เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 649|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 6-1-2016 01:34:29 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:18

   Rosenkreuzstilette บทที่ 25


คำสาปของเจ้าหญิงน้ำแข็ง






        นั้นเป็นเรื่องราวที่ใครก็รู้จัก เรื่องราวของอัศวินผู้ช่วยเหลือเจ้าหญิงจากจอมมารชั่วร้าย อัศวินได้เดินทางมาถึงทางแยก ทางซ้ายคือถนนที่ปลอดภัย ทางขวาคือถนนที่อันตราย แต่อัศวินก็พบสิ่งนั้นที่ต้นทางถนนอันตราย กลีบดอกไม้เล็กๆ ที่เกือบจะมองข้ามไป เจ้าหญิงได้ทิ้งมันไว้เป็นเครื่องหมาย องค์หญิงเชื่อมั้นในตัวอัศวินเพราะเชื่อว่าอัศวินจะมองเห็นมันอย่างแน่นอน และแล้ว

        อัศวินเองก็เชื่อมั่นในตัวองค์หญิง จึงออกติดตามเพื่อช่วยเหลือองค์หญิง โดยไม่หวาดหวั่นต่อจอมมาร


        "ชีเซลล์กับกอร์ล่ามาทำอะไรที่ภูเขาหิมะแห่งนี้ ยัยสองคนนั้นคิดจะเข้าพวกกับนักโทษกบฎยังงั้นเหรอ!?" ฟลูเดียรที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังเธียรล่าได้พูดออกมาและสัมผัสถึงพลังอีกหนึ่งจุดกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ

       "พี่คะ! หนูสัมผัสถึงพลังมหาศาลที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ค่ะ" ทามาโมะตะโกนเสียงไปหาเธียรจากด้านหลัง

       "พลังมหาศาลแบบนี้ จะเป็นใครคนอื่นไม่ได้นอกจากจะเป็นพี่ฟลูเดียร" เธียรยื่นมือออกไปและยิงซีลิคอาวิลทันที กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงได้พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแต่ถูกโต้กลับ

       "อะไรน่ะ!?" แสงสีแดงที่เป็นรูปกางเขนพุ่งออกมาหาทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว เธียรและทามาโมะรีบหมอบลงกับพื้นทันที

       "คนในห้ามออก...คนนอกห้ามเข้า..." กำแพงสีดำที่ถูกเขียนด้วยเลือดเป็นรูปกางเขนขนาดใหญ่ ตรงกางรูปกางเขนมีดวงตาสีแดงโลหิตจ้องมองทั้งสองคนและปล่อยกางเขนเลือดขนาดเล็กออกมานับไม่ถ้วนลอยล้อมรอบทั้งสองคนเอาไว้

       "อาวุธเวทมนต์ของเหล่าจอมเวทย์ The Wall Bloody Cross (กำแพงกางเขนโลหิต)" แสงดวงตาสีแดงโลหิตได้จ้องมองไปที่ดวงตาของเธียรทำให้เธอที่กำลังมองดวงตานั้นก็ล้มลงหมดสติไปทำให้ทามาโมะรีบวิ่งไปดูอาการของเธอ กางเขนขนาดเล็กเริ่มบุกเข้ามาโจมตีทั้งสองคนทันที แสงสีแดงที่เธียรโดนเข้าไปส่งผลกระทบให้กับเธียรล่าซึ่งเป็นอีกร่างหนึ่งของเธอก็หมดสติไปเช่นเดียวกัน ลิลลี่ที่อยู่ด้วยจึงต้องใช้พลังเกราะลมปกป้องเอาไว้และรอให้พวกซอร์เนียร์มาช่วยเหลือ
       "ที่เหลือฝากด้วยนะเธียร..." เสียงของชายปริศนาดังขึ้นมา ทามาโมะก็ได้ยินเสียงด้วยก็หันหน้าไปมองหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่เห็นอะไรและพยายามป้องกันการโจมตีจากกางเขนที่บุกเข้ามาโจมตี



     เรื่องราวของเจ้าหญิงที่ถูกจอมมารจับตัวไป รอเวลาที่อัศวินจะตามไปช่วยเหลือ เรื่องราวที่น้อยคนนักจะได้รับรู้ สิ่งที่จอมมารหยิบยื่นให้ ทำให้อัศวินเริ่มหันเหออกสู่นอกเส้นทางของตัวเอง ผลสุดท้ายเขาก็หายตัวไปทิ้งไว้เพียงเสียงร้องโหยหวนของเจ้าหญิง บทสรุปที่ไม่อาจรับได้ แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่ตีความของเรื่องนี้ไปในอีกแบบ

     อัศวินสีทองผู้เป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่เจ้าหญิงที่มีนามว่าฟรอยผู้ซึ่งต้องการตัวเขากล่าวว่าดินแดนของตนนั้นถูกต้องและบอกว่าดินแดนของจอมมารที่มีนามว่า เรย์นาร์ด คือความชั่วร้าย อัศวินผู้แสนซื่อและอ่อนโยนเชื่อในตัวฟรอย เหล่าผู้คนที่ถูกกล่าวหาว่า"ชั่วร้าย"ก็ขอให้เรย์นาร์ดกำจัดฟรอยเสีย เรย์นาร์ดยอมทำตามที่ผู้คนขอโดยจับตัวฟรอยมา แต่กลับหลงใหลในความงามของเธอ เรย์นาร์ดที่ไม่อาจฆ่าฟรอยได้จึงจงใจยอมแพ้และฝากฝังฟรอยไว้กับอัศวิน แต่การที่ฟรอยครอบครองตัวอัศวินเอาไว้ทำให้"ความชั่ว"ถูกประณามมาโดยตลอดและเหตุการณ์ก็ย้อนวนเวียนอยู่เช่นเดิมเป็นเวลานาน...

      เพื่อยุติปัญหานี้และให้ทุกคนมีความสุข เรย์นาร์ดส่งทูตไปขอความร่วมมือจากพาราดินทั้ง 10 คน ฟรอยจึงขัดขวางโดยปลอมตัวเป็นจอมเวทย์ที่มีพลังในการควบคุมน้ำแข็งและหลอกอัศวินว่าพาราดิน "ทั้ง 10 นั้นคือข้ารับใช้ของจอมมาร จงสังหารเสีย" แม้แต่อัศวินจะใสซื่อและอ่อนโยนเพียงใด ก็รับรู้ถึงความทรมานของ "ความชั่ว" และความรู้สึกของเจ้าหญิง ทำให้เขาหยุดและเริ่มคิดว่า "เราจะทำอย่างไร ทุกคนถึงจะมีความสุขได้"

      จากนั้นอัศวินจึงออกเดินทางเพื่อค้นหา "หนทางที่ทำให้ทุกคนมีความสุข"

      "ฟลูเดียรช่วยชีวิตลูกสาวของ โรฮาน โรเซนเบิร์ก และขอเป็นคนดูแลเธอเองคนเดียวยังงั้นเหรอครับ!?" เสียงของ คาร์ พาร์ลิส(พี่ชายของไลเบียร) ได้ดังออกมาจากห้องของกราฟ

      "ใช่แล้ว ข้าเป็นคนอนุญาตให้เอง" กราฟตอบกลับ

      "ที่เรียกผมมาที่นี่คงจะเป็นเรื่องของฟลูเดียรสินะครับ"

       3 ปีก่อนสงครามระหว่างจอมเวทย์และจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มขึ้น เด็กสาวคนนั้นก่อนจะมาอยู่ที่นี่ เคยอยู่ในครอบครัวที่มีความสุขเฉกเช่นผู้อื่น แต่อุบัติเหตุได้พรากทุกสิ่งไปจากเธอ ทำให้เธอต้องอยู่กับญาติห่างๆ ที่รับเธอมาเลี้ยง แต่แนวคิดของเธอนั้นแตกต่าง ดังนั้นเมื่อเธอสูญเสียครอบครัวไปจึงทำให้ไม่เหลือผู้ที่เข้าใจในความคิดเธอแม้แต่น้อย

       "มีแต่พวกโง่ทั้งนั้นถึงได้ไม่เข้าใจในตัวฉัน" เด็กสาวผู้ชาญฉลาดจึงเริ่มมองผู้อื่นด้วยสายตาดูถูก ทำให้เธอต้องอยู่ตัวคนเดียวเสมอ เด็กสาวที่กำลังนั่งดูกลุ่มเด็กๆ กำลังเตะลูกบอลก็มีเงาลูกบอลอีกหนึ่งลูกพุ่งเข้ามาหาเธอ

       "อันตราย! เจ้าหญิง~!!" เด็กหญิงอายุ 3 ขวบวิ่งตรงเข้ามาบังและถูกลูกบอลอัดกระแทกเข้าไปที่หน้าผากและล้มทับเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังไถลพื้นไป 2 เมตร

      "อัศวินแห่งความถูกต้องมาแล้ว!! บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า!? เจ้าหญิง" เด็กหญิงผมสีเหลืองทองมัดผมทรงหางม้าลุกขึ้นและยื่นไปหาเด็กสาวผมสีขาวที่ยังนอนอยู่ เธอปัดมือของเด็กหญิงออกและเดินหนีไป ปล่อยให้เด็กหญิงที่กำลังยืนลูบมือที่ถูกปัดและยืนมองอย่างงงๆ

      "เอ๋~ ไม่เคยเห็นพี่สาวมาก่อนเลยนะ มาจากไหนเหรอ? ชอบทานอะไรล่ะ? หนูทานได้หมดเลยนะ! อ๊ะ~ ว่าแต่พี่สาวชื่ออะไรเหรอ? ส่วนหนูชื่อ..." เด็กหญิงกำลังจะบอกชื่อของตัวเองก็ถูกมือทั้งสองของเด็กสาวผมขาวจับหน้าของเด็กหญิงเข้ามาจูบทันที

      "อุ๊ย~!? ขอโทษด้วยนะ นี่คงเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงสำหรับพวกเธอล่ะสิ แต่สำหรับฉันแล้วมันคือการแสดงความรักน่ะ" เด็กสาวผมขาวพูดออกมาทำให้กลุ่มเด็กๆ ที่อยู่ในสนามหันหน้ามามองกันทุกคนด้วยสีหน้ามึนงง

      "เอาเถอะ พวกโง่เง่าที่ยังไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ก็ไปให้พ้นดีกว่า" เด็กสาวผมขาวพูดทิ้งท้ายไว้และปล่อยให้เด็กหญิงที่เพิ่งถูกจูบไปยืนนิ่งอยู่สักพักและวิ่งตรงเข้าไปหาเด็กสาวผมขาวแล้วหันหน้าเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง เด็กสาวพยายามพลักเธอออกไป แต่เพราะความตกใจจึงไม่มีแรงพลักเด็กหญิงที่กำลังจูบเธอออกไปได้

      "แหะ แหะ แบบนี้ถูกมั้ย? หนูชื่อ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ฝากตัวด้วยนะ แล้วพี่สาวล่ะ...ชื่ออะไรเหรอ?" เด็กหญิงบอกชื่อของตัวเองและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

      "ฟลูเดียร...ฟลูเดียร นิลวาร์" เด็กสาวบอกชื่อตัวเองไปและหน้าแดง

       เวลาผ่านไป 1 ปี ฟลูเดียรเริ่มที่จะพูดถึงความคิดของตัวเองให้เธียรฟัง ส่วนเธียรก็สนใจทุกอย่างที่ได้ฟังและรู้สึกสนุกกับมัน เธอผู้เดียวที่ยอมรับในโลกของตน สำหรับฟลูเดียรแล้ว เธียรกลายเป็นตัวตนที่เธอไม่อาจขาดได้อีก

       แค่เพียงเธียรเท่านั้น แต่เธียรก็เล่นกับคนอื่นด้วย ยอมรับในโลกของเด็กคนอื่น ซึ่งฟลูเดียรไม่อาจทำใจรับสิ่งนั้นได้

       จงมองแต่ฉันเถอะเธียรของฉัน!! ความคิดแบบนั้นเหมือนกับเจ้าหญิงฟรอยในนิทานเลยก็ว่าได้

       "ว้าว~! อยากได้พอดีเลยริบบิ้นแบบอัศวิน! ขอบใจนะพี่ฟลูเดียร หนูจะเก็บไว้อย่างดี" เธียรดีใจมากที่ฟลูเดียรเอาริบบิ้นสีแดงสวยงามมามัดผมให้

       "เธียร..."      

       "คะ?"

       "ที่จริงแล้วฉันน่ะ ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเอาล่ะ..." ฟลูเดียรพูดและแสยะยิ้ม

       ฟลูเดียรเล่าเรื่องทุกอย่างที่ถูกพ่อเลี้ยงของตัวเองทำร้าย แต่ความจริงแล้วคือเธอแอบไปเปลี่ยนแปลงตำราเวทย์ของพ่อเลี้ยงและได้ถูกทำร้ายเพื่อที่จะไม่ให้มายุ่งกับงานของตน อีกทั้งเธอยังแอบใช้มีดกีดตัวเองให้เป็นแผลไปทั่วร่างกายของตัวเองเพื่อที่จะให้เธียรเห็นสภาพของเธอที่เป็นอยู่ตอนนี้

       ฟลูเดียรเริ่มที่จะสร้าง 'ความชั่ว' ขึ้น เพื่อหลอกใช้ 'ความดี' ของอัศวินจนกระทั่ง

       "ขอบคุณนะ...เธียร...สิ่งที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้ คือความรู้สึกของอัศวินผู้ปกป้องเจ้าหญิง เธียรมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำสิ่งนั้นได้ ทุกคนต้องมีหน้าที่ ที่เหมาะสมกับตนและต้องทำมันให้ดีที่สุด จากนั้นแล้ว...ความสุขก็จะอยู่ที่นี่" ฟลูเดียรจับมือของเธียรมาจับที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอ

       เธียรถูกดึงเข้าสู่ดินแดนของฟลูเดียรเสียแล้ว เธียรพยายามปกป้องฟูลเดียรอย่างเต็มที่ ฟลูเดียรเองก็หลอกล่อให้พ่อเลี้ยงทำร้ายตนเพื่อให้เธียรปกป้องและพ่อเลี้ยงของเธอคือ อดีตจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ไร้พลังและให้กราฟรับช่วงต่อจากตน แล้วเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นนักเขียนตำราเวทย์มือดีของโลก มีอยู่วันหนึ่งกราฟได้ส่งจอมเวทย์คนสนิทของตน คาร์ พาร์ลิส มาที่บ้านพักเพื่อที่จะมาสอบถามว่าทำไมตำราเวทย์ที่กำลังทำอยู่ถึงล่าช้า ชายหนุ่มกำลังจะเปิดประตูเข้าในบ้านแต่ฟลูเดียรเปิดประตูออกมาก่อนและเดินสวนทางกับชายหนุ่มไป

      "โอ้~! ไม่นึกว่าหนึ่งในแปดสาวกจอมเวทย์จะมาด้วยตัวเองแบบนี้"

      "ผมยังเป็นเด็กอายุ 20 นิดๆ เองครับ ไม่ต้องพิธีรีตรองหรอกครับ คุณเองก็เคยเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นอาจารย์ของผมด้วย"

      "เป็นเกียรติครับ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเหรอครับ?"

      "ตำราเวทย์ที่คุณเขียนขึ้นได้สร้างประโยชน์มากมายให้กับพวกเราจอมเวทย์ แต่จู่ๆ งานของคุณกลับล่าช้าลงไปในช่วงนี้...ผมจึงมาพูดคุยด้วยตัวเองน่ะครับ"

      "ขอประานโทษครับ ผมก็รู้ว่าควรจัดการ 'ต้นเหตุ' ให้เรียบร้อย แต่เพราะพรสวรรค์ของแก แถมอายุใกล้เคียงกับลูกชาย...ทำให้ผม...ทิ้งแกไปไม่ได้ครับ" นักเขียนตำราเวทย์ได้เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้คาร์ฟังทั้งหมดและทำให้เค้ารู้ว่า ต้นเหตุของเรื่องคือ ฟลูเดียร

      "เด็กอัจฉริยะเป็นคนปรับเปลี่ยนตำราเวทย์จากน้ำกลายเป็นน้ำแข็งรึ...แต่จะว่าไปแล้ว...เหมือนกับเจ้าหญิงฟรอยในนิทานเลย ส่วนเด็กที่อยู่ข้างๆ เธอนั้น เด็กที่ใสซื่ออ่อนโยน...อัศวินผู้ต้องการ 'ให้ทุกคนมีความสุข' งั้นรึ?" คาร์มองดูเด็กสาวทั้งสองคนที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ แต่สายตาของชายหนุ่มจ้องมองไปที่เธียรและได้เห็นปีกสีขาวอมทองขนาดเล็กกำลังกางปีกอยู่ ชายหนุ่มได้แอบจับตาดูเด็กสาวทั้งสองคนจนพระอาทิตย์ตกดิน ทั้งสองคนแยกกันเพื่อจะกลับบ้าน เธียรแอบเดินเข้าไปที่ลานกว้างของสนามเด็กเล่นและนั่งชิงช้าอยู่คนเดียว คาร์ได้ออกมาจากป่าและเดินตรงเข้าไปหาเด็กหญิงผมสีเหลืองทองที่กำลังนั่งชิงช้า

      "เธอรึ...อัศวินแห่งความถูกต้อง?" เธียรได้ยินเสียงจากด้านหลังและหันหน้าไปมองและยิ้มให้

      "ใช่แล้ว เราคืออัศวินผู้ปกป้องเจ้าหญิง...ปกป้องพี่ฟลูเดียร แล้วก็เด็กๆ ทุกคนไงล่ะ!"

      "แค่เด็กๆ รึ..." คาร์พูดออกมาในใจ

       "แต่ว่าทำไมกันนะ คุณลุงที่รังแกพี่ฟลูเดียรคนนั้น...ทั้งที่น่าจะเป็นคนเลวแท้ๆ แต่พอจัดการไปหลายๆ ครั้งแล้ว ทำไมรู้สึกปวดในใจขึ้นมาก็ไม่รู้ คุณลุงคนนั้น...บางทีก็รู้สึกว่าเค้าทรมาน...ทำไมกันนะ ทั้งที่เป็นคนเลวแท้ๆ ทั้งที่ต้องจัดการพวกนั้นแท้ๆ..." เด็กหญิงพูดออกมาและทำหน้าหงอย คาร์ที่กำลังยืนฟังอยู่ได้ยื่นมือมาลูบหัวของเธอเบาๆ

       "อา...เธอคืออัศวินผู้นั้นจริงๆ สินะ" คาร์เดินอ้อมชิงช้าจากด้านหลังมาและนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าเด็กหญิง

       "รู้รึเปล่าล่ะ? ในตอนสุดท้ายนั้น อัศวินไม่ได้เดินไปตามทางเพื่อไปช่วยเหลือเจ้าหญิงหรอก เขาหยุดเดินและหันหน้าหนี จากนั้นก็เดินทางออกนอกเส้นทางต่อไป"

       "เอ๋!? โกหก...ทำไมล่ะ!?" เธียรตกใจอย่างมากและลึกขึ้นจากชิงช้าเดินไปหาชายหนุ่มและใช้มือทั้งสองข้างจับแขนของเค้า คาร์ยิ้มให้เด็กหญิงและยื่นมือมาลูบหัวเธออีกครั้ง

       "คราวหน้า จะเอาของดีมาฝากนะ ถึงตอนนั้นแล้ว เธอก็จะรู้เอง!"

       ชายหนุ่มได้สัญญากับเด็กหญิงว่าจะเอาของดีมาให้ซึ่งแปลว่าทั้งสองจะต้องมาพบกันอีกครั้ง เงาของเด็กสาวผมสีขาวที่กำลังแอบมองดูทั้งสองคนจากข้างในป่า ดวงตาสีแดงที่กำลังส่องแสงประกายและใบหน้าที่โกรธแค้น เธอค่อยๆ เดินเข้าไปในป่าและหายไปในความมืดของเงาต้นไม้อย่างช้าๆ

       เพี๊ยะ!! เสียงของฝ่ามือที่ตบไปที่ใบหน้าของเด็กสาวผมสีขาวดังขึ้น พ่อเลี้ยงของเธอพยายามจะเดินมาตบเธออีกครั้งแต่เด็กหญิงผมสีเหลืองทองวิ่งมาห้ามไว้และถูกตบตีไปด้วยอีกคน

      "เลิกบ้าซะทีเถอะ! ทำไมถึงทำแบบนี้ ฟลูเดียร!!"

      "คนไม่ได้ความ...เพราะยังงั้นถึงถูกลูกเมียทิ้งไปไงล่ะ อีกทั้งยังไม่มีพลังเวทย์เหลืออยู่ นี่น่ะเหรอ...อดีตจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่น่ะ หึหึ" ฟลูเดียรพูดและเหลือบตาไปมองพ่อเลี้ยงของตนด้วยสายตาที่ดูถูกและเหยียดหยาม พ่อเลี้ยงได้ฟังสิ่งที่ฟลูเดียรพูดก็เส้นเลือดขึ้นหน้า เค้าพยายามจะวิ่งเดินมาตบหน้าฟลูเดียรอีกครั้ง

      "อย่านะ! คนที่ผิดน่ะ...คนที่ผิดทั้งหมดคือคุณลุงเองนี่นา!!" เธียรตะคอกใส่พ่อเลี้ยงของฟลูเดียร ชายแก่ถึงกับหยุดชะงัก น้ำตาของเค้าเริ่มไหลออกมาอย่างช้าๆ สิ่งที่ไหลออกมานั้นไม่ใช่น้ำตาแต่เป็นเลือด

      "ตัดสินว่าคนอื่นเป็น 'ความชั่ว' แล้วแกล่ะ...เข้าใจอะไรฉันบ้าง!!" ชายแก่พูดและนั่งคุกเข่าลงกับพื้น เธียรที่ได้เห็นภาพดังกล่าวก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องมองพ่อเลี้ยงของฟลูเดียรนั่งร้องไห้ ส่วนฟลูเดียรก็แสยะยิ้มมองไปที่พ่อเลี้ยงของตนอย่างสะใจ

      หลายอาทิตย์ต่อมาพ่อเลี้ยงก็ล้มป่วยเพราะความเครียด ถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาล เด็กหญิงผมสีเหลืองทองเมื่อได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงของฟลูเดียรป่วย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ชิงช้า เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น

      "เริ่มมองเห็นเส้นทางข้างนอกแล้วสินะ" เสียงของคาร์ได้ดังออกมาจากด้านหลังของเธียร เธอรีบหันหน้าไปหาทันที

      "อ๊ะ! พี่ชายคนเมื่อวานนี้"

      "เหมือนอัศวินในเรื่องเลย หยุดนิ่งและครุ่นคิด เอ้านี่~ 'ของดี' ที่สัญญาไว้ ถ้ายอมใส่ชุดนี้ก็จะบอกสาเหตุที่อัศวินออกเดินทางให้ฟัง" ชายหนุ่มบอกให้เด็กหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดเด็กผู้หญิงธรรมดากลายเป็นชุดกระโปรงยาวสีขาวที่เหมือนกับนางฟ้า สายลมที่พัดผ่านมาที่ชุดกระโปรงยาวสีขาวพลิ้วไหวไปตามสายลมอย่างงดงาม

      "นี่ชุดอะไรเหรอคะ?" เธียรหันหน้าไปถามคาร์

       "เส้นทางอื่นและความเป็นไปได้ หลักฐานว่าอัศวินก็ไม่ใช่ 'ความถูกต้อง' เสมอไป" คาร์แก้ริบบิ้นออกจากผมของเธียรและปล่อยให้ผมของเธอหลุดออกมาสลวยสวยงาม พร้อมกับติดกิ๊บรูปกางเขนสีเงินไว้ข้างๆ ผมของเธอ จากเด็กหญิงที่ไว้ผมทรงหางม้ากลายเป็นเด็กหญิงผมยาวที่ใส่ชุดกระโปรงสีขาวเหมือนนางฟ้า สายตาของคาร์ที่กำลังมองเด็กหญิงคนนี้คือ นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังยิ้มให้กับตนด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น

       "ทำไมกัน? ทำไมอัศวินถึงหยุดเดินล่ะ? ทำไมถึงไม่ยอมปกป้องเจ้าหญิงต่อไป? เค้าไม่ใช่อัศวินผู้ปกป้องเจ้าหญิงเหรอ? กำจัดคนเลว ปกป้องเจ้าหญิง ทั้งที่น่าจะถูกต้อง แล้วทำไมถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้?"

       "คุณหนูสปิริเธียร...อยากเห็นฟลูเดียรยิ้มแล้วคุณลุงต้องหม่นหมอง...หรือทั้งฟลูเดียรแล้วก็คุณลุงมีความสุข...มากกว่ากันล่ะ?"

       "เอ๋~! ก็ต้องทั้งสองคนสิ! ถ้าทั้งคู่มีความสุขต้องดีกว่าสิ!"

       "ถ้างั้นนั้นคือคำตอบละ การเป็นอัศวินเพื่อปกป้อง 'ทุกคนที่กำลังมีความทุกข์' นั่นคือหน้าที่ที่คุณหนูได้รับมอบหมายไงล่ะ"

       "เอ๋...แต่พี่ฟลูเดียรบอกให้หนูปกป้องแค่ 'เจ้าหญิง' "

       "เจ้าหญิงก็คือ 'ผู้ที่ทนทุกข์' เหมือนกัน เพราะความทุกข์ถึงต้องการอัศวินไงล่ะ เพราะอย่างนั้น 'คนที่มีความทุกข์' ก็คือ 'เจ้าหญิง' สำหรับคุณหนูสปิริเธียรนั่นเอง อัศวินในเรื่องก็เหมือนคุณหนู" คาร์หยิบหนังสือนิทานขึ้นมาและยื่นให้กับเธียร

       "เขามองเห็นจอมมารและปีศาจที่ต้องทรมานเพราะถูกยัดเยียดความชั่วให้ ดังนั้นเขาจึงออกเดินทางเพื่อค้นหา 'หนทางที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข' ยังไงล่ะ"

      "ค้นหา 'หนทางที่ทำให้ทุกคนมีความสุข' " เธียรได้ฟังเหตุผลของเรื่องทั้งหมดและยิ้มให้กับคาร์

      "วิเศษใช่มั้ยล่ะ คุณหนูสปิริเธียรเองก็ต้องทำหน้าของตนให้ดีด้วย แล้วจากนั้น...ความสุขก็จะอยู่ที่นี่" คาร์ยื่นมือไปแตะหน้าอกด้านซ้ายของเด็กหญิง แสงสีทองจากปีกของเด็กหญิงเริ่มส่องแสงประกายมากขึ้น

       "เธอไม่ใช่อัศวินอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่จะมอบความสุขให้กับทุกคน"

       ไปตายซะ...
       เสียงของฟลูเดียรดังมาจากได้หลังของคาร์ ชายหนุ่มหันหน้าไปมอง แต่ก็ถูกหอกน้ำแข็งฟันไปที่ใบหน้า เลือดกระเด็นไปเลอะเสื้อกระโปรงยาวสีขาวของเด็กหญิงไปทั่ว ชายหนุ่มที่ถูกฟันไปที่ใบหน้ารีบกระโดดถอยหลังออกมาทันที

       เจ้าปีศาจร้าย!! จอมมารที่คิดจะพาอัศวินของฉันไป!! เรย์นาร์ด!! ตายซะ!!

"พี่ฟลูเดียร? พี่ฟลูเดียร!? พอที! เป็นอะไรไปน่ะ!?" เธียรวิ่งไปห้ามฟลูเดียร

       เธียร...ทำไมแต่งตัวแบบนั้น...เธอคืออัศวินนะ จะเป็นใครไม่ได้!! ฟลูเดียรจับกดเธียรให้นอนกับพื้นและฉีกเสื้อของเธอออกและดึงกิ๊บติดผมรูปกางเขนออกมากัดทำลายทิ้ง

       อ๊าาา!! สิ่งของต้องสาป สิ่งที่จะทำให้คนใสซื่ออย่างเธอต้องพ้นจากสวรรค์!! นี่~!! ริบบิ้นล่ะ!? สัญลักษณ์ของอัศวินที่ฉันมอบให้ล่ะ!?

"เอ๋?"

       ใช้ไม่ได้จริงๆ แบบนั้นน่ะ ฉันจะมอบให้เอง...สัญลักษณ์ของอัศวินที่ไม่มีวันลบเลือนว่าเธอคืออัศวินของฉัน!! ฟลูเดียรใช้ปลายแหลมของหอกน้ำแข็งกีดไปที่ต้นขาขวาของเธียรเป็นรูปกากบาทและเธอเองก็กีดขาตัวเองด้วยเช่นกันแต่เป็นต้นขาซ้าย

       สัญลักษณ์นี่คือ 'ตัวฉัน' เธอเป็นของฉัน...เป็นของเจ้าหญิง เธอคืออัศวินผู้ปกป้องเจ้าหญิง ไม่ใช่นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าหญิงคือผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย ไม่ต้องไปมองผู้ชาย อย่าหันไปสนใจผู้ชาย มองแต่ผู้หญิงพอ แค่ผู้หญิง แค่ฉัน

       อย่าทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวสิ!!! เธียร!!! น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาเป็นเลือดค่อยๆ หยดลงไปที่ใบหน้าของเธียรทีละหยด ภาพเงาสะท้อน ของฟลูเดียรค่อยๆ เปลี่ยนเป็นภาพเจ้าหญิงฟรอยที่กำลังร้องไห้เสียใจ ดวงตาสีเขียวของเด็กหญิงค่อยๆ เปลี่ยนไปเ้ป็นสีแดงและน้ำตาของเธอก็ค่อยๆ ไหลออกมา คาร์รีบวิ่งมาและใช้สันมือทุบไปที่ท้ายทอยของฟลูเดียรจนเธอหมดสติไป

       "พี่ฟลูเดียร...ขอโทษ...หนูขอโทษ...หนูไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่กับพี่ฟลูเดียรตลอดไป หนูรักพี่นะ พี่ฟลูเดียร..." เด็กหญิงร้องไห้และกอดร่างของฟลูเดียรที่หมดสติอยู่ เธอได้แต่พูด ขอโทษ ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาจนเธอหมดสติไปอีกคน

        ขอโทษนะคะ หนูน่ะ...ไม่รู้จัก 'หนทางที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข' หรอก!!

        เช้าวันต่อมา เมื่อคุณหนูสปิริเธียรตื่นขึ้น ก็ลืมเรื่องตั้งแต่ตอนที่ได้พบกับคาร์ไปจนหมดสิ้นและบอกว่าตัวเองคืออัศวินผู้ปกป้อง 'เจ้าหญิง' อย่างร่างเริง เธอปฎิเสธการเป็นนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กราฟได้ส่งข่าวไปหาโรฮานให้มารับตัวเธอกลับไปที่จักรวรรคิ ส่วนฟลูเดียรก็ถูกนำตัวมาให้เข้ากลุ่มแปดสาวกจอมเวทย์และจะต้องถูกจับตามองตลอดเวลาโดยกราฟ

เวลาได้ผ่านไปจนถึงช่วงสงคราม กราฟได้พาฟลูเดียรไปที่คฤหาสน์โรเซนเบิร์กเพื่อพูดคุยกับโรฮาน เธียรตอนนี้ก็อายุ 5 ขวบแล้ว เธอวิ่งออกมาจากประตูและวิ่งไปหาจอมเวทย์ที่กำลังเฝ้ารออยู่ข้างรถม้า ฟลูเดียรมองดูเด็กหญิงที่กำลังยิ้มแย้มให้กับจอมเวทย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ ฟลูเดียรจึงรีบลงจากรถม้าแล้วเดินตรงไปหาเธอเพื่อที่จะทดสอบว่า เธียรจะจำเธอได้มั้ย (บทที่ 22 Nightmare)


       "เรื่องราวก็เป็นแบบนี้แหละ นายช่วยไปสั่งการให้ฟลูเดียรไปประจำการอยู่ที่อื่นให้ทีนะคาร์ ข้าไม่อยากให้เธอคนนั้นดึงนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายในโลกของเธออีกครั้ง เพราะเด็กคนนั้นได้ถูก 'คำสาปของเจ้าหญิงน้ำแข็ง' ไปแล้ว" กราฟได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คาร์ฟัง


       "ยับยั้งไม่ให้นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นอัศวินผู้ปกป้องเจ้าหญิง ผมจะทำสุดความสามารถครับ" คาร์พอจะเข้าในแล้วว่าทำไมี่ต้นขาซ้ายของเธอถึงมีเลือดซึมออกมาเป็นรูปกากบาทที่ติดอยู่กระโปรงของเธอตลอดเวลา


       "พี่คะ! พี่คะ!" เสียงของทามาโมะดังขึ้นจนทำให้เธียรที่หมดสติอยู่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา เธียรล่าที่หมดสติอีกคนก็รู้สึกตัวขึ้นมาด้วยเช่นกัน แสงสีขาวอมทองเริ่มส่องแสงไปทั่วร่างของเธอ ร่างของเธอลอยขึ้นแล้วพุ่งทะลุเข้าไปข้างในกำแพงน้ำแข็ง ลิลลี่พยายามที่จะตามไปแต่ก็ไม่สามารถผ่านกำแพงน้ำแข็งเข้าไปได้ ร่างของเธียรที่อยู่กับทามาโมะก็ส่องแสงสีขาวอมทองเช่นเดียวกัน เธอยื่นมือออกไปแตะที่กำแพงน้ำแข็ง ทามาโมะถึงกับอึ้งเมื่อได้เห็นภาพที่ตัวเองได้เห็น


       "ลิลลี่!!" เสียงของซอร์เนียร์ดังออกมาจากข้างในถ้ำและวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ


       "ซอร์เนียร์ ไลเบียร ทาร์อูเอเล่ ซิลเวอร์ ลูซเต้ ฮาซึมิ ปลอดภัยดีนะ!"


       "พวกเราทุกคนปลอดภัยดี เธียรล่าหายไปไหน!? เธอไม่ได้อยู่กับเธอเหรอ" ทาร์อูเอเล่พูด


       "เธอทะลุเข้าไปข้างในกำแพงน้ำแข็งนี้น่ะ ฉันเข้าไปข้างในไม่ได้"


       "ลอยทะลุเข้าไปเลยเหรอ? อย่าบอกนะว่า" ไลเบียรพูด


       "มีอะไรเหรอไลเบียร?" ซอร์เนียร์หันหน้าไปถามไลเบียร


       "คุณเธียรกำลังจะได้เงาของตัวเองกลับคืนมาแล้วยังไงล่ะคะ" ไลเบียรตอบกลับและยิ้ม ปล่อยให้ทุกคนในกลุ่มทำหน้ามึนงงกันทุกคน




       เธียรล่าที่กำลังลอยทะลุผ่านกำแพงน้ำแข็งก็ลอยมาถึงเธียรที่กำลังยื่นมือแตะอยู่ที่กำแพงน้ำแข็งอีกฟากหนึ่ง เธอได้ยื่นมือไปแตะกำแพงน้ำแข็งที่อยู่ฟากเช่นเดียวกัน ภาพความทรงจำที่ขาดหายไปได้ไหลเข้ามาในหัวของทั้งคู่ ภาพที่ทั้งสองคนเห็นคือ ฟลูเดียรที่ใส่ชุดเจ้าหญิงสีขาวและมีเลือดซึมออกมาที่ต้นขาซ้ายเป็นรูปกากบาทนั่งอยู่บนเก้าอี้และมีเด็กสาวปริศนาคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างหน้าเธอ ภาพใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นมองเห็นหน้าไม่ชัด เพราะแสงของเทียนที่มีเพียงแค่หนึ่งเล่มในห้องที่เต็มไปด้วยความมืดส่องแสงไปไม่ถึง


       "เพราะทำอะไรโดยไม่คิด ถึงต้องกลายเป็นแบบนี้ไง เพราะลงมือกับคนสนิทของจอมเวย์ผู้ยิ่งใหญ่นี่นา"
      
       "..." ฟลูเดียรไม่ตอบ เธอเงยหน้ามองไปที่เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าของตน


       "ทั้งเธอทั้งเพื่อนต้องถูกกำจัดจากสังคมแน่นอน แต่ว่า...ก็ไม่ถึงกับสูญเสียอิสระหรอกนะ" เด็กสาวปริศนาเดินเข้ามาใกล้ฟลูเดียร เธอสวมหน้ากากปีศาจและสวมชุดที่ดูเหมือนกับเป็นจอมมาร


       "แต่งตัวแบบนั้นทำไม?"


       "ก็เธอคือ เจ้าหญิงฟรอย ส่วนฉันคือ จอมมารเรย์นาร์ด ไม่ใช่เหรอ?" เด็กสาวปริศนายื่นตำราเวทย์ให้ฟลูเดียร ตำราเวทย์ของพ่อเลี้ยงที่เธอได้แอบเปลี่ยนแปลงจากเวทย์น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง


       "มาสร้างโลกใหม่กับฉันมั้ย? โลกที่พ่อเลี้ยงของเธอเขียนในนิทาน เป็นเรื่องราวใหม่ของเธอและฉัน แต่ถ้าข่มขู่เธอก็คงไม่เต็มใจช่วยล่ะสิ ถ้างั้นก็คงไม่ดี เพราะฉันเองก็ต้องการผลประโยชน์ได้จริง ด้วยเหตุนี้...เพื่อให้เธอตั้งใจลงมือ ฉันจะใช้สงครามครั้งใหม่ตัดสิน ถ้าเธอชนะฉันได้ล่ะก็ ทุกอย่างในโลกที่เปลี่ยนแปลงใหม่จะเป็นของเธอ" ทั้งสองคนคุยข้อตกลงกันจนเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง


      โลกที่เด็กสาวปริศนาจะเปลี่ยนคือการสร้างสงครามครั้งใหม่และทำให้มนุษย์ต้องยอมทำตามคนที่มีพรสวรรค์และแต่งตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ ส่วนโลกของฟลูเดียรคือการเปลี่ยนแปลงที่จะให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเป็นผู่สั่งการทุกอย่างในโลก โดยใช้พลังของเธียรที่เป็นผู้สืบทอดพลังจากนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์สั่งให้ทุกคนบนโลกยอมทำตามสิ่งที่เธอพูดทุกอย่าง


      "เอาล่ะ...จะยอมอยู่อย่างนี้และทอดทิ้งสวรรค์ของตนไปเหรอ?"


      "ย่อมได้!! เดิมพันด้วยสวรรด์และอัศวิน! มาตัดสินกัน! เรย์นาร์ด!!"



      "และทั้งหมดนี้ คือเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบตัวเธียร" เธียรล่าเล่าความจริงทุกอย่างที่ขาดหายไปให้เธียรฟัง


      "นี่น่ะเหรอ...สาเหตุที่พี่ฟลูเดียรเลือกฉันมาเปลี่ยนโลกด้วยกันกับเธอ..."


      "ใช่แล้วล่ะเธียร ที่เธอเห็นฉันในตอนนี้ คือตัวตนของเธอที่จะเป็นอัศวินที่จะปกป้องเจ้าหญิงยังไงล่ะ ดอปเปลแกงเกอร์ไม่สามารถครอบครองได้เพราะมีฉันคนนี้อยู่ยังไงล่ะ..." เธียรล่าเดินเข้าหาเธียรและหยิบดาบโคคุเทย์ขึ้นมาและชี้ดาบไปที่เธียร


      "เธอยังทำใจรับไม่ได้อีกงั้นเหรอเธียร...สุดท้าย เธอจะกลับไปหาฟลูเดียรเหมือนเดิมยังงั้นเหรอ?" เธียรล่าถามเธียรและทำสีหน้าจริงจัง เธียรใช้มือแตะไปที่ปลายดาบกดลงไปข้างล่างอย่างช้าๆ


      "ไม่ล่ะ...ตัวฉันตอนนั้น ฉันมีเพียงแค่พี่ฟลูเดียรคนเดียวอย่างที่เค้าต้องการ ตัวฉันที่มีแค่พี่ฟลูเดียรจึงต้องกลับไปหาเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่"


      ฉันเติบโตขึ้น ได้รับรู้เส้นทางต่างๆ มากมาย

"เพราะฉันในตอนนี้มีคนคอยอยู่เคียงข้างอีกด้วย! เพราะงั้นไม่เป็นไรแล้วล่ะ" เธียรตอบกลับและยิ้มให้เธียรล่า ภาพของทุกคนที่เธียรรู้จักได้ปรากฏอยู่ด้านหลังของเธอและยิ้มให้อย่างมีความสุข เธียรล่าที่มองเห็นรอยยิ้มของทุกคนอีกทั้งท้ายแถวกลุ่มคนเหล่านั้นมีคนที่เธอรักสุดใจยืนอยู่ข้างหลัง


       "คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ เด็กคนนี้เติบโตขึ้นและได้รับรู้เส้นทางต่างๆ มากมายแล้ว เพราะงั้น...ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ร่างของเธียรล่าสลายเป็นขนปีกนางฟ้าสีขาวอมทองกระจายไปทั่วทุกที่ เธียรได้รับเงาของตัวเองกลับคืนมาและพลังที่มหาศาลเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เงื่อนไขของดอปเปลฯชิงไปที่ไม่สามารถเอาอายุขัยอีกครึ่งหนึ่งกลับคืนมาได้ถูกยกเลิก


      "ชิ!! กางเขนพวกนี้ลอยออกมาจากกำแพงไม่หยุดเลย จะโจมตีเข้าไปที่ดวงตานั้นก็ไม่ได้ด้วย" ทามาโมะเริ่มออกอาการหนื่อยล้าเต็มที ฝูงกางเขนที่ออกมาจากกำแพงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาหาทามาโมะอย่างรวดเร็ว


      "ขอโทษนะ ที่ให้รอนานน้องสาวสุดที่รักของพี่" เสียงของเธียรดังขึ้นมาจากด้านหลังของทามาโมะ เธอรีบหันหน้าไปมองก็ได้เห็นเธียรกำลังเดินเข้ามาและถือดาบโคคุเทย์ที่กำลังส่องแสงประกายแวววับ


      "คนในห้ามออก...คนนอกห้ามเข้า...!!" ลูกตาสีแดงที่ติดอยู่กับกำแพงได้ยิงลำแสงสีเขียวออกมาและพุ่งไปหาทามาโมะอย่างรวดเร็ว


      "ช้าไป!" เธียรขว้างดาบออกไปทำลายลำแสงสีเขียวแตกกระจายและทะลุพุ่งเข้าไปหาลูกตาสีแดงที่ติดอยู่กับกำแพง ดาบโคคุเทย์ปักเข้าไปที่ดวงตานั้นเต็มๆ เธียรได้ยิงซีลิคอาวิลโจมตีอย่างเนื่อง จากระยะการร่าย 3 วินาที ลดลงเหลือ 1 วินาที กระสุนปืนใหญ่ที่ยิงออกมาทุกๆ วินาทีโจมตีเข้าไปที่ดวงตาจนแตกกระจายไปพร้อมกับดาบโคคุเทย์ กำแพงกางเขนโลหิตที่ไม่มีแกนพลังควบคุมได้พังพังทลายลง กางเขนขนาดเล็กที่ลอยอยู่นับไม่ถ้วนก็แตกสลายหายไปเช่นเดียวกัน หลังจากจากกำแพงที่ถูกทำลายไป ฟลูเดียรที่ยืนอยู่ด้านหลัของกำแพงที่กำลังพังทลาย เดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคนและยิงแสงเลเซอร์ ไอซ์แรนเซอร์ ทันที


      "ดาย กีฟรานเต้ ซูครัส (จุดวางแผนในอนาคต)" เธียรได้ใช้พลังของชีเซลล์เพื่อที่จะทำให้เวลาที่อยู่ในพื้นที่ของแสงสีขาวที่ส่องประกายเดินช้าลงอย่างมาก ถึงแม้จะไม่มีนาฬิกาพกของชีเซลล์ แต่เธอก็สามารถหยุดเวลาได้นานพอสมควรที่จะวิ่งเข้าไปหาฟลูเดียรใกล้ๆ


      "แย่แล้ว!? เธอรู้ว่าเราแพ้ทางพลังของชีเซลล์" ฟลูเดียรพยายามฝืนเวลาที่กำลังเดินอย่างเชื่องช้าเพื่อจะยิงหอกน้ำแข็งออกไปแต่ก็สายไป เธอถูกเธียรพุ่งเข้าชนที่หน้าท้องอย่างจัง เวลาที่เธียรหยุดไว้ได้เพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น เธียรที่กำลังพุ่งชนฟลูเดียรกระเด็นไปชนกำแพงน้ำแข็งของถ้ำจนทะลุออกไปข้างนอก ฟลูเดียรรีบทรงตัวกลับและตั้งท่าที่จะใช้ ฟรอยเดนสวิงเกอร์(ฝูงหมาป่ากระหายเลือด) พลังน้ำแข็งที่กินพื้นที่กว้างมากขึ้นเมื่ออยู่ข้างนอกถ้ำ ต่างจากที่เธียรล่าเคยโดยโจมตีครั้งที่แล้ว


      "พลังแบบนี้!? ถึงแม้มันจะกว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมก็ตาม แต่มันก็ยังมีจุดอ่อนอยู่นะคะ พี่ฟลูเดียร!" เธียรพยายามมองหาร่างจริงที่ฟลูเดียรแยกร่างออกมา 4 ร่าง เธอสังเกตเห็นร่างที่ปล่อยเลเซอร์ออกมาเป็นคนแรก ซึ่งนั้นก็แปลว่าร่างนั้นคือร่างจริง เพราะต่อให้ร่างปลอมที่แยกออกมาจะดูเหมือนตัวจริง แต่ถ้าไม่มีตัวต้นกำเนิดแหล่งพลังก็จะไม่สามารถโจมตีได้ แสงเลเซอร์ที่ยิงออกไปโดนร่างแยกอีกคน ร่างแยกนั้นก็จะยิงไปหาอีกตัวสลับไปมาเรื่อยๆ เธียรจับตามองร่างที่ปล่อยแสงออกมาคนแรกและยิงซีลิคอาวิลขึ้นไป


      "เธียรได้เงาของตัวเองกลับคืนมาแล้วยังงั้นเหรอ? เพราะได้เงากลับคืนมา ก็เลยรู้ว่าการโจมตีที่เคยใช้ไปมันมีรูปร่างยังไง" ฟลูเดียรหยุดการร่ายเวทย์ ฟรอยเดนสวิงเกอร์ เธอลอยสูงขึ้นและกางแขนออก แสงสีขาวเริ่มส่องแสงออกมาทั่วร่างกายของอย่างช้าๆ


      "การโจมตีของพี่ฟลูเดียรมีจังหวะครั้งที่สามด้วยยังงั้นเหรอ!? ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย!!" เธียรชะงักทันที


      "ใช่แล้ว เพราะฉันยังไม่เคยให้ใครเห็นท่านี้มาก่อนยังไงล่ะ เธียร...เธอคือเหยื่อรายแรกที่จะได้เห็นท่านี้" ฟลูเดียรแสยะยิ้มและชี้นิ้วไปหาเธียร
  
       Schneekristal เซเนกคริสตัล (Snow Crystal,สโนคริสตัล) พายุคริสตัล คริสตัลที่มีรูปร่างคล้ายดาวกระจาย พุ่งออกมาจะแสงที่ส่องประกายทั่วร่างของฟลูเดียร ระยะการโจมตีของท่านี้กินพื้นทุกทิศทางและกระจายออกไป 360องศา เธียรรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังโขดหินทันทีเธอพยายามที่จะโจมตีสวนกลับแต่ก็ไม่สามารถโจมตีได้ เพราะคริสตัลที่พุ่งออกมานับไม่ถ้วนกระจายออกไปทั่วทิศทาง ฟลูเดียรค่อยๆลอยเข้าไปหาเธียรที่หลบอยู่หลังโขดหินอย่างช้าๆ


      "เธอไม่มีทางโจมตีฉันได้หรอกเธียร ตราบใดที่ฉันยังอยู่ข้างใจกลางของเวทย์ เซเนกคริสตัล โขดหินที่เธอหลบอยู่นั้นคงจะต้านไว้ได้อีกไม่นานหรอกนะ"


       "ดาย กีฟรานเต้ ซูครัช ก็ใช้ไปแล้วด้วย ต้องรออีก 9 นาทีถึงจะใช้ได้อีกครั้ง พี่ฟลูเดียรคงไม่หยุดที่จะใช้ท่านั้นแน่นอน เพราะตัวเราอีกคนได้เห็นการโจมตีครั้งก่อนไปแล้ว เธอคงไม่มีทางใช้อีกครั้งแน่ๆ จะทำยังไงดีล่ะ" เธียรคิดอะไรไม่ออก คริสตัลที่ฟลูเดียรปล่อยออกมานับไม่ถ้วนก็ค่อยๆ ทำลายโขดหินไปอย่างช้าๆ
      
       "เสียงกระซิบของยมฑูต" เสียงปริสนาดังขึ้นมาจากด้านหลังของฟลูเดียร เธอรีบหันหน้าไปมองก็ได้เห็นคมดาบที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เสี้ยววินาทีคมใกล้จะถึงคอหอยของเธอ ฟลูเดียรรีบเอนหลังหลบทันที คมดาบที่มองไม่เห็นเฉียดไปฟันที่จงอยผมของเธอเล็กน้อย ฟลูเดียรชะงักทันทีเมื่อได้เห็นชีเซลล์กำลังลอยอยู่เหนือหัวของเธอและพุ่งเข้าเตะเข้าไปที่หน้าท้องของเธอเต็มๆ แรงเตะทำให้ฟลูเดียรตกลงมาที่พื้นหิมะทำให้เกิดควันฟุ้งกระจายไปทั่วทุกทิศทาง


       "หัวหน้าชีเซลล์กับกอร์ล่า!? ทำไมทั้งสองคนถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ?" เธียรรีบวิ่งเข้ามาหาทั้งสองคน กอร์ล่าชักดาบออกมาและจ่อไปที่คอของเธียรทันที เธียรเห็นดาบที่กำลังจ่อที่คอหอยของเธอจึงรีบหยุดทันที


       "อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปสิ พวกเรามาที่นี่เพื่อที่จะมาสืบเรื่องของมือที่สามและว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป ไม่ได้จะมาช่วยเหลือพวกเธอเลย ถึงยังไงพวกเธอก็ยังเป็นนักโทษกบฎอยู่นะ" กอร์ล่าพูดและยื่นมือดึงเสื้อของเธียรเข้ามาใกล้ๆ หน้าเธอ


      "เอาน่า~! พวกเราแค่มาสงบศึกชั่วคราวเท่านั้นแหละ เคยได้ยินมั้ยคำเปรียบเทียบคำนี้ที่ว่า 'ศัตรูของศัตรูคือมิตร' ถ้าพวกเราทั้งสองฝ่ายเจอคู่ต่อคนเดียวกัน จะต้องร่วมมือกันจัดการศัตรูอีกฝ่ายให้ได้น่ะ" ชีเซลล์พูด กอร์ล่าได้ฟังคำพูดของชีเซลล์ก็ปล่อยเสื้อของเธียรและเก็บดาบเข้าฝัก


      "ยังงั้นหรอกเหรอคะ" เธียรพูดและเหงือตก


      "เฮ้~! จะนอนไปถึงเมื่อไหร่กันน่ะ คุณเจ้าหญิงน้ำแข็ง อ๊ะ~! ไม่สิ ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป..." ชีเซลล์ตะโกนเสียงไปหาฟลูเดียรที่อยู่ข้างในกลุ่มควันตรงจุดที่เธอตกลงมา เงาของฟลูเดียรค่อยๆ เดินออกมาจากกลุ่มควันและหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งสามคน  


      "ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไป? พูดเรื่องอะไรของเธอน่ะ?" ฟลูเดียรพูดและค่อยๆ ดึงถุงมือยาวของเธอขึ้นอย่างช้าๆ


      "อ้าว!? ไม่ใช่เธอหรอกเหรอที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ใหม่น่ะ"


      "ฉันแค่ต้องการจะเปลี่ยนโลกนี้โดยที่จะใช้พลังนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น สงครามครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ฝีมือของฉันซักหน่อย พวกโง่เง่าที่ไม่เข้าใจฉันน่ะ ฉันมีธุระสำคัญกับเธียรเท่านั้น พวกแกสองคนไสหัวไปให้พ้น" ฟลูเดียรตะโกนไล่ชีเซลล์กับกอร์ล่าออกไป


      "พี่ฟลูเดียร..."


      "งั้นแปลว่า...ยังมีอีกคนหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ใหม่และจะเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้สินะ ช่วยบอกพวกเราได้มั้ยว่าอีกคนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้คือใคร" กอร์ล่าชักดาบออกมาและชี้ไปที่ฟลูเดียร


      "ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปยังไงล่ะ" ฟลูเดียรพูดจบ ก็ยิงหอกน้ำแข็งใส่กอร์ล่าทันที เธียรผลักกอร์ล่าและยิงยิงซีลิคอาวิลสวนกลับ


      "ท่าทางจะไม่บอกพวกเราง่ายๆ สินะ" ชีเซลล์หยิบนาฬิกาพกออกมา พยายามจะใช้ ดาย กีฟรานเต้ ซูครัส แต่ก็ถูกฟลูเดียรลอยพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เธอคว้านาฬิกาพกของชีเซลล์มาได้และโยนเข้าไปข้างในถ้ำ


      "อาจารย์ของเธอไม่ได้บอกเหรอว่าอย่าใช้พลังซ้ำเป็นครั้งที่สองในเมื่อศัตรูยังไม่ตายน่ะ"


      "เออ...บทเรียนแบบนั้นฉันเพิ่งจะได้รู้มาไม่นานนี่เอง" ชีเซลล์จับแขนของฟลูเดียรทุ่มลงไปที่พื้นอย่างแรง ชีเซลล์รีบนั่งทับร่างของฟลูเดียรและต่อยเข้าไปที่ใบหน้าอย่างต่อเนื่อง


       "พี่ฟลูเดียร!!" เธียรพยายามจะวิ่งเข้าไปหาทั้งสองคน แต่กอร์ล่าคว้าแขนเธอเอาไว้และส่ายหน้า


       "เธอคนนั้นโดนแค่นั้น คงไม่เป็นไรหรอก พวกเรารีบคิดแผนเพื่อที่จะโค่นเจ้าหญิงน้ำแข็งคนนั้นกันเถอะ! ท่านหญิงชีเซลล์ก็โดนแย่งนาฬิกาพกไปแล้วคงจะต้านได้อีกไม่นาน"


       "เข้าใจแล้วค่ะ!!"


     
       ทางด้านพวกซอร์เนียร์ที่กำลังวิ่งตามหาเธียรก็ได้พบกับทามาโมะอยู่ระหว่างทาง ทามาโมะวิ่งนำทางทุกคนให้วิ่งตามเธอจนออกมาข้างนอกถ้ำก็ได้เห็นชีเซลล์กำลังต่อสู้กับฟลูเดียร


      "เฮ้ย~! เฮ้ย นี่มันเรื่องอะไรกันเนี้ย ทำไมชีเซลล์กับกอร์ล่าถึงมาอยู่ที่นี่" ซอร์เนียร์พูดและตะลึงกับภาพที่เธอเห็น


      "เธียรล่าหายไปไหนแล้วล่ะ" ลิลลี่พูดและมองหาเธียรล่า


      "เธอคนนั้นกลับเข้ามาในร่างของฉันแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันได้เงาของตัวเองกลับคืนมาแล้ว!" เธียรรีบวิ่งเข้ามาหาทุกคนและอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนฟัง แต่เธอไม่ได้เล่าเรื่องอดีตที่หายไปของเธอและฟลูเดียรให้ทุกคนฟังเพราะต้องเก็บไว้เป็นความลับ


      "พอจะเข้าใจละ สงบศึกชั่วคราวสินะ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ายัยคิตสึเนะมันรับใช้ให้กับใครกันแน่ เรื่องทั้งหมดถึงได้วุ่นวายขนาดนี้" ทาร์อูเอเล่หยิบหอกโกลาหลและพยายามจะเดินเข้าไปร่วมต่อสู้กับชีเซลล์ แต่ถูกเธียรคว้าแขนห้ามเอาไว้


      "ทางนี้พวกเราสามคนจะรับมือกับพี่ฟลูเดียรเองค่ะ ทุกคนรีบเดินทางไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนกันไปก่อนเถอะค่ะ" เธียรหยิบกุญแจประตูทางเข้าปราสาทให้กับซอร์เนียร์


      "พี่คะ หนูจะขออยู่ต่อสู้กับพี่ด้วย" ทามาโมะเดินเข้ามาจับแขนของเธียร


      "ทามาโมะ การต่อสู้ครั้งนี้คือชะตากรรมของพี่ น้องช่วยปกป้องทุกคนแทนพี่ด้วยนะ อีกเดี๋ยวการต่อสู้ใกล้จะจบแล้ว เดี๋ยวพี่จะตามน้องไปทีหลังนะ" เธียรเดินมากอดทามาโมะและกระซิบที่ข้างหูของเธอ


      "เอายังงั้นก็ได้ พวกเราเป็นแปดสาวกจอมเวทย์นะ เรื่องแค่นี้สบายมาก! เธียรเธอรีบตามหลังพวกเรามาเร็วๆ นะ" ลูซเต้พูดและวิ่งนำหน้าทุกคนตรงไปที่ปราสาเซฟเฟี้ยน ทามาโมะวิ่งตามหลังเป็นคนสุดท้ายและหันหน้ามามองเธียรก่อนที่เธอจะหันหลังเดินเข้าไปหากอร์ล่า
      
      "พลังของนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์น่ากลัวจริงๆ เพียงแค่พูดให้ทุกคนรีบไปที่ปราสาทเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกลูกหลงกับการต่อครั้งนี้ สปิริเธียรเธอนี่มัน...!" กอร์ล่าเดินเข้ามาหาเธียรและเคาะหัวเธอเบาๆ ก่อนที่จะเอาที่อุดหูออกมาจากหูของตัวเอง


      "ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เป็นขี้ระวังจังเลยนะคะ"


      "เฮ้~! พวกเธอน่ะ คิดแผนได้รึยัง! ฉันเริ่มจะต้านไม่ไหวแล้วนะ" ชีเซลล์ตะโกนเสียงมาหาเธียรกับกอร์ล่าก่อนที่เธอจะโดนฟลูเดียรจับเหวี่ยงกระเด็นออกไปไกลพอสมควร ฟลูเดียรลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าและเธอพยายามจะใช้ เซเนกคริสตัล โจมตีอีกครั้ง


      "แย่แล้ว! พี่ฟลูเดียรกำลังจะใช้ท่านั้นอีกแล้ว อย่าให้เธอร่ายเวทมนต์นั่นสำเร็จเป็นอันขาด! ไม่ยังงั้นพวกเราจะโจมตีสวนกลับเธอไม่ได้!" เธียรบอกให้กอร์ล่าโจมตีไปที่ฟลูเดียรก่อนที่เธอจะร่ายเวทมนต์เสร็จ กอร์ล่าชักดาบออกมาและได้ใช้ท่า โซนิค เวฟ โจมตีไปที่ฟลูเดียรอย่างรวดเร็ว คลื่นเสียงสีม่วงพุ่งเข้าไปหาฟลูเดียรทำให้เธอต้องหยุดการร่ายเพื่อที่จะหลบการโจมตี เธอหลบพ้นและพยายามจะร่ายเวทย์อีกครั้ง


       "ไม่ยอมให้ทำได้หรอกค่ะ 'น้ำตาแห่งเทพธิดา เทพเมฆาคลุ้มคลั่ง จงก่อเกิดให้เกิดฝนกรดมรณะ ไลเบสสตรอม!!' " เธียรเรียกฝนกรดมรณะออกมาโจมตีฟลูเดียรที่กำลังรอยอยู่บนฟ้า เม็ดฝนสีม่วงที่มีพลังทำลายเหมือนก้อนหินขนาดยักษ์ ได้ตกลงมาอย่างช้าๆ แต่สภาพอากาศที่อยู่บนภูเขาหิมะ ทำให้เม็ดฝนกรดกลายเป็นน้ำแข็งและการโจมตีฝนกรดมรณะก็ใช้ไม่ได้ผลกับฟลูเดียร


       "เอ่อ~...จะว่ายังไงดีล่ะ (-_-)" เธียรทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่ยืนอึ้งกับภาพที่เธอเห็น ฟลูเดียรเสกหอกน้ำแข็งและขว้างไปที่เธอ กอร์ล่าวิ่งเข้ามาป้องกันและใช้ โซนิค เวฟ โจมตีอีกครั้ง


       "ยัยบ้า พลังของไลเบียรแพ้ธาตุน้ำแข็ง การโจมตีแบบนั้นทำอะไรเจ้าหญิงน้ำแข็งไม่ได้หรอก!!"


       "เพิ่งจะรู้นี่แหละค่ะ แหะ แหะ"


       "เจ้าหญิงน้ำแข็งยังไม่รู้ว่าเธอใช้พลังของท่านหญิงชีเซลล์ได้แล้ว เธอช่วยใช้พลังนั้นหยุดเวลาเอาไว้ได้รึเปล่า?" กอร์ล่ารีบวิ่งเข้ามาถามเธียรและป้องกันการโจมตีจากหอกน้ำแข็งที่ฟลูเดียรยิงออกมาจากข้างบน


       "ก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ไม่มีนาฬิกาพกอันนั้น ฉันหยุดเวลาได้แค่ 10 วินาทีเท่านั้นเอง"


       "มันยังน้อยไป การที่จะหยุดให้เจ้าหญิงน้ำแข็งคนนั้นติดอยู่ใน ดาย กีฟรานเต้ ซูครัส ต้องใช้เวลา 15 วินาที เราถึงจะโจมตีได้ ท่านหญิงชีเซลล์ก็พอจะทำได้ถึง 20วินาที แต่เธอยังบาดเจ็บจากการต่อสู้ที่ป้อมปราการซูเวอร์เบิร์ก ตอนนี้อาจจะทำได้เต็มที่แค่ 12 วินาที และตอนนี้ถูกเหวี่ยงกระเด็นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้"


       "ฉันเห็นพี่ฟลูเดียรโยนนาฬิกาพกอันนั้นเข้าไปข้างในถ้ำ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปตามหา กอร์ล่าเธอพอจะรับมือกับเธอได้นานมั้ย?"


       "เต็มที่น่ะนะ ประมาณ 4 นาทีน่ะ"


       "แค่นั้นก็เกินพอแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปตามหานาฬิกาพก เธอช่วยต้านอย่าให้พี่ฟลูเดียรตามฉันเข้ามานะ"


       "รับทราบ!" เธียรพูดจบก็วิ่งเข้าไปข้างในถ้ำทันที ฟลูเดียรเห็นเธียรวิ่งเข้าไปในถ้ำ เธอพยายามจะลอยตามเข้าไปแต่ถูกกอร์ล่าเข้ามาขัดขวางซะก่อน


        "จะไปไหนน่ะ คู่สู้ของเธอคือ กอร์ล่า เซย์ฟาร์ คนนี้ต่างหาก! ถ้าจะเข้าไปข้างในโค่นฉันคนนี้ให้ได้ก่อนเซ่!" กอร์ล่ากระโดดเข้าไปกระแทกฟลูเดียรจนปลิวออกห่างจากปากทางเข้าถ้ำ เธอยืนขวางปากทางเข้าถ้ำและชี้ดาบไปที่ฟลูเดียร


       "อย่ามาขวางทางฉัน!! เธียรเป็นของฉันคนเดียว!!" ฟลูเดียรร่ายเวย์ ฟรอยเดนสวิงเกอร์ ร่างแยกทั้งสี่ยืนล้อมกอร์ล่าทั้งสี่ทิศและยิงแสงเลเซอร์โจมตีเธอที่อยู่กลางวงที่รอบล้อมไปด้วยหอกน้ำแข็ง


       "เอ่อ...ขอลดจาก 4 นาที เป็น 10 วินาทีนะ" กอร์ล่าพูดและก็ถูกแสงเลเซอร์พุ่งทะลุเข้าไปที่ต้นขาขวาจนเลือดพุ่งออกมา เธอทรุดตัวลงกับพื้นทันที ฟลูเดียรที่เป็นร่างจริงได้ใช้เวทย์ ไอซ์เซแรนเซอร์ โจมตีซ้ำเข้าไปอีกและยิงเข้าไปไม่หยุด กลุ่มควันได้ฟุ้งกระจายออกมาพร้อมกับเลือดที่กระเด็นออกมาไปทั่วทุกทิศทาง ปากทางเข้าถ้ำที่ก่อนหน้านี้มีแต่หิมะสีขาวแต่ตอนนี้มันกลายไปสีเลือดที่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง


       "หว๋าย~! ทำแบบนั้นเดี๋ยวยัยนั้นก็ตายจริงๆ หรอก!" ชีเซลล์วิ่งเข้ามาและกระโดดคว้าขาของฟลูเดียรได้และเหวี่ยงไปกระแทกกับโขดหินจนฟลูเดียรกระอักเลือดออกมาและหมดสติไป   


       "มาช้าจังเลยนะคะ ท่านหญิงชีเซลล์..." กอร์ล่าเดินออกมาจากกลุ่มควัน ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือด แต่เธอเดินออกมาแบบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด เหมือนกับว่าเธอยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังบาดเจ็บอยู่


       "อ้าว!? เธอยังไม่ตายอีกเหรอเนี้ย หนังเหนี่ยวจังเลยนะเธอเนี้ย"


       "คำพูดแบบนั้นจะขอเก็บไว้เป็นคำชมนะคะ"


       "ฉันพูดประชดย่ะ เอ้า! รีบๆ มาจัดการยัยนี้เร็วเข้า!"


       "รับทราบ" กอร์ล่าเดินเข้าไปหาฟลูเดียรที่กำลังนอนหมดสติอยู่ เธอสังเกตเห็นรอยกากบาทที่ติดอยู่กระโปรงตรงต้นขาซ้ายของเธอเริ่มส่องสีแดงออกมา ทันใดนั้นฟลูเดียรก็ลืมตาตื่นขึ้น เธอเสกหอกน้ำแข็งขึ้นมาและแทงเข้าไปที่ไหล่ขวาของกอร์ล่า ชีเซลล์รีบวิ่งเข้ามา แล้วเตะเข้าไปที่หน้าท้องของฟลูเดียรกระเด็นออกไป ชีเซลล์ถึงกับชะงักเมื่อเห็นดวงตาสีแดงของฟลูเดียรที่กำลังจ้องมองมาที่เธอเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังกระหายเลือด


       "อย่ามายุ่งกับโลกใบใหม่ของฉัน! ฉันจะอยู่ด้วยกันกันกับเธียร! เธียรคืออัศวินที่จะมาปกป้องฉันตลอดไป!!" รอยกากบาทที่ต้นขาซ้ายเริ่มส่องแสงสว่างมากขึ้น จนทำให้เห็นร่างของหญิงสาวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตาที่เป็นเลือด กำลังมองมาที่ชีเซลล์ด้วยแรงอาฆาตพยาบาท


       "คำสาปของเจ้าหญิงฟรอยงั้นเหรอ!?"


       "เจ้าปีศาจร้าย! ข้ารับใช้ของจอมมาร เรย์นาร์ด จงตายไปซะให้หมด!!" เจ้าหญิงฟรอยตะโกนเสียงออกมา ทำให้ชีเซลล์กับกอร์ล่ากระเด็นไปกระแทกกับโขดหินอย่างแรง กอร์ล่าที่ได้รับบาดเจ็บหนักได้หมดสติไป เหลือเพียงแต่ชีเซลล์เท่านั้นที่ยังคุมสิอยู่ได้


       "อึ๊ก! ฟลูเดียรต้องถูกใครซักคนครอบงำจิตใจอยู่แน่ๆ เธอคนนั้นไม่มีพลังแบบนี้แน่นอน พลังธาตุความมืด คำสาปของเจ้าหญิงฟรอย! ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นคำสาปรูปแบบใหม่จนกลายเป็น คำสาปของเจ้าหญิงน้ำแข็ง ฟลูเดียร...เธอกำลังสร้างความชั่วขึ้นมาเหมือนกับเจ้าหญิงฟรอยในนิทานเลย..." การมองเห็นของชีเซลล์เริ่มมืดลงอย่างช้าๆ เพราะเธอบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคิจสึเนะ อาการเจ็บปวดจากการต่อสู้กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ฟลูเดียรค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาชีเซลล์อย่างช้าๆ และถือหอกน้ำแข็งที่เปื้อนเลือดของกอร์ล่าตรงเข้ามา


      "ตายซะ! พวกปีศาจชั้นต่ำ!" ฟลูเดียรใช้หอกน้ำแข็งเพื่อจะแทงเข้าไปที่หัวใจของชีเซลล์ เสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายแหลมของหอกน้ำแข็งจะถึงตัวเธอ หอกกุงนีห์ก็พุ่งเข้ามาปักที่มือขวาของฟลูเดียร หอกแข็งถูกำลายสลายหายไป ฟลูเดียรรีบหันหน้าไปมองทิศทางของหอกกุงนีห์ที่ถูกขว้างออกมา ทิศทางของมันออกมาจากในถ้ำ เธียรค่อยๆ เดินออกมาจากถ้ำและที่ด้านหลังของเธอมีดาบคู่ เซเบอร์ กับ ฮิซาเมะ อยู่บนไหล่ของเธอ


      "พี่ฟลูเดียร...ฉันน่ะ...รวบรวม The Blades of the Rose Cross ได้ 7 ชิ้นแล้ว แต่จากนี้ไปไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี...ดังนั้นจึงมาที่นี่เพื่อที่จะพบคนที่ช่วยคิด 'หนทางที่ทำให้ทุกคนมีความสุข' ไงล่ะ"


      "เหรอ...ถึงได้เสี่ยงแบบนี้ เพื่อที่จะมาต่อสู้กับฉันที่นี่สินะ" ร่างเงาของเจ้าหญิงฟรอยหายไป ฟลูเดียรเดินเข้ามาหาเธียรและยื่นมือไปหาเธอ


      "นั่นสินะ คนที่คอยชี้ทางให้เธียรก็คือฉันเสมอ เข้าใจแล้ว งั้นฉันจะพูดง่ายๆ ก่อนที่สองคนนั้นจะได้ยินสิ่งที่ฉันพูดละกัน ไม่ต้องห่วงขอแค่เธอเชื่อฉันก็พอ ทำตามที่ฉันพูด จัดการเรย์นาร์ด...จอมมารผู้ชั่วร้ายก็พอ" เธียรได้ยื่นมือมาจับมือของของฟลูเดียร


      "พี่ฟลูเดียร...เรย์นาร์ดน่ะ ไม่ใช่จอมมารที่ชั่วร้ายหรอกนะ!" ฟลูเดียรได้ฟังคำพูดที่เธอถึงกับช็อกออกมาจากปากของเธียร ใบหน้าที่สงบสติอารมณ์กลับมาเป็นใบหน้าที่เครียดแค้นอีกครั้ง ฟลูเดียรปัดมือของเธียรและยื่นไปจับไหล่ทั้งสองข้างของเธียร


       "เธียร!! หรือว่าเธอ!!"


        "ไม่ต้องห่วง! ฉันจะไม่ปฏิเสธโลกของพี่ฟลูเดียรหรอก แต่ฉันก็จะไม่ปฏิเสธโลกของมนุษย์และโลกของเหล่าจอมเวทย์ทุกคน ไม่ว่าจะโลกใครก็ตาม...ดังนั้น...ขอโทษษนะ ฉันคงฟังแต่สิ่งที่พี่ฟลูเดียรพูด...ไม่ได้แล้ว!" เธียรจับมือของฟลูเดียรออกจากไหล่ทั้งสองข้างของเธอและเดินไปหากอร์ล่ากับชีเซลลืที่กำลังนอนบาดเจ็บอยู่


       "ถ้างั้นฉัน ไปก่อนนะคะ..." ฟลูเดียรได้แต่ยืนนิ่งเงียบและกำลังจะปล่อยให้เธียรเดินไปหากอร์ล่ากับชีเซลล์


         หยุดเดี๋ยวนี้เธียร!! จะยอมรับโลกของพวกขยะพวกนี้รึ!? จะยอมรับสิ่งชั่วร้ายแบบนี้รึ!? ทั้งที่ตัวเองมีพลังเหนือกว่า...คนที่ถูกต้องคือพวกเราเท่านั้นนะ!? เพราะอย่างนั้นพวกเราต้องรวมทุกสิ่งให้เป็นหนึ่ง ถ้าใช้อำนาจของพลังนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้วต้องทำได้แน่ อีกแค่นิดเดียวเอง...ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าสู่เส้นทางอื่นนี่นา!! มองแค่ฉันคนเดียวก็พอนะ เธียร! มองฉัน! มองฉันคนเดียว!! เธียรหันหลังเข้ามากอดฟลูเดียรทันที เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากเธียรแต่ก็ไม่เป็นผล เธียรได้ร่ายเวทมนต์ทำให้ฟลูเดียรหลับ ชีเซลล์ค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาเธียรที่กำลังอุ้มร่างของฟลูเดียรอยู่

"หัวหน้าชีเซลล์...ช่วยดูพี่ฟลูเดียร...ให้หน่อยนะคะ"

"อา...รีบไปที่ปราสาทเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอกนะ"


       "ฉันจะไปจัดการกับคนที่หลอกใช้พี่ฟลูเดียรให้ทำเรื่องแบบนี้ให้ได้ ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปอะไรกัน เหลวไหลสิ้นดี!" เธียรพูดจบ แล้ววิ่งตรงเข้าไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนตามหลังพวกซอร์เนียร์ที่วิ่งล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้ เธียรที่กำลังวิ่งไปที่ปราสาทน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด คำสาปของเจ้าหญิงฟรอยได้ถูกนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทำลายไม่มีเหลืออีกต่อไปแล้ว


       "ฟลูเดียรถูกจัดการไปแล้วเหรอเนี้ย!? ถ้าอย่างนั้นโลกใบนี้ก็ตกอยู่ในมือของฉันแต่เพียงผู้เดียว ขอเพียงแค่จัดการ สปิริเธียร โรเซนเบิร์กได้ ทุกอย่างในโลกนี้ก็จะเป็นของฉัน โฮ่~! โฮะ โฮะ โฮะ" เด็กสาวสาวปริศนายืนดูเธียรที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนอยู่บนหอคอยปราสาทและเดินเข้าไปข้างในปราสาทตามหลังด้วยลูกสมุนอีกสองคนนั้นคือ คิตสึเนะ กับ ธานาทอส


       คนที่ทำให้พี่ฟลูเดียรเสียใจมากขนาดนี้ ฉันจะไม่ยกโทษให้คนๆ นั้นเป็นอันขาด!










To Be Continued.






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 23-10-2018 10:00 , Processed in 0.038205 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th