เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 542|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4558
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 1-12-2015 23:14:03 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 15:03

  

Rosenkreuzstilette บทที่ 16



Ghost Town in the Moonlight



(บทจบ)





       มีคนเคยบอกไว้ว่าในเมืองผีนั้น มีเห็ดอยู่ชนิดหนึ่งที่มีชื่อ Bloody Mushroom (เห็ดเลือด) ที่จะขึ้นตามสุสานของเมืองผีเท่านั้น ใครที่เผลอกินเข้าไป ของเหลวทุกอย่างของร่างกายจะกลายเป็นสีเลือดอย่างเช่น น้ำลาย เหงือ น้ำตา เห็ดชนิดนี้ถือว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว มันเอาไว้ใช้สำหรับผู้ที่เสียเลือดมากในช่วงสงคราม รูปร่างหน้าตาของเห็ดชนิดนี้จะเป็นรายจุดสีแดงถ้าดูดีๆ มันจะเป็นรูปหยดน้ำที่เป็นสีเลือด กอร์ล่าที่มานั่งกินเห็ดย่างด้วยกันกับพวกลิลลี่ได้หยิบเห็ดชนิดนี้ออกจากกระเป๋าขึ้นมาและเอาย่างกินด้วย


         "เอ๋~ เห็ดอันนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" ลิลลี่เห็นกอร์ล่าที่กำลังเอาเห็ดนั้นมาย่างไฟ แล้วบินลงมานั่งดูใกล้ๆ ตามหลังมาด้วยซิ้ปปี้

         "อ่า...ตอนที่ฉันกำลังเดินตรงมาที่นี่เห็นมันขึ้นอยู่ข้างๆ รั่วของสุสานน่ะ เห็นว่ามันน่าอร่อยดีก็เลยเด็ดมันออกมาน่ะ พวกเธอจะลองชิมกันดูมั้ยล่ะ" กอร์ล่าที่เพิ่งย่างเห็ดเสร็จแล้วก็ได้แบ่งให้ทั้งสองลองชิมดู

         "งั่ม งั่ม งั่ม รสชาติที่ไม่เคยกินมาก่อน แต่มันเหนียวไปนิดหนึ่งนะ" ลิลลี่ที่กำลังเคี่ยวเห็นอยู่ได้หันหน้าไปมองซิ้ปปี้

         "ถึงมันจะเหนี่ยวก็เถอะนะครับ มันก็อร่อยดีนะครับเนี้ย" ซิ้ปปี้เคี้ยวเพียงไม่กี่คำก็กลือนลงไปแล้วหันหน้าไปที่กอร์ล่า

         "เป็นของที่หากินได้ แค่อย่างเดียวล่ะมั้งเนี้ย สำหรับในเมืองนี่น่ะ" กอร์ล่าได้อธิบายให้ทั้งสองฟัง

         ทั้งสองคนกับหนึ่งตัว ที่กำลังกินเห็ดเลือดกันเข้าไปสักพักแล้ว สีหน้าของแต่ละคนเริ่มออกอาการไม่ดี จึงพ่นอ้วกออกมาใส่กันแต่อ้วกที่พ่นออกมานั้นเป็นเลือด ต่างฝ่ายต่างเลอะไปด้วยเลือด ลิลลี่ซึ่งเป็นภูติตัวเล็กจึงเปื้อนเยอะกว่าคนอื่นๆ

         "อี๋~ อะไรกันเนี้ย เลือด! เลือดทั้งนั้นเลย!" ลิลลี่รีบถอดชุดออกมาทันที

         "นี่...คุณภูติน้อย ที่หลังบ้านตรงนั้นมันมีบ่อน้ำอยู่น่ะ รีบไปร่างตัวที่นั้นก่อนเถอะ" กอร์ล่าชี้นิ้วไปที่หลังบ้านที่มีบ่อน้ำเก่าๆ อยู่ แล้วลิลลี่ก็รีบบินไปที่บ่อน้ำนั้นทันทีและทิ้งเสื้อผ้าไว้กับกองเลือดที่กระจายไปทั่วพื้น ส่วนซิ้ปปี้ก็นอนสลบหน้าคว้ำและน้ำหมึกก็ค่อยๆ ไหลออกมา

         กอร์ล่าได้ลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเช็ดเลือดออกจากชุดเกราะและดาบของเธอ ทั่วร่างของเธอมีทั้งเลือดและหมึกที่ถูกลิลลี่กับซิ้ปปี้พ่นออกไป ทำให้ดูเหมือนกับว่ากอร์ล่ากลายเป็นอัศวินที่เพิ่งไปสังหารศัตรูมาเมื่อกี้นี้

        "อ๊ะ!? อยู่นั้นเอง เธอคือ สมาชิกกลุ่ม RKS ลำดับที่ 6 กอร์ล่า เซย์ฟาร์ ยังงั้นสินะ!" คู่ของลูซเต้กับซิลเวอร์ได้วิ่งมาถึงก่อน ทั้งสองได้มองไปทั่วพื้นดินก็ได้เห็นว่ามีเลือดกระจายเต็มไปทั่วพื้นและซิ้ปปี้ก็ยังนอนคว้ำหน้าอยู่ ลูซเต้มองไปเห็นเสื้อของลิลลี่ที่ตกอยู่กับกองเลือด ใบหน้าของเธอจากที่แยกแยะอะไรไม่ถูกก็กลายเป็นใบหน้าที่กำลังโมโหสุดขีด

       "โหดร้ายที่สุดเลยค่ะ! ขนาดภูติกับสัตว์ตัวเล็กๆ แบบนั้น ยังกล้าทำลงไปได้ลงคออีกนะคะ!" ซิลเวอร์หยิบปืนฉมวกออกมาจากกระเป๋าหน้าท้องและเล็งไปที่กอร์ล่า

       "เอ่อ...จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยช่างพูดซะด้วยสิ แต่พวกเธอตั้งท่าต่อสู้แบบนั้น แถมยังเล็งของน่ากลัวมาที่ฉันแบบนั้นอีก ฉันคงต้องตอบสนองกับพวกเธอหน่อยซะแล้ว" กอร์ล่าได้ชักดาบขนาดใหญ่ออกมาจากหลังของเธอแล้วชี้ไปที่ ลูซเต้กับซิลเวอร์


ถึงพวกเธอทั้งคู่จะเป็นเด็กแต่ก็มีความกล้าที่จะไม่หนีไปไหน ฉันขอยอมรับ แต่ว่าพวกเธอทั้งหมดจะต้องหายไปพร้อมกับเมืองนี้!

       "เข้ามาเลย ยัยหนู!  / ขอมาก็จัดให้เว๊ย~! , ฉันจะแก้แค้นให้ทั้งสองคนเองค่ะ~!   "



        ปุ้ง! ปุ้ง!
       เสียงระเบิดพลุได้ดังขึ้นมาติดต่อกันสองครั้ง และแสงที่อยู่บนฟ้าก็เป็นสีแดง เธียร ไลเบียร ซอร์เนียร์ และทาร์อูเอเล่ ที่กำลังวิ่งไปที่ทางออกของเมืองได้เงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้าพร้อมกัน

       "ระเบิดพลุสีแดงสองลูกเลยเหรอ!?" ทาร์อูเอเล่พูดขึ้นมาพร้อมสีหน้าที่กำลังเครียดสุดๆ

       "งั้นก็แปลว่า ลูซเต้กับซิลเวอร์ ไปถึงที่นั้นก่อนแล้วแน่ๆ สองคนนั้นกำลังต่อสู้กับกอร์ล่ายังงั้นเหรอคะ" ไลเบียรหันหน้าไปถามซอร์เนียร์ที่กำลังวิ่งตามหลังอยู่

       "เด็กสองคนนั้นสู้กอร์ล่าไม่ได้หรอก!  เพราะยัยนั้นไม่เคยใช้พลัง The Blades of the Rose Cross ของตัวเองเลยซักครั้ง ศัตรูที่ถูกยัยนั้นฆ่าตายไปส่วนมากจะถูกฟันเป็นชิ้นๆ ทั้งที่ยังวิ่งเข้าไปไม่ถึงตัวยัยนั้นเลย" ซอร์เนียร์พูดขึ้นมา

       "จะช้าอยู่ไม่ได้แล้ว เด็กสองคนกำลังตกอยู่ในอันตราย ลูซเต้คงจะเอาจริงขึ้นมาแน่ๆ เพราะในรายชื่อของเธอนั้นไม่มีกอร์ล่าอยู่ในหัวเลย คงกำลังคิดว่าเกมส์ครั้งนี้คงจะเอาชนะได้ยาก ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าเร็วเข้าเถอะค่ะ" เธียรตะโกนเสียงไปหาทุกคนที่กำลังวิ่งตามหลังมา

       "ค่ะ! , อ่า... , ได้เลย! " ทั้งสี่คนรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้ไปสมทบกับลูซเต้และซิลเวอร์ให้เร็วที่สุด



        ทางด้านลูซเต้กับซิลเวอร์ที่กำลังต่อสู้กับกอร์ล่าอยู่นั้น ทั้งสองฝ่ายได้สร้างความเสียหายให้กับสิ่งก่อสร้างรอบข้างและรั่วประตูทางออกของเมืองพังพินาศ กอร์ล่าที่ยืนขวางอยู่ประตูทางออกก็ไม่ขยับเท้าออกจากตรงที่เธอยืนอยู่เลยซักก้าวเดียว ส่วนลูซเต้กับซิลเวอร์ก็เริ่มที่เหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่ว่าลูซเต้ก็ยังยิ้มอยู่เหมือนกับว่าเกมส์นี้คงไม่ได้จบลงง่ายๆ แน่นอน

       "เกมส์ในครั้งนี้คือ จัดการกอร์ล่าแล้วรีบออกจากเมือง ก่อนแสงจันทร์จะหายไปสินะ แหม่ๆ~ มันช่างเป็นเกมส์ที่ยุ่งยากเอาเรื่องเลยนะเนี้ย" ลูซเต้พูดออกมาพร้อมกับแกว่งแขนตัวเองไปมา

       "พวกเราทั้งคู่จะต้องสู้กับเธอคนนี้ จนกว่าพวกมะม๊าจะมาสมทบกับพวกเราให้ได้ จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ ลูซเต้" ซิลเวอร์เดินมาจากข้างหลังลูซเต้และหยุดยืนอยู่ข้างๆ ทางขวามือของลูซเต้

       "ยอดเยี่ยมมาก! พวกเธอเป็นคู่ต่อสู้ของฉันคู่แรกที่ยังยืนอยู่ได้นานขนาดนี้และแถมยังเป็นเด็กอีกด้วย สงสัยฉันคงจะอ่อนข้อให้มากไปหน่อยเพราะเห็นว่าเป็นเด็กน่ะนะ" กอร์ล่าเริ่มขยับเท้าของตัวเองออกมาหนึ่งก้าวแล้วตั้งท่าดาบชี้ไปที่ลูซเต้ สายตาของเธอจ้องหน้าลูซเต้เขม็ง

       "โอ๊ะ!? สายตาแบบนั้นฉันกำลังรอคอยอยู่เลยล่ะ!" ลูซเต้ที่เห็นสายตาของกอร์ล่าที่เปลี่ยนไปและจ้องมาที่เธอ ลูซเต้ก็ได้ร่าย กรงจักรปีศาจ ออกมาค้างไว้ที่มือของเธอ เพื่อที่จะเตรียมเข้าไปปะทะ

       "คมดาบคลื่นเสียง Sonic Wave" กอร์ล่าได้พูดชื่อท่าออกมาแต่มือของเธอไม่ได้แกว่งดาบออกมาเลย แต่มีคลื่นสีม่วงที่กำลังพุ่งไปหาลูซเต้อย่างรวดเร็ว

       "ไม่ได้ตวัดดาบออกมา ยังงั้นเหรอ!?" ลูซเต้ได้ใช้กำไลรูปไข่ที่ติดกับข้อมือของเธอป้องกันคลื่นสีม่วงที่พุ่งเข้ามาจนทำให้กำไลทั้งสองข้างแตกกระจากออกและกระเด็นปลิวออกไป

       "อะไรน่ะ!? ทำไมถึงมีคลื่นสีม่วงออกมาจากกอร์ล่าล่ะ ทั้งที่เธอคนนั้นไม่ได้ตวัดดาบเลย เพียงแค่พูดชื่อท่าออกมา ก็ทำความเสียหายให้กับลูซเต้ได้แล้ว" ซิลเวอร์ถึงกับอึ้งที่ได้เห็นภาพที่กอร์ล่าโจมตีใส่ลูซเต้

       "เห๊อะ! นั้นคือเวลาตามจินตภาพยังไงล่ะ" ลูซเต้พูดออกมาและใช้มือถอดกำไลรูปไข่ที่ยังหลงเหลือจากการโดนโจมตีไปเมื่อกี้ออกที่ละข้างและเดินออกมาจากกลุ่มม่านควันที่เธอกระเด็นไปเมื่อกี้

       "โห๋~ โดนแค่ครั้งเดียว ก็มองออกแล้วเหรอเนี้ย" กอร์ล่าเก็บดาบไว้ที่ฝักดาบขนาดใหญ่ที่คาดไว้บนหลังของเธอ


        "เวลาตามจินตภาพน่ะนะ เป็นช่วงที่เป็นอิสระจากความจริงซึ่งไหลไปในทิศทางเดียวกัน กอร์ล่าสามารถเคลื่อนที่เร็วหรือช้าแล้วแต่ความต้องการของตัวเธอเอง หนักสุดเลยนะ ความเร็วเสียงเมื่อกี้นี้เกือบจะเหยียบเส้นขอบเขตของความเร็วแสงแล้ว ถ้ากอร์ล่าถึงขั้นนั้นล่ะก็อาจจะสามารถเดินทางไปอนาคตยังได้เลย" ลูซเต้อธิบายให้ซิลเวอร์ฟัง

        "งั้นก็แปลว่า ตอนที่คลื่นเสียงสีม่วงนั้นออกมานั้น กอร์ล่าตวัดดาบออกมานานแล้วยังงั้นเหรอคะ" ซิลเวอร์หันหน้าไปพูดกับลูซเต้

        "หัวไวดีนี่! ถูกต้องแล้วล่ะ แต่โชคดีสำหรับพวกเราที่กอร์ล่าทำได้แค่ตอนตวัดดาบเท่านั้น ถ้ายัยนั้นเคลื่อนที่แบบนั้นทั้งร่างกายล่ะก็ ช่วงที่เรากำลังยืนมองหน้ายัยนั้น ช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่พวกเรารู้สึก กอร์ล่าได้ใช้เวลานั้นฟันพวกเราเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วล่ะ" ลูซเต้พูดจบและแขนทั้งสองข้างของเธอก็เริ่มสั่นขึ้นมาทันที

         "การสังหารศัตรูโดยที่ร่างกายไม่ได้ขยับนั้น ทำให้เหมือนกับว่ามีมารจำนวนมากมาย ยืนล้อมรอบกอร์ล่าอยู่ตลอดเวลา นี่น่ะเหรอ ที่มาของฉายาอัศวินมาร" ซิลเวอร์มองดูหญิงสาวผมสีม่วงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า และก็คิดไว้ว่าหากเธอคนนั้นหยิบดาบออกมาเมื่อไหร่ ก็เท่ากับว่าเธอคนนั้นไปตวัดดาบไปนานแล้ว ขาของซิลเวอร์ก็เริ่มสั่นทันที

         "เอ้า! จะยืนนิ่งไปอีกนานมั้ยล่ะ รีบๆ บุกเข้ามาฉันซะสิ" กอร์ล่า กวักมือท้าทายลูซเต้กับซิลเวอร์ที่ยืนอยู่ข้างหน้า

         "ไม่ต้องกวักมือแบบนั้น ฉันก็จะเข้าไปอยู่แล้วล่ะน่า!!" ลูซเต้บินพุ่งตรงไปหากอร์ล่าอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่ากอร์ล่าจะไม่ได้ชักดาบออกมาจากด้านหลัง แต่เธอกำลังยืนกำหมัดรออยู่

          ช่วงเสี้ยววินาทีที่ลูซเต้กำลังพุ่งไปหากอร์ล่า หมัดของกอร์ล่าได้พุ่งเข้ามาชกเข้าไปที่หน้าของลูซเต้เข้าไปเต็มๆ หน้าอย่างช้าๆ แล้วเธอก็ได้วิ่งกลับไปยืนอยู่ที่ตำแหน่งเดิมที่หน้าประตูทางออกของเมือง ภาพที่ซิลเวอร์เห็นคือลูซเต้ที่กำลังบินพุ่งไปหากอร์ล่าอยู่ดีๆ เธอก็ตกลงไปกับพื้นเอง และพื้นก็แตกกระจายกลายเป็นหลุมทันที ซิลเวอร์จึงรีบวิ่งไปดูก็ได้เห็นลูซเต้นอนหมดสติจมกองเลือดเต็มไปหมด แถมแก้มขวาก็มีรอยที่ดูเหมือนกับว่าเธอเพิ่งถูกต่อยหน้าไปเมื่อกี้

         "อะไรน่ะ!? ไม่ใช่แค่แกว่งดาบอย่างเดียว แต่แขนและขาทั้งสองข้างก็มีความเร็วเหนือเสียงด้วยยังงั้นเหรอ?" ซิลเวอร์คิดแบบนั้น

         "แย่จังเลยแห๊ะ! ที่พุ่งออกไปต่อยเมื่อกี้ก็แค่ต่อยให้สลบแค่นั้นแหละ และเลือดพวกนั้นมันคืออ้วกของเราเอง เพราะกินเห็ดนั้นเข้าไปมันทำให้รู้สึกอยากอ้วกออกมาตลอดเวลาเลย นี่เรา...เผลอกินอะไรเข้าไปเนี้ย?" กอร์ล่าที่ยืนขวางประตูทางออกอยู่ ก็ยืนคิดอะไรบางอย่างและมือก็กำลังเช็ดปากของตัวเองอยู่

        "โหดร้ายเกินไปแล้วค่ะ! คุณกอร์ล่า! ฉันจะไม่ให้อภัยคุณ..." ซิลเวอร์ที่กำลังพูดออกไปนั้น ก็ถูกกอร์ล่าใช่สันมือสับไปที่ท้ายทอยของเธอจนหมดสติทันที แถมกับอ้วกของกอร์ล่าที่พ่นออกมาเป็นเลือดได้เลอะไปทั่วร่างของซิลเวอร์ที่นอนอยู่กับพื้น

        "ทำไมสภาพของสองคนนี้ถึงได้เป็นแบบนี้นะ ให้ตายเถอะ แบบนี้ฉันก็กลายเป็นฆาตกรฆ่าเด็กน่ะสิ" กอร์ล่าที่ยืนมองทั้งสองคนที่นอนจมกองเลือด(อ้วก)อยู่นั้น ตัวเธอเองก็ถึงกับทรุดลงทันทีแล้วก็อ้วกออกมาเป็นเลือดไม่หยุด

        เห็ดเลือดที่ทั้งสามคนกินเข้าไปนั้น ถ้าเกิดร่างกายที่ไม่ได้สูญเสียเลือดหรือร่างกายที่ปกติ ถ้าเผลอกินเห็ดนี้เข้าไปจะให้อัตราการสร้างเม็ดเลือดของร่างกายจะสร้างเลือดขึ้นมาอย่างฉับพลันและรวดเร็วมาก จนร่างกายรับไม่ไหวจนต้องถ่ายมันออกมา พูดง่ายๆ ก็คือ กลายเป็นคนเลือดเยอะนั้นเอง


        "นี่พวกเรามาช้าไปยังงั้นเหรอ!?" เธียร ไลเบียร ซอร์เนียร์ และทาร์อูเอเล่ ได้ยืนมองพื้นที่ ที่ลิลลี่กับซิปปี้ประจำอยู่นั้นกลายไปสภาพที่ดูไม่ได้เลย สิ่งก่อสร้างรอบข้างพังพินาศ พื้นดินที่มีแต่ล่องลอยการต่อสู้ เลือดที่กระจายตามพื้น ลูซเต้ก็นอนจมกองเลือด(อ้วก)อยู่ในหลุมส่วนซิลเวอร์ก็นอนคว้ำหน้าก็จมกองเลือด(อ้วก)ด้วยเช่นกัน

       "อ๊วก~! แค่ก! แค่ก!" กอร์ล่าที่กำลังอ้วกออกมาเป็นเลือด ก็ได้มองไปที่ทั้งสี่คนกำลังยืนมองมาที่เธอด้วยสายตาที่โมโหสุดๆ

       "เฮ้ ๆ ~ ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นกันล่ะ?" กอร์ล่าได้พูดออกไป แล้วทาร์อูเอเล่ก็ลอยพุ่งไปหาเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับถือหอกโกลาหลเล็งไปที่หน้า สายตาของทาร์อูเอเล่ที่จ้องไปกอร์ล่าได้กลายเป็นสายตาของมังกรทะเลทันที

        แกร๊ก!  กอร์ล่าได้ใช้มือขวาดึงดาบออกมาปัดหอกของทาร์อูเอเล่แล้วพยายามใช้มือซ้ายเพื่อที่จะต่อยหน้าทาร์อูเอเล่ แต่ก็ถูกซอร์เนียร์ที่วิ่งตามหลังมาได้ใช้แขนกลจับมือซ้ายเอาไว้ สายตาของซอร์เนียร์ที่จากเดิมเป็นสีฟ้าเข้มก็กลายเป็นสีแดงแล้วก็ค่อยๆ ส่องแสงออกมา

       "ยัยหัวแดง มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย? อ๊อก!?" สายตาของกอร์ล่าที่กำลังมองไปที่ซอร์เนียร์อยู่นั้น ก็ถูกเข่าของทาร์อูเอเล่เข้าไปที่หน้าเต็มๆ จนกระเด็นปลิวออกห่างจากประตูทางออกของเมือง

       "เธียร ไลเบียร พวกเธอรีบไปดูอาการของสองคนนั้นเร็วเข้า! เดี๋ยวพวกเราสองคนจะจัดการกอร์ล่าเอง!" ซอร์เนียร์ตะโกนเสียงไปหาเธียรกับไลเบียรที่ยืนดูอยู่ด้านหลังให้รีบวิ่งไปดูทั้งสองคนทันที

       "ค่ะ! , เข้าใจแล้วค่ะ!" เธียรรีบวิ่งตรงไปหาซิลเวอร์ที่นอนคว้ำหน้าอยู่ ส่วนไลเบียรก็วิ่งไปหาลูซเต้ที่นอนสลบอยู่ในหลุม

       "ลำดับที่ 3 กับ 4 โจมตีคู่กันแบบนี้ หาดูได้ยากนะเนี้ย" กอร์ล่าเดินออกมาจากเศษซากกำแพงที่ตัวเองปลิวมากระแทก แล้วเดินถือดาบออกมาแล้วตรงไปหา ซอร์เนียร์ กับ ทาร์อูเอเล่ ที่กำลังตั้งท่าสู้รออยู่

      "อะไรน่ะ? เมื่อกี้โดนเข่าของฉันเข้าไปเต็มๆ หน้าแล้วนี่นา ทำไมถึงไม่มีรอยช้ำที่หน้าเลยล่ะ" ทาร์อูเอเล่สงสัยแล้วหันหน้าไปหาซอร์เนียร์

      "ยัยนั้นอ่านการโจมตีออกน่ะสิ ตอนที่เธอใช้เข่าไปนั้นมันก็โดนหน้าอยู่หรอกนะ แต่ช่วงเสี้ยววินาทียัยนั้นกำลังจะโดนเข่านั้น ก็เอนหลังลงไป เพื่อที่จะลดการโจมตีที่จะเข้าไปปะทะนั้นจากหนักกลายเป็นเบา และแกล้งทำเป็นปลิวเพื่อที่จะสะบัดพวกเราออกไปยังไงล่ะ" ซอร์เนียร์อธิบายให้ทาร์อูเอเล่ฟัง

      "แล้วเลือดที่ไหลออกมาจากปากนั้นมันอะไรน่ะ มันไหลออกมาไม่หยุดเลย" ทาร์อูเอเล่ชี้นิ้วไปที่ปากของกอร์ล่าที่เลือดกำลังไหลออกมาไม่หยุด

      "หืม? งั้นก็แปลว่ายัยนั้นอาจจะถูกลูซเต้ต่อยเข้าไป จนช้ำในยังงั้นสินะ งั้นก็ดีเลยสิแบบนี้ ยัยนั้นจะได้เสียเลือดไปมากๆ อีกเดี๋ยวก็จะออกอาการหน้ามืดขึ้นมาเอง" ซอร์เนียร์คิดแบบนั้น แต่ว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นมันไม่ใช่เลยซักนิด แค่เลือด(อ้วก)ไหลออกมาจากปากตลอดเวลาแค่นั้น และไม่มีอาการหน้ามืดด้วย ร่างกายก็ยังฟิตเต็มร้อย

       "เชอะ! เลือดพวกนี้มันชักทำให้ฉันรู้สึกรำคาญสุดๆ เลย สงสัยเราต้องรีบใช้สิ่งนั้นจัดการกับยัยสองคนนี้ให้เร็วที่สุดซะแล้วสิ" กอร์ล่าได้ถอดที่คาดผมที่มีรูปกางเขนสีเงินออก แล้วเอาไปสวมใส่ที่ดาบทันที

       "อะไรน่ะ!? , ยัยนั้นกำลังทำอะไร? " ซอร์เนียร์กับทาร์อูเอเล่ เห็นกอร์ล่ากำลังทำอะไรบางแล้วก็ได้ยกดาบขึ้นไปชี้ที่ดวงจันทร์

       "คู่ต่อสู้เป็นถึงกลุ่มสมาชิกด้วยกันแบบนี้ คงต้องใช้มันแล้วสินะ The Blades of the Rose Cross"

       "คมดาบความเร็วเสียงขั้นสูงสุด Grollschwert! (เสียงกระซิบของยมฑูต)"

       ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง ชิ๊ง เสียงของมีคมที่กำลังกระทบกับพื้นได้ดังขึ้นมาทั่วทุกทิศทาง ซอร์เนียร์กับทาร์อูเอเล่ มองหาต้นตอของเสียง แต่มองหายังไงก็มองไม่เห็นและพื้นดินก็มีรอยฟันเต็มพื้นมากมาย แล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆ เข้าใกล้ทั้งสองคน กอร์ล่าได้ใช้โอกาสนั้นที่ทั้งสองคนกำลังมองหาเสียงอยู่ก็พุ่งเข้าไปโจมตีทาร์อูเอเล่ทันที


        แกร๊ก!

"แหม่~ คิดว่าพลังแบบนั้นจะน่ากลัวซะอีก ที่แท้เอาไว้หลอกพวกเรายังงั้นสินะคะ?" ทาร์อูเอเล่ใช้หอกรับคมดาบของกอร์ล่าได้ แล้วกำลังจะร่ายคาถา พายุมังกรวารี ที่จะโจมตีสวนกลับ ช่วงที่กำลังร่ายคาถาอยู่นั้นเลือดที่หลังของทาร์อูเอเล่ก็พุ่งออกมาเหมือนมีคนมาฟันจากด้านหลัง พอเธอหันหลังไปมองก็ไม่มีใครอยู่ด้านหลังเลยด้วยซ้ำ

      "อั๊ก!! อะไร..น่ะ.."

      "หึ! 'เสียงกระซิบของยมฑูต' จะคอยโจมตีอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าคมดาบนั้นจะไปฟันอยู่ส่วนไหนอยู่ของพื้นทีนี้เท่านั้นเอง เธอนี่โชคดีมากเลยนะที่หันหลังมาหาฉันน่ะ ถ้าเธอไม่หันมาล่ะก็ หัวของเธอหลุดออกจากบ่าไปแล้ว" กอร์ล่าได้ยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของทาร์อูเอเล่

      "ทาร์อูเอเล่!! โอ๊ย!?" ซอร์เนียร์ที่กำลังจะวิ่งไปช่วยก็ถูกคมดาบที่มองไม่เห็นฟันไปที่ต้นขาแล้วล้มลงทันที

      "เอาล่ะ หลับให้สบายนะ มังกรฟ้าแห่งท้องทะเล" กอร์ล่าได้จับหัวของทาร์อูเอเล่ฟาดไปที่พื้นอย่างรุนแรง ความรุนแรงนั้นทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาไปทั่ว ช่วงที่กอร์ล่ากำลังเอาครายมือออก ก็ได้พ่นเลือดออกมาใส่หัวของทาร์อูเอเล่ทันที

      "ชิ! อีกแล้วเหรอเนี้ย ภาพแบบนี้มันสยองเกินไปแล้ว ฉันก็แค่ทำให้สลบแค่นั้นเอง" กอร์ล่าคิดหนักกับภาพที่เธอได้ทำลงโดยไม่ได้ตั้งใจ

       ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายออกมาค่อยๆ จางหายไป ทำให้ซอร์เนียร์ได้สภาพของทาร์อูเอเล่ นอนคว้ำหน้าและเลือดไหลออกมาจากหัวอย่างช้าๆ ซึ่งทำให้ซอร์เนียร์คิดว่าแรงอัดกระแทกนั้นต้องรุนแรงมากแน่ๆ

      "ยัยบ้าเอ๊ย! ฉันจะฆ่าแก!" ซอร์เนียร์รีบลุกขึ้นมาและเปลียนแขนกลให้เป็นดาบ แล้ววิ่งเข้าไปหากอร์ล่าทันที

      "โอ๊ะโอ๋~!? ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี้ยว่าเธอเองก็เคยเรียนวิชาการใช้ดาบมาด้วย" กอร์ล่าที่กำลังเช็ดปากอยู่ ก็ได้ชี้ดาบไปที่ซอร์เนียร์และจ้องไปที่แขนกลนั้นทันที

       คมดาบคลื่นเสียง Sonic Wave
คลื่นแสงสีม่วงได้พุ่งเข้าไปหาซอร์เนียร์อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้เล็งไปที่แขนกลพร้อมกับคมดาบที่มองไม่เห็น แต่กอร์ล่าสามารถมองเห็นคมดาบที่มองไม่เห็นนั้นกำลังจะไปฟันที่แขนกลของซอร์เนียร์จากด้านหลังด้วยเช่นกัน

"ขอแค่ทำลายแขนกลนั้นได้ ก็ชนะเธอได้แล้ว ซอร์เนียร์"กอร์ล่าได้พูดออกมา

      "เธอคิดแบบนั้นเหรอ?" ซอร์เนียร์ถอดแขนกลออกแล้วพุ่งเข้ามาหากอร์ล่าทันที

      "อะไรน่ะ!?" กอร์ล่าที่กำลังมองคลืนเสียงสีม่วงกับคมดาบที่มองไม่เห็นที่กำลังไปทำลายแขนกลอยู่นั้น ซอร์เนียร์ก็เข้ามาอยู่ตรงหน้าใกล้ๆ แถมได้ใช้แขนซ้ายธรรมดาของตัวเองต่อยเข้าไปที่หน้าของกอร์ล่าเต็มๆ จนกระเด็นปลิวไปที เธียรกับไลเบียรที่กำลังดูอาการของเด็กทั้งสองคนอยู่

      "เธียร! รับเจ้าไป! แล้วใช้พลังนั้นจัดการยัยนั้นเลย!" ซอร์เนียร์ได้คว้างหอกโกลาหลไปให้เธียรซึ่งได้ไปถึงก่อนที่กอร์ล่ากำลังจะปลิวไปถึง


       เธียรที่รับหอกได้ ก็ได้เห็นวิธีการใช้เวทย์ของ The Blades of the Rose Cross ของทาร์อูเอเล่
       Leviathan (เสาเข็มหมุดมหาสมุทร)
เสาน้ำได้พุ่งขึ้นมาจากดินทันที พลังของทาร์อูเอเล่ที่เธียรเป็นคนใช้จะไม่มีพลังในการดูดศัตรูเข้า แต่พลังทำลายของเสาน้ำรุนแรงกว่าของทาร์อูเอเล่เป็น 2 เท่า กอร์ล่าก็ได้ปลิวเข้าไปข้างเสาน้ำที่เธียรเรียกขึ้นมา

       "เป็นไปไม่ได้ เพียงแค่ได้จับ The Blades of the Rose Cross ของคนอื่นก็สามารถใช้ได้เลยยังงั้นเหรอ!?" กอร์ล่าที่เข้าไปในเสาน้ำพยายามใช้ คมดาบคลื่นเสียง ฟันเสาน้ำเพื่อที่จะออกไป แต่ก็ไม่เป็นผล แรงอัดของเสาน้ำที่รุนแรงได้อัดกอร์ล่าปลิวขึ้นไปบนฟ้าและดาบก็ได้หลุดออกจากมือของเธอ

       "เธียร! ทำลายดาบเล่มนั้นซะ" ซอร์เนียร์ตะโกนไปหาเธียร

        "ได้เลยค่ะ! ซีลิคอาวิล(กระสุนปืนใหญ่แห่งแสง)" เธียรได้ยิงขึ้นไปทันที กระสุนปืนใหญ่แห่งแสงได้พุ่งไปทำลายดาบของกอร์ล่าแตกกระจาย และทะลุพุ่งไปหากอร์ล่าอีกครั้ง จนทำให้เกิดแสงระเบิดจ๊าขึ้นมาเหมือนเป็นดอกไม้ไฟ ร่างของกอร์ล่าก็ได้ตกลงมาที่พื้นและหมดสติไป

       "ชนะแล้ว...ยังงั้นเหรอ?" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาดูจุดที่กอร์ล่าตกลงมา ซึ่งสภาพของเธอนอนหงายและเลือดก็ไหลออกมาจากปากไม่หยุด

       "อ๊ะ...มะม๊า?" ซิลเวอร์เริ่มได้สติขึ้นมา

       "เฮ้ย!? ฉันยังไม่แพ้นะ กลับมาสู้กับฉันอีกเซ่!?" ลูซเต้ก็เริ่มได้สติขึ้นมา แล้วยืนมือชกขึ้นฟ้าแต่หมัดของเธอไปเสยคางของไลเบียรจนหงายหลังทันที

       "อ๊ะ...อ้าว? นี่มันยังไงกันเนี้ย ทำไมพวกเธอสองคนดูแข็งแรงปกติดีอยู่ล่ะ แล้วเลือดที่เลอะพวกเธออยู่นั้นมันอะไรกัน" เธียรพูดขึ้นมาและทำสีหน้างงๆ

       "อี๋~! เลือดจริงๆ ขยะแขยงอ่า~!" ลูซเต้พยายามเช็ดเลือดออก

       "โอ๊ย~! เจ็บหัวจังเลนค่ะ กรี๊ด~! เลือด! นี่ฉันหัวแตกขนาดนี้เลยเหรอ!?" ทาร์อูเอเล่เดินเข้ามาหากลุ่มพวกเธียรและเลือดก็เต็มหัวไปหมด

       "อ้าว!? พวกเธอทำอะไรกันอยู่น่ะ?" ลิลลี่บินเข้ามาหากลุ่มพวกเธียรในสภาพโป๊

       "ลิลลี่! นี่เธอยังไม่ตาย ฉันดีใจมากเลย!" เธียรจับลิลลี่เข้ามากอด

       "ทำอะไรน่ะเธียร ฉันหายใจไม่ออกนะ!"

       "แล้วนี่มันอะไรกันคะเนี้ย และลอยเลือดพวกนี้มันคืออะไรกัน?" ไลเบียรเดินมาถามลิลลี่พร้อมกับมือที่กำลังลูบคางตัวเอง

       "อ๊าวว!! เกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนั้นน่ะครับ!!" ซิ้ปปี้ที่ได้สติขึ้นมา ไปเห็นกอร์ล่านอนสลบอยู่และเลือดก็ไหลออกจากปากอยู่เรื่อยๆ

       "สงสัยพวกเธอคงจะกินเห็ดเลือดเข้าไปน่ะ..." เสียงปริศนาได้ดังขึ้นมาจากบนยอดหลังคา ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา จนทำให้ทุกคนที่อยู่ได้ล่างหันหน้าขึ้นมามองทันที

       "เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครงั้นเหรอคะ?" ไลเบียรได้เป็นฝ่ายถามก่อน และทุกคนก็เตรียมท่าที่จะสู้

       "แหม่~ ตายจริง คำพูดช่างสุภาพจังเลยนะ ไลเบียรเนี้ย~ งั้นขอฉันแนะนำตัวนะ ฉันชื่อ..."

       "เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ? คุณหัวหน้าของกลุ่ม RKS ชีเซลล์ เมลสตรอม" ซอร์เนียร์ได้พูดแทรกเข้าไป

       "หะ..หัวหน้าของกลุ่ม RKS ยังงั้นเหรอคะ!?" เธียร ไลเบียร และลูซเต้ ที่ไม่ได้เข้าไปรวมพลเมื่อคราวก่อนจึงไม่ทราบว่าหัวหน้ากลุ่มเป็นใคร สายตาของเธียรได้มองเห็นออร่าสีเขียวที่กำลังไหลผ่านออกจากร่างผู้หญิงคนนั้นเป็นรูปนาฬิกาอยู่ด้านหลังของเธอคนนั้น ซึ่งได้บอกขึ้นมาในใจว่า ผู้หญิงที่ชื่อ ชีเซลล์ เมลสตรอม คนนี้อันตรายสุดๆ

       "แหม่ คูณซอร์เนียร์ยังนิสัยเสียไม่เปลี่ยนเลยนะคะเนี้ย มาพูดแทรกก่อนฉันจะแนะนำตัวแบบนี้ อุ๊ย แขนนั้น? คุณน่าจะเสียแขนซ้ายไปเมื่อตอนยังเด็กๆ ไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

       "พอดีเพื่อนรักของฉันเค้ามีพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้น่ะ" ซอร์เนียร์ตอบกลับแล้วก็ได้หยิบระเบิดขึ้นมาจากเข็มขัดด้านหลัง

       "นายหญิงชีเซลล์ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้..." ทาร์อูเอเล่ที่มองขึ้นไปก็เริ่มตัวสั่นทันที

       "อุ๊ย! ตัดสินใจไปอยู่กับพวกนั้นแล้วสินะ คุณทาร์อูเอเล่" ชีเซลล์เหลือบตาไปมองทาร์อูเอเล่

       "ชะ...ใช่ค่ะ เพราะว่าดันไปแพ้กับคนในกลุ่มกบฎที่ซอร์เนียร์ไว้ใจที่สุดยังไงล่ะคะ"

       "แต่ว่าจะดีเหรอ คุณเองก็จะรู้นี่ ว่าพวกเราเหล่าจอมเวทย์กำลังจะทำสงครามกับจักรวรรดิอีกครั้งน่ะ แต่คุณได้ไปเข้ากลุ่มนักโทษกบฎ
เพราะฉะนั้นจะไม่ยอมยกโทษให้กับคนทรยศเด็ดขาดเลยนะ"


       "เพราะฉันติดนิสัยมาจากซอร์เนียร์น่ะ ถึงได้หักหลังได้อย่างสบายๆ ไงคะ"


       "ว๊ะ ฮะ ฮ่ะ ฮ่า อุตสาห์ต่อยหน้ายัยนี้ แล้วดึงเข้ามาในกลุ่มได้แบบนี้ ไม่ยอมให้กลับไปหรอกนะ จะขอช่วยทาร์อูเอเล่แล้วกัน" ลูซเต้เดินเข้ามาบังทาร์อูเอเล่ และกำหมัดชี้ไปที่ชีเซลล์

      "เฮ้อ~ จริงๆ ฉันก็อยากจะจัดการพวกเธอทุุกคนอยู่หรอกนะ แต่ฉันแค่มารับคนที่นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น" ชีเซลล์ได้ชี้ไปที่กอร์ล่า ซึ่งกำลังนอนหมดสติอยู่ เสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังหันหน้าไปมองกอร์ล่าที่กำลังนอนหมดสติอยู่นั้น ก็ได้เห็นชีเซลล์ยืนแบบกอร์ล่าอยู่ที่ไหล่ของเธอ

      "เอ๊ะ!? อะไรกันเนี้ย ยัยนี้ลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ลูซเต้ตกใจกับภาพที่เธอเห็น

      "เมื่อกี้เธอยังอยู่บนหลังคาอยู่เลยนี่คะ!?" ไลเบียรพูดขึ้นมา

      "ความสามารถของนายหญิงไม่มีใครรู้เลยว่ามันคืออะไร มีแต่ ฟลูเดียร เท่านั้นทีรู้ เพราะเธอคนนั้นเคยต่อสู้กับนายหญิงมาแล้วครั้งหนึ่งและพ่ายแพ้นายหญิงไปในที่สุด" ทาร์อูเอเล่อธิบายให้ทุกคนฟัง


      "ผู้หญิงคนนี้ ขนาดพี่ฟลูเดียรที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เก่งที่สุดในกลุ่ม RKS ก็ยังเอาชนะเธอคนนี้ไม่ได้ มันน่าจะเป็นยังงั้นจริงๆ เพราะภาพที่เราเห็นจากผู้หญิงคนนี้มันเป็นรูปกลไกต่างๆ มากมายเลย มันคืออะไรกันแน่" เธียรยืนนิ่งและเหงือก็ไหลออกมาจากใบหน้า


      "นี่!? พวกเธอน่ะ จะมองฉันไปถึงไม่ไหร่กันน่ะ ถ้าไม่รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวก็หายไปพร้อมกับเมืองนี้หรอกนะ" ชีเซลล์ชี้ไปที่ด้านหลังของของกลุ่มพวกเธียร ทุกคนได้หันหลังไปมองก็ได้เห็นว่าเมืองผีแห่งนี้กำลังจะหายไป ทั้งที่แสงของดวงจันทร์ยังส่องอยู่ แล้วพอหันกลับไป
ชีเซลล์ที่แบกกอร์ล่าอยู่ ก็ไม่อยู่แล้ว ทุกคนจึงรีบวิ่งออกจากเมืองผีแห่งนี้ทันที ตำนาน Ghost Town in the Moonlight ก็ได้ถูกทำลายและหายไปตลอดกาล


      "แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เกือบออกมาไม่ทันซะแล้วสิ" ไลเบียรนั่งลงกับพื้นทันทีและหันไปมองเมืองที่หายไป และภาพที่เธอเห็นเป็นเพียงแค่ลานกว้างกลางหุบเขาปกติ


      "น่ากลัวจังเลย ซอร์เนียร์จ๋า~" ทาร์อูเอเล่วิ่งไปหาซอร์เนียร์ แต่ก็ถูกซอร์เนียร์จับทุ่มท่าสะพานโค้งทันที


      "สงสัยฉันต้องไปฝึกป้องกันยัยนี้ตอนพุ่งมากอดแล้วมั่งเนี้ย" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาหาซิลเวอร์และลูซเต้เพื่อจะมาดูอาการ และปล่อยให้ทาร์อูเอเล่นอนยิ้มแบบมีความสุขไป


       "เป็นอะไรมากมั้ย ซิลเวอร์ไม่เจ็บตรงไหนนะ?" เธียรที่กำลังใช้พลังรักษาอยู่ได้ถามขึ้นมา


       "ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ มะม๊า แค่ถูกคุณกอร์ล่าใช้สันมือตีที่ท้ายทอยจนหมดสติน่ะค่ะ" ซิลเวอร์ตอบกลับและยิ้มให้


       "เอ๋?~ ลูซเต้ นี่เธอแพ้กอร์ล่ามายังงั้นเหรอ แบบนี้ฉันจะได้โล่งใจซะที ที่จะไม่ได้โดนเธอหมายหัวอยู่คนเดียวแล้วสิ คริ คริ" เธียรหันหน้าไปพูดกับลูซเต้


       "หนวกหูเฟ๊ย!! ยัยนั้นน่ะ ฉันจะชนะยัยนั้นให้ได้เลย แล้วก็จะกลับมาคิดบัญชีกับเธอ เธียร!"


       "จ๊า จ๊า . . ." เธียรโบกมือให้ลูซเต้แถมแสยะยิ้มให้อีก


       "จะว่าไปแล้วเลือดที่ติดตามร่างกายพวกเธอนี่มันหมายความว่าไง แล้วที่ชีเซลล์พูดขึ้นมาว่าเผลอไปกินเห็ดเลือดนี่ มันอะไรกันน่ะ?" ซอร์เนียร์นั่งลงกับพื้นแล้วหันไปถามลูซเต้กับซิลเวอร์


       "เอ่อ...คือว่า" ลิลลี่บินมานั่งบนไหล่ของเธียรและพูดแทรกเข้ามา


       "หืม?" ซอร์เนียร์หันหน้าไปมองลิลลี่


       "คือ...พวกเรากำลังนั่งย่างเห็ดกินแล้วก็มีผู้หญิงผมสีม่วงคนนั้นก็มานั่งย่างเห็ดกับพวกเราด้วย"
            
       "กอร์ล่าเนี้ยนะ มานั่งกินเห็ดย่างกับพวกหล่อนด้วยน่ะ นี่หล่อนให้ศัตรูมานั่งด้วยยังงั้นเหรอ" ซอร์เนียร์ตะคอกใส่ลิลลี่

       "เอาน่าๆ ยังไงก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ ที่กอร์ล่าไม่รู้ว่าพวกลิลลี่เป็นศัตรูน่ะค่ะ" ไลเบียรเดินมาห้ามซอร์เนียร์

       "เฮ้อ~ นี่เห็นแก่ไลเบียรนะ เอ้า! ลองเล่าต่ออีกซิ!?"

       "หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งดูพระจันทร์เต็มดวงด้วยกัน แล้วรู้สึกเบื่อๆ ก็เลยเผลอหยิบระเบิดพลุขึ้นมาจุดทั้งสองลูก"

        "อืม..."

        "พอพวกเราจุดพลุไฟเสร็จ ผู้หญิงคนนั้นได้หยิบเห็ดที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน ออกมาจากกระเป๋าแล้วก็เอามาย่างกิน พวกเราก็เลยขอให้เธอแบ่งเห็ดอันนั้นให้พวกเรากินด้วย"

        "อ่า...เห็ดนั้นน่าจะเป็นเห็ดเลือดอย่างที่ชีเซลล์บอกเมื่อกี้สินะ แล้วไงต่อ?"

        "พอพวกเรากินเข้าไปแล้ว มันก็อร่อยอยู่หรอกนะ แต่เวลาผ่านไปสักพักพวกเราก็อ้วกออกมาใส่หน้ากัน แต่ว่าอ้วกที่พวกเราพ่นออกมามันเป็นเลือด ฉันก็เลยรีบถอดเสื้อทันทีและผู้หญิงคนนั้นก็ชี้ให้ฉันไปล้างตัวที่บ่อน้ำเก่าๆ"

        "ตอนที่เธอไปล้างตัวอยู่นั้นพวกลูซเต้กับซิลเวอร์ก็มาถึงสินะและก็ได้เห็นเสื้อของเธอที่เปื้อนเลือดตกอยู่ จนต้องไปสู้กับยัยนั้นเข้าสินะ อ้วก? เลือด? งั้นเรอะ?" :ซอร์เนียร์เริ่มสงสัยขึ้นมา

        "เห็ดเลือดถ้าคนไหนกินเข้าไป มันจะทำให้ของเหลวทุกอย่างในร่างกายกลายเป็นเลือดชั่วขณะ มันเอาไว้สำหรับคนที่เสียเลือดมาก ถ้าคนที่มีร่างกายปกติกินเข้าไป ก็จะอ้วกออกมาทันทีเพราะร่างกายนั้นได้สร้างเม็ดเลือดอย่างรวดเร็ว จนทำให้คนๆ นั้นมีเลือดในร่างกายเยอะเกินไปน่ะค่ะ" ไลเบียรอธิบายให้ทุกคนฟัง

       "มิน่าล่ะ ทำยัยนั้นระหว่างที่ต่อสู้ ถึงมีเลือดไหลออกจากปากตลอด งั้นก็แปลว่าพวก ลูซเต้ ซิลเวอร์ และทาร์อูเอเล่ ที่ถูกเล่นงานนั้นก็แค่ถูกทำให้สลบและถูกยัยนั้นอ้วกใส่เพื่อทำให้เหมือนว่าถูกเล่นงานจนสาหัสอย่างนั้นสินะ" ซอร์เนียร์ที่นั่งฟังพอจะเข้าใจขึ้นมา

        "กรี๊ด~! งั้นก็แปลว่าเลือดที่อยู่บนหัวฉันคืออ้วกยังงั้นเหรอ!? อี๋~ ขยะแขยงที่ซู๊ด~~~!" ทาร์อูเอเล่ที่นอนนิ่งอยู่ ก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่บ่อน้ำที่ตัวเองเป็นทำขึ้นมาทันที

       "มะ...มะม๊า~" ซิลเวอร์เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเธียรพร้อมกับน้ำตา

       "โอ๋ โอ๋ อย่าร้องน้า เดี๋ยวมะม๊าจะเช็ดออกให้เดี๋ยวนี้แหละ" เธียรหยิบเช็ดหน้ามาแล้วเช็ดไปที่หน้าของซิลเวอร์

       "แล้วหล่อนล่ะ ไม่เช็ดอ้วกพวกนั้นออกเหรอ ยัยเตี๊ย!" ซอร์เนียร์หันหน้าไปถามลูซเต้

       "เลือดพวกนี้ ก็เปรียบเสมือนการที่ได้เล่นเกมส์ต่อสู้! ฉันจะไม่ยอมแพ้ยัยนั้นเด็ดขาด!" ลูซเต้ได้ยืนบนโขดหินและยืนพูดอยู่คนเดียว

       "พูดกับยัยนี้แล้วปวดหัวชะมัด~"

        "จะว่าไป ลิลลี่กับซิ้ปปี้ ไม่เป็นไรแล้วเหรอ พวกเธอกินเห็ดนั้นเข้าไปนี่นา" ไลเบียรหันหน้าไปถามลิลลี่กับซิ้ปปี้

         "พวกเรากินเข้าไปแค่นิดเดียวเองนะครับ ส่วนผู้หญิงคนนั้นท่าทางจะหิวมากๆ เธอกินเห็ดที่ผมขนมาจนหมดเกลี้ยง และเห็ดเลือดที่ว่านั้นเธอเองก็กินซะคำโตเลยครับ" ซิ้ปปี้เดินเข้ามาตอบแทนลิลลี่

         "แห๊ะ แห๊ะ รู้สึกเป็นห่วงคุณกอร์ล่า ขึ้นมาแล้วสิคะ..."



          "อ๊วกกกกก~!! แค่ก แค่ก อ๊วกกกก~!!" กอร์ล่าที่กำลังเดินอยู่ในปราสาทเซฟเฟี้ยน ก็ได้พ่นอ้วกที่เป็นเลือดออกไปซะทั่วปราสาท และคนที่เดินผ่านไปมาก็พยายามเดินห่างจากเธอให้ใกล้ที่สุด

          "ท่านกราฟ เซฟเฟี้ยน ถึงแม้จะเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็จริง แต่เค้าคนนั้นก็เป็นราชาแวมไพร์ กอร์ล่าที่เดินไปมาในปราสาทก็พ่นเลือดออกมาไปซะทั่วปราสาทแบบนี้ มันก็เท่ากับว่าสร้างความน่าเกรงขามให้กับปราสาทแห่งนี้เข้าให้แล้วสิ" ชีเซลล์ยืนถือร่มอยู่ในปราสาทและมองดูกอร์ล่าที่กำลังเดินพ่นเลือดอยู่ต่อไป


      โอ๊ะ~! ภาพปราสาทที่ข้าใฝ่ฝันมานาน ใครเป็นคนทำกันนะ ฟลูเดียร เธอช่วยไปให้รางวัลกับคนทำผลงานนี้ทีซิ! \(*o*)/

      ค่ะ... (-_-๊)






To Be Continued.





schwer___rosenkreuzstilette_by_drawing393-d9b3vxk.jpg


ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-10-2018 08:01 , Processed in 0.040617 second(s), 18 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th