของพลัง Rosenkreuz ทั้ง 8 ชิ้นให้กับแปดสาวกจอมเวทย์และได้ตั้งกลุ่ม RKS ขึ้นมาและมอบตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มให้แก่ ชีเซลล์ เมลสตรอม ชิ้นส่วนต่างๆ จะถูกสร้างรูปแบบออกมาไม่เหมือนกันซึ่งมีดังนี้

      ชิ้นที่ 1 ถูกสร้างเป็นของเหลวสีแดง กราฟได้มอบให้กับ 'ฟลูเดียร นิลวาร์' และเธอก็ดื่มมันเข้าไป

      ชิ้นที่ 2 เครื่องประดับรูปกางเขนแบบมีสายคาดเอว กราฟมอบให้ 'ซอร์เนียร์ เซฟเฟี้ยน' ลูกสาวบุญธรรมของตน

      ชิ้นที่ 3 หอกโกลาหลที่สืบทอดกันมาของเผ่ามังกรทะเล กราฟได้ฝังกางเขนลงไปในหอกและมอบให้กับ 'ทาร์อูเอเล่ วอร์เลส' เผ่ามังกรทะเลคนสุดท้าย

      ชิ้นที่ 4 ชุดว่ายน้ำสีดำพร้อมกับประดับรูปกางเขนที่กลางอกเสื้อ กราฟมอบให้กับปิศาจซัคคิวบัส 'ลูซเต้ ทอยเบอร์' เพราะจริงๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ลูซเต้ใส่แต่ชุดว่ายน้ำตลอดเวลาจึงจำเป็นต้องทำให้เป็นแบบนี้

     ชิ้นที่ 5 ที่คาดผมสีเงินและสลักเป็นรูปกางเขน กราฟมอบให้กับหลานสาวของพาราดินไลมัส 'กอร์ล่า เซย์ฟาร์'

     ชิ้นที่ 6 นาฬิกาพกสีทองมรดกชิ้นสุดท้ายของจอมเวทย์แห่งกาลเวลา กราฟมอบมันให้แก่ 'ชีเซลล์ เมลสตรอม' ลูกศิษย์คนสนิทของเค้า

     ชิ้นที่ 7 เสื้อคลุมสีเขียวที่มีพลังในการเรียกสายฝน กราฟมอบให้กับ 'ไลเบียร พาร์ลิส' น้องสาวของคาร์ล

     ชิ้นที่ 8 กระเป๋าควบคุมมิติ สามารถดูดทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งโลก(หลุมดำ)และเป็นตัวสะกดพลังของ 'ซิลเวอร์-มุตา คาร์ซาโซล่า มาร์เกิ้ล' เพื่อไม่ให้เธอแตะสิ่งของต่างๆ แล้วจะทำให้มันขยับเหมือนมีชีวิตได้

     ชิ้นที่ 9  เศษกิ่งไม้ของต้นซากุระจากเมืองเจเปนนิส เมื่อได้ทราบว่าคิเคียวถูกฆ่าตายแล้ว กราฟได้สั่งให้คาร์ลเก็บสิ่งนี้เอาไว้และให้นำไปมอบให้กับ 'สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก' ที่ป่าดำ ก่อนไอริสจะส่งคนไปสังหารเธอ

      ปัจจุบัน...ไอริสรู้ตัวแล้วว่าพลังส่วนหนึ่งของเธอที่ถูกกราฟดึงออกไปนั้นอยู่ใกล้ตัวเธอตลอดเวลา เธอจึงจับตัวกราฟไปขังในคุกใต้ดินของปราสาทและหนึ่งในชิ้นส่วนพลังของเธอกำลังตรงเข้ามาในคุกใต้ดินในไม่ช้า...




      "พี่ฟลูเดียร...หนูจะเป็นน้องสาวที่ดีที่สุดของพี่ให้ได้เลยค่ะ..." ฟลูเดียรสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นตัวเองกำลังนอนอยู่บนรถม้าที่กำลังวิ่งตรงไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน เธอเหลือบตาไปมองตรงที่นั่งคนขับรถม้าก็ได้เห็นชีเซลล์กับกอร์ล่านั่งอยู่

      "โย่ว~! ตื่นขึ้นมาแล้วเหรอเจ้าหญิงน้ำแข็ง" ชีเซลล์หันหน้าเข้ามาทัก

      "ชีเซลล์?...กอร์ล่า?...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

      "เธอโดนคำสาปของเจ้าหญิงฟรอยควบคุมจิตใจน่ะ..."

      "คำสาปของเจ้าหญิงฟรอย!? ของแบบนั้นมันมีด้วยเหรอ?"

      "ก็นะ...เรื่องนี้ค่อยพูดทีหลังนะ แต่ตอนนี้พวกสปิริเธียรกำลังบุกทำลายปราสาทเซฟเฟี้ยนอยู่ตอนนี้" ชีเซลล์ชี้นิ้วไปที่ปราสาทที่กำลังลุกไหม้ ไฟที่กำลังไหม้ได้สร้างความเสียหายไปครึ่งหนึ่งของปราสาทแล้ว

      "แต่ก็แปลกนะคะ ปราสาทถูกโจมตีขนาดนี้ ท่านกราฟไม่มาป้องกันปราสาทของตนบ้างเลยเหรอ?" กอร์ล่าพูด

      "เค้าไม่ออกมาปกป้องปราสาทหรอก" ฟลูเดียรพูดแทรกเข้ามา

      "หมายความว่าไง?"

      "คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้คือ ไอริส เซฟเฟี้ยน ยังไงล่ะ" ชีเซลล์กับกอร์ล่าถึงกับชะงักเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ประกาศตัวเองว่าจะเป็นว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป

      "ล้อเล่นใช่มั้ย!? ท่านไอริสเนี้ยนะ!?"

      "ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้มั้ย...ฟลูเดียร" ชีเซลล์ถามฟลูเดียรและทำสีหน้าจริงจัง กอร์ล่ายื่นมือดึงแขนของฟลูเดียรให้มานั่งข้างๆ ที่นั่งคนขับรถม้า

      Rosenkreuz (โรเซนครุซ) คือชื่อของเมไจคนแรกของโลก พวกเราเหล่าจอมเวทย์นับถือเค้าเป็นเหมือนพระเจ้าของเรา พลังของเค้าสามารถเปลี่ยนชะตาลิขิตของมนุษย์ได้ทุกอย่างแม้กระทั้งโกงความตายก็ยังได้ แต่พวกคริสตจักรเห็นว่าตัวตนโรเซนครุซคือปีศาจร้ายที่แท้จริงและส่งข่าวไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ให้ไปจับตัวมารับโทษ คำตัดสินของพระราชาคือประหารโรเซนครุซและประกาศว่า 'พระเจ้าเท่านั้นที่จะมีพลังแบบนี้และเป็นผู้ชี้ชะตาลิขิตเพียงผู้เดียว' ผู้คนต่างพากันตื่นตกใจเมื่อได้ทราบข่าวว่า เมไจ โรเซนครุซ จะถูกนำตัวมาประหารที่เมืองเจเปนนิสเพราะ คมดาบ,ใบมีดกิโยตินและเครื่องทรมานต่างๆ ไม่สามารถทำอะไรโรเซนครุซได้เลย เพื่อที่จะลบล้างพลังที่มหาศาลนี้ คริสตจักรได้เชิญตัว มิโกะระดับสูง คิเคียว  ผู้คุมการหลับไหลของมนุษย์ ฮิปนอสและน้องชายฝาแฝดของเค้า ผู้คุมความตาย ธานาทอส ทั้งสามได้ถูกเชิญมาเป็นผู้สลายพลังของโรเซนครูซ คิเคียวใช้เชือกผนึกพลังมัดตัวเค้าไว้ใต้ต้นซากุระของเมืองเจเปนนิส ฮิปนอสสาปให้หลับไปตลอดกาลและสุดท้ายธานาทอสดึงวิญญาณออกจากร่างและทำลายดวงวิญญาณโรเซนครูซให้แตกสลายหายไป ก่อนดวงวิญญาณของโรเซนครูซจะถูกทำลายหายไปก็ได้พูดบางสิ่งบางอย่างทิ้งท้ายไว้

    "ข้าจะกลับมาอีกครั้งในร่างของเด็กสาว พวกแกทั้งหมดจะต้องจะถูกลบหายออกไปจากโลกใบนี้ รวมทั้งพระเจ้า!" ร่างที่ไร้วิญญาณของโรเซนครูซได้ถูกฮิปนอสนำลงไปที่นรก คิเคียวที่เป็นผู้ดึงพลังออกมาส่วนหนึ่งไปผนึกไว้ในต้นซากุระ จนถึงปัจจุบันนี้ต้นซากุระต้นนั้นได้ถูกทำลายทิ้งไปแล้วเหลือเพียงแต่เศษกิ่งไม้ชิ้นเล็กๆ และคนที่เก็บกิ่งไม้นั้นมาคือราชาแวมไพร์ กราฟ เซฟเฟี้ยน เวลาผ่านไป 200ปี กราฟได้รับตำแหน่งเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่และมีลูกสาวที่มีชื่อ ไอริส ตอนที่เธอเพิ่งกำเนิด กราฟได้เห็นพลังที่มหาศาลมากอยู่ในตัวเธอ จนทำให้ภรรยาของตนเสียชีวิตทันทีเมื่อให้กำเนิดเธอ คาร์ลได้บอกกราฟว่านี่คือพลังของ เมไจ โรเซนครูซ ที่ก่อนจะถูกทำลายดวงวิญญาณไป ได้ทิ้งคำพูดว่าจะกลับชาติมาเกิดและแก้แค้นพวกเราทั้งหมด...


      "งั้นก็แปลว่า...ท่านไอริสคือโรเซนครูซที่กลับชาติมาเกิดและจับตัวท่านกราฟไปขังไว้ในคุกใต้ดินยังงั้นสินะ" ชีเซลล์พูดและหันไปมองหน้าฟลูเดียร

     "ท่านไอริสตอนนี้คงกำลังจะเริ่มแผนการทำลายล้างมนุษย์ทุกคนรวมทั้งพวกเราเหล่าจอมเวทย์ด้วยแน่ๆ" กอร์ล่าพูด

     "ไม่ต้องห่วง...ไอริสตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้เพราะเธอถูกนายท่านดึงพลังออกไปส่วนหนึ่ง" ฟลูเดียรยื่นมือไปจับที่คาดผมของกอร์ล่า

      "Blades of the Rose Cross ? มันมีอะไรยังงั้นเหรอ?" ชีเซลล์หันหน้าไปถามฟลูเดียร

      "มันคือพลังที่ไอริสกำลังตามหาอยู่ยังไงล่ะ"

     "ว่าไงนะ!? นาฬิกาพกของฉันก็มีพลังของท่านไอริสด้วยเหมือนกันน่ะสิ" ชีเซลล์ตะโกนเสียงใส่ฟลูเดียร

    "แย่แล้ว! แบบนี้ก็เหมือนเอาของไปคืนให้เจ้าของถึงบ้านน่ะสิ ต้องรีบไปหยุดยัยพวกนั้นแล้ว!!" กอร์ล่าสะบัดเชือกให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นและตรงไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน



    "นายหญิง! มีใครบางคนกำลังวิ่งตรงเข้ามาที่คุกใต้ดินแห่งนี้ค่ะ" คิตสึเนะได้ยินสีฝีเท้าที่กำลังวิ่งรงเข้ามาและชักมีดสั้นออกมาจากเสื้อดักรอโจมตีอยู่อีกฟากหนึ่งของประตู

       "หืม?...พลังเวทย์ที่เต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะ? ซอร์เนียร์ยังงั้นเหรอ?" กราฟสัมผัสถึงพลังเวทย์ของซอร์เนียร์ได้และพยายามจะดึงมือออกจากกุญแจมือเวทมนต์ให้หลุดออก แต่ก็ไม่เป็นผล

       "แหม่~ จะดักซุ้มโจมตีไปทำไมคิตสึเนะ เรามีแขกมาไม่ใช่เหรอ~ เปิดประตูให้เค้าเข้ามาดีๆ สิ" ไอริสเดินไปเปิดประตู เสี้ยววินาทีที่มือของไอริสกำลังจะจับลูกบิดก็มีแสงสว่างส่องผ่านช่องประตูเข้ามา ไอริสเห็นแสงดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร

       "นายหญิงไอริสระวัง!!"

       "เอ๊ะ?"

       "หึหึ มารแดงแห่งโทสะ ไม่เคยเข้าประตูแบบคนธรรมดาหรอกนะไอริส..." กราฟหัวเราะขึ้นมา จนทันใดนั้นเองประตูทางเข้าของห้องคุมขังก็ระเบิดออกมาจนทำให้ไอริสที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของประตูโดนแรงระเบิดเข้าไปเต็มๆ คิตสึเนะกระโดดเข้าไปหลบที่หลังกำแพง แต่ก็โดนแรงอัดของระเบิดเข้าไปที่หางจนขาดไปหนึ่งหาง ร่างของไอริสกระเด็นไปติดกับกำแพงของห้องคุมขัง แรงอัดกระแทกทำให้เลือดของไอริสสาดกระเด็นไปทั่วทั้งห้อง

      "โทษที...ที่บ้านไม่เคยสอนให้เคาะประตูน่ะ" ซอร์เนียร์เดินออกมาจากกลุ่มควันไฟที่กำลังลุกไหม้เศษไม้ของประตู เธอเหลือบตาไปมองเห็นกราฟที่กำลังนั่งอยู่ข้างในห้องขัง ร่างกายของเค้าเต็มไปด้วยบาดแผลต่างๆ มากมาย

      "อั๊ก~~! หางฉัน!? ยัยเด็กบ้านี่!" คิตสึเนะเดินออกมาจากหลังกำแพงและเสกลูกไฟจิ้งจอกโจมตีใส่ซอร์เนียร์

      "อ่อนไปเยอะนะคิสึเนะ อุ๊ย!? เหลือ 7 หางนี่นาโทษทีๆ" ซอร์เนียร์ใช้มือเปล่าต่อยทำลายลูกไฟจิ้งจอกของคิตสึเนะสลายหายไป

      "ไม่ได้ใช้แขนกล!? แต่ใช้มือเปล่าต่อยไปดื้อๆ ยังงั้นเลยเหรอ!?" คิตสึเนะตะลึงกับภาพที่เธอเห็น

      "แข็งแกร่งขึ้นมามากเลยนี่..." กราฟมองซอร์เนียร์กำลังต่อสู้กับคิตสึเนะผ่านลูกกรงเหล็ก

      "อย่ามาทำเป็นได้ใจนักเลยยัยบ้านี่!" คิตสึเนะขยายมือของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นและต่อยเข้าไปที่หัวของซอร์เนียร์ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแขนกลข้างซ้ายได้หยุดการโจมตีได้ คิตสึเนะอึ้งชั่วขณะเพราะเห็นแค่แขนกลแต่ตัวคนไม่อยู่

      "ตอนที่อยู่เมืองเจเปนนิสทำแสบมากนักนะ!" ซอร์เนียร์ยืนอยู่ด้านหลังของคิตสึเนะ มือทั้งสองข้างดึงหางของคิตสึเนะออกทั้งสองหาง คิตสึเนะร้อง 'กรี้ด' ดังลั่นไปทั่วห้อง เธอกระโดดออกมาให้ห่างจากซอร์เนียร์

      "ใบข้อมูลเขียนไว้นี่ว่าเธอเสียแขนซ้ายไปเมื่อยังเด็กนี่ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีแขนซ้ายล่ะ"

      "แบร่~! ไม่บอกหรอก!" ซอร์เนียร์เปิดหนังตาและแลบลิ้นใส่คิสึเนะ

      "หางแต่ละหางล้วนเป็นตัวเก็บแหล่งพลังเวย์ของเรา ถ้าถูกดึงออกไปเรื่อยๆ แบบนี้มีหวังถูกยัยนั้นฆ่าตายแน่ๆ จริงสิ! ยัยนี้มีจุดอ่อนที่หน้าอกด้านซ้าย ถ้าเราโจมตีตรงจุดนั้นได้ เหล็กดำที่ฝังอยู่ก็จะฝังลึกเข้าไปในหัวใจมัน เอาแบบนี้แหละ!" คิตสึเนะวิ่งตรงเข้าไปหาซอร์เนียร์อย่างรวดเร็ว ซอร์เนียร์พยายามจะชกสวนกลับแต่ก็ไม่โดน คิตสึเนะแสยะยิ้มแล้วใช้ฝ่ามืออัดโจมตีเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายของซอร์เนียร์จนร่างกระเด็นออกไปประมาณ 4 เมตร

      "รุกฆาตล่ะ! ฉันชนะแกแล้ว!"

      "โอ๊ย~! เจ็บชะมัด" ซอร์เนียร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นออกจากเสื้อและกระโปรงของเธอ

      "บ้าน่า!! โดนแรงอัดไปแบบนั้นแล้วจะยืนได้อีก มันน่าจะโดนเศษเหล็กดำฝังลึกเข้าไปในหัวใจแล้วสิ!"

       "อ้อ~! เศษเหล็กดำที่ฝังอยู่ข้างในหัวใจของฉันน่ะเหรอ? ไม่มีแล้วล่ะ...เพื่อนรักของฉันเค้าเอาออกให้และสร้างแขนซ้ายข้างนี้ให้กับฉันด้วยนะ" ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของซอร์เนียร์เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตและวิ่งเข้าไปต่อยหน้าของคิตสึเนะที่กำลังในอยู่อาการช็อกจนกระเด็นไปกระแทกกับลูกกรงเหล็กอย่างแรง

      "ไม่ใช่แค่แขนซ้ายที่งอกออกมา เศษเหล็กดำที่ฝังอยู่ในหัวใจก็หายไปด้วยเหรอ ซอร์เนียร์...เพื่อนคนนั้นเป็นใครกันแน่" กราฟตกตะลึงกับภาพที่นเห็นและเหงือกหน้าทันที

      "สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ค่ะ ท่านพ่อ..." ซอร์เนียร์เดินไปเปิดลูกกรงเหล็กและพยายามหากุญแจเพื่อที่จะไขเอากุญแจมือเวทย์นี่ออก ช่วงที่เธอกำลังตามหาลูกกุญแจ รอยคราบเลือดของไอริสค่อยๆ ไหลกลับไปหาร่างกายที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ ดวงตาสีแดงโลหิกำลังจดจ้องมองไปที่ซอร์เนียร์

      "คิดเหรอว่าแรงระเบิดแค่นี้จะฆ่าฉันได้น่ะ...ซอร์เนียร์"

      "อะ..ไรเนี้ย..." ซอร์เนียร์เหลือบตาไปมองร่างของไอริสที่กำลังลุกขึ้นยืนอยางช้าๆ

      "แหม่...เล่นงานคิตสึเนะได้ด้วย...แถม...ยังดึงหางออกไปตั้ง 3 หางแน่ะ..."

      "ขะ...ขออภัยด้วยค่ะ...นายหญิงไอริส..." คิตสึเนะพยายามจะลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกันแต่ธอไม่มีเรียวแรงเหลืออีกต่อไปแล้ว

      "โดนระเบิดมัจจุราชของเราเข้าไปเต็มๆ ซะขนาดนั้น ยังจะฟื้นสภาพกลับได้เหมือนเดิมแบบนี้ จะฆ่ากี่ครั้งก็ไม่ตายซักที ถึงว่าทำไมพี่ชายของไลเบียรฆ่าท่านพี่ไอริสไม่สำเร็จ" ดวงตาสีแดงโลหิตเปลี่ยนกลับไปเป็นสีน้ำเงินเข้ม


      "หิหิหิ~ อย่าลืมสิว่าฉันเองก็เป็นแวมไพร์เหมือนกันนะและเป็นสายเลือดแท้ด้วย ไอ้พวกเลือดผสมอย่างเธอจะมาเทียบอะไรกับฉันได้ หืม~?" เสียงของไอริสดังออกมาจากทางด้านหลังของซอร์เนียร์ เธอรีบหันไปแต่ก็ถูกไอริสล็อกแขนเอาไว้และผลักไปกระแทกกับลูกกรงเหล็กอย่างแรง


       "อุ๊บ!! มาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย!?"


       "แหม่~ ซอร์เนียร์...เธอเคยรู้จักชื่อเวทมนต์นี่รึเปล่า 'ดาย กีฟรานเต้ ซูครัส' น่ะ" ไอริสยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูของซอร์เนียร์


       "ดาย กีฟรานเต้ ซูครัส(จุดวางแผนในอนาคต) พลังหยุดเวลาของชีเซลล์งั้นเหรอ!?"


       "ไม่ได้หยุดเวลา...แต่ทำให้เวลาเดินช้าลงต่างหากล่ะ"


       "ทำไมท่านพี่ไอริสถึงใช้พลังของชีเซลล์ได้ล่ะ!? รึว่าท่านก็มีพลังพิเศษในการจดจำเวทมนต์ของคู่ต่อสู้เหมือนเธียรยังงั้นเหรอ?"


       "ไม่ใช่เลย...พลังที่พวกเธอใช้น่ะ มันมาจาก Blades of the Rose Cross มันคือพลังของฉันต่างหาก ท่านพ่อได้ดึงพลังส่วนหนึ่งของฉันออกไปและเอาไปสร้างเป็นเครื่องประดับต่างๆ ให้พวกเธอกลุ่ม RKS และตอนนี้ฉันกำลังจะมาทวงของของฉันคืน" ไอริสค่อยๆ ยื่นมือไปหยิบประดับรูปกางเขนคาดไว้ที่เอวของซอร์เนียร์

       "ไม่ให้หรอก!!" ซอร์เนียร์เปลี่ยนสีดวงตาเป็นสีแดงและสะบัดไอริสออกไป เธอหยิบแขนกลขึ้นมาสวมไว้ที่แขนข้างซ้ายและเปลี่ยนแขนกลให้เป็นดาบยักษ์



       "สายเลือดแท้กับสายเลือดผสม มันคนละระดับกันเลยนะซอร์เนียร์ เธอน่ะไม่เหมาะสมกับนามสกุล 'เซฟเฟี้ยน' เธอมันก็แค่มนุษย์ที่ไร้ค่า!" ไอริสเสกกรงจักรปีศาจขึ้นมาและวิ่งเข้าไปปะทะกับซอร์เนียร์


       "ถูกของท่านพี่...ฉันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่กำลังรอความตาย แต่ว่าท่านพ่อได้เก็บฉันมาเลี้ยงและให้ฉันดืมเลือดของท่าน จนได้พลังความเป็นอมตะมาครองเมื่อ 10 ปีก่อน ถึงแม้จะมีสายเลือดของมนุษย์หลงเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้เป็นลูกสาวบุญธรรมของท่าน" ซอร์เนียร์สะบัดดาบให้ไอริสเสียจังหวะและหักเสาลูกกรงเหล็กออกมาแทงจากด้านหลังทะลุไปด้านหน้า


       "โดนเข้าไปแบบนี้จะตายรึเปล่านะ...ต่อให้เป็นแวมไพร์ที่มีชีวิตเป็นอมตะ ถ้าถูกฆ่าแบบเป็นวิธีการก็ตายได้เหมือนกันนะ..." ซอร์เนียร์แสยะยิ้ม


       "อ๊า~~~~ เจ็บจังเลยน้า~" ไอริสดึงเสาลูกกรงเหล็กออกทางด้านหลังโยนทิ้งลงพื้น


       "บ้าน่า...โดนแทงทะลุหัวใจชัดๆ ทำไมถึงไม่ตายอีก...ท่านพี่ไอริสเป็นปีศาจรึยังไง!!" ซอร์เนียร์ใช้ดาบฟันไปทั่วร่างของไอริสจนเลือดกระเด็นสาดไปทั่วทั้งห้อง คิตสึเนะและกราฟได้แต่นั่งดูกับภาพสุดสยองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า


       "พลังของ 'เมไจ โรเซนครุซ' ผู้มีพลังทัดเทียมกับพระเจ้า ก่อนที่ฉันจะยอมรับพลังเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในตัวจะต้องขออะไรบางสิ่งเพื่อเป็นการยืนยันว่าจะยอมรับเป็นเจ้าของพลังนั่น...คงเพราะขอว่าอยากมีชีวิตรอดล่ะมั่ง..."


       "ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ!?" กราฟหันหน้าไปถามไอริส


       "อื้ม!...ดูเหมือนว่าทันทีที่ฉันได้พลังของโรเซนครูซก็จะฆ่าไม่ตายละนะ ล๊า ล่า ล่า ลา~" ไอริสตอบกลับและเต้นเยาะเย้ยใส่ซอร์เนียร์


       "ฮึ่ย...ไม่ได้โมโหขนาดนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ โรเซนครูซ...ว่าที่พระเจ้าองค์ใหม่...ไร้สาระสิ้นดี!!" ซอร์เนียร์ชี้ดาบไปที่หน้าของไอริส ช่วงเวลานั้นเองก็มีขนนกสีดำค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน


      "อะไรกันน่ะ...ขนพวกนี้!? น่าขยะแขยงชะมัด" คิตสึเนะหยิบพัดขึ้นปัดขนนกสีดำให้ปลิวออกไปให้ห่างจากตัวเธอ


      "ว๊า~~~!! ถึงเวลาแล้วเหรอเนี่ย ฉันยังไม่ได้พลังของฉันกลับคืนมาเลยน้า~~!" ไอริสบ่นเสียงออกมาและเงยมองขึ้นไปบนเพดานห้องขัง วงแหวนเวทย์สีดำค่อยๆ กางออกและมีชายปริศนาลอยลงมาจากวงแหวนเวทย์ ชายหนุ่มผมสีชาสวมชุดคลุมสีดำและปีกสีดำขนาดใหญ่สะบัดออกมาจนทำให้เกิดแรงลมพัดสิ่งของต่างๆ ในห้องกระจัดกระจายไปทั่ว


      "ถ้า Blades of the Rose Cross อีก 7 ชิ้น ที่ท่านไอริสถามหาล่ะก็ ผมได้นำมันมาให้แล้วครับ" ชายปริศนาเปิดถุงกระเป๋าสีขาวที่มีรูปกางเขนติดอยู่เทสิ่งของดังกล่าวออกมาให้ไอริสดู ชุดว่ายน้ำส่วนบนสีดำ,หอกโกลาหล,เสื้อคลุมสีเขียว,ที่คาดผมสีเงิน,นาฬิกาพก,ขวดที่บรรจุเลือด,กระเป๋าหน้าท้อง ซอร์เนียร์เห็นสิ่งของเหล่านี้ก็นึกภาพกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอขึ้นมาทันทีและเธอก็สังเกตไปที่หอกโกลาหลของทาร์อูเอเล่มีรอยคราบเลือดติดอยู่ที่ปลายหอก


      "ไอ้บ้าเอ๊ย!! นี่แกทำอะไรกับเพื่อนของฉัน ห๊า!!!!" ซอร์เนียร์วิ่งตรงเข้าไปหาชายปริศนาอย่างรวดเร็ว


      "รวมกับประดับรูปกางเขนของเธอคนนี้ก็จะกลายเป็นชิ้นที่ 8" หอกแสงสีดำพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์ทะลุร่างของซอร์เนียร์จนเธอล้มลงไปนอนกับพื้นและเลือดก็ไหลออกมาจากปากแผลอย่างรวดเร็ว ไอริสเดินตรงเข้ามาและดึงประดับกางเขนออกจากเอวของซอร์เนียร์


       "แวมไพร์ไม่ใช่ว่าจะโดนแดดเผ่าหรือโดดหมุดเข้าไปที่หัวใจแบบนั้นเสมอไป แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งนะที่จะฆ่าให้ตายแบบทรมานที่สุด นั้นก็คือแวมไพร์ห้ามมีบาดแผลขนาดใหญ่เด็ดขาด เพราะจะต้องสูญเสียเลือดไปจนตายยังไงล่ะ" ไอริสกระซิบที่ข้างหูของซอร์เนียร์และเก็บ Blades of the Rose Cross เข้าไปในกระเป๋าหน้าท้องของซิลเวอร์เดินออกไปจากห้องขังและส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ชายปริศนาเดินเข้าไปพยุงตัวคิสึเนะและลากตัวกราฟออกมาจากกรงขังเดินตามหลังไอริสไป สายตาของกราฟมองไปดูร่างของซอร์เนียร์ที่นอนจมกองเลือด ดวงตาสีแดงโรหิตของซอร์เนียร์ค่อยๆ กลับมาเป็นสีน้ำเงินเข้มและการมองเห็นก็เริ่มมืดลงอย่างช้าๆ


       "หอกแสงอันนั้น...เป็นอาวุธของเทพไม่ผิดแน่...แต่มันเป็นสีดำ...หมอนั้นเป็นเทพยังงั้นเหรอ?...ไม่ใช่...ปีกของมันก็เป็นสีดำ...ปีกอีกาสีดำ...สัญลักษณ์ของเทพตกสวรรค์ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเทพ แต่ร่างกายและจิตใจกลับแปดเปื้อนจนกลายเป็นปีศาจ ฮ่ะ ฮ่ะ น่าขายหน้าชะมัดเลยตัวฉัน...ต้องมาตายด้วยฝีมือของเทพสวรรค์เนี่ยนะ" ตาของซอร์เนียร์ค่อยๆ หลับตาลงแต่เธอมองเห็นร่างของหญิงสาวกำลังวิ่งตรงมาหาเธอถึงจะเห็นไม่ชัดนัก แต่เธอก็มั้นใจว่าหญิงสาวคนนั้นคือ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก


      "อย่าตายนะคะ..."     






     30 นาทีก่อน...


    "อีกนิดเดียวก็จะถึงประตูปราสาทแล้ว กอร์ล่าเธอมองเห็นอะไรจากด้านในปราสาทบ้างมั้ย!?" ชีเซลล์ตะโกนเสียงไปหากอร์ล่าที่กำลังขี่คอของฟลูเดียรอยู่


     "คนที่จะต้องขี่คอควรจะเป็นฉันสิ..." ฟลูเดียรบ่นเสียงออกมา


     "ช่วยไม่ได้นี่นา เธอพูดเองนี่ว่าจะตอบแทนที่ฉันไม่ฆ่าสปิริเธียร โดยการยอมทำตามทุกอย่างจนกว่าเรื่องนี้จะจบลงเองน่ะ" กอร์ล่าก้มหน้ามาพูดกับฟลูเดียร


     "เฮ้ย!? นั้นแสงอะไรน่ะ!?" ชีเซลล์พยายามจะหยิบนาฬิกาพกขึ้นมา แต่หอกแสงสีดำพุ่งมาเร็วมากจนำให้รถม้าระเบิดจนทำให้สามคนกระเด็นตกรถ ชีเซลล์กับกอร์ล่าสลบไม่ได้สติ เหลือแต่ฟลูเดียรที่ยังยืนอยู่ได้


     "ปีกสีดำ!? เทพตกสวรรค์งั้นเหรอ?" ฟลูเดียรมัวแต่ตกตะลึงกับปีกสีดำที่กำลังกางอยู่ เทพตกสวรรค์ได้ใช้จังหวะนั้นวิ่งเข้าไปต่อยท้องของฟลูเดียรจนเธอกระอักเลือด ช่วงที่เลือดกำลังไหลออกจากปากของฟลูเดียร เทพกสวรรค์นำขวดเปล่าขนาดเล็กเก็บเลือดของฟลูเดียรและเดินตรงเข้าไปหาชีเซลล์กับกอร์ล่าที่นอนหมดสติอยู่ หยิบนาฬิกาพกและที่คาดผมออกมาแล้วบินขึ้นไปบนฟ้าตรงเข้าไปข้างในปราสาทเซฟเฟี้ยน


     "อึก!...ขนาดเทพกสวรรค์ก็ยังลดระดับของตัวเองลงมาเป็นลูกสมุนของไอริสยังงั้นเหรอ...ต้องรีบไปช่วยเธียร..." ฟลูเดียรเดินตรงเข้าไปในปราสาทเซฟเฟี้ยนแต่ก็ก้าวขาเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วหมดสติไป


      ต่อมาที่ลานกว้างของปราสาทเซฟเฟี้ยนกลุ่มนักโทษกบฏก็กำลังตามหาซอร์เนียร์ที่หายตัวไปจากกลุ่ม ก็ได้ปะทะกับเทพตกสวรรค์เช่นเดียวกันแต่ความเร็วมันต่างกันมาก ไลเบียรถูกเล่นงานก่อนคนแรกและถูกจับถอดเสื้อคลุมออก เธียรพยายามวิ่งเข้ามาช่วยเหลือไลเบียรแต่ก็ถูกจับแขนและเหวี่ยงกระเด็นเข้าไปในปราสาท ทามาโมะและฮาซึมิวิ่งหลบหอกแสงสีดำที่พุ่งโจมตีใส่นับไม่ถ้วนจนทั้งสองคนกระโดดออกนอกกำแพงปราสาท ลูซเต้บินเข้ามาจากด้านหลังของเทพตกสวรรค์และพยายามจะเอาเสื้อคลุมของไลเบียรกลับคืนมาแต่เธอเป็นฝ่ายถูกดึงเสื้อออกมาซะเองและถูกเตะกระเด็นตกลงไป ทาร์อูเอเล่กำลังร่ายเวทย์ ลีเวียธานโจมตีใส่ เทพตกสวรรค์เห็นภาพดังกล่าวจึงเหวี่ยงร่างของไลเบียรไปกระแทกกับทาร์อูเอเล่จนหอกกระเด็นเข้ามาหาตน ซิลเวอร์เห็นทุกคนในกลุ่มโดนเล่นงานจนหมด เธอเข่าอ่อนและฉี่ราด เทพตกสวรรค์เดินตรงเข้ามาหาเธอและดึงกระเป๋าหน้าท้องออกจากชุดตุ๊กตาแล้วเดินจากไป เธียรเดินออกมาจากประตูด้านในของปราสาทและเห็นเทพตกสวรรค์กำลังเดินเข้าไปในชั้นใต้ดิน เธอจึงใช้โอกาสนี้สะกดรอยตามไปจนมาพบซอร์เนียร์นอนจมกองเลือดอยู่ตอนนี้...


      
      "หิหิหิ~ ในที่สุดฉันก็ได้พลังกลับคืนซะที ตกขอบคุณเทพตกสวรรค์ 'อาซาเซล' มากๆ เลยนะ" ไอริสพูดชมและเดินเข้าไปข้างในเรือเหาะสีทองที่อาซาเซลจัดเตรียมไว้ให้


      "เท่านี้กลุ่ม RKS ก็ล่มสลายแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนจะมาช่วยท่านอีกแล้วนะคะ ท่านพ่อ" ไอริสเหลือบตาไปมองกราฟ


      "ทำไมไม่ฆ่าข้าซะล่ะ จะเก็บไว้ทำไม"


      "ยังบอกท่านไม่ได้หรอกนะ ค่อยไปถึงวิหารของเทพก่อน เดี๋ยวจะบอกทุกอย่างให้ฟังนะ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ~"




       "ท่านพ่อ!!" ซอร์เนียร์สะดุ้งตื่นขึ้นมา


       "อ๊ะ!? รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ คุณซอร์เนียร์" เธียรที่นั่งอยู่ข้างๆ ถาม


       "นี่ฉันยังไม่ตายเหรอ แผลก็หายสนิทอีกด้วย แผลใหญ่ขนาดนี้เธอรักษาฉันได้ยังไงเนี้ยเธียร" ซอร์เนียร์หลือบตาไปเห็นข้อมือของเธียรและเลือดก็ค่อยๆ ไหลออกมา      

       "เธียร...อย่าบอกนะว่าเธอ"


       "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แผลแค่นี้เองเดี๋ยวฉันใช้เวทย์รักษาเดี๋ยวก็หายเองค่ะ" เธียรยิ้มให้กับซอร์เนียร์ แต่เธอรู้ว่าเธียรกำลังฝืนยิ้มให้กับเธอ


       "ขอโทษนะ เพราะฉันแท้ๆ ท่านไอริสจึงแย่งชิง Blades of the Rose Cross ของทุกคนไปได้ ถ้าไม่มีของพวกนั้นเราทุกคนก็จะใช้เวทย์ไม่ได้อีกต่อไป"


       "..." เธียรไม่ตอยและนั่งนิ่งเงียบ


       "อย่าทำหน้าสิ้นหวังแบบนั้นสิซอร์เนียร์ พลัง โรเซนครูซ ของไอริสยังมีไม่ครบหรอกนะ" เสียงปริศนาดังออกมาจากประูด้านนอกของคุกใต้ดิน ทั้งสองรีบหันหน้าไปหาต้นตอของเสียงนั้นก็ได้เห็นคาร์ลเดินเข้ามาข้างในห้องพร้อมกับอุ้มฟลูเดียรเข้ามาด้วย ตามหลังมาด้วยทุกคนในกลุ่มก็เดินเข้ามาข้างในห้องเช่นเดียวกัน


        "คุณคาร์ลกับพี่ฟลูเดียร...ทุกคน" เธียรวิ่งเข้าไปหา


        "หมายความว่าไง? ทำไมนายถึงพูดออกมาแบบนั้น" ซอร์เนียร์หันหน้าไปถามคาร์ล


        "Blades of the Rose Cross ไม่ได้มี 8 ชิ้น แต่เป็น 9 ชิ้นต่างหากล่ะ"


        "ไม่เห็นจะรู้มาก่อนเลยนี่นาว่ามันมี 9 ชิ้นน่ะ" ลูซเต้พูด


       "มันเป็นความลับสุดยอดน่ะ ความจริงฉันจะมอบมันให้กับสปิริเธียรที่ป่าดำ แต่ก็ถูกฟลูเดียรเข้ามาขัดขวางไว้น่ะ"


       "ตัวฉันในตัวนั้นถูกไอริสใช้คำสาปของเจ้าหญิงฟรอยควบคุมน่ะ ขอโษนะเธียร..." ฟลูเดียรหันหน้าไปหาเธียรและอธิบายทุกอย่างให้เธียรฟัง


       "พวกเราจะทำยังไงดีล่ะ Blades of the Rose Cross ก็ถูกแย่งชิงไปแล้ว แถมแหล่งเก็บเวทมนต์ของพวกเราในตอนนี้ก็ถูกยึดไปด้วย" ทาร์อูเอเล่พูดแทรก


        "ยังเหลืออีกหนึ่งคนที่ยังเหลือพลังเวทย์อยู่นะ" ฟลูเดียรยื่นมือออกมาให้ทุกคนดู


        "นั้นมันแหล่งเก็บพลังเวทย์ของเธียรที่ถูกยึดไปนี่นา" ซอร์เนียร์พูด


        "ใช่แล้ว ฉันยึดแหล่งเก็บพลังเวทย์เธียรและ Blades of the Rose Cross กิ่งไม้ของต้นซากุระแห่งเมืองเจเปนนิส ทีได้แย่งชิงมาจากคาร์ล"


        "พวกเรายังมีความหวังอยู่ สปิริเธียรมีแค่เธอเท่านั้นที่จะหยุดไอริสได้" คาร์ลต่อยกำแพงทะลุออกไป เหล่าสาวๆ ก็ได้เห็นมังกรกำลังบินอยู่ด้านนอกของปราสาท


        "มังกร Swoops ที่เคยบุกโจมตีเมืองหลวงนี่นา" พอมองดูดีๆ แล้ว ที่ด้านหลังของมังกรมีเด็กสาวนั่งรออยู่สามคนคือ ฮาซึมิ ทามาโมะ และลิลลี่ โบกมือไปหาเธียรที่ยืนอยู่ด้านในของปราสาท


        "พี่คะ! รีบขึ้นมาเร็วเข้า พวกเราไม่มีเวลาแล้วนะคะ" ทามาโมะโยนเชือกไปหาเธียร


        "อื้ม!!" เธียรจับเชือกแล้วทามาโมะดึงเชือกขึ้นมาและดึงตัวเธอขึ้นมานั่งบนหลังของมังกร


         เอาล่ะ!! ไปกันเลย!! ขึ้นไปที่วิหารแห่งเทพ!! มังกรบินขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ทุกคนได้แต่ยืนมองดูจากด้านล่างจนละสายตา ฟลูเดียรยื่นมือขึ้นไปบนท้องฟ้าและได้ท่องคาถาอะไรบางอย่างขึ้นไปบนท้องฟ้าตามหลังพวกเธียรไป


        "เธียร...เธอจะต้องกลับมาให้ได้นะ..."






         ทางด้านไอริสก็เดินทางมาถึงวิหารแห่งเทพ เหล่าทวยเทพทั้งหลายต่างพากันมายืนล้อมรอบทั้งสามคนและชี้ดาบขับไล่ให้ั้งสามให้กลับลงไปยังโลก ไอริสหัวเราะและร่ายเวทย์ เฮลล์จัสเม้น สังหารเหล่าทวยเทพตายจนหมด


        "เอาล่ะ...มาเริ่มวันพิพากษาสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกใบนี้กันเถอะ...หิหิหิหิ~"


        


To Be Continued.







ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-10-2018 22:37 , Processed in 0.055622 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th