เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 671|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4622
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 11-12-2015 23:37:38 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:31

   

Rosenkreuzstilette บทที่ 21


ผู้ควบคุมเวลากับผู้คุมกฎ





        นับย้อนจากตอนนี้ไปไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากี่ปี ตอนนั้นฉันเสียทั้งพ่อและแม่ ไร้ซึ่งหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ จึงต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับคนคนนึงที่อ้างว่าเป็นญาติ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ต้อนรับฉันหรอก เขาก็แค่ให้ฉันช่วยงานที่ร้านอาหาร เพื่อแลกกับอาหารกับที่ซุกหัวนอนไปวันๆ เท่านั้นเอง


          "นี่เธอเป็นคนทำเองรึ?"

          "ค่ะ"  ในช่วงชีวิตที่แสนลำบากยากแค้น ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าคำๆ นึง

          "ไม่เลวเหมือนกันนี่ อร่อยดี!" ที่ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อคำๆ นั้น

          อยู่มาวันหนึ่งฉันที่กำลังออกไปซื้อของ ก็ได้ไปเห็นเด็กผู้หญิงวัยเดียวกันสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ และได้เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขากับตัวฉันเอง

          "อะไรกัน!? อิจฉาพวกเขาเหรอเธอน่ะ" ชายเจ้าของร้านอาหารได้ยื่นมือมาบีมหัวของฉัน

          "โอ๊ย~! หัวจะแตกอยู่แล้ว!"

          "ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างเธอจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง! อย่าฝันไปหน่อยเลย!"

          ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ตัวฉันกับเด็กพวกนั้นต่างกันยังไง สักวันฉันเองก็ไปถึงจุดนั้นได้เหมือนกันแหละ ฉันตั้งปณิธานไว้อย่างนั้น

          "ถ้าพูดถึง 'พลัง' ที่คัวฉันมี ก็เห็นจะเป้นฝีมือการทำอาหารนี่ล่ะ" ฉันที่กำลังทำอาหารแล้วนำไปให้ลูกค้าได้คิดแบบนั้นตลอด

          ไม่เลวเหมือนกันนี่ อร่อยดี! ฉันคิดว่ามันคือหนทางเดียวที่จะทำให้ตัวเองได้รับการยอมรับ ก็เลยพยายามมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีก

          มีอยู่วันนึง ลูกค้าชวนคุยเรื่องแปดสาวกของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ฉันเจ็บใจมากที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จนถึงกับยอมอดนอนอ่านหนังสือเพราะคิดว่าการศึกษาคือสิ่งสำคัญ

          ชายคนนึงได้เดินเข้ามาในห้องครัวของร้าน ก็ได้เห็นฉันที่กำลังหั่นเนื้อได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สนใจว่าจะเอาอะไรมาหั่นก็หั่นได้หมด พร้อมกับโยนมีดเข้าเก็บในกล่องเก็บมีดได้อย่างแม่นยำ ชายคนนั้นได้ตรงเข้ามาหาฉันแล้วพูดคำนี้มาให้ฉัน

          "มีพรสวรรค์...?" มันเป็นคำที่ชายซึ่งเป็นครูฝึกเวทมนต์คนนึงสอนฉันมา

          ได้ยินมาว่าคำว่า 'มีพรสวรรค์' หมายถึงมีความสามารถพิเศษของบุคคลที่มีมาแต่กำเนิด ไม่รู้ทำไมคำนี้ถึงได้ดังก้องอยู่ในหัวฉันตลอด จากนั้นเป็นต้นไป ในบางเวลาฉันก็จะจินตนาการถึงตัวฉันที่กำลังใช้คำๆ นั้นอยู่ตลอดเวลา

          "เฮ้ย!  เดินผ่านถนนเส้นนี้เนี่ย ขออณุญาตรึยัง?" กลุ่มเด็กชายที่เป็นจอมเวทย์ฝึกหัดสามคนได้เดินตรงเข้ามาฉันที่เพิ่งไปซื้อของมาเพื่อจะเอาไปทำอาหารไว้ขายสำหรับวันพรุ่งนี้

          "..." ฉันหันหน้าไปมองพวกนั้นแต่ไม่พูดอะไร

          "ทำหน้าแบบนี้ หมายควาว่าไงฟะ"

          "คิดว่าแน่นักรึไงยัยเตี้ยนี่!" กลุ่มเด็กชายพวกนั้นเอาไม้เท้ามารุมตีฉันไปหลายที แต่ฉันก็ไม่โต้กลับและไม่ร้องเสียงออกมา จนกลุ่มเด็กชายพวกนั้นที่กำลังเดินจากไปพร้อมกับหัวเราะสะใจ แต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่ใช่คนอัธยาศัยดีอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้เลยเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

         "ยัยบ้า! ทำของที่จะขายพังหมดเลย"

         "ขะ...ขอโทษค่ะ"

         "ชีเซลล์เอ๊ย~! โลกนี้น่ะ เป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนที่อ่อนแอก็มีแต่จะโดนเท่านั้น ถ้ามัวแต่ยอมรับความพ่ายแพ้ทุกอย่างมันก็จบนะเฟ้ย ลุกขึ้นสู้สิ!"

         ลุกขึ้นสู้สิ! เสียงของลุงเจ้าของร้านได้ดังก้องเข้ามาอยู่ในหัวของฉัน จนฉันได้ทำอะไรบางอย่างลงไป

         ฟ้าว~! ฉึก!
         "อ้าก!!" เสียงของเด็กชายที่เป็นหนึ่งในสามคนที่คอยเล่นงานชีเซลล์ได้ร้องออกมา แถมยังมีมีดสั้นเสียบทะลุอยู่ที่มือทั้งสองข้าง เด็กหญิงผมสั้นสีเขียวเข้มได้เดินเข้าไปในซอยที่ไร้แสงไฟส่องเข้าไปถึง แล้วเดินหายเข้าไปในความมืด ปล่อยให้เด็กชายคนนั้นนอนดูมือของตัวเองที่ถูกมีดเสียบคาอยู่ที่มือ แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาว่ามีเด็กชายอีกสองคนที่เป็นจอมเวทย์ฝึกหัดด้วยกัน ถูกคนเล่นงานโดยใช้มีดสั้นขว้างใส่เสียบทะลุคาไว้ที่มือทั้งสองข้างเช่นเดียวกัน

        "ฉันน่ะ จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ฉันจะสู้! ต้องเข้มแข็ง! เพื่อยกระดับตัวเอง แล้วสักวันฉันจะเป็นคนที่เก่งกว่าพวกนั้นโดยไม่จำเป็นต้องมีเวทมนต์มาช่วย!" แต่ทั้งๆ ที่อุตสาห์ตั้งใจไว้แบบนั้นแล้ว ร้านของฉันก็ดันมาเจ๊งในอีกไม่กี่ปีต่อมา

        "่ลำบากแล้วสิ ตาลุงนั่นก็ทิ้งเราไปอยู่เมืองอื่นแล้วด้วย ยังไงก็ต้องหาค่าข้าวกับที่ซุกหัวนอนให้ได้ก่อน" ได้ยินมาว่าพวกสาวๆ รุ่นเดียวกันบางคนก็ไปขายตัว แต่จะให้ฉันทำน่ะเหรอ ให้ตายก็ไม่ยอมหรอก ฉันใช้ฝีมือการทำอาหารที่มีไปหางานตามร้านอาหารหลายร้านแต่ก็ไม่มีร้านไหนรับ ถึงจะมีบางร้านยอมจ้างฉันแต่ส่วนใหญ่ก็...

       "หุหุหุหุุ สาวน้อย สดๆ ซิงๆ" คนพวกนั้นหวังแค่จะได้ร่างกายของฉัน จึงโดนมีดสั้นของฉันตัดสิ่งที่น่าภาคภูมิออกไปแทบทุกราย เหตุการณ์ที่ว่านั้นดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนฉันบอบช้ำทั้งกายและใจและในขณะที่จะหมดความอดทน ฉันก็ได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

        "เฮ้! พี่ชายจอมเวทย์ที่เดินอยูู่ตรงนั้นน่ะ!" ชายที่สวมชุดคลุมสีน้ำตาลและแบกนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังได้หันหน้าไปมอง

        "..."

        "ไปกับหนูมั้ย? แค่ 30 เหรียญทองก็ได้"

       ฉันได้พาชายคนนั้นไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วบอกเค้าว่า'ให้พี่ชายไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวหนูจะนอนรออยู่บนเตียงนะจ๊ะ' พอฉันบอกเค้าไป
ชายคนนั้นก็รีบไปอาบน้ำอย่างไวเลยทีเดียว

        "เชอะ! ไอ้พวกหัวงูนี่! ใครจะยอมทำเรื่องอย่างว่าล่ะยะ!" ฉันรีบตรงเข้าไปค้นเสื้อผ้าของชายคนนั้นเพื่อที่จะหาถุงเงิน แล้วก็ได้ค้นเจอซะที เท่านี้ก็มีข้าวกินแล้ว ได้ของที่ต้องการแล้วก็รีบเผ่นดีกว่า

        "ฮึ่ม...! ว่าแล้วเชียวว่าน่าสงสัย ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองรึ" ชายที่กำลังอาบน้ำอยู่ได้พูดออกมาและเค้าก็ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ชายคนนี้สวมชุดเรียบร้อยแล้วก็ถือถุงเงินอยู่ตรงหน้า ฉันถึงกับงงเลยทีเดียวเมื่อกี้เสื้อผ้าของเขายังกองอยู่ในตะกร้าอยู่นี่นาแล้วมันก็หายไปและถุงเงินที่ฉันเพิ่งไปค้นออกมาได้ ก็ไปอยู่ที่มือของเขาแล้ว

        "ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?" ฉันที่กำลังหยิบมีดสั้นออกมาเพื่อที่จะเขวี้ยงไปที่ถุงเงินที่เขาถืออยู่ เสี้ยววินาทีที่กำลังจะเขวี้ยงมีดออกไปก็ได้เห็นว่ามีดสั้นของฉันไปอยู่ที่มือของเค้าแล้ว

        "ตกใจงั้นเหรอ? ว่าทำไมมีดของเธอถึงมากอยู่ในมือฉันได้น่ะ?"

        "จอมเวทย์ระดับมาสเตอร์งั้นเหรอ!?"

        ระดับของจอมเวทย์จะเริ่มต้นตั้งแต่ จอมเวทย์ฝึกหัด(C)  จอมเวทย์ระดับกลาง(B)  จอมเวทย์ระดับสูง(A)  จอมเวทย์ระดับมาสเตอร์(ครูฝึก) จอมเวทย์ระดับคิง(แปดสาวกจอมเวทย์) และระดับสูงสุด จอมเวทย์ระดับเวิลด์(กราฟ เซฟเฟี้ยน)

        "โอ๊ะ!? แค่ดูก็แล้วเหรอว่าฉันคือจอมเวทย์ระดับมาสเตอร์น่ะ ยอดเยี่ยมมาก"

        "มีดเล่มนั้นฉันจะยกให้ แต่เล่มที่เหลือนั้นจะเสียบไปทั่วร่างของนาย!!" ฉันได้หยิบมีดทั้งหมดออกมาเพื่อจะเขวี้ยงไปที่จุดตายของชายคนนั้น เสี้ยววินาทีที่ฉันเขวี้ยงมีดไป ชายหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มก็หายไปจากตรงหน้า ฉันมั้นใจว่าเค้าต้องยืนอยู่ด้านหลังของฉัน จึงเขวี้ยงออกไปทางด้านหลังหนึ่งเล่มส่วนเล่มที่เหลือก็พุ่งไปเสียบกับกำแพงของห้องพัก

        "สัญชาตญาณดีเยี่ยม" เสียงของชายคนนั้นดังมากจากด้านหลัง ฉันจึงรีบหันหน้าไปมอง ก็ได้มีดที่ฉันเขวี้ยงออกไปเล่มหนึ่งเสียบอยู่ที่แขนของเค้า เลือดก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากแขนที่ถูกมีดเสียบคาอยู่

        "เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะเดินมาอยู่ข้างหลังน่ะ"

        "นาฬิกาทรายที่นายแบกอยู่ด้านหลังไงล่ะ ตอนที่นายไปอาบน้ำมันยังมีทรายอยู่เต็มเลย แต่ตอนที่ฉันจะขโมยถุงเงินไปและนายมายืนอยู่ตรงหน้าฉันนาฬิกาทรายจากที่เต็มอยู่ก็ลดลงหายไปตั้งครึ่งหนึ่ง ซึ่งฉันมั้นใจได้เลยว่าพลังเวทย์ของนายคือ การหยุดเวลา"

        "ไม่ใช่หยุดเวลา แค่ทำให้เวลาที่กำลังเดินอยู่วิ่งช้าลงแค่นั้นเอง" ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาหาฉันแล้วดึงมีดสั้นที่เสียบคาอยู่ที่แขนออกมา

         "เห๊อะ! ฉันแพ้แล้วล่ะ อาวุธที่จะใช้ก็ไม่มีแถมยังมาเจอคนที่มีพลังเวทย์หยุดเวลาได้แบบนี้ ชีวิตฉันมาได้แค่นี้สินะเนี้ย" ฉันรู้ตัวดีว่าสู้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ จึงนั่งลงกับพื้นแล้วก้มหน้าลง เสียงหยดเลือดค่อยๆ เข้ามาใกล้ฉันที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ เงาของชายคนนั้นก็หยุดอยู่ตรงหน้าฉัน

         "สาวน้อยเธอชื่ออะไร?"

         "ชีเซลล์ เมลสตรอม"

         "สนใจจะมาเป็นลูกศิษย์ฉันมั้ย?"

         "ลูกศิษย์เหรอ?" ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไป ก็ได้เห็นชายหนุ่มคนนั้นยื่นมือมาให้ฉัน น้ำตาก็ไหลออกมาจากตาของฉัน ถ้าหากฉันไม่ได้พบกับผู้ชายคนนั้นล่ะก็ ชีเซลล์ เมลสตรอม คนนี้ก็ไม่ได้มาวิ่งไล่ตามจิ้งจอกแปดหางที่กำลังวิ่งตรงไปที่หอนาฬิกาหรอก


         "นั้นมัน!? ผู้คุมกฎ ชีเซลล์ เมลสตรอม ที่นายท่านของฉันพูดไว้นี่!?" คิตสึเนะที่กำลังวิ่งอยู่ได้หันหน้าไปมองชีเซลล์ที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังมา

         "รู้ชื่อของฉันด้วยเหรอเนี้ย แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย!" ชีเซลล์หยิบมีดขว้างแล้วเขวี้ยงไปหาคิตสึเนะที่กำลังวิ่งอยู่ข้างหน้า

         "โยริง เม็คโค!(เงามรณะ)" คิตสึเนะได้ปล่อยเงาหัวกระโหลกออกมาป้องกันมีดขว้างที่ชีเซลล์เขวี้ยงมา

         "เวทมนต์ธาตุความมืด!? ถ้าเป็นที่เมืองเจเปนนิสจะเรียกว่ามาโฮวสินะ ได้เห็นของแปลกๆ แบบนี้ชักอยากเล่นด้วยแล้วสิ" ชีเซลล์หยิบนาฬิกาพกที่มีรูปสลักกางเขน ขึ้นมาจากข้างในร่องหน้าอกของเธอ

         Die geplante Zukunft (ดาย กีฟานเต้ ซูครัทซ์ ,เขตแดนจากอนาคต) เงาสีดำได้พุ่งออกมาจากนาฬิกาพก ทุกอย่างที่อยู่ในพื้นที่สีดำจะเคลื่อนที่ช้าลงอย่างมาก 1วินาทีของพื้นที่นั้นเท่ากับ 1นาที ของพื้นที่ภายนอกเขตสีดำ ชีเซลล์รีบวิ่งตรงไปหาคิตสึเนะแล้วใช้มีดสั้นฟันไปที่ข้อมือและข้อเท้าแบบตี้นๆ เพื่อที่จะตัดเส้นเอ็น พอแสงสีดำหายไป คิตสึเนะที่กำลังวิ่งอยู่ ก็ได้วิ่งหกล้มจนร่างไถลพื้นทันที

         "จริงๆ ก็อยากจะจัดการกับเธออยู่หรอกน้า แต่ต้องไปจัดการกับอีกคนนึงที่กำลังไปที่นั้นเหมือนกับเธอน่ะ ไปล๊ะ!" ชีเซลล์สลัดเลือดออกจากมีดสั้นไปใส่คิตสึเนะที่นอนอยู่กับพื้น วิ่งตรงไปที่หอคอยนาฬิกาเพื่อที่จะไปจัดการกับเธียร

         "ชิ! เพราะโดนหยุดเวลาก็เลยไม่ได้เห็นว่ายัยนั้นมันใช้อะไรในการร่ายเวทย์นี้ เส้นเอ็นก็ดันถูกตัดขาดแบบนี้อีก ต้องนอนอยู่แบบนี้อีกซัก 10 นาที จนกว่าร่างกายจะรักษาตัวเองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ชีเซลล์ เมลสตรอม ฉันจะจัดการแกให้ได้เลยคอยดูเถอะ!"

         "ว้าว~! สูงจังเลย~!" เธียรได้วิ่งมาถึงหอคอยนาฬิกาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของป้อมปราการซูเวอร์เบิร์ก ข้างในหอยคอยจะมีกลไกมากมายขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา เธียรที่เปิดประตูดูด้านในก็เหงือตกตกหน้าเลยทีเดียว

         "จะให้ปีนขึ้นไปจากด้านนอกคงไม่ไหว มีแต่ต้องลุยฝ่ากลไกพวกนี้ไปเท่านั้น" เธียรตัดสินใจแบบนั้นจึงวิ่งเข้าไปหอคอยทันที


          ทางด้านพวกไลเบียรที่กำลังปฐมพยบาลให้ซอร์เนียร์กับทาร์อูเอเล่อยู่ ทามาโมะที่ตัวเล็กจิ๋วได้กลับร่างมาเหมือนเดิมและเดินออกจากกลุ่มเพื่อที่จะตรงไปที่หอคอยนาฬิกา

          "ทามาโมะ นี่เธอจะไปไหนน่ะ" ลูซเต้ดึงแขนเสื้อของทามาโมะเอาไว้

          "ฉันจะตามไปช่วยพี่เธียรน่ะ ส่วนพวกเธอปกป้องซอร์เนียร์กับทาร์อูเอเล่ที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ซะนะ" ทามาโมะชี้นิ้วไปทางด้านล่างของซิลเวอร์ ก็มีจอมเวทย์ 20 คน เดินตรงเข้ามา ลูซเต้ที่กำลังมองดูจอมเวทย์ที่กำลังเดินเข้ามา แล้วรีบหันกลับไปมองทามาโมะก็ไม่อยู่แล้ว

          "เกมปกป้องเจ้าหญิงนิทราสินะ น่าสนุกดีนี่นา"

          "นั้นมันพวกกบฎนี่! พวกเราจัดการมัน!" คนที่เดินนำกลุ่มจอมเวทย์ได้ชี้นิ้วสั่งให้โจมตีทันที

          "โอ้ย! , อ้าก~!" เสียงได้ดังมาจากท้ายแถวของกลุ่ม จอมเวทย์ทุกคนรีบหันหลังไปมองก็ได้เห็นเด็กหญิงที่สวมชุดนินจา จัดการพรรคพวกของตนนอนตายอยู่ 4 คน

          "นั้นมันคนของเมืองเจปนนิส!? มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ฮาซึมิได้เหวี่ยงไม้เท้าไป

          "วิชานินจา จั๊กจั่นลอกคราบ" ไม้เท้าได้ฟาดเข้าไปที่ท้องของฮาซึมิเต็มๆ จนเกิดควันสีขาวแล้วมีท่อนไม้กระเด็นออกไปแทน ส่วนตัวของฮาซึมิได้ยืนอยู่ได้หลังของคนที่ใช้ไม้เท้าฟาด เธอจึงหยิบดาบสั้นฟันไปที่หลังทันที

          "อะไรฟร๊ะนั้น! , ยัยเด็กนั้นมันตัวอะไรกันแน่! , นั้นไม่ใช่เวทย์มนต์ อย่าไปกลัวมัน!" จอมเวทย์ที่ยืนมองพรรคพวกของตัวเองที่โดนเล่นงานไป ก็ร่ายเวทย์ไฟบอลล์และลูกธนูแสงโจมตีใส่ฮาซึมิ

          "ว๊ะ ฮะ ฮ่ะ ฮ่า อย่าลืมฉันคนนี้เซ่! เมเทโอ ลุซต้าสตรีม(กรงจักรเทพปีศาจ)" ลูซเต้ได้ขว้างกรงจักรสีแสดขนาดใหญ่พุ่งไปที่จอมเวทย์ที่กำลังร่ายเวทย์โจมตีใส่ฮาซึมิ ก็โดนผ่าขาดครึ่งตายไปจนไม่เหลือใครซักคน

         [Mission 1 Clear!] จอมเวทย์  จำนวน 20คน ลูซเต้ฆ่าไป 15คน ฮาซึมิฆ่าไป 5 คน เจ้าหญิงนิทรา ไม่ได้รับความเสียหาย
ภาพในหัวของลูซเต้ได้ผุดขึ้นมาให้ทุกคนในกลุ่มเห็นทันที ทุกคนที่ได้เห็นภาพดังกล่าวก็เหงือตกหน้าและหัวเราะ



   ชีเซลล์ได้วิ่งมาถึงหอคอยนาฬิกาก็ได้เห็นประตูทางเข้าหอคอยถูกเปิดทิ้งไว้และมองขึ้นไปข้างบนหอคอย สายตาของเธอได้จ้องมองที่หน้าต่างเล็กๆ ของหอคอยที่อยู่ด้านบน เธอหยิบมีดสั้นขึ้นมาสองเล่มเสียบเข้าไปที่กำแพงหอยคอยแล้วปีนขึ้นไป

          "ยิ่งเดินขึ้นไปสูงเท่าไหร่ กลไกของนาฬิกามันยิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้นนะเนี้ย ยังกับเขาวงกตเลย" เธียรที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปและวิ่งฝ่ากลไกต่างๆ ได้มาถึงห้องกลไกหลักของหอคอยนาฬิกา ด้านบนเพดานของห้องจะมีระฆังขนาดใหญ่ มีหน้าต่างนาฬิกาขนาดใหญ่อยู่ทั้งสี่ทิศ

          "อีก 30นาที เข็มยาวก็จะชี้ไปที่ XII เสียงของระฆังที่มีขนาดใหญ่แบบนี้อาจจะดังมาก เราเองก็ต้องรีบขึ้นไปชั้นบนให้เร็วที่สุดแล้ว"
เธียรที่กำลังจะปีนบันไดเพื่อที่จะเปิดประตูชั้นบนสุด ก็ถูกมีดขว้างปักอยู่ที่ต้นขาขวาจนตัวเธอล้มลงทันที


          "ในที่สุดก็ตามเธอทันจนได้นะ ลำดับที่ 1 ของกลุ่ม RKS สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก" ชีเซลล์ค่อยๆ ยื่นตัวเข้ามาจากด้านนอกเข้ามาทางหน้าต่างของห้องกลไกหลัก


          "หัวหน้าชีเซลล์!?" เธียรรีบดึงมีดขว้างออกจาต้นขาและลุกขึ้นยืนพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากแผล   


          "จะดีเหรอ? ดึงมีดออกมาแบบนั้นน่ะ ที่ฉันเล็งไปน่ะ เพื่อจะตัดเส้นเลือดใหญ่เลยนะ"


          "หนักกว่านี้ก็โดนมาแล้วค่ะ ซีลิคอาวิล!!" เธียรได้ยิงกระสุนปืนใหญ่แห่งแสงตรงเข้าไปหาชีเซลล์ที่กำลังเดินตรงเข้ามา


          "คราวนี้เป็นธาตุแสงยังงั้นเหรอ?" ชีเซลล์ได้ใช้มีดสั้นฟันเข้าไปที่ลูกกระสุนปืนใหญ่แหวกครึ่งไปทั้งสองทางไปปะทะกับหน้าต่างนาฬิกาทั้งสองทิศระเบิดพังทลาย ทามาโมะที่กำลังวิ่งตรงมา ก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองหอคอย เห็นหน้าต่างนาฬิการะเบิดออกมาทั้งสองทิศ


          "แย่แล้ว! พี่เธียรกำลังต่อสู้กับชีเซลล์อยู่แน่ๆ" ทามาโมะได้พูดออกมาและรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไปช่วยเหลือเธียร


          "ผ่ากระสุนปืนใหญ่ของเราไปดื้อๆ เลยเหรอเนี้ย"


          "สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ตัวการใหญ่ของกลุ่มนักโทษกบฎ ชีเซลล์ เมลสตรอม คนนี้ขอตัดสินโทษของเธอเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ถูกฟลูเดียรลดแหล่งเก็บพลังเวทย์ไปครึ่งหนึ่งและยึด The Blades of the Rose Cross ไป และโทษที่เพิ่มต่อจากนี้คือ ปลิดชีพเธอซะ!!" ชีเซลล์วิ่งพุ่งเข้าไปหาเธียรอย่างรวดเร็ว


          "โดนตัดสินโทษจากปากของผู้คุมกฎสดๆ แบบนี้ก็แย่น่ะสิ ซีลิคอาวิล!!"


          "ยิงออกมากี่ครั้งๆ ก็เปล่าประโยชน์น่า!" กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงค่อยๆ พุ่งออกมาทุกๆ 3วินาที  จนทำให้ห้องกลไกหลักได้รับความเสียหายอย่างมาก ฟันเฟืองที่ถูกโจมตีได้กระเด็นออกมาและพุ่งตรงไปที่ด้านหลังของชีเซลล์


          "ดีล่ะ! เราจะใช้ช่วงที่หัวหน้าชีเซลล์เหลือบตาไปมองฟันเฟืองที่กำลังพุ่งเข้า เราจะใช้ซีลิคอาวิลโจมตีตอนช่วงนั้นแหละ" เธียรคิดไว้แบบนั้น การคาดเดาของเธอก็ตรงเป็ะ ชีเซลล์เริ่มเหลือบตาไปมองที่ฟันเฟืองที่กำลังพุ่งเข้ามา


         "ซีลิคอาวิล!!" เธียรได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ไปทันที เสี้ยววินาทีที่ฟันเฟืองกับกระสุนปืนใหญ่กำลังพุ่งเข้าไปหาชีเซลล์ เธอได้หยิบนาฬิกาพกออกมาจากร่องหน้าอกของเธอขึ้นมา


          ดาย กีฟานเต้ ซูครัทซ์ (เขตแดนจากอนาคต) แสงสีดำพุ่งออกมาจากนาฬิกาพก เธียรที่กำลังเห็นแสงนั้นกำลังพุ่งเข้ามาหา เธอจึงพยายามที่จะกระโดดถอยออกมาแต่ห้องกลไกหลักมันเล็กจึงถอยออกไปได้ไม่ไกลมาก


         "นี่น่ะเหรอ พลังของหัวหน้าชีเซลล์..." เธียรกำลังมองดูแสงสีดำที่กำลังพุ่งขยายพื้นที่ออกมา ก็โดนเข้าไปทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่แสงนั้นเวลาได้เดินช้าลงอย่างมาก ชีเซลล์ที่เกือบจะโดนกระสุนปืนใหญ่กับฟันเฟือง ได้เดินตรงเข้ามาหาเธียรพร้อมกับถือมีดสั้น


         "ไม่อยากอยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนเห็นท่าของฉันก่อนที่จะโดนหยุดเวลาไว้แบบนี้ เธอเป็นคนแรกนะ ที่ได้เห็นมันน่ะ" ชีเซลล์ได้ใช้มีดสั้นฟันไปที่ข้อมือและข้อเท้าของเธียร ปิดท้ายด้วยมีดข้วางที่กำลังจะพุ่งเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอที่กำลังพุ่งเข้าไปหาอย่างช้าๆ


         "อย่ามาเครียดแค้นกับฉันนะฟลูเดียร ที่ฉันทำลงไปน่ะ มันเป็นหน้าที่" ชีเซลล์เดินออกห่างจากเธียรและดีดนิ้วให้อาณาเขตสีดำหายไป เธียรที่กำลังตกตะลึงกับพลังของชีเซลล์ก็ถูกมีดขว้างปีกเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายกับเลือดที่พุ่งออกมาจากข้อมือและข้อเท้า


         "พี่...ฟลู...เดียร..." เธียรที่โดนมีดขว้างของชีเซลล์ปักเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายก็ได้ล้มลงไปนอนกับพื้น เลือดที่ไหลออกมาจากต้นขาขวาก็ยังไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง การมองเห็นของเธียรที่กำลังจ้องมองชีเซลล์ก็ค่อยๆ มืดลง


         
         ฟลูเดียรที่กำลังเดินทางกลับไปยังปราสาทเซฟเฟี้ยนก็รู้สึกถึงสัมผัสของเธียรที่ออกมาจากแหล่งเก็บพลังเวทย์ที่เธอได้ยึดมาครึ่งหนึ่ง
แสงสีทองที่ส่องแสงเริ่มดับมืดลงอย่างช้าๆ ฟลูเดียรรีบหันหน้าไปมองที่ป้อมปราการซูเวอร์เบิร์กที่เธอได้เดินทางออกมา


         "เธียร...นี่เธอโดนชีเซลล์ฆ่าไปแล้วจริงๆ เหรอ?" ฟลูเดียรที่กำลังยืนมองดูป้อมปราการจากระยะไกล ก็ได้กำหมัดของตัวเองพร้อมกับสายตาแสงแดงทที่ดูน่ากลัวจ้องเขม็งไปที่หอคอยนาฬิกา




         "เฮ้อ~! เท่านี้ก็จัดการตัวหัวหน้าใหญ่ได้แล้ว ต่อไปก็จัดการกับพวกที่เหลือยังงั้นสินะ" ชีเซลล์เดินตรงเข้าไปหาเธียรที่นอนแน่นิ่งอยู่ แล้วดึงมีดขว้างออกมาจากหน้าอกของเธอ


         "หืม? อะไรติดอยู่ที่ปลายมีดล่ะเนี้ย?" เศษแผ่นเหล็กดำเล็กๆ ที่ติดออกมากับมีดขว้างที่ดึงออกมาทำให้ชีเซลล์งงกับสิ่งที่เธอเห็น


         ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจที่กำลังเต้นได้ดังมาจากข้างในหน้าอกด้านซ้ายของเธียร ชีเซลล์ถึงกับชะงักทันที เด็กสาวที่กำลังนอนรอเวลาที่ตัวเองกำลังจะตาย ก็ได้หายใจออกมาและค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา


         "บ้าน้า! มีดขว้างของเราน่าจะปักเข้าไปที่หัวใจแล้วนี่นะ ทำไมถึงยังเต้นได้อีกล่ะ!?" ชีเซลล์ได้พูดออกมาพร้อมกับเหลือบตาไปมองแผ่นเหล็กดำที่ติดอยู่กับปลายมีด ภาพที่ชีเซลล์เห็นคือแผ่นเหล็กดำมีหินสีแดงที่กำลังส่องแสงติดอยู่ที่ขอบ


         "ศิลานักปราชญ์!?" บาดแผลที่ข้อมือและข้อเท้าของเธียรค่อยๆ หายไป เศษศิลานักปราชญ์ที่ติดอยู่กับแผ่นเหล็กดำก็แตกสลายหายไป


          "ยังงี้นี่เอง ว่าทำไมซอร์เนียร์ถึงได้แขนซ้ายกลับคืนมา แต่ถ้าจำไม่ผิดแผ่นเหล็กดำมันน่าจะฝังอยู่ในหัวใจของซอร์เนียร์สิ ทำไมมันถึงมาอยู่ในหัวใจของสปิริเธียรล่ะ? ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในเมื่อยังไม่ตาย ฉันก็จะขอสังหารเธออีกครั้งก็แล้วกัน!" ชีเซลล์ดึงแผ่นเหล็กดำออกจากปลายมีดและกำลังจะใช้มีดจ่อไปที่คอของเธียร

          "ชีเซลล์ เมลสตรอม!! ฉันมาคิดบัญชีกับแกแล้วนะ!!" หมัดยักษ์ของคิตสึเนะพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้พื้นแผ่นไม้ของห้องกลไกหลัก ต่อยเข้าไปที่คางของเธอจนกระเด็นปลิวขึ้นไปชั้นบนสุดของหอคอยนาฬิกา

          "อั๊ก~! บ้าน่า ยัยนั้นโดนฉันตัดเอ็นไปแล้วนี่!?" ชีเซลล์ที่ลอยกระเด็นขึ้นมาถึงยอดหอคอย ก็เห็นลูกไฟสีฟ้าจากห้องกลไลหลักพุ่งขึ้นมานับไม่ถ้วน เธอพยายามจะหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาแต่มันไม่อยู่แล้ว

          "หาไอ้นี่อยู่เหรอ?" คิตสึเนะยื่นนาฬิกาพกออกมาให้ชีเซลล์ดูก่อนที่จะถูกไฟจิ้งจอกเข้าปะทะ

          บื้ม บึ้ม บึ้ม!
แสงไฟสีฟ้าที่กำลังระเบิดอยู่กลางอากาศพร้อมกับลูกไฟที่กำลังพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เสียงระเบิดได้ดังสนั่นไปทั่ว กอร์ล่าที่กำลังเดินตรงมาที่หอคอยก็ได้เห็นกลุ่มลูกไฟที่กำลังระเบิดอยู่กลางอากาศอย่างต่อเนื่อง ทามาโมะวิ่งมาถึงหอคอยก็รีบปีนขึ้นไปหาทันที


         "โห ดุเดือดจริงๆ" พวกลูซเต้ที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มจอมเวทย์ที่กำลังทยอยบุกเข้ามาเรื่อยๆ ได้หันไปมองที่หอคอยนาฬิกา


         "นั้นมันลูกไฟจิ้งจอกของคิตสึเนะ ที่ปล่อยลูกไฟออกมาซะขนาดนั้น อีกฝ่ายอาจจะเป็นหัวหน้าชีเซลล์สินะคะ"


         "เธียรจะปลอดภัยดีมั้ยเนี้ย" ลิลลี่ที่กำลังนั่งอยู่บนไหล่ของไลเบียรพูดออกมา


         
         "ปัดโธ่เอ๊ย!? หากไม่มีนาฬิกาพกอันนั้นก็จะจำกัดเวลาของ  'ดาย กีฟานเต้ ซูครัทซ์' ไม่ได้น่ะสิ ถ้าเราฝืนใช้มันโดยไม่มีนาฬิกานั้นก็หยุดเวลาได้แค่ 5 วินาที เท่านั้น"


         "เอ้า! เป็นอะไรไปล่ะ ไม่มีนาฬิกาอันนี้แล้วใช้พลังไม่ได้ยังงั้นเหรอ ห๊า!" คิตสึเนะได้โยนนาฬิกาพกทิ้งและกระโดดพุ่งขึ้นไปหาชีเซลล์ที่กำลังร่วงลงมาพร้อมกับยื่นหมัดออกไปที่จะต่อยขึ้นไป


         "อย่ามาดูถูกกันนักนะยัยจิ้งจอกแปดหาง!!"  เสียงของชีเซลล์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของคิตสึเนะและพยายามจะใช้มีดขว้างโจมตีไปที่หลัง แต่ก็ถูกหางทั้งแปดหางจับมัดไว้แล้วเหวียงฟาดไปที่พื้นชั้นบนสุดของหอคอยอย่างแรงจนชีเซลล์กระอักเลือดออกมา


         "5 วินาทีสินะ ที่แกหยุดเวลาได้ตอนนี้น่ะ นี่ถ้าฉันไม่โจมตีแกไปเมื่อกี้แล้วแย่งนาฬิกามาเนี้ย ฉันคงจะถูกจัดการไปนานแล้ว" คิตสึเนะดึงหางที่กำลังมัดชีเซลล์อยู่ขึ้นมาและรัดตัวเธอให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ


         "ระ...รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ด้านหลังน่ะ.."
            
         "สัญชาตญาณยังไงล่ะ" คืตสึเนะดึงตัวชีเซลล์มาใกล้ๆ แล้วชกไปที่หน้าซ้ายขวาอย่างต่อเนื่อง และรอบข้างของทั้งสองคนก็มีแสงสีขาวค่อยๆ ลอยขึ้นมา แต่คิตสึเนะก็ไม่สนใจ


          "แบบเดียวที่อาจารย์เคยพูดกับเรา" ชีเซลล์ที่กำลังถูกต่อยก็ได้นึกถึงคำพูดของอาจารย์ของเธอ

          ชีเซลล์...จำไว้ให้ดีนะ หากหยุดเวลาและโจมตีคู่ต่อสู้สำเร็จแล้ว หากคู่ต่อสู้ยังไม่ตายหรือฟื้นสภาพกลับขึ้นมาและกลับมาต่อสู้ใหม่ ห้ามโจมตีแบบเดิมซ้ำเป็นอันขาด เพราะสัญชาตญาณ*มันได้จดจำไปแล้วว่าเคยโดนโจมตีแบบนี้ไป มันจะหันกลับมาเล่นงานเธอทันที ต่อให้หยุดเวลาไปแล้ว เหมือนกับที่ฉันโดนมีดของเธอเมื่อตอนนั้นยังไงล่ะ...

         จำเอาไว้ให้ดี...หากคู่ต่อสู้ยังไม่ตาย...ห้ามใช้ซ้ำเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด...    
        
        เสียงกระซิบจากเบื้องบน (L) : *สัญชาตญาณแบบนี้เคยเกิดขึ้นจริง หากมีเพื่อนที่จะมาเตะก้นของเรา มือของเราจะไปรับขาของเพื่อนคนนั้นและค้างไว้โดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่ไม่ได้มองไปข้างหลังเลย สัญชาตญาณนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโดนเตะก้นไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นในเกม เหล่าเซียนเทพทั้งหลายจะเรียกมันว่า "การจับแพตเทิร์น" นั้นเอง     


"แย่แล้วสิ เราพลาดไปเต็มๆ เลยนี่" การมองเห็นของชีเซลล์ค่อยๆ มืดลงตามจังหวะที่ถูกคิตสึเนะต่อยหน้า จนมีดที่กำลังถืออยู่ตกลงที่พื้น


          "อุ๊ยตาย~ คุณผู้คุมกฎ ทำของตกแน๊ะ? เดี๋ยวเก็บให้คืนนะจ๊ะ แล้วก็จะเอาไปเสียบไว้ที่หน้าอกของเธอนะ หิหิหิ " คิตสึเนะหยุดต่อย แล้วก้มลงไปหยิบมีดสั้นของชีเซลล์ทำหลุดมามือของเธอ ชีเซลล์พยายามหยุดเวลาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะถ่วงเวลาไม่ให้คิตสึเนะก้มลงไปเก็บแล้วเอามันมาแทงที่หน้าอกเธอ


          "แหม่ ฉันรู้นะว่าเธอพยายามถ่วงเวลาฉันไม่ให้แทงเธอน่ะ อุ๊ยตาย~ ดูตัวเธอสิจ๊ะ ดันไปฝืนใช้จนเลือดไหลออกมาจากตาแล้วนะ ดูท่าทางทรมานจังเลย ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันคนนี้จะทำให้เธอตายแบบสบายๆ เองนะ" คิตสึเนะพูดจบก็รีบใช้มีดแทงไปที่หน้าอกของชีเซลล์ทันที
เสี้ยววินาทีที่ปลายมีดกำลังจะไปทิ่มหน้าอก เสียงระฆังของหอนาฬิกาได้ดังขึ้นมา ซึ่งทำให้คิตสึเนะที่ได้ยินเสียงระฆังรีบโยนมีดทิ้งแล้วปิดหูของตัวเอง หางทั้งแปดหางที่มัดชีเซลล์อยู่ก็คลายออกจนตัวเธอหลุดออกและนอนลงไปกับพื้น


         "กรี๊ดด~~!! แย่แล้ว เสียงระฆังดังในระยะใกล้แบบนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้น่ะสิ" การได้ยินของจิ้งจอกจะมีประสาทการได้ยินเสียงดีกว่ามนุษย์ธรรมดาถึง 4 เท่า


        "ถ้าจำไม่ผิดก็อีก 10 นาที ที่เข็มยาวจะไปชี้ XII นี่นา ทำไมมันถึงดังล่ะ" ชีเซลล์ที่กำลังนอนมองคิตสึเนะนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่กลับพื้น
สายตาที่ชีเซลล์เห็นต่อจากนี้คือเธียรค่อยๆ เดินขึ้นมาจากห้องกลไกหลักและที่มือของเธอก็ได้ถือนาฬิกาพกของชิเซลล์ที่กำลังส่องแสงสีขาวอยู่


         "เด็กคนนั้นใช้ ดาย กีฟานเต้ ซูครัทซ์ ของเราได้ยังงั้นเหรอ ตอนไหนกัน? เธอได้ใช้ตอนไหนกันน่ะ?" ชีเซลล์ถึงกับอึ้งที่ได้เห็นเธียรใช้พลัง The Blades of the Rose Cross ของเธอ เพียงแค่ได้จับมันไว้เท่านั้น


         "ฉันได้ใช้ไปตอนที่หัวหน้าชีเซลล์กำลังถูกคิตสึเนะต่อยอยู่ยังไงล่ะคะ" เธียรอธิบายให้ชีเซลล์ฟัง


         "แสงสีขาวนั้นคือ ดาย กีฟานเต้ ซูครัทซ์ ยังงั้นเหรอ แถมยังหยุดได้นานตั้ง 10นาทีอีกด้วย ฉันน่ะทำได้สูงสุดแค่ 5นาทีเองนะ"


         "นั้นก็เพราะว่าฉันใช้พลังของคนอื่นแล้วมันจะรุนแรงกว่าของตัวเจ้าของพลังถึง 2 เท่ายังไงล่ะคะ" เธียรเดินผ่านคิตสึเนะแล้วตรงไปหาชีเซลล์ที่นอนบาดเจ็บอยู่และยิ้มให้กับเธอ


         "หัวหน้าคะ ช่วยมอบกุญแจให้ฉันจะได้รึเปล่าคะ" ใบหน้ายิ้มแย้มของเธียร ทำให้ซีเซลล์เห็นภาพของเธียรมีปีกสีนางฟ้าสีขาวอมทองจนทำให้ความเจ็บปวดทั่วร่างกายก็หายไปทันที ชีเซลล์จึงหยิบกุญแจออกมาจากช่องลับที่อยู่ไต้พื้นของชั้นบนสุดของหอคอยที่เธอนอนทับอยู่และยื่นไปให้เธียร


         "นางฟ้าศักดิ์สิทธิ์มีตัวตนอยู่จริงๆ ด้วยสินะ" ชีเซลล์ที่ได้ยื่นกุญแจให้กับเธียรแล้วหมดสติไปทันที


          "ส่งกุญแจนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" คิตสึเนะครานมาจับขาของเธียรและเงยหน้ามองขึ้นไป


          "อย่าเอามือสกปรกๆ มาจับขาของพี่สาวของฉันนะ"


          "แก! ยัยจิ้งจอกไร้นาม!? เสียงระฆังที่ดังแบบนี้ แกทนได้ยังไง!?" คิตสึเนะรีบหันไปมองหน้าทามาโมะที่กำลังเดินขึ้นมาจากห้องกลไกหลัก
           
          "หา!? เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ? ฉันไม่ได้ยินน่ะ" ทามาโมะเอียงหูให้คิตสึเนะดูก็ได้เห็นว่าที่หูของเธอมีที่อุดหูอยู่


          "เด็กคนนั้นไม่ใช่จิ้งจอกไร้นามอีกต่อไปแล้ว ชื่อของเด็กคนนี้คือ ทามาโมะ โนะ มาเอะ ยังไงล่ะ" เธียรได้บอกชื่อของทามาโมะให้คิตสึเนะที่กำลังนอนจับขาอยู่ฟัง


          "ทามาโมะ? ถ้ายัยนั้นได้ชื่อก็แปลว่า แกคือเจ้านายของยัยนั้นยังงั้นเหรอ!?"


          "ไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นพี่สาวต่างหากล่ะ" เธียรได้พูดสถานะของตัวเองกับทามาโมะให้คิตสึเนะฟัง มือของทามาโมะได้ดึงขาของคิตสึเนะออกมาจากเธียรและเหวียงออกไปจากหอคอยจนปลิวหายออกจากป้อมป้อมการซูเวอร์เบิร์กทันที


          "กรี้ด~~~~!!!"



          "ใจจริง ก็อยากจะฆ่าแกทิ้งซะตรงนี้เลย แต่ใบหน้ายิ้มแย้มของพี่สาวที่เอาแต่ใจของฉันมันทำให้ฉันฆ่าแกไม่ลงน่ะ" ทามาโมะที่เพิ่งจะเหวี่ยงคิตสึเนะออกไปจากป้อมปราการและเหลือบตาไปมองเธียรที่กำลังยิ้มหน้าบานให้อยู่ด้านหลังพร้อมแสงออร่าส่องประกายแวววับ


          "ท่านหญิงชีเซลล์คะ!?" กอร์ล่าได้วิ่งเข้ามาหาชีเซลล์ที่นอนหมดสติอยู่และรีบยกตัวขึ้นมา


          "พี่เธียรคะ?" ทามาโมะเรียกลูกไฟจิ้งจอกออกมาเพื่อที่จะโจมตีใส่กอร์ล่ากับชีเซลล์ แต่เธียรเดินเข้ามาห้ามไว้

          "เพื่อเป็นการตอบแนที่พวกเธอช่วยเหลือท่านหญิง ฉันจะยอมปล่อยพวกเธอไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน แต่ฉันจะรายงานไปที่ปราสาทว่าพวกเธอขโมยกุญแจไปได้แล้วหนีหายไปจากป้อมปราการซูเวอร์เบิร์ก" กอร์ล่าได้หันหน้ามาพูดกับเธียร

          "ขอบคุณนะ ที่ยอมปล่อยพวกเราไปน่ะ ช่วยฝากนาฬิกาพกอันนี้ให้กับหัวหน้าด้วยนะคะ" เธียรยื่นนาฬิกาพกของชีเซลล์ให้กับกอร์ล่าและหันหลังเดินลงไปห้องกลไกหลัก

          "สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก ศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่พวกจักรวรรดิ แต่เป็นคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปและจะกวาดล้างพวกเราทิ้งทั้งหมด ความหวังของพวกเราอยู่ที่เธอแล้วนะ ช่วยหยุดสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย" เสียงตะโกนของกอร์ล่าได้บอกความจริงทิ้งท้ายเอาไว้ เธียรกับทามาโมะที่กำลังเดินลงไปจากหอคอยนาฬิกาก็เหงือตกทันที

         "ว่าที่พระเจ้าองค์ต่อไปยังงั้นเหรอ!?"


"อ๊ะ! เธียรกับทามาโมะนี่นา" เสียงลูซเต้ได้ดังขึ้นมาและกำลังวิ่งตรงมาหาทั้งคู่

"มะม๊า~!" ซิลเวอร์วิ่งเข้ามากอดเธียร

"สุดยอดเลย เอาชนะท่านหญิงชีเซลล์ได้ด้วย" ทาร์อูเอเล่เดินเข้ามากอดคอเธียรจากด้านหลัง

         "เธียร เลือดตรงหน้าอกด้านซ้ายนั้น!?" ซอร์เนียร์สังเกตเห็นคราบเลือดที่เสื้อของเธียร

         "เอ่อ ตอนที่สู้กับหัวหน้าชีเซลล์ฉันพลาดท่าและก็โดนแทงเข้าไปน่ะ"

          "ว่าไงนะ แล้วทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ ยัยหัวหน้าบ้านั้นก่ะเอาให้ตายเลยนะ"

          "เพราะว่ามีแผ่นเหล็กดำของคุณซอร์เนียร์อยู่ยังไงล่ะคะ ปลายแหลมของมีดจึงแทงไม่ถึงหัวใจและตอนที่หัวหน้าดึงมีดออกไปดูเหมือนว่าแผ่นเหล็กดำอันนั้นมันจะออกไปด้วยนะคะ"

          "แผลลึกขนาดนั้นและรอยที่ถูกฟันที่ข้อมือและข้อเท้าก็หายด้วย"

          "ยังจำเรื่องศิลานักปราชญ์ได้มั้ยคะ ตอนที่หัวหน้ามองดูที่แผ่นเหล็กดำมันมีเศษหินสีแดงส่องแสงประกายด้วยนะและมันก็แตกสลายหายไป จนคิตสึเนะโผล่ออกมาโจมตี"

          "จริงเหรอ!?"

          "ที่ฉันรอดมาได้ก็เพราะคุณซอร์เนียร์นะคะเนี้ย" เธียรเดินตรงเข้าไปหาซอร์เนียร์และจุ๊บไปที่แก้มของเธอ

          "กรี๊ดดด~! ฉันไม่ยอม! ซอร์เนียร์ช่วยรับจูบที่แสนเร้าร้อนของฉันไปที~" ทาร์อูเอเล่กระโดดพุ่งเข้าไปหาซอร์เนียร์ แต่ก็ถูกหมัดยักษ์ต่อยหัวจมดินทันที

          "ทุกคน! พวกจอมเวทย์มันกำลังวิ่งตรงมาที่นี่เยอะแยะเลย รีบออกไปจากป้อมปราการนี้กันเถอะเจ้าค่ะ" ฮาซึมิวิ่งมาบอกทุกคน

          "เยอะแยะขนาดนั้นสู้ไม่ไหวแน่ๆ พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะและตรงไปยังปราสาทเซฟเฟี้ยนกัน!"


          กลุ่มนักโทษกบฎรีบวิ่งออกจากป้อมปราการซูเวอร์เบิร์กทันทีและวิ่งตรงไปทางทิศตะวันออกเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยน แต่ทว่า เส้นทางที่กำลังตรงไปนั้นมีหุบเขาหิมะขนาดใหญ่และทั่วพื้นที่มีอุณภูมิต่ำมาก เธียรที่กำลังวิ่งก็วิ่งก็ทำหน้าอย่างเคร่งเคลียดเพราะคู่ต่อสู่คนสุดท้ายของกลุ่ม RKS คือ ฟลูเดียร นิลวาร์  หญิงสาวที่ให้ความสัมพันธ์กับเธียรดั่งน้องสาวของเธอ



Tearis008.jpg


To Be Continued.


tumblr_n8egqjKikA1rnr2yno1_500.jpg

เธียร : ใช่จริงด้วย! กว่าจะจับแพตเทิร์นของหัวหน้าชีเซลล์ได้ Game Over ไปตั้ง 10 รอบแน๊ะ! (>_<)
ทามาโมะ : พี่คะ...คนที่ Game Over มันคือน้องนะคะ พี่แค่มองดูอยู่ข้างๆ จนจับแพตเทิร์นได้อ่า... (T^T)
ซอร์เนียร์ : ที่พวกเธอชนะยัยนั้นมาได้เพราะแบบนี้เนี้ยนะ!? (-_-)"
ชีเซลล์ : ในเกมนี้น่ะ ฉันเป็นบอสที่ปราบยากที่สุดในบรรดาบอสทั้งแปดแล้ว \(^v^)/
ฟลูเดียร : แต่จังหวะการโจมตีของฉันเยอะที่สุดในบรรดาบอสทั้งแปดนะ (เรื่องจริงครับ)  


  • Vehasa พลังน้ำใจ +1



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 12-12-2018 07:23 , Processed in 0.060232 second(s), 19 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th