เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1763|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 1-2-2017 21:41:32 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 4-2-2017 10:08



The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 3 : เด็กสาวผู้อับโชค












       "ซีดีแผ่นนั้นเป็นตัวผนึกของเร็นอย่างนั้นเหรอ!?"
       โทยะพูดพร้อมกับทำสีหน้าตกใจ

       "ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ซีดีที่ผนึกวิญญาณร้ายตัวนี้เป็นข้าเองเจ้าค่ะ!!"
       เร็นพูดยืนยัน

       พอเร็นพูดจบ โทยะก็ได้วิ่งไปหาพี่ชานะที่กำลังนอนสลบไม่ได้สติอยู่ที่พื้นหญ้าข้างแม่น้ำ ส่วนโอคิก็ไม่มีท่าทีจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำเลย

       "ยัยผีนับจานนั่นน่ะ จะแกล้งทำเป็นไม่โผล่ออกมาจากน้ำไปถึงเมื่อไหร่กัน!! ข้ารู้นะว่าพลังโจมตีแค่นั้นมันทำอะไรไม่ได้หรอก!!"
       เร็นตะโกนเสียงไปที่แม่น้ำตรงจุดที่โอคิตกลงไป แล้วสักพักนึงโอคิก็ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำพร้อมกับจ้องหน้าเร็นด้วยสายตาที่โกรธกลิ้ว

       "ยัยองเมียวจิตอนนั้นนี่เอง"
       เสียงคำพูดของโอคิดุดันมากยิ่งขึ้น และข้างๆ รอบตัวเธอก็มีแผ่นจานจำนวน 9 ใบ บินวนรอบตัวเธอ

      "ปล่อยแรงดันวิญญาณออกมาซะขนาดนี้ นี่คิดจะล้างบัญชีเมื่อคราวก่อนยังงั้นสินะ"
      เร็นหยิบแผ่นยันต์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อและเตรียมที่จะร่ายคาถาใส่ลงไป

      "นี่...พวกเธอสองคนน่ะ..."
      เสียงหญิงสาวปริศนาได้พูดแทรกเข้าจนเร็นและโอคิถึงกลับชะงักยืนนิ่งอยู่ที่

      "อะ...อะไรน่ะ...สะ...เสียงพูดที่ทำให้ร่างกายข้าไม่ยอมทำตามคำสั่งนี้...มันเป็นของผู้ใดกัน..."
      เสียงพูดของเร็นถึงกลับสะดุดเหมือนแผ่นซีดีที่เป็นรอย เธอหันซ้ายหันขวามองหาต้นตอของเสียงนั้น แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นโอคิที่กำลังยืนกอดอกตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า

      "อะ...ออกมาแล้ว...คนที่ทำให้เรากลัวตายทั้งๆ ที่เราตายไปแล้ว มันกำลังจะออกมาแล้ว..."
      โอคิพูดพึมพำออกมาจนทำให้เร็นไม่เข้าใจความหมายเลยว่าสิ่งที่โอคิพูดออกมานั้นมันคืออะไรกันแน่

      "หมับ!!"
      เสียงคว้าหมับได้ดังออกมาจากทางด้านหลังของเร็น เธอรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างจับไหล่ขวาของเธอไว้ เร็นถึงกลับหน้าซีดและค่อยๆ หันไปมองอย่างช้าๆ ส่วนโอคิที่ยืนอยู่ข้างหน้าเร็นก็ถึงกลับเข่าอ่อนเลยทีเดียว

      "กรี้ด!!!!"
      เร็นร้องกรี้ดซะดังลั่น แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบลงหมือนจอทีวีที่ถูกดับ

     วันต่อมา ณ อีกด้านหนึ่งของเมือง เด็กสาวผมสั้นสีส้มที่น่าจะอยู่ชั้นประถมศึกษา ยืนอยู่หน้าตู้ขายน้ำอัตโนมัติที่อยู่ข้างๆ ร้านสะดวกซื้อ เธอยืนมองนมกล่องที่เธอกดออกมาและทำหน้าตาเหมือนคนที่เพิ่งถูกรางวัลใหญ่อะไรอย่างนั้น

      "นานๆ จะฟลุ๊คได้ของที่เราต้องการซะที...(ปกติไม่เคยได้ตามที่การเลย!)"

      เด็กสาวคนนี้มีชื่อว่ามินามิ เป็นเด็กสาวชั้นประถมศึกษาธรรมดาๆ แต่มีเรื่องที่ลำบากใจสุดๆ นั่นก็คือ เธอเป็นคนอับโชค เธออับโชคยังไงน่ะเหรอ งั้นเรามาอ่านด้วยกันม๊ะ...

      "อืม! ดื่มนมหลังชั่วโมงพละนี่สบายใจจัง"
      มินามิเดินดูดนมพร้อมกับทำหน้าสบายใจ

      'ปึงๆๆๆ'
      เสียงทุบได้ดังมาทางขวามือของมินามิ เธอเห็นหนุ่ม ม.ปลาย คนหนึ่งกำลังใช้มือทุบเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ

      "อะไรน่ะ? หยอดเหรียญแล้วน้ำไม่ออกเหรอ?"
      มินามิมองและคิดในใจ

      'แกร๊ก ซ่า!!!'
      น้ำอัดลมได้พุ่งออกมาจากช่องรับน้ำ และตรงจุดที่น้ำพุ่งออกไปนั้น มินามิก็เดินอยู่ตำแหน่งนั้นพอดีจนขาขวานั้นโดนน้ำอัดลมเต็มๆ (เห็นมั้ยล่ะ เธออับโชคจริงๆ นะ)

      "ฮ่าๆๆๆ มินามิจังโชคร้ายจังเนอะ!!"
      เสียงของเพื่อนร่วมห้องของมินามิพูดและคนอื่นๆ ในห้องก็ต่างพากันหัวเราะเยาะเธอ

      "รู้อยู่แล้วน่า...ไม่ต้องหัวเราะก็ได้นี่"

      "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ขอโทษๆ ก็มันน่าขำจนหยุดไม่ได้ (ก็เธอมันซวยเป็นประจำนี่)"

      "..."
      มินามินั่งนิ่งเงียบและน้ำตาก็เริ่มไหลออกมา

      "อ้อ! จริงสิ!! เมื่อวานฉันเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแต่งชุดเหมือนองเมียวจิอยู่ในเมืองด้วยล่ะ"
      เพื่อนของมินามิอีกคนพูดแทรกเข้ามา

      "องเมียวจิเหรอ?"
      หูของมินามิผึงขึ้นมาทันทีและหันหน้าไปพูดกับเพื่อนคนนั้น

      "ใช่แล้ว! ถึงเธอจะตัวเล็กเหมือนอยู่ชั้นประถมแบบเรา แต่พอดูท่าทางดีๆ แล้ว ก็เก่งเอาเรื่อง มินามิจังลองไปให้เธอคนนั้นปัดเป่าความโชคร้ายออกไปก็ได้นี่"

      "จริงด้วย! ถ้าไปปัดเป่าล่ะก็ ความโชคร้ายของฉันก็จะได้หายไปซะที แต่ว่าค่าใช้จ่ายนี้แพงรึเปล่า?"

      "ไม่เลย ขอแค่เธอมีขนมหรืออะไรก็ได้ที่เป็นของกิน องเมียวจิคนนั้นก็จะจัดเต็มให้ถึงที่สุดเลยล่ะ"

      มินามิได้ยินอย่างนั้น เธอก็เริ่มยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง เธอวางแผนว่าเลิกเรียนแล้วจะออกเดินทางตามหาองเมียวจิคนที่เพื่อนของเธอพูดเมื่อซักครู่นี้ให้เจอโดยเร็ว

      "ต๊าย! ทำไมถึงยังไม่ทิ้งขยะล่ะคะเนี้ย มินามิซังไปทิ้งทีสิ!!"
      ครูประจำชั้นเดินเข้ามาในห้องแล้วสั่งให้มินามิเอาขยะในห้องไปทิ้งที่เตาเผาขยะหลังอาคารเรียน

      "ไม่ใช่เวรของเราเลยสักนิด..."
      มินามิบ่นเสียงออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินถือถังขยะออกจากห้องเรียนไป
      "เฮ้อ... มินามิเนี่ยช่างเป็นคนอับโชคซะจริง"

      "โถ...น่าสงสาร"

      "แอบไปรักใครแล้วคนๆ นั้นก็ดันหาแฟนได้"

      "ตู้ขายน้ำอัตโนมัติก็เสียเพราะน้ำมือเจ้าหล่อน 3:1"

      "ยังมีอีกนะ ตอนนั้นที่ไปทัศนศึกษาไม่รู้ทำท่าไหนขาหักไม่ใช่รึ?"

      เพื่อนทั้งสามของมินามิก็ยังเม้าท์กันต่ออย่างไม่สนใจใคร...

      'ป๊อก!!'
      เสียงไม้เบสบอลได้ดังออกมาจากสนาม

      "ดีจังเลยน้า ชมรมน่าสนุก..."
       เด็กสามผมส้มผู้อับโชคเดินผ่านมาก็ได้แต่หยุดยืนดูอยู่สักพัก แต่ดูไปก็เท่านั้น  นั่นก็เพราะว่าเธอเข้าชมรมไหน ชมรมนั้นเกิดความหายนะ

      "นี่! ถุงแครอทนั้นมันของข้านะเจ้าคะ อย่ามาแย่งถือสิ!!"

      "ไม่มีทาง เราขอโทยะได้ก่อนก็ต้องได้ถือก่อนสิ!!"      
      เสียงหญิงสาวสองคนได้ดังเข้ามาในรั่วโรงเรียน มินามิหันไปมองแล้วก็ได้เห็นหญิงสาวผมยาวตรงสีดำกำลังแย่งถือถุงแครอทกับเด็กสาวตัวเล็กที่สวมชุดองเมียวจิอยู่ข้างทาง

      "องเมียวจิที่ตัวเล็กเหมือนเด็กประถม!? อย่ามองนะว่านั่นคือองเมียวจิคนที่เราจะออกไปตามหาตอนเลิกเรียน"
      มินามิทิ้งถังขยะลงแล้วปีนกำแพงเพื่อที่จะออกไปหา แต่เธอต้องมาซวยเพราะอาจารย์เดินผ่านมาเห็นพอดี ก็เลยโดนเทศนาเป็นชุด

      "ทำไมฉันถึงได้อับโชคตลอดแบบนี้น้า ฮือ..."

      "หือ?"
      เร็นหันหน้าไปที่กำแพงตรงที่มินามิกำลังจะปีนออกมา แต่เธอกลับไม่เห็นอะไร

      "มีอะไรเหรอ?"
       โอคิหันหน้าไปถามเร็น

       "สัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่ดีออกมาจากกำแพงนั่น แต่พอหันไปก็หายไปแล้ว สงสัยข้าคงจะคิดไปเอง"
       เร็นพูดจบก็หันกลับไปที่โอคิ แต่ทว่าโอคิก็ลอยหนีไปไกลแล้ว เร็นทำหน้าโมโหแล้วรีบวิ่งไล่ตามโอคิไปติดๆ

       ทำไมสองคนนี้ถึงได้มาช่วยถือของด้วยกันเหรอ? นั่นก็เพราะว่าเมื่อตอนนั้นเธอถูกชานะจับมาเทศนาจากวันนี้ไปถึงเช้าวันพรุ่งนี้จนทั้งคู่ต้องจับมือสงบศึก(ชั่วคราว) และต้องมาช่วยทำนู้นทำนี้ตามคำสั่งของชานะทุกอย่าง ส่วนโทยะก็ช่วยได้แค่ให้ที่พักอาศัยกับเร็นเพราะถูกทำสัญญาผู้ติดตาม

       หลังจากถูกอาจารย์เทศนายันเลิกเรียน มินามิเดินทำหน้าเซ็งออกมาจากปะตูโรงเรียน แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะออกตามหาเร็น จึงมุ่งหน้าไปเส้นทางที่เธอเห็นเร็นครั้งสุดท้าย

      "อ๊ะ! มินามิซัง!!"
      เสียงหนุ่ม ม.ปลาย คนหนึ่งตะโกนเสียงมา

      "คะ?"
      มินามิหันไปมองคนที่เรียกเธอ แต่ช่วงจังหวะที่เธอหันไปนั้น ข้างๆ มีที่จอดรถจักรยาน แล้วรถพวกนั้นก็ล้มเป็นโดมิโน่ จนหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นยืนอึ้งอยู่กลับที่พักหนึ่ง (เวรกรรมจริงๆ)

      "ฮึ่ม... เมื่อไหร่มันจะจางหายไปซะทีนะ ไอ้ความโชคร้ายเนี้ย!! อยากไปพบองเมียวจิคนนั้นเร็วๆ จัง"
      มินามิบ่นเสียงพึมพำขึ้นมาเบาๆ แล้วเดินไปยกรถจักรยานแต่ละคันขึ้น ส่วนหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นก็เดินมาช่วยมินามิยกจักรยานอีกแรง

      "ต้องรีบขอโทษเค้าแล้วสิ..."
      มินามิคิดและเตรียมที่จะเอ่ยปากขอโทษ

      "ขอโทษนะ! เพราะฉันเลยทำให้จักรยานล้มกันทั้งแถบเลย"
       หนุ่ม ม.ปลาย เอ่ยปากขอโทษมินามิก่อน ซึ่งมันทำให้เธอแปลกใจมาก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันอาจจะเป็นเพราะความโชคร้ายของเธอ แต่ทำไมหนุ่ม ม.ปลาย คนนี้ถึงชิงพูดขอโษมาก่อนล่ะ?

      "อีกอย่างนะ ฉันจะชดใช้กางเกงพละให้เธอด้วย"

      "ไม่เป็นไรๆ ซักเดี๋ยวเดียวก็สะอาดแล้วล่ะค่ะ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้มันน่าจะเป็นฉันที่ต้องเป็นคนขอโทษ เพราะในโรงเรียนนี้ฉันเป็นตัวโชคร้าย"

      หนุ่ม ม.ปลาย ทำหน้างงพักหนึ่ง แล้วสักพักก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อย

      "นี่เธอโชคร้ายขนาดไหนเหรอ?"

      "เอ่อ...ก็มากเอาการอยู่ค่ะ"

      "แบบไหนบ้าง?"

      "อย่างวันนี้ไง ตู้ขายน้ำอัตโนมัติน่ะ มันเสียด้วยน้ำมือฉันในอัตรา 3:1 เชียวนะคะ แล้วยังมีอีกมากมายหลายแบบนะ อย่างเช่นตอนอยู่อนุบาล ร้านที่ฉันไปบ่อยๆ เกิดไฟไหม้บ้างล่ะ กับคนที่แอบชอบก็ดันไปหาแฟนได้บ้างล่ะ แล้วตอนนี้นะคะรอบตัวฉันไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ในรัศมี 1 เมตร ถ้าขืนเข้าใกล้ล่ะก็คนๆ นั้นจะต้องได้รับบาดเจ็บ"

     หนุ่ม ม.ปลาย กึงกลับอึ้งเมื่อได้ฟังเหตุการณ์ต่างๆ ที่มินามิเล่าให้ฟัง

     "เฟี้ยว! ตุบ!"
     พอมินามิหยุดพูด จู่ๆ ก็มีลูกเบสบอลผ่านหัวทั้งสองคนไปอย่างฉิวเฉียด ถ้าขืนลูกมาต่ำกว่านี้มีหวังหัวแบะแน่ๆ

     "เห็นมั้ยคะ? แบบเนี้ยแหละ"
     มินามิทำหน้ายิ้มแล้วชี้ไปที่ลูกเบสบอลลูกเมื่อกี้นี้

     "แต่เธอก็ดูร่าเริงดีนี่ เรื่องร้ายแรงขนาดนี้แหงยังยิ้มออกมาได้อีก?(น่ากลัวแฮะ)"

     "อื้ม! ก็เคยนึกกลัวเหมือนกันล่ะนะ แต่กลุ้มใจไป ก็เปล่าประโยชน์นี่เนอะ"
     มินามิพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส จนหนุ่ม ม.ปลาย ยืนอึ้งกับภาพที่ตัวเองเห็น เค้ายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วใช้มือขวาแตะไปที่ไหล่ของมินามิแล้วกระชากเส้นด้ายที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อของมินามิออกมาจนเจ้าตัวสะดุ้งตกใจ

      "ว้าย!! นี่ทำอะไรของคุณคะเนี้ย!!"
      มินามิตะคอกเสียงใส่พร้อมกับเอามือไปบังตรงจุดที่เพิ่งถูกหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นกระชากเส้นด้ายออกไป

      "ฉันแค่เอาเส้นด้ายที่มันโผล่ออกมาจากแขนเสื้อออกไปเฉยๆ เองนะ"

      "อะ...เอ่อ ยังงั้นเหรอคะ? ขะ...ขอบคุณมากค่ะ..."

      พอมินามิพูดขอโทษเสร็จ หนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นก็ได้เอามือแตะไหล่ซ้ายของมินามิแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้หน้าเธอ

      "อะ...อะไรของเค้าอีกล่ะเนี้ย หน้าเข้ามาใกล้มากแล้วนะ(แต่พอมองดูดีๆ แล้วก็หล่อดี)"
      มินามิคิดพร้อมกับหลับตาลง

      "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ความโชคร้ายนั่นก็จะไม่ทำอะไรเธอได้อีกต่อไปแล้ว"

       "เอ๊ะ!?"
       มินามิรีบลืมตาขึ้นแล้วเธอก็เห็นหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นเดินจากไปไกลแล้ว

       "อะไรของเค้าเนี้ย จู่ๆ พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจเลย แถมทำไมเค้าถึงรู้ชื่อเราได้ล่ะ?"
       มินามิทำหน้าแดงแบ๊วๆ ออกมาแล้วก็เดินกลับบ้านไป

       เช้าวันต่อมา มินามิก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าตู้ขายน้ำอัตโนมัติข้างๆ ร้านสะดวกซื้ออีกครั้ง เธอเล็งนมกล่องที่เธอชอบมากที่สุด แล้วก็ได้หยอดเหรียญและกดปุ่มรูปนมกล่องอันนั้น

       'แกร๊กๆ'
       มินามิยืนอ้าปากค้าง เพราะเธอไม่เคยได้นมกล่องที่เธอชอบซะที แต่คราวมันตกลงมาจากตู้ปกติและไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นเลย

       "ไม่น่าเชื่อ!!"
       มินามิวิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องเรียนแล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆ ทั้งสามฟัง

       "เอ๋? มีหนุ่ม ม.ปลาย จากโรงเรียนอื่นมากระชากเส้นด้ายออกจากแขนเสื้อแล้วโชคดีงั้นเหรอ?"

       "ต๊ายตาย เป็นความจริงเหรอเนี้ย"

       "แต่เมื่อกี้เธอเพิ่งจะโดนอาจารย์เรียกให้ออกไปอธิบายโจทย์หน้าห้องนี่นา"

       "ใช่จริงๆ นะ หลังจากที่หนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นพูด ก็ไม่มีอะไรที่โชคร้ายเกิดเรื่องเลยสักนิด แต่ตอนที่เค้ากระชากเส้นด้ายออกไปนั้น มันรู้สึกว่ามันไม่ได้ถูกกระชากแค่เส้นด้ายเลยนี่สิ"

       มินามิพูดยืนยันให้เพื่อนทั้งสามเชื่อ แต่หนึ่งในสามได้แอบกระซิบที่ข้างหูอีกคนแล้วมองมาที่มินามิ

      "งั้นถ้าเป็นอย่างที่มินามิจังว่าไว้จริงๆ ล่ะก็ ลองมาเป่ายิ้งฉุบกันมั้ย?"

       'เป่ายิ้งฉุบ!!'
       ผลที่ออกคือเพื่อนคนที่ท้าออกค้อน ส่วนมินามิออกกระดาษ

       "ตายแล้ว!! มินามิจังชนะ!! เป็นไปได้ไงเนี้ย!?"

       "จริงด้วยๆ ผิดปกติเกินไปแล้ว!!"

       "เอ่อ...ที่ฉันโชตคร้ายทุกวันๆ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกหล่อนงั้นเหรอ? (ใจร้ายชะมัด)"

       หลังจากนั้นไม่ว่าจะซื้อน้ำผลไม้ตามตู้กดต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ซื้อของก็ได้ส่วนลดหลายครั้ง และซื้อไอติมแท่งก็ได้ไม้กินฟรีอีกหนึ่งแท่งตลอดทุกครั้ง มินามิเห็นแล้วว่ามันดูผิดปกติจนเว่อร์ซะน่ากลัว เธอจำชุดเครื่องแบบของหนุ่ม ม.ปลาย คนนั้นได้แม่นจนต้องไปดักรอเค้าที่หน้าประตูโรงเรียน

      "เฮ้ยดูนั่นสิ นั่นมันนักเรียนของโรงเรียนประถมวัยที่อยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองนี่"

      "โรงเรียนอยู่ซะไกลขนาดนั้นแท้ๆ ใจกล้าชะมัด"

      "มารอใครกันนะ"

      เหล่านักเรียนชายในโรงเรียนต่างพากันมองมินามิที่กำลังยืนรอคนที่เธอกำลังตามหา สักพักคนที่เธอรอคอยก็ได้เดินออกมาจากอาคารเรียน เธอจำหน้าได้แม่นจึงได้เดินตรงเข้าไปหาเค้าคนนั้น

      "โทยะออกมาแล้ว!!"
      โอคิวิ่งผ่านหลังมินามิแล้วพุ่งตรงเข้าไปกอดโทยะ

      "คิดจะทำอะไรน่ะ!! ท่านโทยะเป็นเจ้านายของข้า!! ยัยผีนับจานงี่เง่ารีบไสหัวออกไปซะ!!"
      เร็นตามมาทีหลังแล้ววิ่งตรงเข้าไปกอดแขนโทยะ

      "อะ...เอ่อ...อะไรกันน่ะ...ผู้หญิงสองคนนั้น?"
       มินามิยืนอึ้งกับภาพี่ตัวเองเห็น

       "เดี๋ยวเถอะ! ทั้งสองคนนั่นน่ะ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเข้ามาในเขตโรงเรียน!!"
       ชานะวิ่งออกมาจากอาคารเรียนแล้วลากโอคิกับเร็นออกมาจากโทยะ

       "นะ...นี่เล่นควบสามคนเลยเหรอ!!??"
        มินามิคิดแบบนั้นจึงได้รีบวิ่งออกมาจากโรงเรียนแล้วยืนแอบอยู่ในซอกกำแพงโรงเรียน

       "อะ...อะไรกันเนี้ย!? ทำไมเค้าคนนั้นถึงได้มีผู้หญิงมาตามติดได้ล่ะ?"
        มินามิคิด

       "ชิ! ทำไมถึงต้องเป็นเจ้าโทยะด้วยนะ"

       "นั่นสิ ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลย"

       "อิจฉาเว๊ย!! ตูเองก็อยากจะมีแฟนกับเค้าบ้าง"
       เหล่านักเรียนชายผู้อิจฉาโดนบ่นพึมพำผ่านหน้ามินามิ และตามหลังมาด้วยนักเรียนหญิงอีกสองคน

       "นี่อากาเนะ ทำไมเวลาเธอเดินผ่านเด็กปี 1 คนนั้นถึงได้หน้าแดงล่ะ"

       "อ๊ะ! เอ่อ...ไม่มีอะไรซักหน่อยนี่"

       "อย่าบอกนะว่าเธอยังคิดเรื่องเมื่อตอนนั้นอยู่อีกน่ะ"

       "ตะ...ตอนไหนเหรอ!?"

       "ก็ตอนที่เจ้าเด็กปี 1 นั่นเอากางเกงในของเธอมาคืนตอนกำลังจะเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไง"

       "ว้าย! อย่าพูดเรื่องนี้ออกมาสิ!!"

       "แต่ก็ไม่น่าเชื่อนะ ที่เล่าให้ฉันฟังตอนนั้นว่าเจ้าเด็กปี 1 นั่นช่วยดึงผ้าออกมาแล้วกางเกงในเธอก็หลุดออกมาด้วยน่ะ มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะ"

       "อะ...อืม..."
       สิ่งที่นักเรียนหญิงสองคนนั้นพูด ทำให้มินามิมั่นใจสุดๆ เลยว่าสิ่งที่ทำให้ความโชคร้ายของเธอหายไปนั้น เป็นฝีมือของโทยะไม่ผิดแน่

       "เฮ้อ! ต้องใช้จังหวะนี้วิ่งกลับห้องโดยเร็ว!!"
      โทยะรีบเดินออกมาจากโรงเรียนตอนช่วงจังหวะที่โอคิกับเร็นถูกชานะล็อกตัวเอาไว้ จังหวะที่กำลังเดินผ่านซอกกำแพงโรงเรียนอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีมือมาดึงแขนเสื้อของโทยะแล้วลากเข้าไปข้างใน

       "เอ๊ย!! อะไรกันเนี้ย!!"
       โทยะตะโกนเสียงออกมาแล้วก็ถูกมินามิเอามือมาปิดปากเอาไว้

       "อือ....!?"

       "มีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ"
       มินามิได้ชวนโทยะไปพูดคุยเรื่องเมื่อวานที่ร้านกาแฟในเมือง

       "อ่อ...งั้นเหรอๆ เรื่องมันเป็นยังงี้นี่เอง"
       โทยะพูดพร้อมกับดูดนมปั่นที่มินามิสั่งมาให้่ ทั้งๆ ที่ชวนมาร้านกาแฟแต่ดันเลี้ยงนมปั่นเนี้ยนะ

       "ต้องขอบคุณมากเลยนะคะ ที่ช่วยเอาความโชคร้ายของฉันออกไป"

       "ไม่เป็นไรๆ เรื่องแค่นี้เอง"

       "เอ่อ...คือว่า...ฉันอยากขอร้องให้ช่วยทำอย่างนึงน่ะค่ะ"

        "หืม? จะให้ฉันช่วยอะไรเหรอ?"

       หลังจากที่โทยะตอบว่าจะให้ช่วยอะไร มินามิก็ได้พาโทยะมาที่หน้า 7-11 เพื่อเป็นคนยืนยันว่าความโชคร้ายในตัวมินามิหายไปจริงๆ

       "ระวังด้วยนะ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
       โทยะพูดให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง

       "ไม่มั่งคะ คุณเป็นคนกระชากมันออกไปแท้ๆ"
       มินามิพูดและเหงือตกก่อนที่จะก้าวขาเข้าไปข้างใน 7-11

       'ปุ๊งๆๆๆ'
       เสียงป๊อบเปอร์สายรุ้งดังขึ้นจนมินามิสะดุ้งตกใจ โทยะเองก็ตกใจเช่นเดียวกันจนต้องวิ่งเข้ามาดูด้วย

       "ยินดีด้วยค่า! คุณคือลูกค้ารายที่หนึ่งล้านของเรา!!"

       "นี่คือของสมนาคุณและบัตรพิเศษนะคะ!!"
        พนักงานสาวทั้งสองยื่นของสมนาคุณให้กับมินามิ เธอหันหน้าไปมองโทยะด้วยสีหน้างงๆ และไม่ใช่แค่ที่ 7-11 ที่เดียวนะ ทั้งสองคนได้เดินเข้าไปร้านอื่นๆ จนได้ของแถมและของสมนาคุณมาซะเยอะแยะจนจะถือมาไม่ได้ และทั้งสองคนก็ได้มานั่งพักอยู่ที่สวนสาธารณะ

       "เอ่อ...มันโชคดีจนเว่อร์น่ากลัวไปนิดนะ"
       โทยะพูด

       "คุณเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเหรอคะ?"

       "อือ ก็จากที่เธอเล่าเรื่องราวที่โชคร้ายให้ฉันฟังน่ะนะ แต่มันก็ไม่น่าเชื่อว่าพอกระชากมันออกไปแล้วดันมาโชคดีแบบเว่อร์ๆ ซะได้"

       "ค่ะ..."

       "นี่เป็นการยืนยันจากปากของฉันนะ ตอนนี้เธอกลายเป็นคนดวงดีไปแล้ว ยังไงซะมันก็ดีกว่าคนดวงซวยล่ะนะจริงมั้ย?"
       โทยะยืดอกพูดอย่างจริงจัง จนมินามิแอบปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

       "เอ่อ...ที่ฉันทำเมื่อกี้มันตลกเหรอ?"

       "อือ! คุณเนี่ย...มองโลกในแง่ดีจังเลยนะคะ อาจจะเป็นไปอย่างที่ว่าจริงๆ นั่นล่ะค่ะ"
       มินามิพูดพร้อมกับทำหน้ายิ้มแย้มสดใสมากกว่าเดิมจนโทยะที่นั่งอยู่ข้างๆ หน้าแดงขึ้นมาทันที

       "ทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะคะ? มีไข้เหรอ?"

       "เพิ่งเคยเห็นเธอยิ้มแย้มสดใสมากกว่าตอนนั้นน่ะ"

       "เอ๋? แปลกเหรอคะ!?"

       "เปล่า...น่ารักดีต่างหาก!"

       มินามิหน้าแดงพร้อมกับจ้องหน้าโทยะอย่างไม่ละสายตา และหลังจากนั้นทั้งสองก็แยกจากกัน จนเช้าวันถัดมามินามิก็เดินยิ้มแฉ่งเข้าห้องเรียนเหมือนคนกำลังมีความรักจนเพื่อนทั้งสา่มยืนทำหน้างงกับสิ่งที่พวกเค้าเห็น

      "แต่นแต๊น!! กินขนมจ้า!"
       มินามิยื่นถุงที่เต็มไปด้วยขนมให้กับเพื่อนทั้งสามคน

      "กะ...เกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี้ย?"

      "ฉันเก็บกระเป็าเงินแล้วคืนเจ้าของ แล้วเค้าก็เลยเลี้ยงขนมฉันจนกินไม่หมดน่ะ เชิญกินตามสบายเลยไม่ต้องเกรงใจ"

      "รู้สึกเธอจะโชคดีซะจนน่ากลัวแฮ๊ะ"

      "สรุปว่าฉันกลายเป็นคนน่ากลัวแทนสินะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!!"
       มินามิหัวเราะชอบใจ

      "นี่ๆ มินามิจัง..."

      "อะไรเหรอ?"

      "ผู้ชายคนที่เธอไปหาที่โรงเรียนฝั่งตะวันออกเป็นแฟนมินามิจังเหรอ?"

      "พรู๊ด!!"
       มินามิถึงกลับพ่นน้ำลายออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากปากเพื่อน

       "หะ...หา?"
        มินามิหันหน้าไปทางเพื่อนคนนั้นพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปากตัวเอง

       "พอดีฉันไปเห็นเธอไปยืนดักรอเค้าที่หน้าโรงเรียนน่ะ ตอนแรกเห็นบอกว่าจะออกตามหาองเมียวจิ ก็เลยแอบตามไปเพราะเป็นห่วง แต่ที่ไหนได้กลับไปยืนรอใครซักคนอยู่ นี่อย่าบอกนะว่าเค้าคนนั้นคือคนที่กระชากความโชคร้ายของมินามิจังออกไปน่ะ"

       จริงสินะ เค้าคนนั้นมีคนที่ชอบรึยังนะ แต่เราก็เห็นกับตาแล้วว่าเค้ามีผู้หญิงมาเกาะติดตั้งสามคนแน่ะ รู้งี้น่าจะลองถามไปซะตั้งแต่แรก แต่ดันไม่กล้าถามซะนี่ -0-

      "ไหนๆ ความโชคร้ายของมินามิก็ถูกกระชากออกไปแล้ว ก็เป็นแฟนกันซะเลยสิ!!"

       "หา!!??"
       มินามิถึงกลับทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่นั่งหน้าแดงอยู่อย่างนั้นจนเลิกเรียน

       "นี่เรามัวเหม่ออะไรกับเค้าคนนั้นอยู่เนี้ย!?"
       มินามิบ่นเสียงพึมพำออกมาและเธอก็ได้เห็นนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งยืนเกาะกลุ่มคุยกันอยู่

       "ผู้ชายคนนั้นใครน่ะ"

        "หน้าตาเชยไปหน่อยแต่พอดูดีๆ ก็หล่อนะ"

        "มารอแฟนแน่ๆ เลย"

        "เครื่องแบบนั่นมันของโรงเรียนฝั่งตะวันออกนี่"

        "สุดยอดเลย! ไกลขนาดนั้นแท้ๆ"

         คำพูดเหล่านี้ได้พุ่งไปทิ่มแทงมินามิเป็นชุด นั่นก็เพราะว่าเธอเองก็เคยทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน

        "โอ๊ส! มินามิ!!"
         ผู้ชายคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูคือโทยะนั่นเอง

        "คุณโทยะ...?"

        โทยะได้ชวนมินามิเดินเล่นในตัวเมือง และตามด้วยเพื่อนสาวทั้งสามของมินามิสะกดรอยไปด้วย

        "เป็นไงบ้าง? วันนี้มีอะไรโชคดีเกิดขึ้นบ้างมั้ย?"

        "เอ่อ...ค่ะ มีอยู่ค่ะ"

        "งั้นเหรอๆ ดีจังเลยนะ! เพื่อเป็นการฉลองว่าความโชคร้ายในตัวเธอไม่มีอีกแล้ว ฉันจะขอเลี้ยงซูชิให้เธอละกัน!!"
         โทยะได้จูงมือมินามิเข้าไปในร้านซูชิ แล้วเพื่อนทั้งสามที่สะกดรอยตามก็ได้แอบส่งเสียงกรี้ดออกมาเล็กน้อย

       "เอ่อ...คุณโทยะคะ...ที่นี่คือ?"

       "อ้าว? มินามิยังไม่เคยเข้าร้านซูชิมาก่อนเหรอ? ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังเอง"

       ช่วงจังหวะที่โทยะกำลังอธิบายให้มินามิฟังอยู่นั้น เธอก็ได้แต่จ้องไปที่หน้าโทยะอย่างไม่พริบตา ซึ่งดูก็รู้แล้วว่ามินามิแอบมีใจให้กับโทยะแล้วแน่นอน จริงป่ะๆ

       "แล้วหลังจากนั้นซูชิก็จะไหลมา...อ้าว?"
       โทยะชี้ไปรางเลื่อนให้กับมินามิแต่ทว่าไม่มีจานซูชิไหลมาซักจานเดียวเลย

       "คุณโทยะคะ...ดูนั่นสิคะ"
        มินามิชี้นิ้วไปที่ต้นตอสาเหตุที่จานซูชิไม่ไหลมาทางนี้ซะที นั่นก็เพราะว่าโต๊ะที่อยู่ตรงหน้ามีคนที่โทยะรู้จักเป็นอย่างดีกำลังกินซูชิที่กำลังไหลมาไม่หยุดจนคนโต๊ะหลังไม่ได้กินซะที

       "มาเลยเจ้าค่ะ!! แน่จริงก็ไหลมาอีก!!"
       เร็นตะโกนเสียงพร้อมกับวางจานซูชิสูงเท่าภูเขาไว้ข้างๆ

       "เร็นเบาๆ เสียงหน่อยสิ ไม่ใช่เด็กแล้วนะ (ถึงจะตัวเล็กเหมือนเด็กก็เถอะ)"
       ชานะพูด

       "ทำไมแก๊งขอบ้านคนอื่นอยู่กับสาวข้างห้องถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!?"
       โทยะพูดออกมาแต่เบาราวกับเสียงกระซิบ

       "ผู้หญิงผมยาวที่ใส่ชุดกิโมโนสีขาวคนนั้นสวยจังเลยนะคะ"
        มินามิพูด

       "อะ...อือ"

       "สุดยอด!! เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นกินซูชิหมดไป 500 จานแน่ะ!!"
       เสียงของคนที่อยู่ในร้านตะโกนขึ้นจนคนอื่นๆ ต้องเดินมามุงดูกัน

       ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้วแบบนี้ เจ้าพวกนี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ถ้ามินามิรู้ว่าเรารู้จักกับกองทัพสาวน้อยผิดมนุษย์พวกนี้ล่ะก็เราจะลำบาก แต่ถ้าระหว่างที่พวกนั้นกินเสร็จแล้วเดินมาเห็นเราเข้าล่ะก็ มีหวังเรื่องที่พวกนั้นมาอยู่ในห้องเราด้วยแตกแน่ๆ







——————— To Be Continued ———————




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 23-10-2018 00:21 , Processed in 0.044454 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th