เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1573|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1286
  • Money: 1995
  • Tz: 1295
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4556
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 25-4-2017 17:18:19 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

The Surge Ghost คนกระชากผี

ตอนที่ 12 : วาจาสั่งตาย (บทจบ)








      "หลีกทางให้รถพยาบาลเข้าด้วยครับ!!"
      หน่วยกู้ชีพและตำรวจได้วิ่งตรงเข้าในร้านขายตุ๊กตาที่พังเสียหายยับเยิน

      "คุณน้าคะ!! คุณน้าคะ!!"
      ชานะพยายามจะวิ่งเข้ามาข้างใน แต่ก็ถูกตำรวจขวางทางไม่ให้เข้าไป

      "พบร่างเจ้าของร้านตุ๊กตาแล้วครับ!!"
      เสียงของหน่วยกู้ชีพดังมาจากวิทยุ

      "นำร่างเค้าออกมาได้เลย อีกเดี๋ยวทีมพิสูจน์หลักฐานก็จะมาถึงที่นี่แล้ว"
      หัวหน้าหน่วยกู้ชีพตอบกลับไป

      ชานะได้ยินคนกลุ่มนั้นพูดแล้วรู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย เธอยืนรอหน่วยกู้ชีพที่กำลังจะพาน้าของเธอออกมา และสิ่งที่เธอได้เห็นคือ ร่างไร้วิญญาณที่ถูกหมุนบิดกลับด้านไปทั่วตามร่างกาย

      "นะ...นี่มันไม่ใช่แค่การบุกทำร้ายร่างกายธรรมดาๆ แล้วมั่ง"
      ตำรวจและหน่วยกู้ชีพช็อกกับสภาพศพที่พวกเค้าได้เห็น

      "กรี๊ดดดดด!!! คุณน้าค้า!!!!"
      แต่คนที่ช็อกมากสุดเห็นทีจะเป็นชานะซะมากกว่า เพราะเค้าคือญาติเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจมากที่สุด เธอร้องห่มร้องไห้ออกมาซะดังจนโทยะกับอันนาต้องเดินเข้ามาปลอบเธอ

      "ดาบเล่มนั้น..."
      อันนาเหล่ตาไปเห็นดาบคาตะนะที่วางอยู่ข้างๆ ศพ

      "ดาบเล่มนั้นทำไมเหรอครับ?"
      โทยะถาม

      "อ่า...ไม่มีอะไรหรอก"

      อันนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรเรียกคนของเธอให้มารับตัวชานะไปนอนพักผ่อนที่บ้านของเธอ แต่โทยะรู้สึกได้ว่าคนที่ทำร้ายน้าของเธออาจจะเป็นคนที่กำลังตามหาตนอยู่

      ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน...

      "สูญเสียพลังมือกระชากไปแล้วก็อ่อนปลวกเปียกไปเลยนะ ท่านจอมมาร..."
      น้าของชานะเผยตัวจริงของชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

      "คิริยะ นั่นคือชื่อของเจ้าอย่างนั้นสินะ?"
      จอมเอ่ยชื่อของชายผู้เป็นเจ้าของร้านขึ้น

      "ดวงตาคู่นั้น!? ดวงตาพญามารงั้นเหรอ!!"
      คิริยะสังเกตเห็นดวงตาของจอมมารกำลังส่องแสงประกายสีแดงออกมา

      จอมมารที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าคิริยะอยู่ตอนนี้คือผู้ครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่สามอย่างนั่นก็คือ...
      - พลังมือกระชาก : กระชากทุกสิ่งทุกอย่างออกมาได้ดั่งที่ใจคิด
      - วาจาสั่งตาย : สั่งให้ร่างกายของผู้ที่ได้ยินทำตามคำวาจาทุกอย่างรวมแม้กระทั่งสั่งให้ไปตายก็ยังได้
      - ดวงตาพญามาร : มองเห็นเรื่องราวในอดีตและอนาคตของอีกฝ่ายและมองเห็นจุดตายที่จะสังหารของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ

      "ข้ามองเห็นแล้ว จุดตายของเจ้า!!"
      จอมมารเรียกดาบเวทย์ออกมาแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาคิริยะอย่างไว

      "อึ๊ก!!"
      คิริยะยกดาบขึ้นมาป้องกันไว้ได้

      "หึ!! พวกนักล่าปีศาจนี่เก่งกันทุกคนเลยนะ ช่างน่าชื่นชมจริงๆ"

      "ขอบคุณสำหรับคำชม ต่อไปตาฉันโจมตีบ้างล่ะ"

      คิริยะตวัดดาบออกมาเป็นคลื่นคมดาบใส่จอมมาร

      "ของแบบนั้นแค่กระชากมันให้หายไปก็...เฮ่ย"
      จอมมารลืมตัวไปว่าตัวเองได้สูญเสียแขนขวา แล้วหลังจากนั้นคลื่นคมดาบก็ได้พุ่งใส่จอมมารเต็มๆ จนกระเด็นออกไปหลังร้าน

      "ฮ่ะฮ๊า!!"
       คิริยะวิ่งตามไปและเตรียมปล่อยคลื่นคมดาบอีกครั้ง

       "ขาซ้ายของคิริยะจู่ๆ ก็หักไปซะเฉยๆ"
       จอมมารพูดคำนี้ออกมาพร้อมกับปล่อยคลื่นเสียงออกมาเป็นวงกว้าง

       "อะไรน่ะ!?"
       คิริยะวิ่งแล้วเอามือขึ้นมาบังหน้าตัวเองเอาไว้

       'กร๊อบ!!'
       เสียงขาซ้ายของคิริยะจู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนกระดูกดังออกมา และชายผู้เป็นเจ้าของร้านล้มฟุ่บลงทันที

      "อะไรวะเนี้ย!? ทำไมจู่ๆ ขาของฉันถึงหักล่ะ!!"
       คิริยะนึกขึ้นมาได้ว่าสาเหตุที่ขาของตัวเองจู่ๆ ก็หักอาจจะเป็นผลของพลัง 'วาจาสั่งตาย' ของจอมมาร

      "แขนซ้ายของคิริยะจู่ๆ ก็บิดกลับด้าน"

       'กร๊อบ!!'
       แขนซ้ายของคิริยะก็ไปบิดกลับด้านตรงตามคำพูดของจอมมาร

       "อ้าก!!"
       คิริยะร้องเสียงลั่นร้าน

       "ข้าไม่มีเวลาที่จะมาเล่นกับเจ้ามากนักหรอก เอาเป็นว่าข้าไปรอเจ้าเด็กที่ชื่อโทยะที่สวนสาธารณะก็แล้วกัน"
       จอมมารเดินผ่านคิริยะไป

       "ฉึก!!"
       ช่วงจังหวะที่จอมมารกำลังเดินออกจากร้านไป คิริยะก็ได้ขว้างดาบคาตะนะใส่คอหอยของจอมมาร และดาบของเค้าก็ได้ดูดพลัง 'วาจาสั่งตาย' ออกมาแล้วก็ดึงกลับมาคืน และก่อนที่จอมมารกำลังจะสุญเสียพลังนี้ไป เค้าก็ได้ขยับปากพูดอะไบางอย่างออกมา

      "ร่างกายส่วนต่างๆ ของคิริยะบิดกลับด้านทั้งหมด"

      'กร๊อบๆๆๆๆ'
      ร่างกายคิริยะทั้งหมดได้บิดกลับด้านจนเจ้าตัวสิ้นใจตายทันที และจอมมารก็พยายามจะเดินไปหยิบดาบคาตะนะที่ดูดพลังวาจาสั่งไป แต่เสียงไซเรนรถตำรวจดังแทรกเข้ามาจนจอมมารต้องทิ้งดาบไว้ที่นี่แล้วหายตัวหนีไป

      ส่วนอีกด้านหนึ่งที่สนามเด็กเล่น ชานะที่เพิ่งจะถูกโทยะเอาจูบแรกไปก็ถูกเพื่อนสนิทมาเห็นเข้า เธอได้แต่ยืนตัวแข็งพูดอะไรไม่ออกและอันนาก็ค่อยๆ เดินตรงเข้าหาทั้งสองคนทีละก้าว

      "นี่...ไหนบอกว่าจะกลับบ้านก่อนไง ทำไมพวกเธอสองคนถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
      อันนาถามชานะอีกครั้ง

      "คนที่ต้องถามแบบนั้นคือฉันซะมากกว่าทำไมเธอถึงได้มาที่นี่ แล้วเรื่องที่โรงเรียนล่ะ?"

      "ก็ฉันเป็น ผอ.ชั่วคราว จะออกไปไหนมาไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน"

      "ใช้สิทธิ์การเป็น ผอ. ทำแบบนั้นมันจะดีเหรอ!!"

      "ก็เพราะฉันเป็นห่วงเธอน่ะสิ"
      อันนาวิ่งตรงเข้ามากอดชานะ

       "เอ๋?"
       ชานะหน้าแดงและยืนอั้มอึ้งไม่รู้พูดอะไรออกมา

       "ก็ฉันพูดเรื่องครอบครัวของเธอออกมา แล้วเธอก็วางแก้วชาซะดังจนฉันกลัวว่าจะเสียเธอที่เป็นเพื่อนสนิทน่ารักสดใสคนนั้นไป ฉันก็เลยแอบตามมาเพราะกลัวเธอจะเป็นอะไรมากรึเปล่า?"

       "นะ...นี่เธอตั้งใจจะทำอะไรน่ะ...? ที่บอกเป็นอะไรมันก็เป็นอยู่นะ!!"
       ชานะพูดแล้วเหล่ตามองไปที่มือของอันนาที่กำลังบีบก้นของตนอยู่

       "ไม่เป็นไรๆ แบบนี้ดีแล้ว"
       อันนาทำหน้าพอใจที่ได้บีบก้นของชานะ

       "ไม่ดีเลยย่ะ!!"
       ชานะใช้สันมือสับกระบานอันนาไปหนึ่งดอก

       'ตรื๊ดๆ'
       เสียงโทรศัพท์ของชานะดังขึ้นแล้วเธอก็หยิบขึ้นมาดูหมายเลขแล้วเห็นเป็นชื่อน้าของเธอ

      "ว่าไงคะน้าคิริยะ"
       ชานะรับสาย

      "เอ่อ นี่ใช่เบอร์หลานสาวของเจ้าของร้านขายตุ๊กตารึเปล่าครับ?"

      เสียงของคนที่โทรมาไม่ใช่เสียงของคิริยะ ชานะทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยแล้วเอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง

     "ใช่ค่ะ ฉันคือหลานสาวของเจ้าของร้านขายตุ๊กตาจริงๆ ค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ? ทำไมถึงเบอร์ของน้าโทรมา?"

     "ผมเป็นหน่วยกู้ชีพครับ ตอนนี้มีเหตุทำร้ายร่างกายกันที่ร้านขายตุ๊กตา ทางเราได้สืบมาว่าผู้บาดเจ็บมีหลานสาวอยู่ด้วยอีกคน ผมจึงได้โทรมาหาคุณนี่ยังไงล่ะครับ"

     'หวอ~!!'
     รถตำรวจเปิดเสียงไซเรนห้าคันได้ขับผ่านสนามเด็กเล่นให้พวกชานะที่อยู่ข้างในเห็น

     "คุณน้าคะ!!"
     ชานะวิ่งออกจากสนามเด็กเล่นไป

     "รอผมด้วยพี่ชานะ"
     โทยะกับอันนาวิ่งตามหลังชานะไปติดๆ

     นี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน และตอนนี้พวกโทยะก้ได้มาอยู่ที่บ้านของอันนาเป้นการชั่วคราว เพราะตำรวจกำลังตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้าของชานะจึงสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปข้างในร้าน

     "ชานะยังเป็นยังไงบ้าง?"
     อันนาถามโทยะที่เพิ่งจะพาชานะนอนพักผ่อนและทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

     "นอนหลับไปแล้วล่ะครับ"

     "งั้นเหรอ"
     อันนาถอนหายใจแล้วเดินตรงเข้าไปหยิบห่อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเอามาวางตรงหน้าโทยะ

     "ในห่อผ้านี้คือ?"

     "ดาบคาตะนะที่น้าของชานะต่อสู้ชักออกมาต่อสู้กับคนร้ายน่ะ"

     "หลักฐานสำคัญขนาดนี้ทำไมถึงไม่มอบมันให้กับตำรวจล่ะครับ"

     "ก็ดาบเล่มนี้มันได้ผนึกพลังของผู้ที่เป็นเจ้าของมือขวาของนายยังไงล่ะ!!"

      "พลังที่อยู่ในมือขวาของผม? หมายถึงพลังมือกระชากงั้นเหรอ แล้วทำไมคุณอันนาถึงรู้เรื่องพลังนี้..."

      'โครม!!'
      อันนากระชากคอเสื้อของดทยะแล้วเหวี่ยงไปฟาดกับดตีะอย่างแรง

     "นี่นายยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะนาย!!"

     "อึ๊ก!!"
     โทยะรู้สึกได้ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่เด็กสาว ม.ปลาย แน่ๆ เค้าผลิกตัวกลับแล้วเหวี่ยงอันนาออกไป แต่อันนาก็ตีลังกากลับมายืนได้เหมือนเดิม

      "คุณอันนา...นี่คุณเป็นใครกันแน่..."
      โทยะถามพร้อมกับถอดผ้าพันแผลออกจากแขนขวา

      "ย้าก!!"
     อันนากระโดดข้ามหัวไปข้างหลังของโทยะแล้วเธอก็ได้ล็อกแขนขวาพร้อมกับกดหัวของโทยะฟาดพื้นอีกครั้ง

     "คิดจะใช้พลังมือกระชากใส่ฉันคนนี้ล่ะก็ยากนะ"

     "คิดยังงั้นจริงเหรอครับ"
     โทยะแบมือขวาออกมาแล้วโยนกางเกงในของอันนามาไว้ข้างๆ

     "อี๊!! เจ้าเด็กบ้านี่"
     อันนาปล่อยแขนของโทยะออกแล้ววิ่งตรงไปเอากางเกงในที่เพื่งจะถูกกระชากออกมา

     "ไม่มีทางซะหรอก!!"
     โทยะใช้พลังมือกระชากปัดข้าวของภายในห้องนั่งเล่นให้เกิดลมพัดขึ้นมา สายลมนั้นได้พัดไปที่กระโปรงของอันนาจนเธอต้องรีบเอามือมากดเอาไว้ ส่วนกางเกงในของนั้นก็ถูกสายลมพัดปลิวไปพร้อมกับสายลม

     "คราวนี้คุณอันนาก็จะกระโดดไปไหนมาไหนเหมือนลิงไม่ได้อีกแล้วสินะครับ"
     โทยะพูดพร้อมกับยิ้มกวนๆ ใส่

     "เจ้าเด็กนี่เห็นเรากระโดดแค่สองครั้งก็จับความสามารถของเราได้แล้วเหรอเนี้ย"
     อันนาคิด

     "อ้อ ผมมีอะไรอยากจะให้คุณอันนาดูด้วยแหละ"
     โทยะโยนอะไรบางอย่างอีกจำนวนหนึ่งไปให้อันนาดู

     "หา!?"
     สิ่งที่อันนาเห็นคือ เม็ดกระดุมเสื้อ 4 เม็ด ซิป 1 ตัว และชุดชั้นในอีก 1 ตัว

     'พรึ่บ!!'
     เมื่อของดังกล่าวนี้ได้ถูกกระชากออกหมด เสื้อและกระโปรงของอันนาก็ได้เปิดออกจนโทยะได้เห็นเรือนร่างอันเปลือยเปล่าทั้งหมด

     "กรี้ด!!!"
     อันนารีบเอามือมาปิดส่วนที่ไม่อยากให้เห็นพร้อมกับนั่งลงกับพื้น

     "เอาล่ะ ได้เวลาที่คุณจะต้องบอกความจริงผมแล้ว"
     โทยะเดินตรงเข้าไปหาอันนาอย่างช้าๆ

     "นะ...นี่นายคิดจะทำอะไรน่ะ!!"
     
     "ทำอะไรน่ะเหรอ? ผมก็กำลังจะทำสิ่งที่อยากจะทำอยู่ตอนนี้ไง"
     โทยะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด

     "อี๊~!! ยะ...อย่าเข้ามานะ!!"
      อันนาค่อยๆ คลานถอยหลังจนหลังไปติดกับผนังห้อง

     'พรึ่บ'
     โทยะได้เอาเสื้อตัวนอกมาคลุมอันนาเอาไว้

     "เอ๋?"
     อันนาทำหน้างง

     "ผมมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่พอตัวนะ ไม่มีทางที่จะทำร้ายผู้หญิงน่ารักๆ ที่เปลือยเปล่าแบบนี้ได้ลงคอหรอก"

     'เปรี๊ยง!!'
     เสียงปืนยิงคำว่า 'น่ารัก' ได้พุ่งเข้าใส่หัวใจของอันนาจนเต้นดังตึกตักๆ เธอจ้องหน้าโทยะอยู่สักพักแล้วลุกขึ้นยืน

     "ฉันขอไปใส่เสื้อผ้าแปปนึงนะ เดี๋ยวกลับมาจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง"
     อันนาพูดจบแล้วก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไปเปลี่ยนชุด ส่วนโทยะก็นั่งรออันนาแล้วดันเผลอหลับไปเพราะเหนื่อยที่ต่อสู้
กับอันนาเมื่อตะกี้

     'แกร๊ก!'
     ชานะได้เปิดประตูและเดินออกมาจากห้องพัก เธอรู้เรื่องเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้และเรื่องดาบคาตะนะที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเด็กสาวผู้ที่เสียน้าคนสำคัญไปก็ได้หยิบมันขึ้นมาและชักดาบออกมาจากฝัก

     'ฟู่ว!!'
     ควันสีดำได้พุ่งออกมาจากฝักดาบแล้วมันก้ลอยเข้าปากชานะจนเธอไม่สามารถจะหุบปากตัวเองลงได้

     "อ๊ะ!! อ๊อก!!"

     "เจ้าคือผู้ได้รับการยอมให้เป็นเจ้าของพลัง 'วาจาสั่งตาย' นี้ จงนำมันไปทำสิ่งที่เกิดผลประโยชน์ให้ตัวเองและออกตามหาผู้ที่ครอบครองพลังที่ทัดเทียมกับเจ้าอีกสองอย่างให้พบ"

      เสียงของชายปริศนาได้ดังกึกก้องไปทั่วห้องจนโทยะกับอันนารู้สึกตัวได้ โทยะที่อยู่ใกล้ที่สุดสะดุ้งตื่นขึ้นและเค้าก็ได้เห็นชานะกำลังถูกควันสีดำลอยเข้าปาก

     "พี่ชานะ!!"
     โทยะใช้พลังมือกระชากดึงควันดำกลุ่มนั้นออก แต่ทว่าควันกลุ่มนั้นคือพลังวาจาสั่งตายที่มีระดับทัดเทียมกันกับพลังมือกระชาก จึงไม่สามารถทำอะไรมันได้

     "เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ!?"
     อันนาวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น

     "อ๊าาาา!!!"
     ชานะได้ปล่อยคลืนพลังออกมาเป็นวงกว้างจนโทยะกับอันนากระเด็นปลิวออกไปข้างนอกบ้าน

     โทยะที่กระเด็นออกมาข้างนอกบ้านตีลังกากลับมายืนที่พื้นได้ แต่อันนาที่ยังสวมเสื้อผ้าไม่เสร็จก็เอามือตัวเองมาดึงกระโปรงลงเพราะเธอยังไม่ได้ใส่กางเกงใน โทยะเห็นแบบนั้นแล้วก็รีบวิ่งไปรับตัวเธอไว้ได้ทัน

     "ไม่มีกางเกงในแล้วทำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับเนี้ย"

     "หนวกหูน่า! ใครมันจะไปรู้ว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น"

     'บรึ้ม'
     บ้านของอันนาตรงส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นพังพินาศจนฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ชานะก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาพร้อมกับกลุ่มควันสีดำลอยล้อมรอบตัวไปมา

     "เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชานะเนี้ย!?"

     "อย่าบอกนะว่า..."
     อันนาเห็นดาบคาตะนะที่ถูกดึงออกมาจากฝักอยู่ในมือขวาของชานะ

    "เจ้าควันพวกนั้นมันอะไรกัน ทำไมพลังมือกระชากของผมถึงทำอะไรมั้นไม่ได้"

    "เพราะว่ามันมีระดับทัดเทียมกับพลังมือกระชากของนายยังไงล่ะ"

     "นี่คุณอันนาจะบอกว่าพลังของคนที่น้าของพี่ชานะต่อสู้ด้วยเข้าสิงงั้นเหรอ!!"

      "น่าจะเป็นยังงั้น"

      โชคร้ายของทั้งสองคนที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เข้าไปอยู่ในตัวชานะมันอันตรายมากแค่ไหน ทั้งคู่ตั้งท่าเตรียมสู้และจะไม่ออมมือด้วย

      "ต่อให้เป็นพี่ชานะก็เถอะ"
      โทยะทำหน้ายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ถึงยังไงเค้าก็ต้องทำอยู่ดี

      "ถ้าฉันได้สวมกางเกงในก่อนล่ะก็คงไม่หวาดหวั่นถึงขนาดนี้หรอก"
      อันนาพูดพร้อมกับเอามืออีกข้างกดกระโปรงตัวเองไว้

      "ที่หวาดหวั่นคือเรื่องนั้นหรอกเหรอ!!"

      "ฉันรู้แล้ว..."
      ชานะเอ่ยปากพูดขึ้น

      "เอ๋?"
     โทยะกับอันนาทำหน้างง

     "ฉันรู้แล้วว่าคนที่ฆ่าน้าคิริยะมันอยู่ที่ไหน..."
     ชานะเงยหน้าขึ้นให้โทยะกับอันนาเห็นแบบที่ทั้งสองไม่เคยเห็นมาก่อน เธอได้วิ่งผ่านทั้งสองไปด้วยความสูงจนคนที่เพิ่งถูกวิ่งผ่านไปไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ พอทั้งคู่รู้สึกตัวว่าถูกชานะวิ่งผ่านไปก็วิ่งไล่ตามหลังเธอติดๆ ทันที

     "อะไรเนี้ย!? ทำไมพี่ชานะถึงได้วิ่งเร็วแบบนั้นล่ะ"
     โทยะหันไปถามอันนา

     "เพราะว่าเธอได้ใช้วาจาสั่งตายสั่งให้ขาของตัวเองมีพละกำลังในการวิ่งเพิ่มขึ้นน่ะสิ"

     "วาจาสั่งตายงั้นเหรอ?"
     โทยะทำหน้างง

     "เรื่องนี้ไว้ถามทีหลัง แต่ตอนนี้เราต้องรีบหยุดชานะเอาไว้ให้ได้!!"

     "นั่นสินะครับ"

      ทั้งสองคนที่กำลังวิ่งไล่ตามหลังชานะ ก็ถูกเธอทิ้งห่างไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนอันนาต้องขอให้โทยะใช้พลังมือกระชากช่วยดึงตัวชานะเอาไว้ แต่พอโทยะใช้พลังมือกระชากไปแล้วก็ถูกออร่าสีดำดีดกลับมาคืน แล้วหลังจากนั้นชานะก็ได้วิ่งจนละสายตาของทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

      ส่วนอีกด้านหนึ่ง ณ สวนสาธารณะอีกที่หนึ่ง จอมมารที่ได้สูญเสียพลังที่ยิ่งใหญ่ไปสองอย่างก็ได้นั่งรอคนที่กำลังวิ่งมาหาตนอย่างใจเย็น ที่เค้ารับรู้ได้ว่ามีคนกำลังวิ่งตรงมาก็เพราะว่าเค้ามี 'ดวงตาพญามาร' ที่มองเห็นเรื่องในอดีตและอนาคตได้ และเค้าก็รู้ตัวดีว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นมันจะจบยังไง

      "มาแล้วสินะ ผู้ครอบครองพลังวาจาสั่งตายคนใหม่..."
      จอมมารพูดขึ้นแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองชานะที่ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเค้าแล้ว

      "แกคือคนที่ฆ่าน้าคิริยะของฉันสินะ"

      "คิริยะเหรอ?"
      จอมมารเหลือบตามองไปมือขวาของชานะที่กำลังถือดาบคาตะนะเล่มที่แทงคอแล้วดูดพลังวาจาสั่งตายของตัวเองไป

      "อ้อ! เจ้าของร้านขายตุ๊กตาคนนั้นนั่นเอง"

      "ใช่แกจริงๆ ด้วย!!"
      ชานะใช้ดาบคาตะนะแทงเข้าไปที่กลางอกของจอมมารทะลุไปข้างหลัง

      "อึ๊ก!!"
      จอมมารลุกขึ้นแล้วใช้มือซ้ายคว้าไปบีบคอชานะแล้วเหวี่ยงฟาดไปกับพื้นอย่างแรง

      "อั๊ก!!"
      ชานะกระอักเลือดออกมาจากปาก

      "ข้าคิดว่ามนุษย์ผู้หญิงธรรมดาจะอะไรไม่ได้ซะอีก แต่ดันลืมไปว่าเจ้าคือผู้ครอบวาจาสั่งตายที่สั่งให้ร่างกายของข้ารับผลการโจมตีธรรมดาของเจ้าได้"

      จอมมารจิกหัวชานะยกขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้นและเค้าก็ได้ใช้เข่าอัดกระแทกเข้าไปที่หน้าท้องของชานะเต็มๆ

      "อ๊อก!! แค่กๆๆ"
      ชานะอ้วกออกมาเป็นเลือด

      "ถึงเจ้าจะมีวาจาสั่งตายก็เถอะ แต่ข้าก็ยังมีดวงตาพญามารที่มองเห็นอดีตและอนาคต รวมทั้งจุดตายอีกด้วย"
      จอมมารพูดพร้อมกับใส่เข่ารัวๆ อัดเข้าไปที่หน้าท้องตรงจุดเดิมของชานะจนสติของเธอเริ่มเลือนรางหายไปอย่างช้าๆ

      "ชายร่างใหญ่คนนี้...มอง...ข้างไม่เห็น..."
      ชานะขยับปากพูดคำนี้ออกมาแล้วก็ปล่อยคลืนเสียงไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของจอมมารบอดทันที

      "บัดซบ!!"
      จอมมารรีบปล่อยชานะลงแล้วเอามือซ้ายมาขยี้ตาตัวเอง

      "ดวงตาพญามารจู่ๆ ก็ทะลักออกมา..."

      'ฉวัะ คว๊าก~!!'
      ตาทั้งสองของจอมมารได้ทะลักออกมาตามคำพูดของชานะ

      "อ้าก!!!"

      "...ระเบิดหายไปซะ..."

      จอมมารได้ยินคำพูดนี้จากปากของชานะแล้วก็ได้ปล่อยยิ้มออกมา

      "หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า!! นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ!! ในที่สุดข้าก็หาเจอจนได้!!"
   
      โทยะกับอันนาที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็ได้เห็นร่างของจอมมารค่อยๆ บวมใหญ่ขึ้นและข้างๆ ก็มีชานะที่นอนกุมท้องตัวเองและกำลังพูดคำว่า 'ระเบิดหายไปซะ' ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

      "เจ้านี่แหละ!! เจ้านี่แหละ!! เจ้านี่แหละคือผู้สืบทอดตำแหน่งจอมมารคนต่อไป!! ฮ่าฮ่าฮ่า!!"
      จอมมารพูดจบแล้วร่างกายของเค้าก็ระเบิดเสียงดังสนั่นไปทั่วสวนสาธารณะ

      'ฟู่ว!!'
      แรงระเบิดได้ปล่อยแรงอัดออกมาเป็นวงกว้างจนชานะและพวกโทยะกระเด็นปลิวไปคนละทิศคนละทาง แต่โชคร้ายของชานะที่กระเด็นไปกระแทกกับเสาเหล็กอย่างแรงแล้วเธอก็หมดสติไป ส่วนโทยะกับอันนาก็เกาะเสาไฟเอาไว้แน่นเพื่อจะไม่ไห้กระเด็นปลิวไปไกลมากกว่านี้

      วันต่อมา...

      "อือ..."
      ชานะลืมตาตื่นขึ้น

      "เอ๋...ที่นี่มันที่นี่ไหนน่ะ?"

      "ฟื้นแล้วเหรอครับพี่ชานะ"
      โทยะเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนชานะตกใจและตบหน้าไปทีหนึ่ง

      "อาร๊ะๆ เอะอะกันแต่เช้าเลยนะทั้งสองคนเนี้ย"
      อันนาเดินเข้ามาข้างในห้อง

      "อันนา? ทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
      ชานะถาม

      "ก็ที่นี่มันห้องของฉัน"

      "หะ...ห้องของเธอเหรอ!? โอ้ย!!"
       ชานะยกตัวขึ้นแล้วเธอก็ปวดหัวขึ้นมากะทันหัน

      "อย่าเพิ่งฝืนตัวให้มากนักสิ เธอเพิ่งจะลื่นล้มหัวฟาดพื้นแล้วฉันกับโทยะก็ช่วยกันหามเธอมาที่นี่"
      อันนาพูด

      "เอ๋? จริงเหรอ?"

      "จริงแท้แน่นอนจ้ะ"

     ดูเหมือนว่าชานะจะสูญเสียความทรงจำไปส่วนหนึ่งเพราะหัวไปกระแทกกับเสาเหล็กตอนถูกแรงระเบิดของจอมมาร โทยะกับอันนาช่วยกันปิดเรื่องการตายของคิริยะและพลังวาจาสั่งตายไม่ให้เธอรู้ และหลังจากนั้นอันนาก็หาที่พักใหม่และปลอมแปลงเอกสารให้กับโทยะและชานะใหม่อีกด้วย ที่พักที่อันนาหามาให้ทั้งสองคนคือหอพักที่ถูกสั่งปิดใช้งานไปแล้ว และเธอก็ได้มอบอำนาจการดูแลหอพักนี้ให้กับชานะ ส่วนเรื่องตัวตนที่แท้จริงของอันนาก็ยังไม่ถูกเปิดเผย

    ...และนี่ก็คือเรื่องราวของชานะเมื่อสองปีก่อน...

     "พี่ชานะ"
     เสียงของโทยะดังแทรกเข้ามา

     "อ๊ะ...อะไรเหรอ!?"
     ชานะสะดุ้งตกใจเล็กน้อย

     "มีอะไรรึเปล่า? เห็นยืนมองต้นซากุระต้นนั้นอยุู่พักหนึ่งแล้ว"

     "มะ...ไม่มีอะไรหรอก เรารีบกลับหอพักกันเถอะ อยากอาบน้ำจะตายอยู่แล้ว"
      ชานะพูดจบแล้วก็หันหน้าหนีโทยะ

      โทยะแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าทำไมชานะถึงยืนเหม่อแล้วมองไปที่ต้นซากุระต้นนั้น เค้านึกภาพตอนที่เค้าชิงจูบแรกของชานะไป และเค้าก็หันหน้าไปมองชานะที่กำลังเดินทำหน้ากระสับกระส่ายตัวเองไปมา

     "นึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นได้ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ก็อย่าลื่นไหลไปถึงเหตุการเมื่อตอนนั้นอีกเลยนะ"

เช้าวันต่อมา วันนี้เป็นวันที่โทยะตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เค้าเดินออกมาจากหอพักเพื่อยืดเส้นยืดสาย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของเค้าก็ดังขึ้น

     "ใครมันโทรมาแต่เช้าเลยน้า"
     โทยะแตะหน้าจอเพื่อดูชื่อและหมายเลขของคนที่โทรมา

     "เฮ่ย...เอาจริงดิ?"
     โทยะยืนอั้มอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะกดรับสาย

     "ฮัลโหล..."

     "สวัสดีโทยะ นี่ฉันเองนะ"


     "นี่ฉันเองนี่คืออะไรเหรอครับ? ผมไม่เข้าใจ..."

     "อย่าทำเสียงเย็นชาแบบนั้นสิ สหายร่วมศึกอุตสาห์โทรมาหาทั้งที"

     "แล้วมีธุระอะไรถึงได้โทรมาหาผมแต่เช้าเหรอครับ?"

     "อ้อ! พอดีว่าฉันเพิ่งจะทดลองสิ่งๆ นั้นกับตัวเองดูแล้วมันสำเร็จน่ะนะ ฉันก็เลยอยากจะให้โทยะมาเห็นด้วยตาตัวเอง"
      
     "แล้วสิ่งๆ นั้นคือ?"

     "ดวงตาพญามารยังไงล่ะ วันนี้ตอนบ่ายๆ ไปรอฉันที่สวนสาธารณะตรงที่เราวิ่งไล่ตามชานะไปเมื่อ 2ปีก่อนนะ"
     เสียงปลายสายได้วางหูโทรศัพท์ลง แล้วโทรที่ยืนนิ่งเงียบก็หันหน้าไปมองประตูห้องของชานะ และช่ื่อเจ้าของหมายเลขที่โทรมาหาโทยะเมื่อสักครู่นี้คือ 'อันนา'



----------- To Be Continued ----------





ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-10-2018 18:35 , Processed in 0.031560 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th