เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 662|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4623
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 5-12-2015 02:45:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:53

   

Rosenkreuzstilette บทที่ 18


คำมั่นสัญญา





    [หนึ่งปีก่อนที่จะเกิดสงรามของเหล่าจอมเวทย์กับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์]               "คิตสึเนะ ยัยปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจอมปลอมตัวนั้น ต้องกำจัดมันให้สิ้นซาก พวกเราพร้อมแล้วใช่มั้ยที่จะไปจัดการกับมัน!" เสียงของแม่ทัพซามูไรที่ยืนอยู่ตรงหน้าเหล่าทหารซามูไร จำนวน 200 นาย ได้ตะโกนเสียงออกมาและยื่นดาบขึ้นชี้ไปที่คิตสึนะที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้ากองทัพทหารซามูไร ทางด้านท้ายสุดของกองทัพซามูไรก็มีเหล่ามาโฮวสาว จำนนวน 50 คน กำลังยืนใช้พลังอัญเชิญสัตว์เทพขึ้นมา

"กองทัพซามูไรกับพวกมาโฮวกระจอกๆ ยังงั้นเหรอ? น่าสนุกดีนี่ มาเจอกันหน่อยซิว่าใครจะแข่งแกร่งกว่ากันน่ะ" คิตสึเนะได้พูดขึ้นมาและวิ่งตรงเข้าไปที่กองทัพทันที

        "ฆ่ามัน!" แม่ทัพซามูไรชี้ดาบสั่งการให้เหล่าทหารทั้งหมดวิ่งตรงเข้าไปหาคิตสึเนะพร้อมกับสัตว์เทพจำนวน 50 ตนวิ่งตามหลังไปด้วย

        คิตสึเนะได้ใช้มือทั้งสองข้างให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้กรงเล็บโจมตีไปที่เหล่าทหารที่บุกเข้ามาโจมตีจนร่างขาดกระจายเป็นชิ้นๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เหล่าทหารที่ได้เห็นเกรงกลัวและยังบุกเข้ามาโจมตีต่อไป เหล่าสัตว์เทพก็ใช้พลังโจมตีด้วยธาตุที่ตัวเองควบคุมอยู่ มีทั้ง ดิน น้ำ ลม ไฟ มืด และแสง โจมตีใส่คิตสึเนะพร้อมกัน

        "แค่นั้นมันยังไม่พอ โจมตีเข้าไปอีก!" นายหญิงของกลุ่มมาโฮวสาว ได้สั่งการเหล่ามาโฮวบังคับเหล่าสัตว์เทพโจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แล้วตัวนายหญิงเองก็วิ่งพุ่งเข้าไปหาคิตสึเนะที่กำลังต่อสู้กับเหล่าทหารอยู่

        จิน!(อาณาเขต) ฟุทสึ!(ปัดเป่า) เซย์!(พิสุทธิ์) อินเงย์!(ลัญจกร) จงรวมเป็นหนึ่งสู่นิพพาน โจ!!(ชำระล้าง) เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ปรากฎที่ใต้เท้าของคิตสึเนะ เหล่าทหารต่างวิ่งถอยออกมา จนเขตแดนเริ่มส่องแสงมากขึ้นพุ่งออกมาโจมตีคิตสึเนะที่ยืนอยู่โดนเข้าไปเต็มๆ

       "อั๊ก~!? ผู้ควบคุมมาโฮวธาตุแสงเหรอ!? อย่าบอกนะว่าเป็นยัยนั้นน่ะ" คิตสึเนะรีบวิ่งถอยออกมาหลังจากถูกโจมตีไปเมื่อกี้

       "ไม่ได้เจอกันนานนะ คิตสึเนะ" นายหญิงของเหล่ามาโฮวได้เดินเข้ามาท่ามกลางควันสีขาวที่เกิดจากผลของเวทมนต์เมื่อสักครู่นี้ ตามหลังมาด้วยเด็กหญิงผมสีเหลืองยาว ที่สวมใส่ชุดกิโมโนที่เปิดออกมาจากด้านบนถึงหน้าอก

       "อ้อ~ คิเคียวกับยัยจิ้งจอกไร้นามเองเหรอ?"

       "ดีใจจังเลยนะ ที่เธอยังจำฉันได้น่ะ" คิเคียวที่กำลังเดินตรงเข้าพร้อมกับกำลังที่จะร่ายคาถาออกมา

        ฟุมะ(ขจัดมาร) ชาคุ(ทองแดง) กุเง็น(แปรสภาพ) ไม้เท้าขจัดมาร ไม้เท้าทองแดงรูปหัวมังกรได้ปรากฎออกมาหลังจากท่องคาถาจบ คิเคียวจึงชี้ไม้เท้าไปที่คิตสึเนะ

       "ไม้เท้าขจัดมาร!? นี่แก!" คิตสึเนะพยายามที่จะหนีออกห่างจากคิเคียว แต่ก็ถูกทหารยิงธนูเข้าไปที่ขาทั้งสองข้างจึงทำให้ล้มทันที และเหล่าทหารก็รีบวิ่งตรงเข้าไปหาคิตสึเนะและใช้ดาบแทงเข้าไปทั่วทั้งร่างของเธอ คิตซึเนะร้องเสียงออกมาเพราะความเจ็บปวดที่กำลังถูกเหล่าทหารที่กำลังใช้ดาบทิ่มแทงอยู่ต่อเนื่อง

       "มันเสร็จพวกเราแล้ว!" เสียงของทหารนายหนึ่งได้ตะโกนเสียงออกมา แต่ว่าคิตสึเนะได้ยกหัวขึ้นมามองที่เหล่าทหารและมาโฮวทุกคนที่กำลังบังคับสัตว์เทพอยู่ ยกเว้นคิเคียวที่กำลังยืนมองอยู่ด้านหลัง

        Hell Judgement (เฮลล์จัสเม้น , คำพิพากษาแห่งนรก)

  "นั้นมันมาโฮวแบบไหนน่ะ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย" เหล่ามาโฮวสาวทั้ง 49คน ต่างพากันตกใจกับชื่อเวทมนต์ที่คิตสึเนะพูดออกมา คิเคียวได้สังเกตให้เงาที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของเหล่ามาโฮวทุกคนและทหารซามูไร

        "เฮลล์จัสเม้น? งั้นเหรอ!?" คิเคียวพูดจบ เหล่าทหารทุกคนต่างถูกฟันจากด้านหลังจนเลือดพุ่งออกมา รวมถึงเหล่ามาโฮวทุกคนก็ถูกคมดาบที่มองไม่เห็นฟันจากด้านหลังด้วย คนที่ยังทนความเจ็บปวดนี่ได้มีเพียงแค่แม่ทัพซามูไรเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ได้  

        "เจ็บจังเลย~ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้แทงผู้หญิงสวยๆ แบบฉันไม่ยั้งเลย~" คิตสึเนะค่อยลุกขึ้นยืนพร้อมร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล และได้หันหน้าไปมองแม่ทัพซามูไรที่กำลังชี้ดาบมาที่เธอ

        "พลังแบบนั้น!? มันไม่ใช้ของเมืองเรานี่!?" แม่ทัพซามูไรได้พูดออกพร้อยกับเลือดที่กำลังไหลออกมาจากกลางหลัง

        "โฮ๊ะ โฮะ โฮะ เพราะฉันได้พลังนี้มาจากคนต่างแดนมาน่ะสิ"

        "มาโฮวจากต่างแดนงั้นเหรอ?" เสียงของคิเคียวดังมาจากด้านหลังของคิตสึเนะ

        "ใช่แล้วล่ะ เธอคนนั้นเป็นเด็กตัวเล็กๆ เองนะ แต่เธอมีพลังที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ เลยล่ะนะ อาจจะเทียบเท่ากับพระเจ้าได้เลย และพลังที่ฉันได้มาเนี้ย มันสุดยอดมากเลยนะ เพราะมันสามารถโจมตีศัตรูทุกคนที่อยู่ในระยะสายตาของฉัน ก็โดนคมดาบที่มองไม่เห็นโจมตีเข้าไปซึ่งมันจะไม่แยกแยะมิตรหรือศัตรูยังไงล่ะ" คิตสึเนะบอกความจริงที่ได้รับพลังมาจากเด็กสาวปริศนาที่ไม่ใช่คนของเมืองเจเปนนิสให้ทั้งสองคนฟัง

        "แกมันไม่ใช่จิ้งจอกเก้าหาง! แกมันก็แค่ปีศาจที่สร้างตัวเองขึ้นมาให้เหมือนเท่านั้นแหละ จิ้งจอกเก้าหางตัวจริงน่ะ ยืนอยู่ที่ด้านหลังของท่านคิเคียวอยู่ยังไงล่ะ!!" แม่ทัพซามูไรวิ่งเข้าไปหาคิตสึเนะ

        โยริง(กงล้อสุริยา) เม็คโค(กล่องวินาศ) เงามรณะ เงาหัวกระโหลกสีดำที่คิตสึเนะเรียกออกมาได้พุ่งเข้าไปหาแม่ทัพซามูไร กัดกินร่างของเค้าจนขาดเป็นชิ้นๆ

       "เด็กผู้หญิงที่เธอว่านั้นคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดสินะ รวมทั้งสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้น่ะ" คิเคียวได้หยิบแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรสีแดงขึ้นมาจากข้างในเสื้อของเธอ

        เร็น(รวมพลัง) อะเค็น(เพลิงอัคคี) บากุฟุ!!(อาภรณ์ปะทุ) ขนปีกวิหคเพลิง คิเคียวคว้างแผ่นกระดาษที่กำลังติดไฟจนเป็นรูปนกพุ่งเข้าไปหาคิตสึเนะ

       "ชิ! ไม่ใช่แค่ควบคุมเฉพาะธาตุแสง แต่ยังสามารถใช้มาโฮวธาตุไฟได้อีกยังงั้นเรอะ!!" คิตสึเนะได้ใช้มือยักษ์ทั้งสองข้างปัดแผ่นไฟออกไป ช่วงที่กำลังหันไปมองคิเคียวก็ได้เห็นเธอกำลังร่ายคาถาขั้นต่อไป

        จุบาคุ(พันธนาการซ้อน) เคียวกะ(เสริมพลัง) โซ่ตรวนแห่งความมืด โซ่สีดำพุ่งออกมาจากใต้ดินได็ล็อกไปที่แขนทั้งสองข้างของคิตสึเนะ ตัวเธอเองพยายามที่จะฝืนแรงดึงของโซ่เพื่อที่จะไม่ยอมล้มลงไปเด็ดขาด คิเคียวจึงวิ่งตรงเข้าไปแล้วใช้ไม้เท้าขจัดมารฟาดเข้าไปที่หัวคิตสึเนะเต็มๆ

       "มาโฮวธาตุมืด!? อั๊ก!! ยัยบ้าเอ๊ย! มันเจ็บนะโว๊ย"

       "จิ้งจอกไร้นาม ตอนนี้แหละจัดการเลย!" คิเคียวตะโกนเสียงไปหาเด็กหญิงที่แม่ทัพทหารเรียกเธอว่า จิ้งจอกเก้าหางตัวจริง แต่ว่าเด็กหญิงคนนี้ไม่มีชื่อ จึงถูกมาโฮวทุกคนเรียกเธอว่า จิ้งจอกไร้นาม รวมทั้งคิตสึเนะด้วย

       "บทที่ 6 มรรคา จาก 15 ถึง 24 จงปรากฎ"

       "ยัยจิ้งจอกไร้นาม นี่คิดจะใช้พลังของเทพยังงั้นเรอะ!?" คิตสึเนะที่ได้ยินบทท่องจากจิ้งจอกไร้นาม พยายามที่จะตัดโซ่ตรวนแห่งความมืดให้ขาด แต่คิเคียวก็พยายามท่องคาถาโซ่ตรวนให้มัดแน่นขึ้นกว่าเดิม

        เซย์เงคิ(แสงศักดิ์สิทธิ์จู่โจม) ยนจู(สี่ชั้น) คุกแสงสี่ชั้น แท่งเสาธาตุแสงสี่ต้นได้ล้อมรอบคิตสึเนะ พร้อมกับพลังโจมตีแบบแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงเฉพาะในพื้นที่ข้างในเสาเท่านั้น คิตสึเนะที่อยู่ข้างในก็ล้มลงกับพื้นและค่อยๆ จบดินลงไปเพราะกำลังต้านแรงโน้มถ่วงที่กำลังโดนอยู่ตอนนี้ แถมถูกโซ่ตรวนแห่งความมืดเข้าไปด้วยจึงไม่สามารถต่อต้านได้ พื้นที่ข้างในเสาจึงระเบิดออกมา แรงสั่นสะเทือนของแรงเบิดได้สั่นไปทั่วทุกที่

       "จัดการได้แล้วสินะ" คิเคียวเดินเข้ามายืนข้างๆ จิ้งจอกไร้นาม

       "..." จิ้งจอกไร้นามยืนนิ่งเงียบ

       "เซย์เงคิงั้นเหรอ? ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะใช้พลังของเทพได้น่ะ ขอบใจมากนะ" คิเคียวยื่นมือไปลูบหัวของจิ้งจอกไร้นาม และเธอเองก็เงยหน้าขึ้นไปมองคิเคียวและยิ้มให้

       "บทที่ 6 มรรคา จาก 15 ถึง 24 จงปรากฎ" เสียงของคิตสึเนะได้ดังมาจากหลุมที่ถูกในพื้นที่ของคุกสี่ชั้น จนทำให้ทั้งสองคนชะงักทันทีเมือได้ยินบทท่องที่กำลังดังออกมา

       "ไม่จริงใช่มั้ย!?" คิเคียวรีบหันหน้าไปตรงจุดที่เสียงท่องบทดังขึ้นมา

       "เซย์เงคิ...! เห็นเราใช้ไปเมื่อกี้ ก็คัดลอกไปใช้ยังงั้นเหรอ?" เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามได้พูดออกมา

       "แล้ว...เสริมพลังด้วยบทที่ 12 ข้อที่ 1 "

       "มิหนำซ้ำ...ยังเอาไปปรับเปลี่ยนได้อีก...ยังงั้นเหรอ" เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามถึงกับเขาทรุดลงทันที

        เซย์เงคิเคียวรัน(แสงศักดิ์สิทธิ์จู่โจมคลุ้มคลั่ง) จูโนคุจู(สิบหกชั้น) บทลงโทษคุกแสงสิบหกชั้น แท่งเสาแห่งแสงขนาดเล็ก
จำนวนสิบหกต้น ได้ลอยอยู่เหนือหัวคิเคียวและเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นาม ได้พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว คิเคียวที่ยืนอยู่ข้างๆ เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามจึงได้พลักตัวเธออกไป แท่งเสาทั้งสิบหกต้นได้พุ่งเสียบเข้าไปที่คิเคียวแต่ก็ไม่โดนทั้งหมด ส่วนที่ถูกเสาเสียบเข้าไปนั้นคือ มือซ้ายที่ถูกเสียบทะลุ เอวด้านขวา และต้นขาซ้าย คิเคียวพยายามที่จะคว้างไม้เท้าขจัดมารเข้าในหลุมที่คิตสึเนะอยู่ข้างใน ก็ได้แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ

       "ไม่รู้ตัวเลยรึไง? ไม้เท้าของแกมันแตกกระจายไปตั้งแต่โดนเซย์เงคิชุดเมื่อกี้แล้ว" คิตสึเนะได้ยื่นหน้ามาพูดทีข้างหูของคิเคียว ซึ่งทำเอาตัวเธอชะงักทันที ที่ไม่รู้ตัวว่าคิตสึเนะได้มายืนอยู่ข้างๆ แล้วได้เตะเข้าไปที่หน้าท้องของคิเคียวจนกลิ้งล้มลงไปกับพื้นและเหยียบหัวค้างไว้

        "ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แกเอาชนะฉันได้เพราะมียัยจิ้งจอกไร้นามนั้นคอยช่วยเหลือตลอด แต่วันนี้ดูท่าว่ายัยนั้นมันอ่อนแอลงและยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ตลอด เพราะว่าเหล่ามาโฮวอย่างพวกแกได้กดขี่ข่มเหงพวกเราเหล่าสัตว์เทพมากเกินไป จนฉันคนนี้ต้องสังหารเจ้านายของตัวเอง โชคดีสำหรับยัยนั้นที่ยังไม่ได้เป็นภูติรับใช้ของใครแถมกำลังตามหาผู้เป็นนายของตัวเองอยู่ แต่สำหรับฉันคนนี้ได้ทำลายมันทิ้งไปแล้วล่ะ ไอ้สิ่งที่เรียก ความภัคดี น่ะ" คิตสึเนะหยิบมีดสั้นออกมาจากเสื้อแล้ว เตะคิเคียวให้นอนหงายขึ้นมา แล้วใช้มีดสั้นแทงเข้าไปที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอ

        "อ๊าาาา!!"

        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว เวลาที่แกเจ็บปวดทรมานแค่เวลานี้เท่านั้น นี่คือความภักดีจากใจจริงของฉัน แต่ว่า~ ถ้าฉันดับลมหายใจแกเสียตอนนี้
ความภักดีของฉันจะภักดีกับแกได้ตลอดไปรึเปล่า หรือว่าจะหมดความสนใจแล้วลืมแกในพริบตากันแน่..." คิตสึเนะได้ดึงมีดออกมาจากหน้าอกของคิเคียว และกำลังจะแทงซ้ำเข้าไปอีก

        "ไม่ยอมให้ฆ่าคิเคียวหรอก..."

         อัญเชิญทวารนิรมิต ประตูที่สร้างเสร็จจงปรากฎอยู่ข้างกายคนผู้นั้น ณ บัดนี้ ประตูวิญญาณได้ปรากฎอยู่ด้านข้างคิเคียวและคิตสึเนะ เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามได้วิ่งเข้าไปกระแทกคิตสึเนะกระเด็นออกไปจากจากคิเคียวและได้พยุงตัวคิเคียวเข้าไปในประตู

       "แก! แสบนักนะ ยัยจิ้งจอกไร้นาม อ๊ะ!?" ช่วงที่คิตสึเนะหันหน้าตะโกนเสียงไปหา ก็ได้เห็นหางของเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามมีจำนวนเก้าหาง และได้หายเข้าไปในประตูพร้อมกับคิเคียว

       "ชิ! หนีไปได้ยังงั้นเหรอ! จะให้ฉันตามไปฆ่ามันมั้ย!"   

       "ไม่เป็นไร ไม่ต้องตามไปหรอกค่ะ หิหิ~" เด็กหญิงปริศนาได้เดินออกมาจากวงแหวนเวทย์

       "ยัยจิ้งจอกไร้นามนั้น เป็นจิ้งจอกเก้าหางตัวจริงยังงั้นเหรอเนี้ย" คิตสึเนะโมโหสุดขีด จึงได้ใช้พลังไฟจิ้งจอกเผาศพเหล่าทหารและมาโฺฮวที่นอนตายอยู่จนไม่เหลือซาก

       "เธอคนนั้นน่ะ ถึงแม้จะเป็นตัวจริง แต่พลังของเธออ่อนแอลงอย่างมาก คงไม่เป็นอันตรายต่อพวกเราหรอกนะ คิเคียวที่โดนเวทย์นั้นเข้าไปน่ะ คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมงหรอก ตอนนี้เธอเองก็กลายปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดใน เจเปนนิส แล้วนะ หิหิหิ~"

       "เพราะท่านได้มอบพลังให้กับฉัน ฉันจะขอรับใช้ท่านตลอดไปค่ะ นายท่านคนใหม่ของข้า" คิตสึเนะได้คุกเข่าคำนับเด็กสาวปริศนา ท่ามกลางควันไฟที่กำลังเผ่าไหม้ศพ และได้หายไปทันที เหลือเพียงแต่คิตสึเนะที่ยังนังคุกเข่าคำนับอยู่




        ทางด้านเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามที่กำลังพยุงตัวคิเคียวกลับไปที่เมืองเจเปนนิส ร่างกายของเธอรู้สึกจะเริ่มขยับไม่ได้จึงหยุดเดินแล้วมองไปที่คิเคียวที่กำลังใช้นิ้วที่กำลังเปื้อนเลือดเขียนอะไรบางอย่างที่หน้าอกของเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นาม

       "คิเคียว...นี่คุณกำลังจะทำอะไรน่ะ" เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามหันหน้าไปถาม แล้วนั่งลงคุกเข่าไปกับพื้นทันที

       "ดูสภาพของตัวเธอก่อนสิ" คิเคียวพูดขึ้นมา ทำให้เด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามหันไปมองที่หางของตัวเอง และได้เห็นว่าหางของตัวเองมีจำนวนเก้าหาง

       "ถ้าเธอกลับไปที่เมือง เธอจะถูกคนในเมืองคิดว่าเธอคือคิตสึเนะ เพราะว่าที่พวกเค้าได้ส่งทหารและเหล่ามาโฮวสาวมากำจัดคิตสึเนะ แต่ก็ถูกสังหารตายไปจนหมด เธอในตอนนี้ กลับไปที่นั้นไม่ได้แล้ว"

       "แล้วจะให้หนูไปอยู่ที่ไหนล่ะ คิเคียว นี่คุณจะทิ้งหนูไว้ที่นี่อย่างนั้นเหรอ?" เด็กหญิงจิ้งจอกพยายามลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

       "คนที่เธอกำลังตามหาน่ะ กำลังจะเดินทางมาที่เมืองนี้ เมื่อถึงตอนนั้นเธอก็จะได้พบกับเค้า" คิเคียวหยิบเชือกสีขาวออกมาจากเสื้อ แล้วเอาไปมัดไว้ที่ข้อมือซ้ายของเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นาม

       "นะ...นี่คือ อะไรเหรอคะ?"

       "มันก็แค่เชือกธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ แต่ถ้าเชือกนี้มันหลุดออกแล้วมีคนมามัดกลับคืนใหม่ ซึ่งนั้นก็คือคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ยังไงล่ะ"
คิเคียวพูดจบ ก็มีแสงออกมาจากหน้าอกของเด็กหญิงจิ้งจอกที่ถูกคิเคียวเขียนมนต์สะกดเอาไว้ จนกลายเป็นตุ๊กตาจิ้งจอกทันที

       "เอ๊ะ!? ทำไมตัวของเราถึงกลายเป็นตุ๊กตาล่ะ?" เด็กหญิงจิ้งจอกได้พูดออกมา

       "ฉันจะให้เธอนั่งรอเค้าอยู่ที่นี่นะ รอคอยให้เค้าคนนั้นมาเจอกับเธอนะ" คิเคียวได้ใช้มนต์สะกดไม่ให้ตุ๊กตาปลดปล่อยพลังออกมา เธอได้วางตุ๊กตาเข้าไปไว้ข้างในศาลเจ้าที่ทำจากไม้ที่อยู่ใต้โขดหิน หลังจากนั้นคิตสึเนะก็ได้ปรากฎตัวอยู่ข้างหลังคิเคียว จึงใช้ไฟจิ้งจอกเผ่าร่างของเธอ ต่อหน้าต่อตาเด็กหญิงจิ้งจอกไร้นามที่อยู่ข้างในศาลเจ้า น้ำตาก็ได้ไหลออกมาจากตาของตุ๊กตาจิ้งจอกตัวนั้น


        เค้าคนนั้นจะเป็นคนตั้งชื่อให้กับเธอ...



คิเคียวที่ถูกสังหารไปโดยปีศาจที่อ้างตัวเองว่าเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่ชื่อคิตสึเนะ ได้ประกาศตัวตนของตัวเองว่าเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดแถมยังบอกไปอีกว่าตัวเองเป็นภูติที่แข็งแกร่งที่สุด ทำให้เหล่ามาโฮวต่างหมายตาที่จะมาจับเธอ แต่ก็ถูกสังหารตายจนหมด สงครามระหว่างจอมเวทย์กับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เริ่มขึ้น ฉันที่นั่งอยู่ข้างในศาลเจ้าที่คิเคียวผนึกฉันเอาไว้ก็ได้เห็นคนที่เดินผ่านไปมา บางคนก็เอาอาหารมาเซ่นไหว้ฉัน บางคนก็มาขอพรกับฉัน จนเวลาผ่านไปครึ่งปี ก็มีทหารซามูไรสองคนยืนคุยกันอยู่ที่หน้าศาลเจ้าว่าจะมีคนของจักรวรรดิเดินทางมาที่นี่ ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวว่าจักรวรรดิจะต้องมาโจมตีที่เมืองเจเปนนิสแน่ๆ เพราะที่เมืองนี้ก็มีผู้ใช้เวทย์ ที่คนเมืองนี้จะเรียกว่า มาโฮว แต่พวกจักรวรรดิจะเรียกคนเหล่านี้ว่า จอมเวทย์ พ่อมด แม่มด ที่กำลังจะทำสงครามกันอยู่ เหล่าทหารและเจ้าเมืองก็ได้มายืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าศาลเจ้านี้

       "พะ...พวกเค้ามากันแล้วครับท่านเจ้าเมือง" ทหารที่เป็นคนของหน่วยสอดแนมได้วิ่งมารายงาน

       "คนพวกนั้นเป็นใครกัน?" ท่านเจ้าเมืองได้ถามทหารคนนั้น

       "เป็นขุนนางของจักรวรรดิที่ชื่อว่า โรฮาน โรเซนเบิร์ก ครับ"

       "ตระกูลโรเซนเบิร์ก? ไปบอกพวกเค้าให้มาที่นี่ จะรอเค้าอยู่ข้างในค่าย"

       "ครับ!!" ทหารม้าได้ออกไปจากค่ายเพื่อที่จะเชิญขุนนางโลฮานให้มาที่นี่

       รถม้าของตระกูลโรเซนเบิร์กก็ได้มาถึงค่ายที่คอยต้อนรับอยู่ ชายที่สวมชุดเกราะที่ดูน่าเกรงขามได้ลงมาจากเกวียนรถม้าพร้อมกับลูกสาวของเค้า เด็กหญิงผมสีเหลืองทองมัดผมทรงหางม้า ได้จ้องมองมาที่ฉันที่อยู่ข้างในศาลเจ้าเขม็ง แล้วเดินตามพ่อของเธอเข้าไปข้างในค่าย พอเวลาผ่านไปสักพักดูเหมือนว่าพวกเค้าจะเข้ากันได้ดีและเดินออกมาจากค่ายจึงสั่งให้เหล่ายกอหารและเหล้ามานั่งคุยกัน ส่วนตัวลูกสาวได้เดินเข้ามาดูฉันที่อยู่ข้างในศาลเจ้า

      "นี่ นี่ บ้านไม้เล็ก ที่อยู่ใต้โขดหินนั้นคืออะไรหรอคะ?" เด็กหญิงกระตุกขากางเกงของทหารซามูไรแล้วชี้มาที่ศาลเจ้า

       "นั้นคือศาลเจ้าเทพจิ้งจอกครับ คุณหนูสปิริเธียร" ทหารซามูไรตอบกลับและได้นั่งยองๆ มาลูบหัวของเธอ

       เด็กคนนั้นชื่อ สปิริเธียร เหรอ? นามสกุลคงจะเป็น โรเซนเบิร์ก เหมือนพ่อของเธอแน่ๆ เป็นลูกสาวคนเดียวยังงั้นเหรอ ฉันก็คิดไปพลางๆ
เพราะไม่เคยเห็นเด็กที่มาจากแดนเลย คนต่างแดนเค้าแต่งตัวกันแบบนี้เหรอ


       "แต่งแบบนี้? มันไม่ดีเหรอคะ?"


       "ใช่แล้วล่ะ ฉันไม่เคยเห็นคนจากต่างแดนมาที่เมืองนี้น่ะ เอ๋? เธอได้ยินฉันพูดเหรอ" ฉันตกใจมากๆ ว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงได้ยินเสียงของฉัน


       "อื้อ! หนูได้ยินชัดแจ๋วเลยค่ะ" เด็กหญิงได้มานั่งอยู่หน้าศาลเจ้าและได้ยื่นหน้าเข้ามาดูข้างใน เธอยื่นมือเข้ามาหยิบฉันออกมาจากศาลเจ้า


       "คุณหนูสปิริเธียร ครับ! ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ ถ้าทำแบบนั้นท่านเทพจิ้งจอกจะโกรธเอานะครับ" ทหารซามูไรเดินเข้ามาหาเด็กหญิงเพื่อที่จะห้ามไม่ให้ทำแบบนั้น


       "หนูแค่จะทำสะอาดเท่านั้นเองค่ะ ท่านเทพจิ้งจอกเค้าคงไม่โกรธหรอกนะคะ" เด็กหญิงตอบกลับและหันหน้ายิ้มให้ทหารซามูไร


       "ถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่เป็นไรหรอกครับ"


        "หนูขอเล่นกับท่านเทพจิ้งจอกสักพักได้มั้ยคะ พี่ทหารมาเฝ้าหนูอยู่แบบนี้ไปพักบ้างก็ได้นะคะ" เด็กหญิงพูดออกไปและหยิบขนมออกมาจากเสื้อให้ทหารซามูไรที่มาเฝ้าเธอ


        "น่ารักมากเลยครับ~! ผมอยากให้ลูกสาวของผมน่ารักแบบคุณหนูบ้างจังเลย" ทหารซามูไรร้องไห้แล้วเดินไปที่กลุ่มเพื่อนทหารด้วยกันที่กำลังนั่งตั้งวงกินเหล้าอยู่  


        "อ๊ะ! เชือกที่มัดคอไว้มันหลุดนี่นา เดี๋ยวมัดให้ใหม่นะคะ" เด็กหญิงแก้เชือกที่หลุดออกแล้วก็มัดกลับเข้าไปใหม่อย่างสวยงาม


         
        -ถ้าเชือกนี้มันหลุดออกแล้วมีคนมามัดกลับคืนใหม่ ซึ่งนั้นก็คือคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ยังไงล่ะ -


เสียงของคิเคียวได้ดังขึ้นมาในหัวของฉัน เด็กคนนี้เหรอ? คือคนที่เรากำลังตามหาอยู่น่ะ ทำไมมือของเด็กคนนี้ช่างอบอุ่นจังเลย เชือกที่เธอมัดกลับมาให้ฉันใหม่ก็ดูสวยงามกว่าของคิเคียว พลังของฉันที่คิเคียวผนึกเอาไว้ก็สลายหายไป ทำไมล่ะ แค่เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้มามัดเชือกกลับเข้าไปใหม่ก็ทำลายผนึกได้ ภาพที่ฉันเห็นคือ ด้านหลังของเด็กหญิงคนนั้นมีปีกนางฟ้าสีขาวอมทองกางอยู่ตลอดเวลา เธอคือนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ยังงั้นเหรอ? (ฉายาของเธียรในปัจจุบันคือนางฟ้าศักดิ์สิทธิ์)

         ปุ้ง! เสียงที่ดังออกมาจากศาลเจ้าทำให้เกิดควันสีขาวออกมากระจายไปทั่ว แต่ทหารพวกนั้นก็ไม่ได้สนใจเพราะอยู่ในช่วงที่เมาสุดๆ เด็กหญิงที่มีแต่รอยเปื้อนเต็มหน้า ก็ได้เห็นคนๆ หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ ซึ่งเธอคนนั้นมีผมสีเหลืองยาวและสวมชุดกิโมโนเปิดจากด้านบนลงมาถึงหน้าอก

        "พี่สาวเป็นใครยังงั้นเหรอคะ?" เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วได้ถามออกไป

        "ฉันคือปีศาจจิ้งจอกเก้าหางยังไงล่ะ!" ฉันได้เปิดเผยตัวตนออกมาโดยการโชว์หูขึ้นมาบนหัวและหางทั้งเก้าหางออกมา เป็นไงล่ะ กลัวฉันซะสิ ถ้าเด็กคนนี้คือคนที่ฉันตามหาอยู่จริงๆ ล่ะก็ ต้องมีอะไรที่มันดูพิเศษกว่านี้สิ

        "สะ สะ สะ . . . ." เด็กหญิงตัวสั้นและชี้นิ้วมาที่หน้าฉัน เฮ้อ~ คงจะคิดว่าฉันน่ากลัวล่ะสิท่า


        "สุดยอดไปเลย! พี่สาวทำแบบนั้นได้ไงคะ อ๊ะ! หางนุ่มมากๆ เลยค่ะ ว๊าย ว๊าย ~ พี่สาวไม่ได้ใส่ กกน. ด้วยอ่า" เด็กหญิงไม่กลัวฉันเลย แถมยังวิ่งมากอดฉัน เข้ามานอนในหางของฉัน แถมยังมาเปิดดูใต้กระโปรงของฉันอีก นี่น่ะเหรออะไรที่มันดูพิเศษที่ว่า


        "เธอชื่อ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก สินะ" ฉันได้พูดชื่อเธอออกไปแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ แต่ว่าฉันก็ช็อกขึ้นมาทันทีเพราะเด็กหญิงคนนั้นตัวสูงเท่ากับฉัน (120 ซ.ม)


        "เรียกหนูว่า เธียร เฉยๆ ก็ได้ค่ะ และหนูก็อายุ 5 ขวบค่ะ" หะ หะ ห้าขวบเหรอ!? นี่เราตัวสูงเท่าเด็กอายุห้าขวบยังงั้นเหรอ!?


        "ก็ได้ งั้นพี่สาวจะเรียกเธอว่าเธียรนะ" ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


        "พี่สาวชื่ออะไรงั้นเหรอคะ?" เด็กหญิงถามชื่อของฉัน


        "ฉันไม่มีชื่อหรอกนะ ใครๆ ก็เรียกฉันว่า จิ้งจอกไร้นามน่ะ"


        "ให้หนูตั้งชื่อให้พี่สาวมั้ยคะ?"  




        - เค้าคนนั้นจะเป็นคนตั้งชื่อให้กับเธอ -


"จะตั้งชื่อให้ฉันเหรอ?" ฉันตอบกลับไป ก็แค่คิดว่าเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ มาตั้งชื่อให้เล่นๆ คงจะเหมือนกับการเล่นพ่อแม่ลูกนั้นแหละมั่ง

         "พี่สาวช่วยรอแปปหนึ่งนะ เดี๋ยวหนูมา" เธียรบอกให้ฉันนั่งรออยู่หน้าศาลเจ้าและก็ได้เดินไปแอบดูพวกทหารที่กำลังนั้งกินเหล้ากันอยู่

        - เฮ้ย!? ใครเอาซอสโชยุมาทาหลังฉันฟ๊ะเนี๊ย ฝีมือใคร! -

        - เดี๋ยวไปตักน้ำมาเช็ดหลังให้น่า อ่าโด่~ ใจร้อนไปได้ มาดื่มกันต่อเหอะ -

        - กับแกล้มหมดว่ะเพื่อน เอาเป็นลูกโมโมะ(ลูกท้อ)แทนได้เปล่าวะ -

        - ไม่เอาโว๊ย! แกออกไปจับเจ้าสึจิโนะโกะมาย่างกินทีสิวะ! -

        - สึจิโนะโกะมันมีจริงที่ไหนเล่า! เดี๋ยวฉันลงไปจับปลามาให้แล้วกัน แม่น้ำก็อยู่ใกล้ๆ แค่เนี๊ย -

        - ฉันรู้สึกเอะใจไม่ดีเลยว่ะ ว่าแกจะจับมาได้น่ะ เมาซะขนาดนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า -

        เธียรที่แอบฟังพวกทหารคุยกันสักพักก็ได้วิ่งกลับมาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เหมือนกับว่าคิดชื่อของฉันได้แล้วอะไรปานนั้น ถ้าตั้งชื่อแบบคนต่างแดนแบบเธอฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ เพราะฉันอยากได้ชื่อที่มันได้มาจากเมืองของฉันมากกว่า

        "ว่าไงล่ะ คิดชื่อของฉันได้แล้วเหรอ ถ้ามันทำให้ฉันถูกใจล่ะก็ จะให้จูบเป็นรางวัลเลย"

        "จริงอ่า...แต่แค่นั้นคงไม่พอหรอกนะคะ"

        "ไม่พอเหรอ? แล้วอยากได้อะไรอีกล่ะ?" ยัยเด็กนี่มีต่อรองเพิ่มอีกแห๊ะ ร้ายไม่เบานี่

        "พี่สาวจะต้องมาเป็นน้องสาวของหนูนะ" เธียรพูดออกมาอย่างจริงจังพร้อมชี้นิ้วมาที่หน้าของฉัน

        "หา? ทำไมฉันต้องไปเป็นน้องสาวของหล่อนด้วยไม่ทราบ"

        "หนูเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลโรเซนเบิร์ก ตั้งแต่คุณแม่คลอดหนูออกมาแล้ว ท่านก็มีอาการไม่แข็งแรงขึ้นมาทันที อีกทั้งคุณพ่อก็ออกไปทำงานข้างนอกบ่อยขึ้น หนูก็ได้แต่วิ่งเล่นอยู่ในบ้านคนเดียว เล่นกับพวกสาวใช้ก็ไม่สนุก หนูก็เลยคิดขึ้นว่าอยากได้น้องสาว เพราะจะได้เล่นด้วยกัน พูดคุยด้วยกัน นอนด้วยกัน อะไรแบบนั้น ถ้าชื่อที่หนูกำลังจะบอกให้พี่สาวฟังต่อจากนี้ พี่สาวช่วยมาเป็นน้องสาวให้หนูได้มั้ยคะ" สายตาที่เธียรมองมาที่ฉันมันเป็นของจริง เด็กคนนี้ต้องทนอยู่คนเดียวตลอดเหมือนกับฉัน

        "เข้าใจแล้ว ถ้าชื่อของฉันที่เธอกำลังจะตั้งให้มันถูกใจฉันล่ะก็ ฉันจะยอมเป็นน้องสาวของเธอตลอดไปเลยอ๊ะ" นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี้ย แบบนี้มันก็เท่ากับว่ายอมรับเด็กคนนี้เป็นเจ้านายน่ะสิ

       "ทามาโมะ โนะ มาเอะ ชื่อของพี่สาวคือ ทามาโมะ โนะ มาเอะ ยังไงล่ะคะ" ใบหน้าของเธียรที่ยิ้มแย้มออกมามากกว่าปกติ สายลมที่พัดมาพร้อมกับกลีบดอกซากุระที่ถูกแสงแดดส่องจนทำให้ดูเหมือนขนปีกสีทองที่กำลังออกมาจากปีกของเด็กหญิงคนนี้ ฉันถึงกับยืนอึ้งกับภาพที่ฉันเห็นกับชื่อที่เด็กคนนี้ตั้งชื่อให้ฉัน

       "ชื่อของฉันคือ ทามาโมะ โนะ มาเอะ งั้นเหรอ?"

       "อื้อ! พี่สาวชื่อว่า ทามาโมะ โนะ มาเอะ" เด็กหญิงได้ยืนยันชื่อของฉันออกมา อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลออกมาจากตาทันที นี่เราถูกใจชื่อนี้เหรอ ชื่อที่ถูกตั้งให้ด้วยใบหน้าที่มีความสุขแบบนั้นน่ะ

       "พี่สาวร้องไห้ทำไมเหรอ?" เธียรยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าฉันและได้ยื่นมือมาเช็ดน้ำตาของฉัน

       "ไม่ใช่พี่สาว แต่เป็นน้องสาวต่างหากล่ะ"

       "น้องสาว? อย่าบอกนะว่าชื่อที่หนูตั้งให้เมื่อกี้ พี่สาวชอบมันยังงั้นเหรอคะ!?"

       "อื้อ" ฉันพยักหน้าให้และเธียรก็ได้ยื่นหน้ามาจูบฉันทันที โธ่...เอาแต่ใจจังเลยนะ พี่สาวของฉันคนนี้เนี้ย...

       "เธียร พวกเราจะกลับกันแล้วนะ รีบขึ้นรถม้าเร็วเข้า"

       "คะ! คุณพ่อ รอแปปหนึ่งนะคะ ทามาโมะไว้ถ้าสงครามจบลงเมื่อไหร่เดี๋ยวเธียรจะมารับทามาโมะไปเป็นน้องสาวของเธียรนะ" เธียรได้ยกนิ้วก้อยมาที่ฉัน

       "อื๊ม ฉันจะรออยู่ที่นี่ จนกว่าพี่เธียรของหนูจะกลับมารับนะ" ฉันได้ยกนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวก้อยกับเธียร

        "เกี่ยวก้อยสัญญาว่าเราสองคนคือพี่น้องกัน" และนี่ก็คือคำมั่นสัญญาของฉันกับเธียร

       รถม้าที่เธียรกำลังนั่งก็ได้ออกไปจากเขตแดนของเมือง ฉันได้ยืนมองรถม้าที่กำลังออกไป ก็ได้เห็นเธียรยื่นตัวออกมาแล้วโบกมือให้กับฉัน แต่ความจริงแล้วผนึกยังไม่ได้ถูกทำลายออกไปทั้งหมด เพราะคนธรรมดามองไม่เห็นฉัน ตอนที่ฉันได้คุยกับเธียร เหล่าทหารคนอื่นๆ รวมทั้งพ่อของเธอก็ได้เห็นลูกสาวของตัวเองพูดอยู่คนเดียว ใครๆ ก็คิดว่าเป็นเด็กคงกำลังเล่นกับอะไรซักอย่าง เช่น พวกมด ผีเสื้อ อะไรทำนองนั้น
ผนึกที่ถูกทำลายไปแล้วครึ่งหนึ่งทำให้ฉันหลุดออกมาจากร่างตุ๊กตา แบบนี้ฉันก็สามารถเดินไปไหนมาไหนโดยที่คนในเมืองมองไม่เห็น แบบนี้มันก็ไม่เป็นอันตรายกับตัวเราแล้ว


        เวลาได้ผ่านไป 3 ปี สงครามระหว่างจอมเวทย์กับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็ยังดำเนินต่อไป ฉันได้ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเธียรจะต้องกลับมารับฉัน
แต่ก็มีรถม้าของตระกูลโรเซนเบิร์กวิ่งเข้ามาในเมืองและตรงเข้าไปหาบ้านของท่านเจ้าเมือง ฉันนึกว่าเธียรอาจจะมาด้วย ก็เลยวิ่งตามไป


       "ผู้ส่งสารของตระกูลโรเซนเบิร์กมาส่งข่าวถึงท่านเจ้าเมืองครับ บอกว่าด่วนมาก" ทหารยามวิ่งเข้าไปบอกท่านเจ้าเมือง


       "ให้เค้าเข้ามาข้างในได้เลย" ทหารผู้ส่งสารของตระกูลโรเซนเบิร์กเหรอ ตระกูลของเธียรสินะ ทำไมสีหน้าของเค้าดูไม่ดีเลยนะ ไหนๆ ก็ไม่มีใคนมองเห็นฉันแบบนี้ งั้นขอเข้าไปแอบฟังหน่อยแล้วกันนะ


       "อะไรกันน่ะ? นี่เจ้าบาดเจ็บอยู่นี่ มันเกิดอะไรขึ้น!?" เจ้าเมืองรีบสั่งให้ทหารไปตามหมอมาเพื่อที่จะให้มารักษาทหารผู้ส่งสาร


       "ไม่ต้องครับ! ผมคงไม่รอดแล้วแน่ๆ หน้าที่ของผมแค่มาส่งข่าวสารมาให้ท่าเจ้าเมืองเจเปนนิส เพราะนี้คือคำสั่งสุดท้ายของท่านโรฮาน"
ทหารผู้ส่งสารได้ยื่นจดหมายให้ท่านเจ้าเมืองแล้วก็สิ้นใจตายไปในที่สุด

       "เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก การตายของเจ้าจะไม่สูญเปล่าเด็ดขาด" ท่านเจ้าเมืองได้ยื่นจดหมายให้ทหารนายหนึ่งเป็นผู้แปลและอ่านให้ฟัง


        ถึง ท่านเจ้าเมืองเจเปนนิส

        หากท่านได้อ่านจดหมายนี้ โรฮาน โรเซนเบิร์ก ผู้นี้ไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว แผนการที่ข้าได้ร่วมมือกับเหล่าจอมเวทย์ได้รั่วไหลออกไป จนทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ส่งทหารมาสังหารข้ารวมทั้งภรรยา และลูกสาว ไม่เว้นแม้กระทั้งพ่อบ้าน สาวใช้ของตระกูลโรเซนเบิร์กถูกฆ่าจนไม่เหลือเลยซักคน แต่แผนการที่ข้าได้ทำอยู่นั้นก็ยังดำเนินการต่อไป และท่านกราฟ เซฟเฟี้ยน จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่จะขอรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด
ท่านไม่ต้องห่วงว่าเมืองของท่านจะตกอยู่ในอันตรายอีกต่อไป เพราะสงครามมันใกล้จะจบแล้ว ขอขอบคุณท่านเจ้าเมืองแห่งเจเปนนิสที่ส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือให้กับเรา เท่านี้ข้าก็จะได้ตายตาหลับเสียที

     (รูปตราประจำตระกูล)
       โรฮาน โรเซนเบิร์ก  



      "เธียร...ตายแล้วยังงั้นเหรอ" ฉันที่นั่งฟังอยู่ในห้องด้วย ก็ถึงกับช็อกที่ได้ฟังทหารที่แปลภาษาคนที่กำลังอ่านจดหมาย น้ำตาก็ไหลออกมาจากตาของฉัน มือก็สั่น ไม่ใช่แค่มือที่กำลังสั่น ทั่วทั้งร่างกายของฉันสั่นไหวไปหมด ที่เจ็บที่สุดคือหัวใจของฉัน ฉันได้รีบวิ่งออกมา แล้วตรงไปที่ศาลเจ้าที่ฉันกับเธียรได้พบกันครั้งแรก และเป็นสถานที่แห่งคำมั้นสัญญาของพวกเรา ภาพที่ฉันเห็นในตอนนี้คือฉันกำลังยืนเกี่ยวก้อยกับเธียร แต่ร่างกายของเธียรเต็มไปด้วยเลือด ภาพที่น่าสยดสยองก็ได้กับเข้ามาในหัวของฉัน ภาพของเหล่าทหารและมาโฮวทุกคนที่ออกตามล่า และถูกคิตสิเนะฆ่าตาย คิเคียวที่ถูกไฟเผาตายทั้งเป็น พี่สาวที่มอบชื่อให้กับฉันก็ถูกทหารจักรวรรดิฆ่าตาย คนที่ฉันรักทำไมต้องมาจากฉันไปตลอดด้วยล่ะ นี่คือคำสาปของจิ้งจอกเก้าหางอย่างฉันเหรอ

      เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนที่ฉันกำลังตกอยู่ในสภาวะความสิ้นที่สุดในชีวิต ก็มีคนมาประกาศข่าวว่าสงครามได้จบลงแล้ว ฝ่ายจอมเวทย์เป็นผู้ชนะ ทุกคนในเมืองต่างออกมาส่งเสียงดีใจกันทั่วทั้งเมือง บางครอบครัวที่ได้เห็นลูกสาวของตัวเองที่ไปทำสงครามรอดกลับ ก็วิ่งเข้าไปกอดและหอมแก้ม แต่บางครอบครัวก็นั่งเศร้าเมื่อได้รู้ว่าลูกสาวของตนไม่รอดกับมา มันก็เป็นเรื่องปกติหลังสงครามที่ได้จบลง แต่สำหรับฉันไม่ต่างอะไรกับคนกลุ่มนั้นเลย


    - ทามาโมะไว้ถ้าสงครามจบลงเมื่อไหร่เดี๋ยวเธียรจะมารับทามาโมะไปเป็นน้องสาวของเธียรนะ -

      "พี่สาวคะ หนูน่ะ...จะยังรอพี่สาวมารับหนูไปเป็นน้องสาวอยู่นะคะ..." ทุกๆ ปี ฉันจะพูดคำเหล่านี้ก่อนนอนเสมอและนอนร้องไห้แทบทุกคืน เชือกที่พี่สาวมัดไว้ที่ข้อมือของหนูน่ะ มันไม่ยอมหลุดออกมาเลยค่ะ...




       บึ้ม!    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ~! / กรี๊ดดดด!!! ภาพเงาคนสองคนได้ปลิวขึ้นมาบนฟ้าและได้ตกลงไปคนละทิศคนล่ะทาง (บทที่ 17)

      "อะไรล่ะนั้น ระเบิดเหรอ? งานเทศกาลชมดอกซากุระปีนี้ ก็คึกคักอีกตามเคยนะ" ฉันได้มองไปเห็นคนสองตนปลิวขึ้นฟ้าแล้วตกลงมา ฉันที่กำลังถือทาโกะยากิ ก็ได้ไปชนกับคนที่กำลังเดินสวนทางมาเข้าไป จนทาโกะยากิตกลงพื้น

       "หว๋า~! ทาโกะยากิ...ของฉัน...~"

       "ไม่ได้นะ...อย่าเก็บขึ้นมาเลยนะ เดี๋ยวฉันจะซื้อให้ใหม่นะ" หญิงสาวที่ชนฉันล้มได้ยกตัวฉันขึ้นมาแล้วปัดเสื้อตรงส่วนที่เลอะออกไป

        "พี่สาว...มองเห็นหนู...ด้วยเหรอ...คะ?" ฉันได้ถามออกไป มันก็แปลกจริงๆ นั้นแหละ ว่าคนธรรมดานั้นจะมองไม่เห็นฉัน ถ้าตัวฉันไม่ปรากฎตัวออกมาให้เห็น

        "หืม?...อะไรงั้นเหรอจ๊ะ?" ช่วงที่หญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ภาพของเธียรก็ได้ผุดขึ้นมาในหัวของฉันทันที เธียรยังไม่ตายเหรอ ไม่ใช่เธอคนนี้อาจจะหน้าตาคล้ายกับเธียรก็ได้

       "คุณเธียร ฉันว่าเราควรกลับไปรวมตัวกับพวกคุณซอร์กันเถอะนะคะ" หญิงสาวผมสีชมพูคนนั้นได้เรียกชื่อของผู้หญิงคนนี้ว่า เธียร ยังงั้นเหรอ

        "เอ่อ...ขอโทษนะคุณไลเบียร ช่วยกลับไปรวมตัวก่อนได้มั้ยคะ เดี๋ยวฉันขอพาเด็กคนนี้ไปซื้อ ทาโกะยากิ ก่อนเดี๋ยวจะตามไปที่หลังนะ"
หลังจากนั้นเธอก็ได้จูงมือของฉันตรงไปที่ร้านขายทาโกะยากิทันที ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นยืนทำหน้างง


       ผู้หญิงที่ชื่อว่าเธียร ได้พาฉันเดินไปทั่วงานเทศกาลและชี้นิ้วบอกฉันว่า ขนมร้านนี้อร่อยบ้างล่ะ ร้านนี้บ้างล่ะ ทำเหมือนกับว่าตัวฉันเองกลายเป็นนักท่องเที่ยวแบบเธองั้นแหละ แต่ว่าทำไมล่ะ มือที่เธอกำลังจูงมือฉันมันดูคุ้นเคยจัง


        "หลงมาจาก คุณพ่อกับคุณแม่ เหรอจ๊ะ?"


       "..." ฉันไม่ตอบแต่ส่ายหน้าให้
         
        "หลงทางเหรอ?"


        "..." ฉันก็ส่ายหน้าต่อไป แต่คนที่หลงทางน่ะมันเธอมากกว่าล่ะมั้ง

        "เอางี้ เด๊๋ยวพี่สาวจะทำอะไรให้ดูนะ ก่อนอื่นพวกเราต้องออกห่างจากผู้คนก่อน เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะตกใจเอาน่ะ"  ฉันได้ตอบตกลงไปแล้วเธอก็ได้จูงมือของฉันวิ่งออกจากงานเทศกาลและวิ่งตรงไปที่ศาลเจ้าที่อยู่ใต้โขดหิน ซึ่งที่นี่เป็นที่ที่ฉันถูกผนึกเอาไว้และพบกับเธียรครั้งแรก


        "ซีลิคอาวิล! (กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง)" จู่ๆ เธอคนนั้นได้ยิงพลังเวทย์ที่เป็นธาตุแสงยิงขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งนั้นทำให้ฉันมั้นใจมากว่า ผู้หญิงคนนั้นคือ สปิริเธียร โรเซนเบิร์ก พี่สาวที่มอบชื่อให้กับฉันคนนี้ ฉันได้วิ่งไปกระตุกกระโปรงของเธอและขอให้ยิงพลังนั้นขึ้นฟ้าไปอีกครั้ง


        "นี่คือของขวัญที่หนูได้พบกับพี่สาว" ฉันได้ใช้พลังบังคับให้คนที่ดูแลเรื่องพลุไฟให้จุดพลุขึ้นมา


         "ว้าว~! สวยจังเลย" ของขวัญจากน้องสาวค่ะ พี่เธียร


        "เธียร นี่เธออยู่ที่นี่เองเหรอ ซอร์เนียร์เค้าให้ฉันมาตามเธอน่ะ" เสียงของหญิงสาวผมสั้นสีฟ้าได้ดังออกมาจากข้างในงานเทศกาล ดวงตาของเธอคนนั้นสามารถมองเห็นฉันได้ ต้องถอยเข้าไปในในศาลเจ้าที่เธอคนนั้นจะเห็นเราเข้า

         "อ๊ะ คุณทาร์อูเอเล่นี่นา เดี๋ยวพี่สาวจะขอแนะนำให้รู้จักนะ เธอคนนี้คือ..." ช่วงที่พี่สาวของฉันกำลังแนะนำเธอคนนั้นให้ฉันรู้จัก ฉันก็กำลังลอยหายเข้ามาในศาลเจ้า


         "ช่วยเรียกชื่อของหนูขึ้นมาทีเถอะค่ะ พี่สาว" ฉันได้ทิ้งคำใบ้ไว้ให้กับเธอ เผื่อเธอจำชื่อของฉันได้


        
        "นี่...พวกเรา...แพ้ยังงั้นเหรอ?" เด็กสาวผมแดงที่มัดผมทรงทวิน ที่กำลังจะหมดสติได้มองไปที่เพื่อนๆ ของตัวเองกำลังนอนจมกองเลือด เวลาผ่านไปสักพักเธอก็หมดสติลงทันที


         "อะไรกันเนี้ย? จบแล้วเหรอ ไม่เห็นสนุกเลยสักนิด เรารึอุตสาห์คิดว่าจะได้สนุกกันนานกว่านี้ซักหน่อย ยัยพวกนี้ก็ล้มไปนอนกันทุกคนเลยแบบนี้ ปล่อยให้ตายไปแบบนี้แหละ กลับดีกว่าเรา..." คิตสึเนะพูดจบก็ได้หายตัวไปพร้อมกับหมอกสีขาว   


      

         "อุ๊ก...!" เกิดอะไรขึ้นน่ะ...ทุกคน...ไม่จริงใช่มั้ย!?" นินจาเงาทมิฬที่ถูกเนรเทศ เดินออกมาจากเศษไม้ของร้ายแผงลอยที่เห็นกลุ่มคนที่ตัวเธอเองได้ลากเข้ามาพัวพันในการต่อสู้ครั้งนี้ นอนจมกองเลือดอยู่


         "ซิก...ซิก ภารกิจเงาทมิฬ...ตามล่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง...ล้มเหลวอีกแล้วเหรอ~!" เด็กหญิงนินจาก็ได้ร้องไห้ออกมาและก้มหน้าลงไปกอดซอร์เนียร์นอนจมกองเลือดอยู่


         "ทะ...ทุกคน อ๊าาาาาาาาาา~!" ปีศาจซัคคิวบัสที่เห็นเพื่อนของตัวแพ้คิตสึเนะ ก็ได้ร้องไห้ออกมาและใช้หมัดทุบไปที่พื้น
         


         "ฉันจะช่วยเพื่อนๆ ของพวกเธอเอง แต่ฉันขอเวลาไปยืนยันอะไรหน่อยนะ" ฉันบอกทั้งสองคนรอไปก่อน แล้วฉันเดินตรงไปหาหญิงสาวผมเหลืองทองที่มัดผมทรงหาม้าที่กำลังนอนคว้ำหน้าอบู่ และได้จับตัวเธอนอนหงายขึ้น


           "ช่วยเรียกชื่อของหนูขึ้นมาทีเถอะค่ะ พี่สาว" เธอคนนั้นลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก็ได้เหลือบตามองที่หน้าฉัน

"ชื่อของเธอคือ ทามาโมะ โนะ มาเอะ"



           "อยากให้หนูช่วยอะไรคะ พี่สาว"


         
          "ช่วยพาเพื่อนๆ ของฉัน ไปที่ที่ปลอดภัย และรักษาพวกเค้า"


          "ห่วงคนอื่น โดยไม่ห่วงตัวเองก่อนแบบนี้ พี่สาวช่างเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจจริงๆ เลยนะคะ"


          "ใคร...ใคร...ก็ว่าฉันแบบนั้น...กัน...ทุกคน...แหละ"


          "หมดสติไปทั้งที่ยังยิ้มอยู่แบบนั้นได้อีก หนูจะไม่ให้พี่สาวต้องมาตายในที่แบบนี้หรอกนะคะ เพราะพี่สาวคือคนที่หนูเลือกแล้วยังไงล่ะ"
ฉันได้ก้มหน้าลงไปจูบเธอ ร่างกายของฉันได้ส่องแสงออกมาทันที เท่านี้คำมั้นสัญญาของเราก็ได้เป็นจริงซะที ภาพก็ค่อยๆ สว่างขาวขึ้นจนแสบตา ทำให้เธียรที่หมดสติอยู่ลืมตาตื่นทันที

         "นี่เราฝันไปเหรอ?" เธียรที่ลืมตาตื่นขึ้นมา จึงมองไปรอบรอบๆ ก็ได้เห็นว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในบ้านไม้หลังหนึ่ง พอยกตัวขึ้นมาก็เห็น ซอร์เนียร์ ไลเบียร ทาร์อูเอเล่ และซิลเวอร์ กำลังนอนพักอยู่ แผลที่ถูกฟันจากด้านหลังก็หายสนิท เธียรจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงมาจากชั้นสองก็ได้เห็นลูซเต้กับฮาซึมิ กำลังเตรียมของที่จะทำอาหารอยู่

        "อ๊ะ! เธียรฟื้นแล้วเหรอ ดูสิ ๆ พวกเราทั้งสามคนกำลังทำข้าวต้มล่ะ" ลูซเต้จูงเธียรให้มาดูข้าวต้มที่กำลังทำ

        "เรื่องหั่นเนื้อน่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าทีฉันเองเจ้าค่ะ" ฮาซึมิที่กำลังยืนหั่นเนื้อได้พูดขึ้นมา

        "เมื่อกี้พูดว่าสามคนยังงั้นเหรอ?" เธียรพยายามมองหาอีกคนหนึ่งรอบๆ ห้องครัว

        "อ้อ! ถ้าทามาโมะล่ะก็ ตอนนี้กำลังออกไปตักน้ำอยู่น่ะ เห็นว่าจะไปอาบน้ำด้วยคงจะมาช้าหน่อยน่ะ" ลูซเต้ตอบกลับทันที และชี้นิ้วไปที่แม่น้ำที่อยู่ข้างหน้าบ้าน

        "ทามาโมะเหรอ?" เธียรหันหน้าไปถามลูซเต้อีกครั้ง

        "ชื่อเต็มๆ ของเด็กคนนั้นรู้สึกว่าจะชื่อ ทามาโมะ โนะ มาเอะ นะเจ้าคะ" ฮาซึมิพูดแทนลูซเต้ที่กำลังทำข้าวต้มอยู่


       เธียรเมื่อได้ยินชื่อที่ลูซเต้ของฮาซึมิเล่าให้ฟัง เธอจึงรีบวิ่งออกจากบ้านและวิ่งตรงไปที่แม่น้ำตามที่ลูซเต้ชี้นิ้วไป ใบหน้าที่กำลังร้องไห้ออกมา เพราะคนที่กำลังจะวิ่งไปหานั้นคือน้องสาวของเธอที่ได้สัญญากันไว้ว่าจะรับไปอยู่ด้วยเมื่อ 10 ปีก่อน เธียรก็ได้วิ่งมาถึงแม่น้ำตามที่ลูซเต้บอก ก็ได้เห็นเด็กหญิงผมสีเหลืองยาวที่มีหูอยู่บนหัวและหางจำนวนเก้าหาง ที่กำลังว่ายน้ำอยู่ก็ได้เธียรเห็นที่กำลังหายใจเหนื่อยอยู่ ยืนอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำพร้อมกับรอยคาบน้ำตาที่เต็มใบหน้า
        "อ้าว!? พี่เธียรเองเหรอคะ ทำเอาน้องตกใจหมดเลยนะคะ" ทามาโมะเดินขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธียร เธอได้ยื่นมือเข้าไปเช็ดรอยคาบน้ำตาของเธียรออกอย่างช้าๆ

        "ตัวโตขึ้นมากเลยนะคะ หนูต้องยืดขาไปเช็ดน้ำตาเลยแบบนี้น่ะ หิหิ" ทามาโมะที่กำลังเช็ดน้ำตาอยู่ เธียรก็ยื่นมือออกมาแล้วกอดตัวทามาโมะและคุกเข่าลงเท่าที

         "พี่เธียร..."

         "ฮึก! พี่หลับมารับน้องแล้วนะ...พี่กลับมารับน้องตามที่สัญญากันไว้แล้วนะ ฮึก ฮึก ฮึก!" ทามาโมะที่ได้ยินคำพูดของเธียรก็ได้ก้มหน้าลงและยื่นมือขึ้นมาจับแขนของเธียรที่กำลังกอดอยู่ ก็ได้ร้องไห้ออกมาทันที

         "หนูน่ะ...ไม่ว่ายังไง...หนูก็ยังรอการกลับมาของพี่เธียรอยู่ตลอดเลยนะคะ พี่สาวของหนู..."


         ทุกคนในกลุ่มได้แอบดูทั้งคนสองที่กำลังร้องไห้กันอยู่ และได้ฟังความจริงจากฮาซึมิแล้ว ก็ได้มองหน้ากันต่างคนต่างพยักหน้าให้ แล้วก็เดินกลับไปที่บ้านไม้กลางป่า เพราะว่าอยู่ดูไปก็ช่วยอะไรไม่ได้จึงปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ไปแบบนั้นอีกสักพัก

         "หืม~ คำมั้นสัญญาเมื่อ 10 ปีก่อนยังงั้นเหรอ" ลูซเต้ได้พูดออกมาพร้อมกับเดินแกว่งแขนไปมา

         "ซอร์เนียร์พวกเราเอง ก็มาทำคำมั้นสัญญาแบบนั้นกันตรงนี้เถอะนะจ๊ะ~!" ทาร์อูเอเล่กระโดดเข้าไปกอดแขนซอร์เนียร์

         "ไม่มีทางหรอกย่ะ!" ซอร์เนียร์พยายามสะบัดทาร์อูเอเล่ออกไปจากแขน

         "ซึ้งมากๆ เลยค่ะ ซิก ซิก" ไลเบียรหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตา

         "ม๊ะม๊ามีน้องสาวแบบนี้ ก็เท่ากับว่าหนูได้มีน้าสินะคะ" ซิลเวอร์หันหน้าไปถามทุกคน

         "นี่ นี่ หนูขอติดตามพวกคุณไปด้วยได้รึเปล่าเจ้าคะ?" ฮาซึมิที่เดินตามหลังขอเข้ากลุ่มด้วย

         "อ่าได้สิ! กำลังอยากได้คนมาเข้ากลุ่มอยู่พอดี" ซอร์เนียร์ตอบตกลงการขอเข้ากลุ่มทันที

         "ว้าว ดีใจจังเลย ได้สมาชิกใหม่มาตั้งสองคนแน๊ะ" ไลเบียรได้หันหน้าไปพูดกับทุกคน

   เอาล่ะ! งั้นทุกคนวันนี้พักให้เต็มอิ่มเลยนะ พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางไปที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนกัน คืนนี้มาฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ของพวกเรากันเถอะ~!         

  เห็นด้วยค่ะ / สุดยอดไปเลย!! / เข้าท่าดีนี่! / ฉลองต้อนรับคุณน้าค๊า / บทนี้...เราไม่มีบทบาทอีกแล้ว / ไม่มีกันทุกคนแหละครับ






To Be Continued.

Schwer Story.jpg
      








ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-12-2018 05:03 , Processed in 0.052376 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th