เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1561|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4558
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 26-4-2017 15:19:04 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 12.5 : ใครกันนะที่ยืนอยู่ข้างหลัง?






     คาโกเมะ คาโกเมะ ~ ตะกร้าสาน ตะกร้าสาน

     คาโก โนะ นาคา โนะ โทริวา ~ นกน้อยในตะกร้าสาน

     อิซซุ อิซซุ เดยารุ ~ เมื่อไหร่หนอ เมื่อไหร่จะออกมากัน

     ยาโอเกะ โนะ บานนิ ~ ตอนเย็นย่ำและตอนย่ำรุ่ง

     สึรีโตะ คาเมะ โตะ สึบิทตะ ~ นกกระเรียนและเต่าถูกผลักลื่นล้ม

     อุชิโระ โนะ โชวเมนดา อาเระ? ~ ใครกันนะที่ยืนอยู่ข้างหลัง?

    (มีบางคำที่ผมเปลี่ยนให้มันคล้องจองกับคำอื่นๆ ถ้าแปลผิดก็ต้องขออภัยด้วยครับ)


    เสียงใสของเด็กๆ ดังไปทั่วลานกว้างหน้าศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่มีเด็กสิบคนกำลังจับมือล้อมกันเป็นวงแล้วหมุนไปรอบๆ กลางวงนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังใช้มือปิดตาตนเองไว้ พลางร้องเพลงประสานกับเด็กทั้งสิบคน เด็กทั้งสิบคนหมุนเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดพร้อมกับเพลงที่จบลง


    "โทยะคุง!!"

    เด็กชายที่ปิดตาพูดชื่อของเพื่อนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง


    "ว้า~! พี่อามามิยะทายถูกอีกแล้ว"

    เด็กชายที่ยืนอยู่ข้างหลังอามามิยะหรือก็คือโทยะพูดขึ้นหลังจากที่ถูกเค้าทายถูก


    "ให้อามามิยะคุงเป็นโอนิ(ยักษ์)ทีไรก็โดนทายถูกทุกทีเลยสิน่า"

    เสียงของชานะพูดแทรกเข้ามาจนเรียกเสียงตอบรับเห็นด้วยจากเพื่อนๆ ที่เหลือเป็นอย่างดี จนอันนายิ้มแหยหัวเราะแห๊ะๆ


    "เอาล่ะ!! ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว พวกเรากลับบ้านกันดีกว่านะ ชักหิวข้าวแล้ว"

    อามามิยะพูดขึ้น

    "อื้อ! เห็นด้วยๆ~!!"

    ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน เพราะกระเพาะของพวกเค้าเริ่มประท้วงกันแล้ว จากนั้นทุกคนก็เดินกลับบ้านด้วยกัน แล้วทานข้าวมื้อเย็นกันที่บ้านของอามามิยะอย่างครื้นเครง เย็นวันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่น

     

     เมื่อเย็นวันใหม่มาถึง เด็กทั้งสิบก็นัดกันมาเล่น 'คาโกเมะ' กันอีกครั้ง คราวนี้พวกเค้าให้ชานะเล่นเป็นโอนิแทนอามามิยะ เสียงเพลงเริ่มดังขึ้น พร้อมกับเด็กทั้งเก้าที่เริ่มหมุนไปรอบๆ ตัวของชานะ เกมคาโกเมะยังดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...


     "ยามาโตะคุง!!"

     ชานะพูดชื่อพูดออกมาหนึ่งคน ในใจของนึกตื่นเต้นว่าจะทายถูกหรือไม่


     "ผิดแล้ว!! มิกิจังต่างหาก!! แบร่ๆๆ"

     เด็กหญิงที่ชื่อ 'มิกิ' พูดขึ้นพลางแลบลิ้นใส่เป็นท่าประกอบ ทำให้ชานะส่งเสียงโห่ที่ตอบผิดออกมา


     "เอาล่ะๆ เปลี่ยนโอนิใหม่...อืม...เอาเป็น..."

      มิกิลากเสียงยาวพลางกวาดสายตามองเพื่อนๆ ของตนเอง


     "จริงสิ!! อันนาจัง!! ให้อันนาจังเป็นโอนิก็แล้วกัน!!"

     

     เมื่อหาคนเป็นโอนิได้แล้ว พวกเค้าก็เริ่มเล่นเกมคาโกเมะกันอีกครั้ง


     ~ คาโกเมะ อา คาโกเมะ , คากะ โนะ นาคาโนะ โทริวะ ~

     เสียงเพลงเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ และแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงของสายลม


     ~ อิซซุ อิซซุ เดยารุ , โยอาเกะ โนะ บันนิ ~

     เสียงเพลงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับพวกเค้าทั้งสิบที่กำลังหมุนเป็นวงกรม


     ~ สึรีโตะ คาเมะ โตะ สึบิทตะ ~

     เมื่อเสียงเพลงใกล้จะจบลง เสียงยิ่งก็ยิ่งจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงร้องโหยหวนน่าหวาดกลัว


     ~ อุชิโระ โนะ โชวเมนดา อาเระ? ~

     เสียงโหยหวนก็ยังดังต่อไปจนกระทั่งจบเพลง อันนาซึ่งรับบทเป็นโอนิก็เกิดอาการตัวสั่นเพราะความกลัว เค้าพยายามเค้นเสียงออกมาเพื่อทายชื่อเพื่อนที่อยู่ข้างหลัง


     "มะ...มิกิจัง..."

     เสียงของอันนาตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่อันนาที่รู้สึกหวาดกลัว เพื่อนคนอื่นๆ อีกเก้าคนก็หวาดกลัวด้วยเช่นเดียวกัน รู้สึกเหมือนมันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แล้วไหนจะส่งเสียงนั่นอีก


     "คิกคิกคิก"

     เสียงหัวเราะแหลมสูงน่ากลัวดังขึ้นไปทั่ว ทำให้เด็กๆ ทั้งสิบคนสะดุ้ง ตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื่อนไม่ได้ ความกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมในใจ


     "ผิด...แล้ว...ล่ะ...ผิด...แล้ว...ล่ะ คิก...คิก...คิก"

     เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันดังขึ้นใกล้ๆ และก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อันนาพยายามบังคับมือให้ขยับออกจากตาทั้งสองข้าง แล้วพยายามฝืนบังคับตัวเองให้หันหลังไปดูว่าใครกันที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ


     "อี๊~!!!"

     พลันนัตย์ตาของเด็กหญิงที่ชื่ออันนาก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ ทั้งมือทั้งขาสั่นไปหมด แม้แต่แรงยืนยังแทบไม่มีเหลือด้วยซ้ำ ปากก็อ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ แต่ดูเหมือนเธอยังเหลือความพยายามเลยฝืนเค้นเสียงออกมาพูดให้รู้ว่าตัวเองเห็นอะไร เพราะคนอื่นอีกเก้าคนที่เหลือไม่มีท่าทีว่าจะหันมาดูเลยสักนิด แถมยังหันหน้าหนีไปคนละทิศคนละทางอีกต่างหาก


     "ทะ...ทสึกิมิยะ!!"

     เมื่อคนที่เหลือได้ยินแล้วก็หันขวับพลางมองค้อนอันนาที่ทีแรกทำหน้าแหมือนเห็นผี


     "โธ่เอ๊ย!! ทสึกิมิยะเองหรอกเหรอ? แล้วนั่นเธอยังทำหน้าเหมือนเห็นผีอยู่อีกเหรออันนา"

     อามามิยะแว๊ดเสียงใส่อันนาท่ามกลางเพื่อนๆ ทั้งแปดที่พยักหน้าเห็นด้วย


     "กะ...ก็เมื่อกี้เราเล่นกันแค่สิบคนไม่ใช่เหรอ?"

     เมื่อได้ยินอันนาพูดอย่างนั้น เพื่อนๆ ทั้งเก้าก็ชะงัก เมื่อย้อนกลับมาคิดดูแล้วก็แทบจะหยุดหายใจ ใบหน้ารู้สึกชาวาบ หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ


     "นัดกันมาสิบคน...เล่นด้วยกันสิบคน...มีกันแค่สิบคน..."

      ชานะพูดพร้อมกวาดสายตามองเพื่อนทุกคนที่ยืนอยู่ล้อมรอบตัวเธอ


     "ชานะจัง,อันนาจัง,มิกิจัง,โทยะคุง,อามามิยะคุง,ซัทซึกิคุง,อายะจัง,ทาโร่คุง,โคฮาคุคุง,เรียวโกะจัง"

     โทยะเอ่ยชื่อทุกขึ้นมา


     "กะ...ก็มีแค่สิบคนนี่!!"

     อามามิยะพูด


     "ละ...แล้วทสึกิมิยะจังล่ะ?"


     ทั้งสิบคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในใจคิดอยากจะร้องไห้แต่น้ำตาไม่ไหล อยากจะกรีดร้องแต่เมื่อเปร่งเสียงก็กลับไร้เสียงเล็ดลอดออกมา อยากจะวิ่งหนีแต่ขาก็ไม่ขยับเขยื้อน


     "อะ...เอ่อคือว่านะทสึกิมิยะจัง...เอ่อ...คือเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ?"

     ขนาดคนคุยเก่งอย่างอามามิยะยังพูดติดอ่างตะกุกตะกัก ทสึกิมิยะเพียงยกยิ้มหวานหยดย้อยปานน้ำผึ้ง แล้วตอบด้วยเสียงแหลมสูงและยานคางน่าหวาดผวาขัดกับรอยยิ้ม


     "มา...นาน...แล้ว...ล่ะ คิก...คิก...คิก แล้ว...นี่...ไม่...เล่น...กัน...ต่อ...อีก...เหรอ?"


     ทั้งสิบคนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ สมองสั่งการให้รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง


     "นี่...ทำไม...พวก...เธอ...ถึง...ถอย...ห่าง...จาก...ฉัน...ล่ะ? คิกคิก"


     เสียงนั้นยังคงดังต่อไป และยังชัดมากราวกับว่ามันดังอยู่ข้างหู และยังคงก้องอยุ่ในโสตประสาทของเด็กๆ ทั้งสิบคน


     "นี่เธอเป็นอะไรไปน่ะทสึกิมิยะ"

     ชานะพยายามรวบรวมความกล้าแล้วถามออกไป


     "นั่น...สิ...เป็น...อะไร...กัน...นะ คิกคิกคิก"

     เสียงหัวเราะน่าขนลุกดังขึ้นอีกครั้งและมันก็ยังดังขึ้นไปเรื่อยๆ พลันใบหน้าที่งดงามของทสึกิมิยะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่คล้ายศพ ตาปูดโปนน่าเกลียดน่ากลัว ผิวสีขาวนวลกลายเป็นสีซีดไร้เลือดฝาด เห็นแล้วน่าสยดสยอง


     "ผะ...ผะ...ผี!!!"


      เด็กทั้งสิบร้องเสียงหลง พากันวิ่งเตลิดกระจัดกระจายไปกันคนละทาง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว...


    "จะ...ไป...ไหน...กัน...งั้น...เหรอ? คิก...คิก...คิก"


    สิ้นเสียงหัวเราะ เด็กทั้งสิบก็ถูกหอกแหลมสีเลือดนับร้อยแทงทะลุจนพรุนทั้งตัว มันช่างเป็นการปลิดลมใจที่รวดเร็วและเลือดเย็น


    "ช่วยไม่ได้นะ พวกเธอดันมาเล่น 'คาโกเมะ' ในยามย่ำค่ำกันเองนี่นา คิกคิกคิก"

     ทสึกิมิยะพูดกับร่างที่ไร้ลมหายใจทั้งสิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะน่าขนลุก


    "เราก็แค่เดินผ่านไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องฆ่าเด็กพวกนี้เลยนี่ 'เวโรนิก้า' "

     เสียงนุ่มทุ้มเสียงหนึ่งดังบนต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ทสึกิมิยะ...ไม่ใช่สิ...เวโรนิก้า ต่างหาก


    "ก็มันคันไม้คันมือนี่นา 'คาซึมะ' ตามตำนานคือ 'เด็กที่เล่นคาโกเมะยามย่ำค่ำจะถูกผีลักซ่อน' ก็แค่เปลี่ยนให้เป็น 'เด็กที่เล่นคาโกเมะยามย่ำค่ำถูกราชินีซัคคิวบัสฆ่าตาย' ต่างกันนิดเดียวเอง'"


     เวโรนิก้าท้วงขึ้น นิสัยขี้เล่น เอาแต่ใจ และไม่ยอมฟังคนอื่น ทำเอาคาซึมะกุมขมับ


     "ครับๆ อยากจะทำอะไรก็ทำไปเลยครับ อ้อ...จะเป็นการดีมากเลยถ้าหากเธอจะเปลี่ยนเป็นร่างจริง ร่างนี้มันเป็นมลพิษทางสายตาเห็นแล้วน่าสะอิดสะเอียนมากเลยครับ"


     คาซึมะพูดพลางสายตาจิกร่างเน่าเฟะที่ใช้เวทย์ 'ภาพมายา' สร้างภาพมายาหลอกเด็กพวกนั้น เวโรนิก้าก็ทำได้แค่บ่นอุบอิบแล้วเปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิมตรงข้ามกับร่างเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่งดงามราวกับรูปแกะสลักของจิตรกรมือหนึ่ง ดวงตาเรียวสวยให้ความรู้สึกดุร้าย แต่ก็สง่างามเฉกเช่นพญาเหยี่ยว ผิวขาวนวลสะอาดดุจหิมะให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มน่าสัมผัส


     "แตกต่างอย่างสิ้นเชินขนาดนี้ เวทย์มายาดูถูกไม่ได้จริงๆ"

     คาซึมะพูด


     "เอาล่ะ พวกองเมียวจิกับพวกนักล่าปีศาจกำลังจะถึงที่นี่แล้ว"

     เวโรนิก้าได้กางปีกตัวเองขึ้นแล้วลอยขึ้นไปบนฟ้าเพื่อจะบินหนีข้ามประเทศไป


     "นี่น่ะเหรอ? ราชินีซัคคิวบัส..."

      คาซึมะคิดในใจพลางส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะเรียกภูติรับใช้พญาเยี่ยวบินตามหลังเวโรนิก้า


     สายลมพัดเอื่อย กลิ่นเลือดคละคลุ้งจนคลื่นใส้ เด็กสิบที่ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นก็มีคนรอดชีวิตจากการโจมตีเมื่อสักครู่นี้ได้อีกสามคน และคนที่รอดชีวิตมาได้ก็คือ อันนา ชานะ และโทยะ


     ตัดภาพมาตอนปัจจุบัน อันนาได้สะดุ้งตื่นขึ้น เธอยกมือมาจับแผลตรงส่วนที่ถูกหอกโลหิตของเวโรนิก้าโจมตีใส่เมื่อตอนนั้น เด็กสาวผู้เต็มไปด้วยความลับได้เดินตรงไปยังห้องทดลองที่อยู่ใต้ดินของบ้านเธอ


    "ตื่นแล้วเหรอครับคุณอันนา"

    หัวหน้านักวิทยาศาสตร์เดินเข้ามาพูดคุย


    "ทำเรื่องเสร็จไปถึงไหนแล้ว?"


    "ตอนนี้เราได้ดำเนินการมาถึง 98% แล้วครับ"


    "นั่นก็มากเกินพอแล้ว เริ่มการผ่าตัดได้เลย"


     "อะ...เอาจริงเหรอครับคุณหนู"

     หัวหน้านักวิทยาศาสตร์พูดเสียงดังจนคนอื่นๆ ในห้องแล็บพากันหันมามอง


     "ก็ใช่น่ะสิ!! ฉันต้องการจะเป็นผู้ครอบครอง 'ดวงตาพญามาร' เดี๋ยวนี้!!"


     หัวหน้านักวิยาศาสตรืได้พาอันนาเข้าห้องผ่าตัด และข้างในห้องก็มีทีมแพทย์ที่รู้เรื่องการผ่าตัดครั้งนี้เป็นอย่างดี พวกเค้าได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนเอาดวงพญามารมาใส่และดัดแปลงให้มันเล็กเข้ากับดวงตาคู่เก่าของอันนา และผลการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาตาคือ 'สำเร็จ'


    "หืม? ใครโทรมาแต่เช้าล่ะเนี้ย?"

    โทยะที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าหอพักพูดขึ้น


    "สวัสดีโทยะ นี่ฉันเองนะ"

    อันนาได้โทรไปหาโทยะเพื่อที่จะชักชวนเค้ามามีส่วนร่วมแผนการตามล่า 'ราชินีซัคคิวบัส เวโรนิก้า'


    ถึงคราวที่ฉันได้เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้วนะ เวโรนิก้า...

    ---------- To Be Continued ----------



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 19-10-2018 08:01 , Processed in 0.030532 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th