เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1554|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 7-4-2017 19:39:18 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 7-4-2017 21:11


The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 9 : ผู้ติดตามปีศาจขาว (บทจบ)







    "นั่นมัน...พี่ชานะ!!??"

    เสียงของโทยะดังลั่นไปทั่วห้องควบคุม


    '...ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ...จงดูที่หน้าท้องของเธอคนนี้ให้ดีสิปีศาจขาว...'

    ลิลิธบอกให้รินเนะอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยเลือดตรงหน้าท้องของชานะ และข้อความนั้นมันถูกเขียวว่า 'The Head of White Demon!!' (หัวของปีศาจขาว!!)


    "หึหึ เป็นผู้หญิงที่รสนิยมแย่เหมือนเคย"

     รินเนะพูด


    '...ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ!! เจ้าเห็นวงแหวนเวทย์โลหิตพวกนี้รึเปล่า? เจ้าพวกนี้น่ะคือวงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตที่ต้องใช้เลือดของข้าเป็นตัวสั่งการ ถ้าเกิดฉันสั่งให้มันระเบิดขึ้นมาล่ะก็ บ้านหลังนี้...ไม่สิ...ภูเขาลูกนี้คงไม่เหลือซาก...'


    "ว่าไงนะ!!"

    โทยะที่ได้ฟังถึงกับชะงัก


     '...แล้วเราก็ไม่ให้เวลาเจ้ามากนักหรอก นั่นเพราะว่าเราเป็นคนใจร้อน ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงเราก็จะจับตัวประกันมาสูบเลือดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวทย์ระเบิดโลหิตนี้ ถ้าไม่อยากให้เมืองทั้งเมืองนี้หายไปพร้อมกับภูเขาลูกนี้ก็รีบเอาหัวสดๆ ของเจ้ามาให้เราซะนะ...'


    ลิลิธพูดจบแล้วสัญญาณภาพก็ถูดตัดขาด


    "จะทำยังไงดีครับคุณรินเนะ!!"

    โทยะหันหน้าพูดทางรินเนะ


    "เฮ๊อะ! ยัยนั่นใช้แผนสิ้นคิดเสียจริง แต่ก็ช่างเถอะ...ก่อนอื่นเตรียมสร้างวงแหวนปืนใหญ่เวทย์ไว้ซะ"


    "คุณรินเนะ...นี่คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ครับ..."


    "ถ้ามันยุ่งยากนัก ทางนี้แหละจะเป่าภูเขาลูกนั้นให้กระจุยเอง!!"

    คำพูดของรินเนะทำให้ทุกคนในห้องควบคุมไม่กล้าต่อกล้าว่าหรือคัดค้านอะไรเธอเลย แต่คนโทยะยืนกัดฟันและเจ็บใจที่สุดก็มีแต่โทยะคนเดียว เค้าวิ่งออกไปนอกคนเดียวและคนของรินเนะก็จะพยายามวิ่งห้าม แต่แวนมายืนขวางประตูพวกไม่ให้ตามโทยะไป


    "วัยรุ่นหน๋อวัยรุ่น..."

     รินเนะพูดพร้อมกับถอนหายใจอย่างน่าเบื่อหน่าย


    'ปีศาจขาว...ได้ยินรึเปล่า? ปีศาจขาว...'

    เสียงของโอคิดังมาจากแผ่นยันต์สื่อสารที่โทยะทำตกเอาไว้ แวนได้เก็บมันขึ้นและนำมันไปให้รินเนะ


    "ยัยผีนับจานเองเหรอ?"

     รินเนะพูด


    "คุณโทยะไม่อยู่ที่นั่นแล้วสินะ...แบบนี้ก็ดีเลย เพราะตอนนี้เราอยากจะเสนออะไรบางอย่างกับเธอพอดี..."


     ตัดภาพที่บ้านรินเนะ...


    "หุหุหุ ขอบใจมากนะที่ยอมมาเป็นจุดที่ดูเด่นตาที่สุดของแผนการนี้"

     ลิลิธเดินเข้าไปพูดกับชานะ


    "คิกคิก...ไม่ต้องห่วงไปหรอก...นี่ก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับมนุษย์ธรรมดาๆ ในฐานะคนที่ปราบปีศาจอย่างพวกเธอได้ยังไงล่ะ..."


    ชานะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาพร้อมกับส่งยิ้มให้เหมือนกับว่าสิ่งที่ตัวเองโดนอยู่ตอนนี้มันแค่จิ๊บๆ


    "โฮะ...โฮ่!!"

     ลิลิธถึงกับพูดอะไรไม่ออก เธอทำได้แค่ยิ้มให้ชานะและแอบเจ็บใจเล็กน้อย


     "คะ...คุณชานะ..."

     เร็นที่แอบซ่อนอยู่ในซากเพดานได้ยืนดูอยู่แบบนั้น เธอกัดปากของตัวเองจนเลือดออก สาเหตุคงเป็นเพราะเธอเป็นองเมียวจิแท้ๆ แต่กลับมาซ่อนและกลัวหัวหดอยู่แบบนี้ ชานะที่ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรยังกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจแบบไม่หวาดเกรง แล้วเธอก็ยังคิดอีกว่าถ้าตัวเองยังกลัวอยู่แบบนี้ ก็จะทำได้แค่เดินตามพี่สาวของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ


    "ท่านลิลิธครับ"

    ชายร่างใหญ่ที่เป็นลูกสมุนได้เลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูลิลิธ


    "อะไร? คนเจรจาจากทางนั้นงั้นรึ?"     


     "...!?"

     เร็นได้ยินลิลิธออกมาแบบนั้น เธอค่อยๆ ย่องออกมาตรงจุดที่ตัวเองซ่อนแล้วก็ค่อยๆ โผล่ออกมาดูว่าคนที่มานั้นเป็นใคร


     "เจ้าเล่ห์จริงน้าปีศาจขาว แต่ก็เอาเถอะ...เรียกให้มันเข้ามาข้างใน!!

     ลิลิธสั่งให้ชายร่างใหญ่นำตัวคนคนนั้นเข้ามา และเร็นก็เห็นว่าคนที่ถูกนำตัวเข้ามานั้นคือโทยะ


     "ฉันชื่อโทยะ เป็นผู้ติดตามของปีศาจขาว!!"

     โทยะบอกชื่อของให้แก่ลิลิธ


     "หืม? แกเนี้ยผู้ติดตามของยัยนั่น ยังเด็กอยู่เลยแท้ๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ เอ้าเจ้าหนู...ที่แกมาที่นี่เพื่อต่อรองอะไรงั้นรึ?"


     ช่วงจังหวะที่โทยะกำลังพูดเจรจากับลิลิธอยู่นั้น เร็นก็ได้หันซ้ายหันขวามองหาคนของรินเนะ แต่เธอกลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย และสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจที่สุดคือความโล่งอกโล่งใจที่ได้เห็นโทยะมา เพราะเค้าคือคนที่ทำสัญญาเป็นผู้ติดตามเหรอ? หรือไม่ก็พลังมือกระชากที่เค้ามีอยู่งั้นเหรอ? เร็นคิดอะไรไม่ถูกและก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่ทำให้เธอโล่งใจอยู่ตอนนี้มันคืออะไรกันแน่


     "ตัวประกันปลอดภัยรึเปล่า?"


     "ไม่ต้องห่วง เราได้ให้ลูกสมุนช่วยรักษาเบื้องต้นให้แล้ว แต่ก็มีบางคนที่สลบยังไม่ฟื้นอยู่บ้างอ่านะ"


     "นี่...ถ้าทำแบบนี้เธอจะตายโดยเปล่าประโยชน์นะ คุณรินเนะบอกว่าจะระเบิดที่นี่ด้วยปืนใหญ่เวทมนต์"


      "หา!!??"


      "ท่านรินเนะคิดจะปล่อยให้พวกเราตายงั้นเหรอ!?"

       เสียงของเหล่าองเมียวจิที่บาดเจ็บพูดเสียงดังขึ้น แต่ลิลิธก็ได้แต่ทำหน้านิ่งเฉยและไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสิ่งที่โทยะพูด ก่อนที่เธอจะใช้พลังฟ้าผ่าโจมตีใส่โกดังเก็บของ


      "เงียบซะเจ้าพวกโง่เง่า!! สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กที่ถูกยัยนั่นส่งมาเจรจาแล้วทำให้ตัวประกันขวัญเสียแล้วจะทำอย่างไรกันเล่า แต่ไม่ต้องห่วงไป...เราไม่ตายหรอก เพราะเราต้องตามหาน้องสาวในสายเลือดเดียวกันให้พบ"


      "อึ๊ก!? แย่ละสิ..."

       โทยะรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเมื่อกี้ไม่สามารถทำให้ลิลิธหวาดกลัวได้เลย แต่เขาเหลือบตาไปเห็นเร็นที่แอบอยู่หลังเศษซากไม้


      "ฮ่าฮ่าฮ่า อยากจะให้ยัยปีศาจขาวรินเนะได้ลิ้มรสชาตินี้จริงๆ ความขมขื่นที่ต้องพลัดพลากจากน้องสาวในสายเลือดเนี่ย..."


      สีหน้าของลิลิธเริ่มเปลี่ยนไป และเธอหันหน้าไปทางเศษซากไม้ตรงที่เร็นแอบซ่อนอยู่


      'ชิ้ง...!!'

      เร็นสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของลิลิธได้เล็งมาที่ตัวเอง


     'กิ๊งก่องๆ'

     เสียงนาฬิกาที่อยู่ข้างในห้องของรินเนะดัง ลิลิธที่เตรียมจะใช้พลังสายฟ้าโจมตีใส่เร็นก็ได้หยุดชะงัก สีหน้าของเธอกลับมาเป็นเด็กหญิงแบบเดิมและเธอก็ดีดนิ้วสั่งให้ชายร่างใหญ่ที่เป็นลูกสมุนทั้งสองเดินไปเอาตัวประกันหญิงออกมา


     "หึหึ ได้เวลาของเหยื่อคนแรกที่มาอัพเกรดระเบิดโลหิตของข้าแล้ว"

     ลิลิธยืดเล็บของตัวเองจนแหลมคม และเธอค่อยๆ เอาปลายแหลมจิ้มไปที่คอหอยของตัวประกันหญิงคนนั้น


     "กรี้ด!!"

      ตัวประกันหญิงร้องเสียงดังออกมาด้วยความเจ็บปวด


     "ฮ๊า...ช่างเป็นกลิ่นคาวเลือดที่หอมเหลือเกิน..."

     ลิลิธได้ยืดเขี้ยวออกมาและเลื่อนหน้าเข้าเพื่อที่จะกัดคอ


     "หยุดนะ!!"

     โทยะพยายามวิ่งไปขวางแต่ก็ถูกเมดของลิลิธล็อกตัวเอาไว้ ส่วนเร็นที่แอบอยู่ก็สังเกตเห็นเศษก้อนหินกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้า เธอหันไปตามทิศทางที่มันมาและเธอก็ได้รู้ว่าเศษก้อนหินนั้นเป็นของโทยะที่ขว้างมา


     "ท่านโทยะ...? เรียกฉันงั้นเหรอ?"

     เร็นหันหน้าไปทางโทยะ แล้วก็เห็นโทยะกำลังขยับปากเหมือนพูดอะไรบ้างอย่าง เร็นสามารถจับจังหวะการขยับปากของโทยะได้และเธอก็ได้รู้ว่าโทยะกำลังจะพูดอะไรถึงเธอ


     'ไม่เป็นไร...เรื่องนี้ให้ฉันจัดการเอง'

     นี่คือคำพูดของโทยะที่เร็นแปลความหมายออกมาได้



     "บ้าจริง...ไม่ว่าหน้าไหนๆ ก็สังเวชเรากันทั้งนั้น ทั้งๆ ที่เราไม่อยากเป็นแบบนั้นเลยสักนิด..."

     เร็นกัดฟันแล้วก็ได้เดินออกมาจากเศษซากไม้ที่เธอแอบซ่อน


    "เฮ้ย!! ถ้าจะดูดเลือดก็มาดูดเลือดฉันก่อนเซ่"

    โทยะตะโกนไปทางลิลิธที่กำลังจะกัดคอตัวประกันหญิง


    "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!"

     แผ่นยันต์ติดไฟสีฟ้าได้พุ้งใส่ลิลิธจนเธอต้องผลักตัวประกันหญิงคนนั้นออกไป แวมไพร์ที่กำลังจะได้ดูดเลือดทำสีหน้าไม่พอใจแล้วหันหน้าไปทางที่คนคนนั้นปายันต์ใส่


    "ฉันคือ 'เร็น' น้องสาวของปีศาจขาวรินเนะ จะขอมาเป็นคู่ต่อสู้ให้เธอเองลิลิธ!!"

     เร็นเดินตรงเข้ามาหาลิลิธพร้อมแผ่นยันต์ที่ลอยวนไปวนมารอบตัว


     "ว่าไงนะ!!??"

     

     "เร็น!! นี่เธอจะออกมาทำไม!!"


      "..."

      เร็นไม่ตอบ แต่เธอก็ยังยืนหยัดอยู่ตรงนั้น


     "ให้ตายเถอะ..."

     โทยะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย


     "หึหึหึ...ฮ่าฮ่าฮ่า!!"

     ลิลิธหัวเราะชอบใจแล้วได้พุ่งเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าเร็นด้วยความเร็วสูงจนเธอสะดุ้งตกใจ


     "ถ้าแอบอยู่ตรงนั้นไปเงียบๆ ก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ"

     ลิลิธเลื่อนหน้าเข้าที่ต้นคอเหมือนทำท่าจะกัดคอของเร็น แต่เร็นก็เกรงตัวและยังยืนหยัดที่จะไม่ถอย


     'กึกๆๆ'

     ลิลิธที่แกล้งทำเป้นจะกัดก็ได้เห็นเล่นตัวสั่นมาก เธอจะได้เลือนหน้าถอยออกมา


     "แหม่~ แกล้งนิดแกล้งหน่อยแค่นี้ถึงกลับสั่นเลยเหรอ? นี่คือสั่นที่จะสู้หรืออย่างไรกัน?"

     ลิลิธเอามือล้วงเข้าไปข้างในเสื้อของเร้นและได้บีบหน้าอกของเธอ


     "อึ๊ก!!"

     เร็นกลั้นเสียงร้องและเก็บอารมณ์ของตัวเอง


     "เร็น!!!!"

     โทยะตะโกนเสียงไปทางเร็น


     "ต้องขอทดสอบเสียหน่อยว่าน้องสาวของปีศาจขาวจะเก่งเหมือนพี่มันรึเปล่า!!!"

     ลิลิธกระชากฉีกเสื้อของเร็นขาดหลุดลุ่ยจนเร็นเปลือยเปล่า


     "อึ้ก..."

     เร็นไม่ส่งเสียงร้อง แต่เธอก็เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นและเอามือมาปิดหน้าอกเอาไว้


    "โธ่~!! เจอแค่นี้ก็ทรุดเชียวเหรอ? น้องสาวของคนที่ชนะเราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาเหรอเนี้ย? น่าเสียดายจริงจริ๊ง"

      ลิลิธทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วเดินหันหลังกลับไป ส่วนเร็นก็ได้แต่ยืนกัดฟันนิ่งเงียบและจ้องมองดูลิลิธที่กำลังจะเดินไปหาตัวประกันหญิงคนนั้น


    "นึกว่าจะมอบความตายแบบมีศักดิ์ศรีให้สักหน่อย แต่ดูเหมือนจะไม่มีค่าขนาดนั้นนะ"


     "รอก่อน!!"

     เสียงของเร็นดังขึ้นลิลิธต้องหยุดชะงักและหันหน้ามามอง


     เร็นค่อยๆ มาลุกขึ้นยืนอีกครั้งและเดินตรงเข้าไปลิลิธ


     "เราคงต้องขอขอบใจเธอมานะลิลิธ"


      "หา...?"

      ลิลิธทำหน้างง


     ช่วงจังหวะที่ลิลิธกำลังงงอยู่นั้น เร็นที่เดินตรงเข้ามาด้วยร่างกายเปลือยเปล่าก็มีแสงสว่างจ้าส่องออกมาจากหน้าผากของเธอ จากผมที่เคยเป็นผมทรงหางม้าสีดำก็ได้กลายเป็นผมยาวสีขาวสลวยสวยจนโทยะที่ถูกล็อกตัวเอาไว้หน้าแดงและหลงไหลกับใบหน้าที่ส่องประกายของเร็น


     "อะ...อะไรกันน่ะ? ใบหน้าที่ส่องประกายนั่น่ะ..."

     ลิลิธยืนตัวแข็งเหมือนมนต์สะกดเอาไว้


     "ทั้งเธอ ท่านพี่ ท่านผู้มีพระคุณ(โทยะกับชานะ) และยัยผีนับจานงี่เง่านั่นได้สอนเอาไว้ว่าฉันเป็นองเมียวจิที่ยังขาดการเตรียมใจ..."


     เร็นเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลิลิธใกล้ๆ


     "หนอย..."

     

     "เธอได้กระชากฉันและตัวฉันในอดีตออกไปแล้ว..."

     เร็นทำหน้ายิ้มให้กับลิลิธที่กำลังยืนจ้องหน้าอกของเธออยู่ แต่ลิลิธก็ได้เหลือบตาขึ้นมามองที่ใบหน้าที่ส่องประกายของเร็นต่อ


     "โฮ่...ยังงั้นเหรอ? ฉันได้กระชากเจ้าในอดีตออกไปแล้ว...ถ้างั้นเจ้าในตอนนี้เป็นใครกันล่ะ?"


      "ฉันคือ 'เร็น' หนึ่งในผู้สืบสายเลือดขององเมียวจิในตำนาน 'อาเบโนะ เซย์เมย์' สตรีที่จะเป็นองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่!!"


      'วิ้ง...!!'

      เสียงคำพูดเร็นได้ทำให้เหล่าองเมียวจิทีี่นอนบาดเจ็บและบาดเจ็บหนักมีกำลังใจฮึดสู้ และเสียงนี้ก็ส่งผลให้เมดที่ล็อกตัวโทยะไว้ต้องคลายมือปล่อยเลยทีเดียว มีคนแค่ลิลิธคนเดียวที่ยังยืนหยัดต้านทานได้


     "ฮ่ะฮ่ะ องเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่งั้นเหรอ? ใจกล้าดีนี่!! นั่นหมายความว่าต้องก้าวข้ามปีศาจขาวศัตรูคู่แค้นของเราเชียวนะ!!! และเพื่อการนั้นก็จะตายที่นี่ไม่ได้สินะ แล้วตอนนี้คิดจะทำยังไงรึองเมียวจิชีเปลือยผู้ยิ่งใหญ่ ฮ่าฮ่าฮ่า!!"


     ช่วงจังหวะที่ลิลิธกำลังหัวเราะชอบใจอยู่นั้น ทามาโมะ โอคิ และแวนก็พุ่งออกมาจากพื้นดินจากทางด้านหลังของลิลิธ


     "หะ...หา...!!??"

     ลิลิธถึงพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้เห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินอย่างกระทันหัน

      

     "ช้าจังเลยนะ"

     โทยะไปทางพวกโอคิ


     "ขอโทษด้วยนะคะคุณโทยะ..."

     โอคิตอบกลับมา


     "พวกภูติรับใช้กับนักล่าแวมไพร์งั้นรึ...!!"

     ลิลิธเห็นท่าไม่ดีจึงแอบได้เดินถอยหลังไปที่วงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิต แต่เธอก็เดินถอยหลังไปชนเร็นเข้า


     "จะชีเปลือยรึยังไงก็ช่าง แต่องเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่น่ะมีคนสนับสนุนจึงสามารถยืนหยัดได้อย่างเข็มแข็ง"

      

     ในที่สุดเราก็เข้าใจว่าทำไมเวลาเห็นท่านโทยะแล้วถึงรู้สึกโล่งใจ...

     "เมื่อองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่มีคนที่สามารถเชื่อใจได้!! ความเชื่อใจนั้นก็จะกลายเป็นพลัง!! นั่นแหละคือเส้นทางของตระกูลฉัน!!"


      คำพูดของเร็นครั้งนี้ได้ทำให้องเมียวจิที่บาดเจ็บทุกคนลึกขึ้นยืนและพร้อมที่จะต่อสู้กับลิลิธอีกครั้ง ชายร่างใหญ่ที่เป็นลูกสมุนของลิลิธทั้งสองก็ได้กลายร่างหมาป่าสีดำตัวใหญ่ยักษ์ ส่วนเมดสาวอีกสองคนก็กลายร่างเป็นแบนชี่


     "อย่างนี้นี่เอง วางแผนใช้คนเจรจาดึงความสนใจและให้ยัยจิ้กจอกเก้าหางนั่นขุดอุโมงค์ไปหายัยปีศาจขาวสินะ"

     ลิลิธคิดพร้อมกับจ้องไปที่มือทั้งสองข้างของทามาโมะมีรอยเปื้อนดินอยู่ เธอได้ดีดนิ้วสั่งให้ลูกสมุนทั้งสี่มุ่งโจมตีทามาโมะเป็นคนแรก แต่ก็ไม่สามารถบุกทะลวงเข้าไปถึงตัวเธอได้ นั่นก็เพราะว่าเหล่าองเมียวจิได้สร้างเขตป้องกันเอาไว้ โอคิได้ใช้โอกาสนี้โจมตีสวนกลับไปด้วยแผ่นจานนับร้อยใบ


     'เปรี้ยง!! บรึ้ม!! ตูม!!'

     เสียงระเบิดนานาสาระพัดต่างๆ ได้ดังลั่นไปทั่วทั้งภูเขา การต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ได้ทำให้โทยะรู้สึกตัวได้ว่าตอนนี้เค้าและชานะได้เข้าสู่เส้นทางสงครามระหว่างมนุษย์และเหล่าภูติผีปีศาจแล้ว


     "ชิ!!"

     ลิลิธใช้ช่วงจะหวะที่พวกโอคิเผลอแล้ววิ่งตรงเข้าไปยังใจกลางวงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิต


     "เฮ้ย!! หยุดนะ!!"

     โทยะวิ่งไล่ตามลิลิธพร้อมกับถือท่อนไม้แหลมมาด้วย


     "อ๊ะๆ ลืมไปแล้วเหรอว่าถ้าเลือดของเราหยดลงโดนวงแหวนแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น"

     ลิลิธพูดไปทางโทยะ


     "หนอย...!!"

     โทยะนึกขึ้นมาได้ว่าเลือดของลิลิธเป็นตัวสั่งการให้วงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตทำงานได้ เขาจึงทิ้งท่อนไม้แหลมไป


    "อย่าปล่อยให้มันสั่งการวงแหวนเวทย์ได้นะคะท่านโทยะ"

     เร็นวิ่งตามหลังโทยะมา


    "คนมือเปล่าสองคนจะทำอะไรเราได้!!"

    ลิลิธยิงสายฟ้าไปหาเร็นที่กำลังวิ่งตรงเข้ามา


    'เปรี้ยง!!'

    ถึงสายฟ้าที่ลิลิธยิงออกไปจะโดนเร็น แต่แรงระเบิดของมันได้ทำให้ร่างของเร็นกระเด็นปลิว

   

    "เร็น!!"

    โทยะวิ่งรับตัวเร็นได้ทัน


    ช่วงจังหวะที่โทยะวิ่งไปรับตัวเร็นอยู่นั้น ลิลิธก็ได้เผยร่างที่แท้จริงออกมา จากร่างกายที่เป็นเด็กหญิงก็ได้เติบโตเป็นหญิงสาวสวยเพียงใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที และเธอก็ได้พุ่งเข้ามาข่วนหลังของโทยะจนเลือดกระเด็นไปเลอะหน้าเร็น


     "ไม่ไหว!! เราทันมองท่านโทยะถูกทำร้ายต่อไปไม่ได้แล้ว!!"

     เร็นหลับตาลงและกอดเอวโทยะไว้ซะแน่น


     "ไม่เป็นไร"


     "เอ๊ะ!?"

     เสียงของโทยะได้ดังเข้ามาในหัวของเร็น


     "บอกแล้วไงว่าให้ฉันจัดการเองน่ะ"


     "ยะ...ยังไม่ตายเหรอเจ้าคะ!?"

     เร็นลืมตาและเงยหน้ามองโทยะ


     "อ่า....เส้นยาแดงผ่าแปดเลยล่ะ"

     โทยะพูดจบแล้วก็ได้สะบัดเลือดออกจากแขนขวา


     "เลือดนั่น!? นี่ท่านโทยะไม่ได้ถูกลิลิธข่วนหลังเหรอ!!??"


     ย้อนภาพไปช่วงจังหวะที่ลิลิธกำลังจะเอาเล็บยาวของเธอข่วนหลังโทยะ ก่อนที่ปลายเล็บจะเข้าไปถึงแผ่นหลัง แขนขวาของโทยะก็ได้ยกขึ้นมาบังเอาไว้ได้ทัน ส่วนเลือดที่พุ่งออกมาเลอะหน้าของเร็นนั้น ความจริงแล้วมันเป็นเลือดของลิลิธที่ถูกแขนขวาของโทยะปัดจนเล็บทั้งหมดของเธอหลุดหมด


     "อะ...อะไรกันน่ะ...ไอ้แขนขวาข้างนั้น...?"

      ลิลิธยืนกำมือข้างที่เล็บของเธอหลุดสะบั้นหมด เธอจ้องไปที่แขนขวาของโทยะและเธอก็ได้เห็นเงายักษ์กำลังลอยออกมาให้เห้นเป็นรูปร่าง


     "แขนขวานั่น!!?? บ้าน่า!! ไม่เห็นมีข้อมูลของมันเลย!!"

     ลิลิธตะโกนเสียงไปทางโทยะ


     "มันก็ต้องแหงอยู่แล้ว!! เพราะสำหรับตัวฉันเอง มันเป้นพลังที่ยังไม่แน่นอนยังไงล่ะ!!"

     โทยะได้ยกแขนขวาของตัวเองขึ้น ลิลิธและเหล่าลูกสมุนของเธอก็ได้เห็นตัวยักษ์ที่โผล่ออกมาจากแขนได้อย่างเช่นเจน รูปร่างหน้าตาของมันเป็นชายที่มีใบหน้าแค่ครึ่งเดียว ตัวทั้งตัวมีเปลวไฟไหลไปมาทั่วร่าง แต่เร็นและองเมียวจิคนอื่นๆ มองไม่เห็นมัน นี่อาจจะมีแค่พวกลิลิธเท่านั้นที่จะได้เห็นยักษ์ตนนี้


     หมาป่ายักษ์ทั้งสองที่เห็นยักษ์ตนนี้แล้วก้เกิดอาการหวาดกลัวขึ้น ลิลิธได้ดีดนิ้วสั่งให้มันทั้งสองตัวกลับไปต่อสู้กับองเมียวจิต่อ แต่พวกมันทั้งสองกลับไม่ทำตามคำสั่งของเธอเลย


    "เป็นอะไรไปน่ะพวกแก!! รีบๆ ไปจัดการพวกมันสิ!!"

    ลิลิธดีดนิ้วดังขึ้นแล้วหมาป่ายักษ์ทั้งสองก็ไม่ทำตามคำสั่งเธออยู่ดี


    "ดีมาก พวกสัตว์จะรู้ได้สินะว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าตัวเอง"

    โทยะเดินตรงเข้าไปหาหมาป่ายักษ์ทั้งสอง


    "ใช่แล้ว!! ฉันแข็งแกร่งกว่าพวกแก!! ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ล่ะก็...ยอมจำนนและทำตามคำสั่งของข้า!!"

    โทยะแบมือขวาไปทางหมาป่ายักษ์ทั้งสอง


    'บรู๊ว!!'

    หมาป่ายักษ์ทั้งสองได้เห่าหอนขึ้นฟ้าหนึ่งทีก่อนที่จะนั่งลงและก้มหัวให้กับโทยะ


    "ใช่แล้ว...ดีมาก..."

    โทยะยื่นมือไปลูบหัวหมาป่ายักษืทั้งสอง


    "อ๊า~!!! คิดจะทำอะไรมี้จังกับจี้จังของเก๊าอ่า!!"

    ลิลิธตะโกนเสียงไปทางโทยะพร้อมกับทำหน้าแอ๊บแบ๊ว


    "มี้จังกับจี้จังเหรอ? ชื่อน่ารักผิดคาดแห๊ะ เอาล่ะมี้จังจี้จัง!! รีบพาฉันไปที่กางเขนต้นนั้นเร็วเข้า!!"

    โทยะกระโดดขึ้นหลังหมาป่ายักษ์ของลิลิธและวิ่งฝุ่นตลบตรงไปที่ชานะที่ถูกมัดไว้กับกางเขน


    "นี่!! นายของเจ้าคือเรานะ!! แค่กๆๆ"

    ลิลิธวิ่งไล่ตามหลังโทยะเพื่อจะเอาลูกสมุนคืน


    "ฉันจะใช้พลังมือกระชากนี้ทำลายวงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตนี่เอง!!"

    โทยะกำมือแล้วดึงกระชากบนอากาศ และสิ่งที่ตามหลังเค้าที่กระชากไปนั้นคือจุดตำแหน่งวงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตที่พื้นดินได้กลายเป็นรอยมือที่กำออกหมดจนหมดสิ้น เหลือเพียงกางเขนที่มัดตัวชานะเอาไว้


    "อะไรกัน!? วงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตของเราถูกมือยักษ์กำหายออกไป"

     ลิลิธตกใจกับภาพที่เห็น เธอเข่าอ่อนและนั่งลงไปกับพื้น


     "วงแหวนเวทย์ระเบิดถูกทำลายแล้ว!! รีบพาตัวประกันออกไปเร็ว!!"

     แวนตะโกนไปทางทามาโมะและโอคิ


     "ค่ะ!!"

     ทามาโมะและโอคิได้พาองเมียวจิทุกคนหนีลงไปที่หลุมอุโมงค์ที่ขุดเอาไว้ ส่วนโทยะก็ได้แก้มัดเชือกและแบกชานะมาไว้ที่บ่า


     วงแหวนเวทย์ระเบิดโลหิตที่ถูกทำลายได้ย้อนกลับไปยังผู้ที่สั่งการนั่นก็คือลิลิธ แสงสีแดงรูปเส้นด้ายจำนวนห้าเส้นได้ลอยไปหาลิลิธอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน


     "หวาๆๆๆ เดี๋ยวก่อน!! เราก็แค่..."


     บรึ้ม!!!

     เส้นด้ายสีแดงทั้งห้าพุ่งเข้าใส่ลิลิธจนระเบิดปลิวขึ้นไปบนฟ้าและหายไป เหล่าลูกสมุนทั้งสี่ของเธอก็ต่างพากันแยกย้ายกันหลบหนี เหล่าองเมียวจิที่เป็นกองกำลังเสริมที่เพิ่งจะมาถึงก็เตนียมวิ่งไปไล่จับ แต่ก้ถูกรินเนะสั่งไม่ให้ตามไป


    "โฮ่! แค่ใช้มือกำก็หายออกไปภายในครั้งเดียวนี่ พลังมือกระชากของเจ้าช่างน่าสนใจจริงๆ"

    รินเนะเดินตรงเข้ามาพุดกับโทยะ


    "ผมก็แค่ลองผิดลองถูกดูน่ะครับ แต่ก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าพลังมือกระชากของผมจะทำได้มากขนาดนี้..."


     ช่วงจังหวะที่โทยะกำลังนึกสงสัยพลังมือกระชากของตัวเองอยู่นั้น รินเนะได้เงยหน้าขึ้นไปมองเงายักษ์ที่ยังลอยอยู่บนเหนื่อหัวของโทยะ


     "ถ้าขืนยังเก็บมันไว้แบบนี้อยู่ต่อไปอีกล่ะก็ เรากับเจ้าหนูนี่อาจจะได้เป็นศัตรูกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง..."

     รินเนะคิดแบบนั้นแล้วเธอก็ได้เดินเข้าไปในบ้านเพื่อตรวจเช็คความเสียหายตามจุดต่างๆ ของบ้าน


     โทยะได้ฝากให้หน่วยปฐมพยาบาลมารับตัวชานะไป และเค้าก็เหล่ตาไปเห็นเร็นกำลังสวมเสื้อคุมอยู่ในจุดอับที่ไม่มีใครมองเห็น เพราะเธอให้โอคิยืนเป็นผีบังตาเอาไว้ให้


     "เป็นอะไรมากรึเปล่า?"

     โทยะเดินเข้าไปถาม


     "ทะ...ท่านโทยะ!!??"

     เร็นสะดุ้งตกใจและรีบสวมเสื้อมาคุมปิดตัวเอาไว้อย่างเร็ว


     "เธอ...ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะ?"


     "ไม่มีแผลอะไรหรอกเจ้าค่ะ เพราะได้ท่านโทยะช่วยเอาไว้..."


     "เพราะได้โอคิกับคุณทามาโมะต่างหากล่ะ ฉันต่างหากเห็นว่าเธอน่ะเท่ดีออก"


     "พะ...พูดอะไรน่ะเจ้าคะ...อ๊ะ!!??"

     เร็นหน้าแดงรีบหันหน้ามาทางโทยะ แต่เธอหมดแรงและขาก็เลยอ่อนลง


     "เป็นอะไรมั้ยเนี้ย!?"

     โทยะวิ่งไปประคองตัวได้ทัน


     "ขะ...ขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ทำไมถึงเพิ่งมาเป้นเอาป่านนี้..."


     "เฮ้อ..."

     โทยะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เค้านั่งคุกเข่าลงและก้มหันหลังให้กับเร็น


     "ทำอะไรน่ะเจ้าคะ?"


     "หือ? ทำอะไรน่ะเหรอ? ก็จะแบกขึ้นหลังไง"


     "คะ...คนบ้า!! ฉันคือสตรีที่จะเป็นองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่นะเจ้าคะ"

      เร็นหน้าแดง


      "องเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่คือผู้ที่เชื่อใจพวกพ้องนี่ เธอพูดไว้เองนะ"


      คำพูดของโทยะได้ทำให้เร็นยิ้มหน้าบานก่อนที่จะเดินไปขึ้นหลังโทยะ โอคิได้สลายพลังผีบังตาแล้วเดินตามหลังทั้งสองคนไป แต่มีสายตาคู่หนึ่งได้จับตามองไปที่โทยะและเร็นอย่างไม่ละสายตา เค้าคนนั้นคือแวน เฮลซิ่ง


      วันต่อมา...

      "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย!!??"

      เสียงของโทยะดังลั่นไปทั่วห้องของรินเนะ เพราะว่าเค้าได้เห็นลิลิธกำลังนั่งร่วมโต๊ะดื่มน้ำชากับรินเนะ


      "เร็น!! นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ?"

     โทยะหันหน้าไปถามเร็นที่ยืนอยู่ข้างๆ


      "ท่านโทยะเจ้าคะ...ดูเหมือนว่าพวกเราโดนท่านพี่หลอกเข้าให้แล้วน่ะ"

      เร็นตอบกลับ


      "ทั้งหมดเป็นละครตลกที่ข้าแต่งขึ้นเพื่อฝึกฝนน้องสาวของข้าน่ะสิ!!"

      รินเนะพูดแทรกเข้ามา


      "ง่ะ..."

      โทยะได้แต่ยืนอ้าปากค้าง


      "ลิลิธ..."

      รินเนะเรียกลิลิธเหมือนจะบอกให้เธอเป็นคนอธิบาย


     "เห๊อะ!! แม้แต่ตอนนี้เราก็ยังหมายหัวเจ้าอยู่นะ แต่ว่า...ตอนที่สู้กันครั้งที่แล้วเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และยอมจำนน ทั้งหมดนั่นก็เพื่อตามหาน้องสาวในสายเลือดที่พลัดพรากกัน เพราะงั้นเราไม่ยอมตายหรอก!!"


     "อ่า...ยอมเป็นแวมไพร์เพื่อตามหาน้องสาวอ่านะ แล้วโอคิก็รู้เรื่องด้วยเหรอเนี้ย?"

      คราวนี้เโทยะหันหน้าไปถามโอคิ


     "ก็เอะใจอยู่นะ เพราะแวมไพร์ที่ตามตัวจับยากมาเปิดตัวเรียกแขกที่ดูเด็กมากๆ สำหรับลิลิธน่ะสิคะ แล้วที่เร็นเข้าไปพัวพันก็คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญไม่ได้ด้วย"


     โอคิอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้โทยะฟัง


     "เพราะพวกเจ้าร่วมมือ เจ้าน้องสาวไม่ได้เรื่องก็เติบโตขึ้นมาได้นิดหน่อย!! เจ้าหน้าที่สื่อสาร...เปิดเสียงนั่นให้ฟังอีกรอบซิ!"

     รินเนะสั่งให้เจ้าหน้าที่สื่อสารเปิดเสียงที่อัดเอาไว้ให้พวกโทยะได้ฟัง


     'ฉันคือสตรีที่จะเป็นองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่!!'


     "หวา!!!! ทะ...ท่านพี่คะ!!!"

     เร็นหน้าแดงและตะโกนไปทางรินเนะ


    "หึหึ ฟังกี่รอบๆ ก็รื่นหูดี..."

    โทยะสังเกตเห็นรินเนะแอบปล่อยยิ้มมีความสุขออกมาเพียงแค่เสี้ยววินาที


    "ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่ละคร งั้นเรื่องการหมั้นของเร็นก็..."

    โทยะพูดพร้อมกับเหล่ตามองไปที่แวน


    "เห๊อะ!! เห็นแก่ความมุ่งมั่นของเร็นคราวนี้จะยอมถอยให้ แต่ถ้าความมุ่งมั่นนั้นสั่นคลอนเมื่อไหร่ล่ะก็..."


    "เจ้าค่ะ!! น้องเองก็ต้องการแบบนั้นเจ้าค่ะท่านพี่!!"


    วันถัดมารินเนะก็ขึ้นเครื่องบินออกไปที่ต่างประเทศเนื่องจากมีประชุมใหญ่ของทางสมาคม พวกโทยะก็ได้กลับมาที่หอพักตามเดิมและพวกเค้าก็ได้พากันมานั่งตรงระเบียงมองดูเครื่องบินที่ได้บินผ่านฟากฟ้าญี่ปุ่นไป


    "นี่โทยะ"

    ชานะสะกิดไหล่โทยะเบาๆ


    "อะไรเหรอ?"


    "คิดว่าคราวนี้เป็นแค่ละครของคุณรินเนะจริงๆ เหรอ?"


    "หืม?"


     "ฉันไปได้ยินพวกหน่วยปฐมพยาบาลพูดกันน่ะ ว่านอกจากลิลิธแล้วก็ยังมีภูติผีปีศาจกลุ่มอื่นก็หมายหัวคุณรินเนะเช่นเดียวกัน แต่พอลิลิธโผล่ออกมาก่อเรื่อง พวกภูติผีกลุ่มดังกล่าวจึงต้องล้มเลิกแผนการ แล้วดูเหมือนว่าคนที่ว่าแวนเฮลซิ่งจะจัดการปีศาจพวกนั้นไม่มีเหลือสักตัวด้วยล่ะ"


     "โอ้โห คนอะไรกันเนี่ย..."


     "ท่านพี่เป็นคนฉลาดหลักแหลม ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว"

     เร็นพูดแทรกเข้ามา


     "เหอะๆ"


     "แต่ถ้าเทียบกันแล้ว...ฉันยังห่างไกลอยู่หลายขุม"

     เร็นพูดจบแล้วก็ทำหน้าหงอย


     โทยะเห็นเร็นทำหน้าแบบนั้นแล้วก็ได้ถอนหายใจออกหนึ่งที เค้าขยับตัวเข้าไปข้างๆ เร็นแล้วเลื่อนเข้าใกล้ๆ หูเธอ


     "ไม่หรอก...เร็นต้องทำได้แน่ๆ"


     "ทะ...ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะเจ้าคะ!?"


      "ก็ตอนที่เปิดเทปอัดเสียงของเธอเมื่อตอนนั้นน่ะ คนคนนั้นได้ขยับปากพูดว่า"


      'เร็นน้องสาวของข้าเอ๋ย สักวันเจ้าจงเป็นองเมียวจิผู้ยิ่งใหญ่และข้ามข้าคนนี้ไปให้ได้ล่ะ'

     โทยะบอกความลับที่ไม่เคยมีใครรู้ให้กับเร็นเสร็จก็ขยับกลับมานั่งที่ของตัวเองคืน เร็นได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแฉ่งออกมาแล้วก็ได้หยิบแผ่นยันต์ออกมาเขียนข้อความอะไรบางอย่าง พอเธอเขียนเสร็จแล้วก็ขยำๆ มันแล้วขว้างมันขึ้นไปบนท้องฟ้า ทุกคนที่นั่งอยุ่ตรงระเบียงไม่รู้ว่าเร็นเขียนอะไรลงไป แต่รินเนะที่นั่งอยู่บนเครื่องบินรู้ว่าเร็นเขียนอะไรลงไป






----------- To Be Continued ----------



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 22-10-2018 02:00 , Processed in 0.564682 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th