เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 481|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 30-11-2015 05:40:07 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 30-1-2016 14:59



Rosenkreuzstilette บทที่ 14




Ghost Town in the Moonlight




(บทแรก)




           
          คืนก่อนพระจันทร์เต็มดวง แสงของดวงจันทร์ได้ส่องแสงไปทั่วทุกที่ ได้มีรถกวียนของพ่อค้าที่กำลังเดินทางไปปราสาทเซฟเฟี้ยน ได้วิ่งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ลานกว้างของหุบเขาภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา ซึ่งมีหนึ่งคนที่นั่งบังคับม้าอยู่ข้างนอกและอีกสามคนนั่งอยู่ข้างในรถเกวียน            

           "เฮ้อ~! ทำไมต้องรีบไปส่งของที่ปราสาทเซฟเฟี้ยนตอนกลางคืนด้วยน้า" เสียงของชายที่นั่งอยู่ข้างในเกวียนสินค้าได้พูดขึ้นมา

           "เอาน่า~ เพราะพวกเราได้รับคำสั่งมาว่าให้รีบขนส่งสินค้า และต้องไปที่นั้นโดยด่วนก่อนที่พระจันทร์จะเต็มดวง" คนที่บังคับม้าได้ตะโกนเสียงเข้ามาข้างในเกวียน และเหลือบตาไปมองคนนั่งอยู่ท้ายเกวียนซึ่งเป็นหญิงสาวผมสีม่วงนั่งมองดูพระจันทร์อยู่เงียบๆ

           "ทำไมต้องก่อนพระจันทร์เต็มดวงล่ะ?"

           "ไม่รู้สิ อ๊ะ! เราเข้ามาอยู่ในเมืองกันตอนไหนล่ะเนี้ย?" คนที่นั่งบังคับม้าตอบกลับแล้วก็ตกใจกับภาพที่เค้าเห็นเป็นเมืองเล็กๆ และมีหมอกสีขาวหนาค่อยๆ ลอยออกมาจากบ้านแต่ล่ะหลัง

           "แปลกจังเลยแห๊ะ? ทำไมที่กลางภูเขาแห่งนี้ถึงมีเมืองล่ะ ไม่เคยมีในแผนที่เลยนี่นา อ๊ะ!? มีคนด้วยนี่นา ทำไมคนพวกนั้นถึงไม่สนใจพวกเราเลยล่ะ" ชายคนที่สองที่นั่งอยู่ข้างในเกวียนได้ยื่นหน้าออกมาดูข้างนอกเกวียน และมองไปรอบๆเมือง


           "เออว่ะ!? คนพวกนั้นยืนแน่นิ่งอยู่ตลอดเลย ข้างในบ้านก็จุดเทียนไฟกันอยู่นี่นา แต่ทำไมแสงเทียนถึงเป็นสีม่วงล่ะ?"

           "เคยได้ยินข่าวลือเรื่อง เมืองผี กันบ้างมั้ยวะ"

           "เฮ้ยไอ้บ้า เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์มาเล่าอีกเหรอวะ!"

           "ฉันได้ยินมาจากพ่อค้าคนอื่นๆ ที่ได้เดินทางผ่านลานกว้างหุบเขาแห่งนี้ แล้วไปเจอเมืองที่ปรากฎออกมาภายใต้แสงจันทร์ และหลังจากนั้นพวกเค้าได้หยุดเกวียนรถม้าเพื่อที่จะพักผ่อน ทุกอย่างมันก็ดูปกติทุกอย่างนะ มีคนมาคอยต้อนรับและให้ที่พักผ่อนแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไรเลยแต่คนพวกนั้นกับไม่พูดอะไรเลยได้แต่ยิ้มให้อย่างเดียว พอถึงรุ่งเช้ากลุ่มพ่อค้าพวกนั้นก็ตื่นขึ้นมาและก็มองไปรอบๆ พวกนั้นถึงกับช็อกมาก เมืองทั้งเมืองหายไป สายตาที่มองเห็นมีแต่พื้นที่ลานกว้างทั้งนั้นแล้วก็มองลงไปที่ที่ตัวเองกำลังนอนอยู่ก็กลายเป็นว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นดิน หมอนที่นอนก็กลายเป็นก้อนหิน ผ้าห่มก็กลายเป็นเศษใบไม้แห้งๆ พวกนั้นต่างพากันกลัวแล้วรีบขึ้นเกวียนรถม้าแล้วหนีไปจากที่แห่งนั้นทันทีและไม่กล้าผ่านมาที่นี่อีกเลย"

          "เรื่องที่แกเล่ามา มันก็แค่ข่าวลือน่ะนะ จริงมั้ยพี่สาว..." ชายอีกคนที่นั่งฟังได้หันหน้าไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ท้ายเกวียน

          "ช่วยหยุดรถเกวียนทีสิ..." หญิงสาวพูดขึ้นมาและรถเกวียนก็หยุดทันที เธอเดินลงมาจากเกวียนแล้วเดินตรงเข้าไปในเมือง     

          "อ๊ะ!? พี่สาวจะไปไหนน่ะ?" ชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในเกวียนได้ยื่นหัวออกมาจากเกวียนพร้อมกัน

          "สงสัยเธอจะมีธุระที่เมืองนี้ล่ะมั้ง? เพราะเธอขอโดยสารมาด้วยระหว่างทางน่ะ" ชายที่นั่งบังคับม้าหันหน้าไปมองหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าไปในเมือง

           กลุ่มก้อนเมฆได้ลอยมาบดบังดวงจันทร์และแสงของดวงจันทร์ก็ค่อยๆ มืดลงอย่างช้าๆ และภาพที่ชายทั้งสามคนเห็นคือเมืองทั้งเมืองก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับหญิงสาวที่เดินเข้าไปก็พลอยหายไปด้วย

          "อ๊ะ!? / เฮ่ย!? / เอาละไง.." ชายทั้งสามคนมองดูภาพที่ตัวเองเห็นได้หายไปและกลายเป็นพื้นที่ลานกว้างของหุบเขา ทั้งสามมองหน้ากันและเหงีอก็ไหลออกมา  

         เชี้ยแล้วงายยย!~~~~~~~ / รีบไปจากที่นี่เร้วเข้า~~~!! / ว๊ากกกก~! ผีหลอกกกกกกก~!





        "เอ่อ คุณซอร์เนียร์ นี่พวกเราก็เดินทางมาไกลจากทะเลสาบแล้วนะคะ แล้วนี่มันก็มืดค่ำแล้วด้วย ฉันว่าพวกเราควรได้เวลาหยุดพักผ่อนกันแล้วนะคะ" เธียรได้พูดออกมาพร้อมสีหน้าที่ไร้เรี่ยวแรง ตามด้วย ไลเบียร ลิลลี่ ลูซเต้ ซิลเวอร์ และทาร์อูเอเล่ ต่างก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อไปแล้ว


       "ตั้งแต่การต่อสู้ที่ทะเลสาบดูดวิญญาณมานี่ คณซอร์เนียร์ทำหน้าเคร่งเครียดตลอดเลย" ไลเบียรพูดออกมาแล้วก็หันหลังไปมองที่
ทาร์อูเอเล่


       "หึ หึ หึ ซอร์เนียร์จะเปลี่ยนไปแบบไหนก็ช่าง ฉันรับได้หมดแหละ สาวซึนเดเระแบบนั้นน่ะ ไม่ปล่อยให้หลุดมือหรอกค่ะ" สายตาของ
ทาร์อูเอเล่จ้องมองแต่ซอร์เนียร์และน้ำลายก็ไหลออกมา


       "เธอ...เนี้ยน้า ลืมไปแล้วรึไงว่ายัยนั้นเสร็จเธียรไปแล้วน่ะ เห๊อะ เห๊อะ" ลูซเต้พูดออกมาแล้วยิ้มแสยะไปที่เธียร


       "อย่าลืมไปสิคะว่าคุณพี่ซอร์เนียร์เป็นคนโกรธง่ายน่ะ มาพูดอะไรไม่เข้าท่าเดี๋ยวก็โดนคุณพี่แกโยนระเบิดมาหรอกค่ะ" ซิลเวอร์ที่เดินกอดแขนเธียรได้พูดออกมา


       "เอาล่ะ! พวกเราเดินทางมาถึงแล้ว!" ซอร์เนียร์หยุดเดินทันที จนทำให้เธียรที่เดินตามหลังเดินชนไปที่หลัง


       "เอ๊ะ!? ที่นี่มันลานกว้างนี่คะ ไม่เห็นมีอะไรเลย" ซิลเวอร์เดินเข้ามาหาซอร์เนียร์และมองดูไปรอบๆ ของลานกว้าง


       "ใช่ ที่นี่ไม่มีอะไรหรอกฟ้ามืดแบบนี้น่ะ คอยดูคืนพระจันทร์เต็มดวงพรุ่งนี้ละกัน เอ้า!...พวกเราจะพักผ่อนกันที่นี่นะ ไลเบียร,เธอไปเตรียมของที่จะทำอาหารให้ที ซิลเวอร์,เธอช่วยเอาเต็นท์จากกระเป๋าหน้าท้องของเธอเอาออกมาตั้งเต็นท์ที ทาร์อูเอเล่,เธอไปขุดหลุมและสร้างเป็นบ่อน้ำให้ที ลิลลี่,เธอไปหากิ่งไม้เพื่อที่จะเอามาก่อไฟที ่" ซอร์เนียร์สั่งให้แต่ละคนไปทำงานของตัวเองทันที เธียรได้แต่ยืนงงอยู่กับภาพที่เธอเห็นว่าทุกคนทำตามคำสั่งของซอร์เนียร์หมดเลย ยังกับว่าซอร์เนียร์กลายเป็นหัวหน้าของกลุ่มแทนเธอไปแล้ว  


       "เกิดอะไรขึ้นเนี้ย...ทำไมเวลาคุณซอร์เนียร์สั่งทุกคนมันถึงดูครึกครื้นดีกันจัง" เธียรเดินเข้ามายืนข้างๆซอร์เนียร์


       "เธอน่ะ ต้องพักให้มากๆ นะเธียร เพราะเธอนั้นแหละพวกเราถึงได้มาถึงที่นี่ได้น่ะ" ซอร์เนียร์พูดแล้วหันหน้าไปหาเธียร


       "จะให้ฉันพักอยู่คนเดียวแบบนี้ มันไม่แฟร์เลยนะคะเนี้ย ฮิ ฮิ" เธียรตอบกลับและหัวเราะออกมานิดๆ


       "เธียร ภาพในตอนนั้นน่ะฉันจำได้หมดแล้วล่ะ ตอนที่เธอช่วยฉันตอนนั้นน่ะ"


       "อ๊ะ!? เห็นหมดแล้วสิคะ"


       "อ่า...เธอนี่มันเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจสุดๆ เลยนะ"


       "ฮิ ฮิ ใครๆ ก็ว่าฉันแบบนั้นกันทุกคนแหละค่ะ"


       "ขอบคุณนะ..."


       "คะ?"
         
       "ดูพวกนั้นสิ ตั้งแต่ได้เข้ากลุ่ม RKS มา ก็ไม่เคยได้เห็นคนในกลุ่มมารวมตัวกันและสนุกสนานกันแบบนี้เลยน่ะ ต่างคนต่างยิ้มให้กันและคอยช่วยเหลือกัน ยกตัวอย่างซิลเวอร์สิ เด็กคนนั้นตั้งแต่เข้ากลุ่ม RKS เธอไม่ยอมพูดคุยกับใครเลยด้วยซ้ำ หลังจากที่เธียรได้ไปเจอเด็กคนนั้นก็ทำให้นิสัยเก็บตัวของเด็กคนนั้นหายไปและกล้ามาพูดคุยกับคนอื่นได้อย่างเต็มที่ พอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเธอถึงได้ ลำดับที่ 1 น่ะนะ"

      "ยังงั้นเรอะคะ ถ้าฉันทำให้ทุกคนกลับมายิ้มได้แบบนี้น่ะ ฉันก็ดีใจมากๆ แล้วล่ะค่ะ"

      "เธียร...เธอเป็นใครกันแน่" สายตาของซอร์เนียร์ได้จ้องไปมองหน้าเธียรเขม็ง แล้วสายลมก็พัดเข้ามาที่ทั้งสองคนกำลังยืนมองหน้ากันอยู่ภายใต้เมฆที่กำลังบดบังแสงจันทร์

       "ซอร์เนียร์! ฉันทำบ่อน้ำตามที่เธอบอกแล้วน้า! ไปอาบน้ำด้วยกันกับฉันเถอะน้า~" ทาร์อูเอเล่กระโดดพุ่งเข้ามากอดซอร์เนียร์แล้วจูงมือของซอร์เนียร์ตรงไปที่บ่อน้ำที่เธอได้ถูกสั่งให้ไปขุด ซอร์เนียร์ที่ถูกจูงมือไปก็หันกลับไปมองเธียรที่กำลังยืนโบกมือและยิ้มให้




       เช้าวันรุ่งขึ้นกลุ่มพ่อค้าที่หนีมาจากเมืองผีก็ได้มาถึงปราสาทเซฟเฟี้ยน แล้วได้ขนของลงมาจากเกวียนให้เหล่าจอมเวทย์ที่คอยรับของอยู่ด้านข้าง ชีเซลล์ได้เดินตรงเข้ามาหากลุ่มพ่อค้าแล้วเปิดผ้าคลุมเกวียนเหมือนกำลังหาอะไรซักอย่าง

       "นี่ พวกนายเห็นผู้หญิงผมสีม่วงที่สวมชุดเกราะบ้างมั้ย ยัยนั้นไม่ได้มากับพวกนายเหรอ?" ชีเซลล์หันหน้าไปถามหนึ่งในสามคนของกลุ่มพ่อค้า

       "เอ่อ ผู้หญิงผมสีม่วงเหรอครับ จะใช่ผู้หญิงคนที่เรารับเธอขึ้นมาตอนที่กำลังเดินทางระหว่างทางคนนั้นรึป่าว?" หนึ่งในสามพ่อค้าได้หันไปถามกับอีกคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

       "ถ้าเป็นพี่สาวผมสีม่วงคนนั้นล่ะก็ เธอขอให้พวกผมหยุดรถเกวียนแล้วเธอก็เดินเข้าไปที่เมืองผีแล้วก็หายไปเลยครับ ทั้งเมืองเลย" พ่อค้าคนที่บังคับม้าเดินเข้ามาตอบ

      "เมืองผี? อ๋อ...คืนนี้ก็จะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้วสินะ ว่าแต่พวกนายเถอะ รีบๆ ขนของพวกนี้แล้วรีบกลับไปเมืองของพวกนายซะ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ถ้าไม่อย่างงั้นพวกนายอาจจะไม่ได้รอดกลับไปแน่ๆ" ชีเซลล์พูดจบแล้วเดินเข้าไปในปราสาททันที

      คืนพระจันทร์เต็มดวงเมืองแห่งนั้นจะปรากฎขึ้นอีกครั้ง และเหล่าวิญญาณคนตายจะออกมาเร่ร่อนและศพที่อยู่ใต้ดินจะออกมาเดินไปมาทั่วเมือง กอร์ล่าคงจะไปประจำการอยู่ที่นั้นเพื่อที่จะควบคุมศพพวกนั้นไม่ให้มันออกมา ส่วนกลุ่มนักโทษกบฎก็น่าจะเดินทางไปถึงที่นั้นด้วยเช่นกัน
สงสัยกอร์ล่าคงจะเก็บเจ้าพวกนั้นแล้วจะกักขังให้หายไปพร้อมกับเมืองนั้นสินะยังร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ...





         
      "เฮ้อ~! ในที่สุดก็เสร็จซะที! ต่อไปก็ทำความสะอาดเจ้าพวกนี้สินะ" เธียรที่กำลังตากเสื้อผ้าอยู่เพราะได้พลังของทาร์อูเอเล่ที่ได้ทำบ่อน้ำไว้ จึงสามารถใช้น้ำจากบ่อน้ำทำความสะอาดสิ่งของต่างๆ อย่างเช่น แขนกลของซอร์เนียร์ หอกโกลาหลของทาร์อูเอเล่(ซิลเวอร์ซ่อมให้) และสนับมือของลูซเต้

      "แหม่~ คุณเธียรคล่องแคล่วดีจังเลยนะคะ" ทาร์อูเอเล่เดินเข้ามาถาม

      "อ๋อ เพราะตอนเด็กๆ ฉันอยู่แต่ในป่าดำกับพี่ฟลูเดียรน่ะ เค้าออกไปข้างนอกบ่อยมากเลยล่ะ ฉันจึงต้องคอยเก็บกวาดและทำความสะอาดห้องของเค้าให้ตลอดและก็ได้แอบเข้าเมืองเพื่อที่จะดูวิธีการทำอาหารด้วย"

      "ว้าว~! แบบนี้ใครได้เอาไปเป็นเจ้าสาวล่ะก็ โชคดีมากๆ เลยค่ะ" ทาร์อูเอเล่ยืนยิ้มให้เธียร

      ระหว่างที่ทาร์อูเอเล่กำลังคุยกับเธียรอยู่นั้น ซอร์เนียร์ ไลเบียร ซิลเวอร์ และลูซเต้ ก็ได้แอบฟังอยู่ด้านหลังโขดหินก็ได้จ้องมองหน้ากันแล้วเดินออกมารวมกลุ่มคุยกันทันที

      "ถะ ถะ ถ้าฉันได้เป็นเจ้าสาวของคุณเธียรล่ะก็"
      [ความคิดของไลเบียร]
      "ว้าว~ ทั้งแก้มทั้งเส้นผมนุ่มนิ่มไปหมด ไลเบียรเนี่ย น่ากอดที่สุดในโลกเลย~"
      "หิหิ...คุณเธียรอยู่ใกล้แบบนี้้...รู้สึกดีจังเลย"
      "อ๊า...จริงๆ เลยนะเนี่ย...อยากกอดเอาไว้ทั้งคืนเลยล่ะ!"
      "ทั้งคืน..." ภาพเธียรกำลังนอนรออยู่บนเตียงใต้แสงเทียนค่อยๆ กระดิกนิ้วเรียกไลเบียรให้เดินเข้าไปหา ก็ผุดขึ้นมา
      (คืนนี้ไม่ต้องนอนนะจ๊ะ...) หลังจากนั้นไลเบียรก็สลบไปทันที


      "เห๊อะ! ถ้าได้ยัยนั้นมาครอบครองล่ะก็..."
      [ความคิดของลูซเต้]
      "ว๊า ฮะ ฮ่ะ ฮ่า ในที่สุดฉันก็ชนะเกมส์กับเธอจนได้ ครั้งแรกในชีวิตฉันเลยล่ะ!"
      "หว๋า~ แพ้จนได้ แง~!"
      "เอาล่ะ! บทลงโทษของผู้แพ้! เธอจะต้องใส่ชุดบิกินี่แบบเดียวกับฉันนะ"
      "จะ...จะให้ใส่ชุดแบบนั้นฉันคงไม่..." ลูซเต้เดินเข้ามาแล้วพลักเธียรไปที่กำแพง
      "คิดจะขัดคำสั่งฉันเหรอ!? ฉันเป็นผู้ชนะนะ เธอต้องทำตามคำสั่งของฉันตลอดชีวิต"
      "ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ...ฉันจะขอทำตามคำสั่งของนายท่านตลอดไปค่ะ" เธียรพูดจบแล้วน้ำตาก็ได้ไหลออกมา


       "จะได้อยู่กับมะม๊าด้วยกันตลอดไป..."
       [ความคิดของซิลเวอร์]
       "มะม๊า...หนูอยากไปเล่นที่สวนสนุกจังเลยค่ะ"
       "งั้นไปกันเถอะจ๊ะ" ภาพของเธียรกำลังเดินจูงมือกับซิลเวอร์ได้เดินเข้าไปที่สวนสนุกและได้ นั่งม้าหมุนด้วยกัน นั่งชิงช้าสวรรด์ด้วยกัน เดินไปซื้อไอติมด้วยกัน มันเป็นภาพของคนที่เป็นแม่พาลูกสาวมาเล่นสวนสนุกอย่างสนุกสนานและความอบอุ่นที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ที่มอบให้กับลูกสาวอันเป็นที่รัก


        "ได้อยู่ด้วยกันกับเธียรเรอะ..."     
        [ความคิดของซอร์เนียร์]
         วันหนึ่งฉันได้ต่อสู้กับปลาหมึกซิ้ปปี้และได้ถูกหนวดของมันโจมตีไปที่แขนกลของฉันตกลงไปในบ่อน้ำ และก็มีภูติแห่งบ่อปรากฎตัวขึ้นมาจากบ่อน้ำ(รับบทโดยลิลลี่)
        "ของที่คุณทำตกคือ..."
        1. เธียรแบบภรรยาเพิ่งแต่งงาน : กลับมาแล้วเหรอคะ เอ่อ...คือว่าจะทานข้าวก่อน หรือจะเป็นฉันก่อนดีคะ... (-////-)
        2. เธียรแบบภรรยาชาวบ้าน? : มะ...ไม่ได้นะคะ อีกเดี๋ยวเค้าก็จะกลับมาแล้วนะคะ (>o<)"
        3. เธียรแบบแม่ม่าย : ไม่ได้นะคะ ต่อหน้าหลุมศพของสามี... (T^T)"
        "จะเลือกแบบไหนกันคะ?"
        "เอ่อ...มันไม่เว่อร์ไปหน่อยเหรอ? ที่ทำตกนั้นน่ะมันแขนกลนะ ไหงต้องกำหนดให้แต่งงานแล้วด้วย" ซิ้ปปี้ได้พูดขึ้นมา
        "ขอทั้งหมดค่ะ" ซอร์เนียร์ตอบอย่างจริงจัง
        "เฮ้ย!? หล่อนโลภมากไปแล้ว! แต่กรณีนี้ต้องตอบตามความจริงต่างหาก!! ไม่ใช่ทั้งนั้นครับ ที่ตกลงไปคือแขนกลต่างหาก" ซิ้ปปี้ตะโกนแทรกเข้าไประหว่างที่ซอร์เนียร์กำลังยืนคุยกับภูติแห่งบ่อ
         "พวกคุณเป็นคนซื่อตรง(ต่อความอยาก)จริงๆ ถ้าเช่นนั้นฉันจะมอบเธียรทั้งหมดให้นะคะ หุหุหุ" ภูติแห่งบ่อได้ตัดสินใจแล้วจึงมอบเธียรทั้งสามคนใหกับซอร์เนียร์
         "ว้าย~! เย้~! ดีใจที่สุดเลยค่า(มีแต่ภรรยาชาวบ้าน)"

         "เอ่อเบื้องบนครับ ความคิดของซอร์เนียร์มันเป็นแบบนี้ครับ ความซื่อตรง คืออะไรกันครับ?" ซิ้ปปี้มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วได้พูดคำเหล่านี้ขึ้นไปหาเบื้องบน
          เสียงกระซิบจากเบื้องบน (L) : ก็อย่างที่นายเห็นนั้นแหละซิ้ปปี้มันก็ได้บอกตรงๆ ไปแล้วนี่ครับ...


"เอ๋ ทุกคนเป็นอะไรกันไปน่ะ? หน้าแดงกันทุกคนเลย มีไข้เหรอ?" เธียรนั่งยองๆ อยู่ท่ามกลางกลุ่มและเงยหน้าขึ้นไปมองหน้ากลุ่มของซอร์เนียร์ที่กำลังนั่งคิดอะไรกันอยู่ ทำให้กลุ่มพวกนั้นแตกแล้ววิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง

        "เป็นอะไรของพวกนั้นกันน่ะ ซอร์เนียร์ก็เป็นไปด้วย?" ทาร์อูเอเล่เดินตามหลังเธียรและเกาหัวไป

        "ไม่รู้สิ?"


       เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ซอร์เนียร์ได้เรียกทุกคนให้มานั่งรวมกลุ่มกันและจะอธิบายทุกอย่างให้กับทุกคน ว่าทำไมเธอถึงให้มาที่แห่งนี้เพราะอะไร

       "เอาล่ะ! ฉันจะอธิบายให้ฟังนะว่าทำไมฉันถึงนำพวกเธอทุกคนมาที่นี่เพราะอะไร คืนนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง พวกเธอเห็นลานกว้างที่อยู่ด้านหลังของฉันมั้ย?" ซอร์เนียร์พูดแล้วชี้นิ้วไปที่ลานกว้าง

      "ลานกว้าตรงนั้นมันทำไมเหรอคะ?" ซิลเวอร์หันหน้าไปถามซอร์เนียร์

"คืนนี้พวกเราจะเข้าไปใน เมืองผี กันยังไงล่ะ!"

      "เมืองผี!? , เมืองผีเหรอคะ? , ผีคืออะไร? , ผีอีกแล้วเหรอ!? " เธียร ไลเบียร ลูซเต้ และซิลเวอร์ที่วิ่งไปแอบอยู่ข้างหลังเธียร ต่างพูดออกมาพร้อมกันสี่เสียงในครั้งเดียว และยังอึ้งอยู่กับภาพที่ทะเลสาบดูดวิญญาณที่เคยต่อสู้กันมาแล้ว

      "เมืองผี มันมีจริงเหรอ ฉันคิดว่ามันเป็นแค่ข่าวลือที่พวกพ่อค้ามันเล่ากันต่อต่อกันมาซะอีกนะ" ทาร์อูเอเล่พูดขึ้นมา

      "เมืองผี กับ ทะเลสาบดูดวิญญาณ น่ะ มันคนละเรื่องกันเลย เพราะที่นี่น่ะ ที่ที่พวกเราจะบุกเข้าไปนี้มันมีเวลาจำกัดด้วยนะ"

      "เวลาจำกัด?" เธียรหันหน้าไปถามซอร์เนียร์

      "เมือผีแห่งนั้น จะปรากฎตอนช่วงพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น หากพวกเราเข้าไปแล้วจะเข้าออกได้ตอนช่วงที่แสงจันทร์ส่องลงมา ถ้าเกิดแสงจันทร์ถูกเมฆบดบังหรือเวลารุ่งเช้าของวันถัดไป เมืองผีก็จะหายและเราที่อยู่ข้างไม่สามารถออกมาจากเมืองนั้นได้เลย ถ้าจะออกมาได้อีกครั้งคงต้องรอพระจันร์เต็มดวงครั้งต่อไปยังไงล่ะ" ซอร์เนียร์อธิบายออกไปซึ่งทำให้กลุ่มสาวๆ ที่นั่งฟังถึงกับคิดหนักเลยทีเดียว

      "แล้วพวกเรามีเป้าหมายอะไรถึงต้องเข้าไปในเมืองนั้นล่ะคะ" ไลเบียรถามซอร์เนียร์อีกครั้ง

      "ฉันจะไปปลดปล่อยวิญญาณที่อยู่ในเมืองนั้นแบบเดียวกับทีทะเลสาบดูดวิญญาณ และจะจัดการคนที่ประจำการอยู่ที่แห่งนั้นด้วย"

      "ที่เมืองผีมีคนที่ประจำการอยู่ด้วยเหรอ!?" ทาร์อูเอเล่ถึงกับลุกขึ้นยืนทันที

      "สมาชิกกลุ่ม RKS ลำดับที่ 6 กอร์ล่า เซย์ฟาร์ ฉายาอัศวินมาร ยังไงล่ะ..." ซอร์เนียร์พูดชื่อนี่ขึ้นมาแล้วฟ้าก็เริ่มมืดทันที เธียร ไลเบียร ลูซเต้ และซิลเวอร์สะดุ้งโหยงบางคนก็กลืนน้ำลายดัง 'อื้ก'  พอซอร์เนียร์พูดชื่อนั้นออกมาแล้วบรรยากาศก็เริ่มเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

      "แต่ว่าไม่เห็นดวงจันทร์เลยนี่นา" ลูซเต้พูดขึ้นมาแล้วส่ายหน้ามองไปหาดวงจันทร์

      "ตอนนี้ภูเขากำลังบังดวงจันทร์อยู่ อีกซัก 45 นาที เดี๋ยวดวงจันทร์ก็จะลอยพ้นยอดเขาแล้วแสงของดวงจันทร์จะส่องมาที่ลานกว้างแห่งนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เพราะศัตรูในตอนนี้ไม่ได้มีแค่กอร์ล่าคนเดียว แต่มันจะมีพวกซากศพคอยออกมาจากพื้นดินแล้วเดินไปมาเต็มเมือง" ซอร์เนียร์พูดจบแล้วทุกคนก็แยกกันไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะบุกเข้าไปในเมืองผี

      "เฮ้อ~ ถ้าพวกเราชนะกอร์ล่าได้ ก็เท่ากับว่าสมาชิกของกลุ่ม RKS ก็จะเหลืออยู่ 2 คนอย่างนั้นสินะ เวลาที่เราจะต้องสู้กับพี่ฟลูเดียร ก็เริ่มจะใกล้เข้ามาแล้วสินะ" เธียรยืนมองไปที่ลานกว้างแล้วถอนหายใจออกมา

     "กังวลอะไรอยู่เหรอ?" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาถาม

     "ก็นิดหน่อยน่ะ ฉันกลัวน่ะว่า ถ้าเอาชนะกอร์ล่าได้แล้ว เวลาที่จะต้องกับพี่ฟลูเดียรมันใกล้จะมาถึงแล้วนะสิ ฉันกลัวมากแลยล่ะ ไม่รู้ว่าจะสู้กับพี่ฟูลเดียรได้รึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย" เธียรตอบกลับไปหาซอร์เนียร์

     "ฉันได้ยินมาจากท่านพ่อว่าฟลูเดียรแอบเก็บเด็กผ้หญิงมาเลี้ยงดูที่ป่าดำ เธอพอจะเวลาที่จะเล่าให้ฉันฟังได้มั้ย?" ซอร์เนียร์เดินเข้ามาหาเธียรแล้วก็ให้นั่งลงด้วยกันกับพื้น


      ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของขุนนางโรเซนเบิร์กแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในระหว่างสงครามเมือ 10 ปีก่อน ช่วงนั้นฉันอายุ 5 ขวบ และตระกูลของฉันก็เริ่มที่จะไม่เห็นด้วยที่จะทำสงครามกับเหล่าจอมเวทย์ที่ ท่านกราฟ เซฟเฟี้ยน เป็นผู้นำทัพได้บุกเข้ามากับหนึ่งในแปดสาวกที่ติดตามเค้ามาด้วยนั้นก็คือ ฟลูเดียร พ่อของฉันแอบติดต่อกับกลุ่มจอมเวทย์อย่างลับๆ ว่ากองทัพของจักรวรรดิจะบุกมาจากไหนเพื่อที่จะได้รับมือได้ทัน แต่ก็ถูกจับได้แล้วจักรวรรด์ก็ได้ส่งทหารมาสังหารพ่อและแม่ของฉันรวมทั้งพ่อบ้านและสาวใช้จนไม่เหลือซักคน ช่วงนั้นหิมะก็เริ่มตกลงมา ฉันที่แอบซ่อนตัวอยู่ในห้องลับแล้วได้หนีออกมาจากประตูด้านหลังคฤหาสน์ แล้ววิ่งไปที่ป่าด้านหลัง เหล่าทหารพวกนั้นเห็นฉันจึงวิ่งตามมาแล้วฟันไปที่หลังของฉันเต็มๆ ฉันล้มลงทันทีแล้วได้คิดไว้ว่าฉันกำลังจะถูกฆ่า หลังจากนั้นก็มีหอกน้ำแข็งพุ่งไปที่ทหารเหล่านั้น จนทำให้ทหารพวกที่โดนตายทันที บางคนที่กำลังหนีก็ถูกหญิงสาวที่สวมชุดขาวเหมือนเจ้าหญิงแช่แข็งไว้แล้วเตะน้ำแข็งแตกกระจายไปทั้งร่างของทหารคนนั้น การมองเห็นของฉันค่อยมืดลงอย่างช้าๆ หญิงสาวคนนั้นก็เดินตรงเข้ามาหาฉันและฉันก็หมดสติไปทันที


      "อบอุ่นจังเลย...นี่เราตายแล้วงั้นเหรอ?"


      "ฟื้นแล้วเหรอ?" หญิงสาวผมสีขาวที่นอนกอดตัวฉันอยู่และดวงตาสีแดงกำลังจ้องมองมาที่ตาของฉัน


      "สวยจังเลย พี่สาวเป็นนางฟ้ามารับหนูไปสวรรด์งั้นเหรอคะ"


      "คิก คิก อาจจะเป็นนั้นก็ได้นะ"


      "หนูตายไปแล้วจริงๆ ยังงั้นเหรอคะ?"


      "เธอยังไม่ตายหรอกนะ ฉันช่วยเธอมาจากพวกทหารพวกนั้นน่ะ แล้วนี่ช่วยนอนอยู่ในท่าแบบนี้อีกสักพักนะ"


      "ค่ะ..." เกล็ดน้ำแข็งค่อยๆ ไหลออกมาจากหญิงสาวคนนั้นและตรงเข้ามาที่ตัวฉันแต่ว่ามันไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลย แต่กลับอบอุ่นมากๆ ฉันก็หลับไปอีกครั้ง


       เวลาผ่านไปจนถึงรุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาแล้วค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าแผลที่ถูกฟันจากด้านหลังหายไปและฉันก็รีบลุกขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปนอกห้อง ก็ได้เห็นหญิงสาวผมสีขาวและสวมชุดเจ้าหญิงกำลังทำอาหารอยู่


       "อ้าว ตื่นขึ้นมาแล้วเหรอ? รอแปปหนึ่งนะ อีกเดี๋ยวอาหารที่ฉันทำก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ช่วยไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารรูปดอกเห็ดหน่อยนะ"


       "อ๊ะ!? ค่ะ..." ฉันเดินไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารรูปดอกเห็ด และมองไปที่หญิงสาวคนนั้นที่กำลังยืนตักซุปข้าวโพดร้อนๆ ใส่ชาม แล้วเดินมาวางให้ฉันตรงหน้า ฉันก็รีบตักซุปนั้นกินแบบว่ามันหิวสุดๆ


      "ค่อยๆ ทานนะไม่มีใครมาแย่งหรอก"


      "แง๊ะ!? ขอโทษค่ะ...ถูกทำให้เห็นสภาพแย่ๆ เข้าให้แล้วสิ"


      "คิก คิก เธอนี่มันตลกจังเลยนะ"


      "พี่สาวช่วยหนูไว้ทำไมเหรอคะ? หนูจำได้ว่าตอนนี้จักรวรรดิกำลังทำสงครามกับพวกพี่สาวอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?" ฉันถามเธอออกไปแล้วก็ก้มหน้าหลบหน้าเธอคนนั้น แล้วก็นึกภาพพ่อกับแม่ที่ถูกทหารฆ่าตาย น้ำตาก็เริ่มซึมออกมาจะตา


      "นั้นสินะ ทำไมกันน้า...คงเพราะฉันอยากมีน้องสาวขึ้นมาล่ะมั่งนะ" หญิงสาวคนนั้นพูดออกมาแล้วก็ยื่นมือมาลูบหัวของฉัน


      "น้องสาวเหรอคะ?"


      "เธอตอนนี้ไม่มีที่จะไปแล้วไม่ใช่เหรอ? มาอยู่กับพี่สาวคนนี้ก็ได้นะ"


      "หนูอยู่ที่นี่ได้จริงๆ เหรอคะ"


      "ได้สิ! พี่สาวจะคอยดูแลเธอให้เหมือนกับเป็นน้องสาวแท้ๆ เลยนะ เพราะงั้นหยุดร้องไห้ได้แล้วนะ"


      "ค่ะ...พี่สาว หนูจะขอเป็นน้องสาวที่ดีของพี่สาวให้ได้เลยค่ะ"


       แล้วหลังจากนั้นฉันก็ได้รับการดูแลจากพี่ฟลูเดียร และได้ทราบข่าวว่าจักรวรรดิขอยอมแพ้สงคราม พี่ฟลูเดียรก็ได้กลับมาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยน เค้าเริ่มสอนวิธีการใช้เวทมนต์ระดับสูงๆ แบบที่จดจำง่ายที่สุดให้กับฉันทุกวัน จนเวลาผ่านไป 6 ปี พี่ฟลูเดียรก็ได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่อยู่สถานที่แห่งอื่น และฉันก็ต้องคอยดูแลบ้านต้นไม้อยู่คนเดียวจนไปเจอกับซิลเวอร์แล้วก็กลายแม่บุญธรรมให้กับเธอไปซะแล้ว




      "หว๋าย~ ฟลูเดียรก็มีจุดที่อ่อนโยนอยู่นี่นา" ซอร์เนียร์ถึงกับขนลึกขึ้นมาทันที


      "ฮ่ะ ฮ่ะ ตอนนี้พี่ฟลูเดียรดูสุขุมมากๆ เลยนะ แต่ว่าฉันก็ยังคิดถึงเค้าอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ" เธียรได้เล่าอดีตของเธอให้ซอร์เนียร์ฟังแล้วน้ำตาของเธอก็ค่อยๆ ไหลออกมา


      "เธอยังมีพวกเราอยู่นะเธียร!" เสียงของลิลลี่ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ ซิลเวอร์ ไลเบียร ลูซเต้ และทาร์อูเอเล่ ก็เดินเข้ามาหาทั้งสองคน


      "ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้พบกับคุณเธียรนะคะ" ไลเบียรพูดขึ้นมา


      "เห๊อะ! เพราะฉันแพ้เกมส์กับเธอตลอดจึงไม่สามารถลืมเธอได้เลยน่ะ" ลูซเต้พูดและเดินเข้ามากอดคอเธียร


      "เพราะมีมะม๊าอยู่ที่นี่ หนูจึงได้มายืนพร้อมกับทุกคนได้แบบนี้ หนูดีใจมากๆเลยค่ะ" ซิลเวอร์วิ่งมากอดหลังเธียร


      "ครั้งนี้จะยอมยกซอร์เนียร์ให้ไปก่อนหนึ่งวันนะคะ" ทาร์อเอเล่พูดขึ้นมาแล้วหลบหน้าหนี


      "ทุกคน...ขอบคุณนะ" เธียรพูดขึ้นและยิ้มให้กับทุกคน


      "เอาล่ะ! ถึงเวลาแล้วสินะทุกคนดูนั้นสิ!!" ซอร์เนียร์ลุกขึ้นยืนแล้วชี้นิ้วไปที่ลานกว้างของหุบเขาที่แสงจันทร์ค่อยๆส่องลงไปก็ได้ปรากฎเมืองขึ้นมาต่อหน้าต่อตาทุกคนที่กำลังจ้องมองกันอยู่ เหล่าศพคนตายก็ออกมาจากดินขึ้นมาแล้วเดินวนไปวนมาในเมือง


      ทุกคน! เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปข้างในเมืองกันแล้วนะ จัดการยัยอัศวินมารนั้นให้ลอยขึ้นฟ้ากันเลย!!


     ด้านในส่วนลึกของเมืองก็มีหญิงสาวผมสีม่วงที่ใช้ดาบปักลงไปที่พื้นดินกำลังยืนอยู่ข้างในโบสถ์เก่าๆ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ


     ได้เวลาแล้วสินะ...





To Be Continued.





ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 22-10-2018 02:22 , Processed in 0.040789 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th