เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 1734|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4622
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 14-9-2016 00:39:30 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 14-9-2016 00:40


The Last Dragon Knight

ผู้สืบทอดอัศวินมังกรคนสุดท้าย

ตอนที่ 2 : กำไลผู้สืบทอดอัศวินมังกร






    ดิฉันชื่อว่า 'ลิเวีย ลีเวียธาน' ค่ะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันจะขอปรนนิบัติท่านค่ะ 'ท่านอัศวินมังกรคนสุดท้าย'
เด็กสาวผมยาวซอยสไลซ์สีเทาสวมชุดเมดพูดขึ้น และกำลังตรงเข้าไปหาผมทีละก้าว ส่วนผมได้แต่ยืนนิ่งอ้าปากค้างยังกับถูกเด็กสาวคนนั้นครอบงำ โอ้โห โ-ค-ต-ร-น่ารักเลย อยากจะจะวิ่งเข้าไปกอดจังอ่า...


      โซกะ : "..."


      ลีเวีย : "..."


      พอลีเวียเดินเข้าใกล้ตัวผมแล้ว เธอก็ยื่นมือมาจับมือขวาผมที่กำลังถือกระเป๋านักเรียนอยู่ กลิ่นหอมชะมัด...แถมยังได้สัมผัสมือเล็กๆ นี่อีก อุณภูมิร่างกายที่ถ่ายทอดมาตอนที่เธอสัมผัสมือเรา ผิวขาวที่เหมือนจะมองทะลุ นะ...นี่มันไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย...เด็กคนนี้เป็นเมดของเราจริงๆ เหรอ!!??


      ลีเวีย : "...ถือกระเป๋า..."


      โซกะ : "เอ๋...?"


      ลีเวีย : "ดิฉันถือกระเป๋าให้นะคะ..."
   
      โซกะ : "อะ...เอ่อ...โทษทีนะ...รบกวนด้วย  เฮ้ยเดี๋ยว! ไม่ใช่แล้ว!! จะบอกว่าถือกระเป๋าให้น่ะ!! อะไรของเธอ!? ลูกบอลแสงที่ลอยออกมาจากกำไลข้อมือฉันแล้วกลายร่างมาเป็นเด็กสาวสวมชุดเมด แล้วทำไมจู่ๆ ต้องมาถือให้ฉันด้วยหา!? นี่เธออย่าบอกนะว่า..."


      ช่วงที่ผมกำลังขึ้นเสียงใส่เธออยู่นั้น ผมเหล่ตาไปเห็นสร้อยคอของเธอ และที่สร้อยคอนั้นมีจี้ที่เป็นรูปลักษณ์เหมือนหัวมังกร ซึ่งมันเหมือนกันกับอันที่สลักอยู่กับกำไลข้อมือของผมเป๊ะ ใช่จริงๆ ด้วย...ผมเคยเจอเด็กมาก่อนจริงๆ


      คืนหนึ่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผมได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบจุดที่คนของเผ่ามังกรคนสุดท้ายถูกฆ่าด้วยสายฟ้าขนาดใหญ่ผ่าลงมาจนร่างแหลกสลายหายไป

"นี่สินะ จุดที่คนของเผ่ามังกรถูกฆ่าตายน่ะ"


      "อ่า ตามที่ได้รับคำสั่งมา เค้าน่าจะถูกฆ่าตายตรงนี้แหละ"


      "คนของเผ่ามังกรคนสุดท้ายถูกฟ้าผ่าขนาดใหญ่ผ่าแล้วร่างสลายหายไปไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่พวกเบื้องบนสั่งให้พวกเราหาอะไรล่ะเนี้ย?"


      โซกะ : "..."
   
      ช่วงที่เพื่อนในทีมของผมกำลังพูดคุยกัน ผมเดินไปตรวจเช็คดูตรงจุดที่ฟ้าผ่าใส่คนของเผ่ามังกรตาย ตรงจุดรอยไหม้นั้นมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ข้างในรอยไหม้นั้นมีจุดที่ไม่ไหม้ขนาดเล็กมากและรูปร่างเหมือนกำไลข้อมืออะไรสักอย่าง ข้างๆ ก็มีแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและลึกมาก ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเบื้องบนถึงส่งให้เรามาหาอะไรบางอย่าง


      'กริ๊ง~!'
      เสียงกระดิ่งดังออกมาจากใต้แม่น้ำ ถ้าเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ เวลากระดิ่งหรือสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเปียกน้ำ มันจะไม่เกิดเสียงดังออกมา แต่นี่ผมได้ยินเต็มสองหูเลยว่าสิ่งที่ผมได้ยินเมื่อสักครู่นี้คือเสียงกระดิ่งจริงๆ และมันก็ดังออกมาจากใต้น้ำ


     "ข้าศึกมาที่ 11 นาฬิกา!! ขอย้ำ!! ข้าศึกมาที่ 11 นาฬิกา!!"
     เสียงของหน่วยเฝ้าระวังที่อยู่บนซากหอคอยตะโกนเสียงขึ้น กลุ่มที่อยู่ด้านล่างหันหน้าไปทาง 11 นาฬิกาตามที่หน่วยเฝ้าระวังตะโกนเสียงมา สิ่งที่พวกเค้าได้เห็นคือเรือเหาะขนาดมหึมากำลังลอยตรงมา


     "พวกแองเจลิกซ์งั้นเหรอ!?"


     "ไม่น่าจะใช่ ดูตราสัญลักษณ์ตรงปีกเรือเหาะนั่นสิ!!"


     ทุกคนมองไปที่ตราสัญลักษณ์ตรงส่วนปีกของเรือเหาะ สัญลักษณ์ที่ทุกคนเห็นคือ 'หัวกระโหลกมังกร'


     "พวก 'ซิลวาครุซ' งั้นเหรอ!?"


     'ซิลวาครุซ' คือกลุ่มที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลโลกที่ยอมไปสวามิภักดิ์กับพวกแองเจลิกซ์ พวกเค้าคอยทำตามคำสั่งของพวกแองเจลิกซ์เหมือนเป็นทาสรับใช้ กลุ่มมนุษย์ที่ไม่เห็นด้วยเห็นกลุ่มซิลวาครุซเป็นผู้ทรยศเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ส่วนกลุ่มซิลวาครุซเห็นกลุ่มมนุษย์ที่ไม่เห็นด้วยเป็นกบฏ กลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยจากทั่วทุกมุมโลกได้มารวมตัวกันแล้วก่อตั้งกลุ่มของตัวเองขึ้นมาในชื่อว่ากลุ่ม 'กาเดี้ยน' เพื่อเอาไว้ปกป้องกลุ่มเพื่อนมนุษย์ที่เกิดมาตอนช่วงหลังสงครามโลกระหว่างมนุษย์และแองเจลิกซ์


     "พบสัญญาณชีวิต 10 ชีวิตตรงตำแหน่งที่เรากำลังจะไปครับองค์หญิง"
     กัปตันเรือเหาะเดินมารายงานให้กับหญิงสาวผมบรอนสวมชุดเกราะหนาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้กัปตัน


     "พวกกาเดี้ยนงั้นเหรอ?"


     "น่าจะเป็นยังงั้นครับ"


     "ที่พวกมันมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ก็แปลว่าพวกมันก็มีเป้าหมายแบบเดียวกับเรา กัปตัน...ออกคำสั่งให้ลูกเรือเตรียมยิงปืนใหญ่ให้พร้อม"


     "ครับ!!"


     "ปืนใหญ่กระบอกไหนบรรจุกระสุนเสร็จก่อนแล้วก็ยิงได้เลย อย่าปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!!"


     'ตูม!!'
     ปืนใหญ่ที่บรรจุกระสุนเสร็จก่อนได้ยิงใส่กลุ่มกาเดี้ยนที่อยู่ด้านล่างจนกลุ่มพวกนั้นวิ่งกระจัดกระจายหาที่หลบ


     "เฮ้ย! ปกติพวกซิลวาครุซจะประกาศให้ยอมจำนนก่อนยิงไม่ใช่เรอะ แล้วนี่ทำไมรอบนี้ถึงก็ยิงใส่ดื้อๆ อย่างนี้ล่ะ"
     หัวหน้าทีมผมพูดผ่านวิทยุสื่อสารไปหาเพื่อนร่วมทีมที่ยังรอดชีวิตอยู่


     โซกะ : "คนที่มีอำนาจมากที่สุดของเรือเหาะลำนั้นคือกัปตัน  แต่อย่าลืมสิว่ายังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่มีอานาจออกคำสั่งพวกซิลวาครุซได้น่ะ"


     "อย่าบอกนะว่าข้างในเรือเหาะลำนั้น..."


     โซกะ : "ถูกต้อง ข้างในเรือเหาะลำนั้นต้องมีพวกเอเจลิกซ์อยู่ด้วย แถมยังเป็นพวกระดับสูงอีกต่างหาก"


     เรือเหาะร่อนลงจอดสู่พื้นดินแล้วเปิดประตูให้กลุ่มคนของซิลวารุซลงมาจัดการพวกกาเดี้ยนที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดของปืนใหญ่ ส่วนคนที่เหลือรอดมีแค่ผมกับหัวหน้าทีมสองคนเท่านั้น


     "นั่น!! พวกมันยังเหลือรอดอยู่สองคน!! รีบไปเก็บมันเร็ว!!"
     คนของกลุ่มซิลวาครุซเห็นพวกผมแล้วตะโกนเรียกพรรคพวกที่อยู่ใกล้ๆ ให้วิ่งตามมาจัดการ


     "นายหนีไปเถอะโซกะ ถ้าขืนนายมัวแต่พยุงฉันอยู่ต่อไปแบบนี้ มีหวังเราได้ตายทั้งคู่แน่"


     โซกะ : "หัวหน้า..."


     "ในช่วงสงรามน่ะ ศัตรูบางกลุ่มมักจะชอบปล่อยให้คนที่ยังรอดอยู่คนสุดท้ายหนีไปรายงานผลแพ้ชนะให้ฐานบัญชาการอยู่เสมอ แต่กับเจ้าพวกนี้มันไม่ใช่ นายต้องรอดจากสนามรบนี้แล้วไปรายงานให้กับฐานบัญชาซะ"


     โซกะ : "ขะ...เข้าใจแล้วครับ!!"


     "แหม่ๆ บาดเจ็บหนักเอาเรื่องเลยนี่"
     เสียงของหญิงสาวดังมาจากทางด้านหลังของผม ผมรีบหันหน้าไปแล้วก็เห็นหญิงสาวผมสั้นสวมชุดเรื่องแบบกาเดี้ยนกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกผม


     โซกะ : "หัวหน้าซากุยะ!!??"


     ผู้หญิงคนนี้ชื่อ 'ซากุยะ' เธอเป็นแองเจลิกซ์ที่ย้ายฝ่ายมาอยู่กับกลุ่มกาเดี้ยน เหตุผลที่ย้ายมาก็คือเธอเบื่อที่จะฆ่ามนุษย์ และตอนช่วงที่ทำสงคราม ฝ่ายทหารมนุษย์ล้วนแต่เป็นผู้ชาย พวกแองเจลิกซ์ผู้หญิงเห็นมนุษย์ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดกันอยู่แล้ว ซากุยะที่อยากจะสู้กับคนที่แกร่งกว่าเธอก็เลยย้ายมาอยู่กับกลุ่มกาเดี้ยน


     "ผู้หญิงคนนั่น!?"


     "แองเจลิกซ์งั้นเหรอ!?"


      คนของกลุ่มซิลวาครุซที่วิ่งไล่ตามพวกผมเห็นหัวหน้าซากุยะยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็หยุดยืนอยู่กับที่เหมือนกับว่าพวกเค้ากำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว


     ซากุระ : "ให้ฉันจัดการเจ้าพวกโง่พวกนั้นแทนได้มั้ย? นายรีบพยุงหัวหน้าของนายไปจากที่นี่ซะ อ๊ะ...ถนนมีด่านตรวจของพวกซิลวาครุซเต็มไปหมด อย่าใช้รถไม่งั้นจะโดนจับ"


     โซกะ : "ครับ!! รบกวนด้วยนะครับ!!"
     ผมรีบพยุงหัวหน้าทีมแล้วรีบวิ่งหนีห่างออกไปจนพ้นสายตา


     "อย่าไปกลัว!! ผู้หญิงคนนั้นถึงจะเป็นแองเจลิกซ์ก็จริง แต่ในระบบบอกว่าเธอคนนี้ย้ายข้างไปอยู่กับพวกกาเดี้ยน ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็น 'นักโทษกบฎ' ทางรัฐบาลได้ตั้งรางวัลนำจับเอาไว้ จับเป็นได้หนึ่งล้านจับตายได้สามแสน!!"


     ซากุยะ : "หึหึหึ เข้ามาเลย...ทางนี้ไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะกี่คน..."


     ซากุยะพูดจบแล้วกลุ่มคนของซิลวาครุซจำนวน 10 คนก็วิ่งตรงเข้ามาพร้อมกัน ฝ่ายที่บุกมาเป็นมนุษย์ ส่วนฝ่ายที่ถูกบุกเป็นแองเจลิกซ์ ความเร็วและพละกำลังมันต่างกันมาก และสุดท้ายกลุ่มคนของซิลวาครุซทั้ง 10 คนก็ถูกซากุยะสังหารตายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที แต่ละศพที่นอนตายนั้น ถูกอะไรบางอัดเข้าไปถึงอวัยวะภายในจนแตกละเอียด บางศพก็มีรูโหว่ทะลุตามร่างกาย


     ซากุยะ : "อะไรเนี่ย จบง่ายไปหน่อยนะ ต่อให้พวกแกย้ายฝั่งไปอยู่กับแองเจลิกซ์ แต่ก็ยังไงพวกแกก็ยังเป็นมนุษย์ แถมยังเป็นมนุษย์ผู้ชายอีกแบบนี้ มันก็ไม่สนุกเอาซะเลย"


     ซากุยะพูดพร้อมกับสะบัดเลือดที่เลอะมือทั้งสองข้างออก


     "ได้ข่าวว่าเธออยากจะสู้กับแองเจลิกซ์ด้วยกันสินะ? งั้นฉันคนนี้จะเป็นคู่มือให้กับเธอเอง..."
     เด็กสาวสวมชุดเกราะผู้เป็นคนออกคำสั่งสูงสุดบนเรือเหาะลำนี้เดินลงมาจากบันไดของเรือเหาะ


     ซากุยะ : "ชุดเกราะที่เด็กสาวคนนั้นใส่ดูท่าจะเป็นเกราะหนัก? ทั้งๆ ที่เป็นแองเจลิกซ์ที่ถนัดเรื่องพละกำลังและความเร็ว แต่ทำไมถึงสวมเกราะหนักเพื่อถ่วงความสามารถทั้งสองอย่างแบบนั้นล่ะ? รึว่าเธอจะเป็นนักเรียนของโรงเรียนสอนการต่อสู้ชื่อดังนั่นน่ะ?"


     "ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"


     ซากุยะ : "ก็พวกเด็กสาวแองเจลิกซ์ที่ชอบใช้อาวุธอะไรแปลกๆ พวกนั้น ก็ล้วนแต่เป็นนักเรียนของโรงเรียนงี่เง่านั้นน่ะสิ พวกซิลวาครุซเลือกนักเรียนจากโรงเรียนนั่นมาเป็นคนออกคำสั่งแบบนี้ เห็นทีว่าคนคงจะขาดแคลนสินะ"


     "หึ...เธอเองก็ให้ความร่วมมือกับมนุษย์ไม่ใช่หรือไง"


      ซากุยะ : "ต่อให้ไปอยู่ฝ่ายแองเจลิกซ์คืน ฉันก็ทำได้แค่สู้กับมนุษย์น่าเบื่อก็เท่านั้นเองน่ะสิ ฉันอยากจะสู้กับแองเจลิกซ์ที่แข็งแกร่ง!! งั้นขอดูฝีมือนักเรียนของโรงเรียนงี่เง่าหน่อยเถอะ!!"


      ซากุยะกระโดดเข้าไปหาเด็กสาวสวมชุดเกราะอย่างรวดเร็วแล้วออกหมัดตรงไปที่ส่วนหัว


      'ฟุ่บ!!'
      เด็กสาวสวมเกราะกระโดดหลบได้ ซากุยะเห็นแบบนั้นแล้วก็ยังไม่ถอดใจ เธอออกหมัดรัวใส่ไม่ยั้งแต่ก็ต่อยไม่ถูกซักหมัดเลย


      ซากุยะ : "อะไร!? ทำไมยัยเด็กนั่นถึงหลบหมัดความเร็วสูงของเราได้!? ทั้งๆ ที่ใส่เกราะหนักแท้ๆ"


      "ระหว่างสู้...อย่ามัวแต่วอกแวกสิ!!"
      เด็กสาวสวมเกราะพูดขึ้น และที่มือขวาของเธอมีหอกที่สำหรับขว้างเตรียมจะโจมตีใส่ซากุยะ


      ซากุยะ : "หอกนั่นมันมาได้ยังไงกัน!? อย่าบอกนะว่านี่เป็นผลของการฝึกฝนของโรงเรียนนั่นน่ะ..."
      ซากุยะเห็นทำไม่ดีจึงกระโดดถอยหลังแล้ววิ่งหนีไปทางที่พวกโซกะหนีไป


      "มารู้ตัวเอาป่านนี้ก็สายไปแล้ว ประวัติการขว้างหอกของฉันคนนี้มันไม่มีคำว่า 'พลาด' "
      
      จงเปลี่ยนรูปร่าง 'โซโซ' (หอกคู่)
      ปลายหอกแยกออกมาเป็นรูปร่างเหมือนฉมวกสองเงี่ยง


      "ทะลวง!!"
      เด็กสาวสวมเกราะขว้างหอกไปทางที่ซากุยะวิ่งหนีไปด้วยความเร็วสูง


      'ฟ้าว~!'


      ซากุยะ : "มีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งด้วยความเร็วสูง!?"
      ซากุยะสัมผัสได้จึงหันหน้ากลับไปมอง ปลายหอกด้านซ้ายได้กระชากแขนซ้ายของซากุยะขาดออกไป และหอกนั่นก็ยังพุ่งไปข้างหน้าอีก เหมือนกันว่าเป้าหมายสำคัญของหอกนี้ของพวกโซกะที่หนีไปก่อนหน้านี้


      ซากุยะ : "อึ๊ก!! แย่แล้ว!!"
      ซากุยะพยายามที่จะหาวิทยุสื่อสาร แต่หารู้ไม่ว่ากระเป๋าที่เก็บวิทยุสื่อสารของเธออยู่ตรงแขนเสื้อข้างซ้ายที่ถูกหอกของเด็กสาวสวมเกราะกระชากไปเมื่อสักครู่นี้


      "เฮ้...โซกะ..."


      โซกะ : "ครับ?"


      "นายรู้สึกเหมือนมีอะไรกำลังพุ่งมาหาพวกเรารึเปล่า?"


      ฉึก!!!
      ช่วงจังหวะที่โซกะกำลังหันหน้ามองหาว่าสิ่งที่หัวทีมพูดถึงมันคืออะไร และโซกะก็ได้พบว่าสิ่งที่หัวหน้าทีมพูดถึงมันคือหอกที่มีรูปร่างเหมือนฉมวกสองเงี่ยง ปักอยู่กลางหลังของหัวหน้าทีม แรงอัดทำให้โซกะกระเด็นปลิวตกลงไปยังแม่น้ำที่ไหลเฉี่ยวและลึกมาก


      'บึ๋มๆๆ...'
      ร่างของโซกะแทนที่จะไหลตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว แต่กลับจมดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดให้จมลงไปข้างล่าง


      โซกะ : "นี่เรา...จะตายอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?"
      ในช่วงที่สติสัมปชัญญะของผมเริ่มเลือนราง ภาพอดีตอันเลวร้ายตอนช่วงที่ผมยังเป็นเด็ก ก็ย้อนเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง


      8 ปีก่อน ช่วงสงครามโลกระหว่างมนุษย์กับแองเจลิกซ์...

"โซกะ!! รีบเก็บของเร็วเข้า"
      ชายวัยกลางคนเปิดประตูพุ่งพรวดเข้ามาในห้องของเด็กชายอย่างรีบร้อน


      ในวันนั้น เมืองที่ผมอยู่ถูกโจมตีโดยหน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงกับรัฐบาล ได้ข่าวว่ามีการประชุมหารือของผู้บริหารกลุ่มซิลวาครุซกำลังถูกจัดขึ้น ตอนนั้นพ่อผมเป็นนักวิชาการที่วิจัยข้อมูลพลังของพวกแองเจลิกซ์ เขาพยายามพาผมหนีไปเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงจากสงคราม แต่ในตอนนั้นเอง


      "เจ้านักวิจัยมันอยู่นั่น รีบจับมันออกมาเร็วเข้า!!"


      พวกคนของกลุ่มซิลวาครุซได้รับคำสั่งจากพวกแองเจลิกซ์ให้มาจับตัวพ่อผมเนื่องล่วงรู้ความลับของแองเจลิกซ์มากเกินไป และกลัวจะถูกมนุษย์รู้จุดอ่อน พ่อผมถูกคนกลุ่มคนติดอาวุธที่ไม่น่าจะใช่ของมนุษย์พาตัวออกไปทั้งแบบนั้น ผมพยายามจะวิ่งไปหาพ่อแต่ก็ถูกคนพวกนั้นจับขังเอาไว้ในห้อง ควันไฟได้ลอยผ่านช่องประตูเข้ามาในห้อง ผมจึงได้แต่มองผ่านช่องนั้นออกไปว่าพ่อของเป็นยังไงบ้าง และผมก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูได้อย่างชัดเจน


      'ปัง!!'
      ลูกตะกั่วได้เข้าไปในหัวของพ่อผมจากทางด้านหลังแล้วทะลุออกมาจากทางหน้าผาก สิ่งที่มนุษย์ด้วยกันทำสิ่งที่ไม่อาจจะยกโทษให้ได้ มันก็ได้เข้ามาอยู่ในความรงจำของผมเรียบร้อยแล้ว


      โซกะวัยเด็ก : "พ่อไม่อยู่แล้ว...ขืนอยู่แบบนี้ต่อไปคงอันตราย..."
      ผมตัดสินใจได้ในทันที จึงรีบเก็บข้าวของใช้ต่างๆ และเอกสารทั้งหมดของพ่อใส่ลงกระเป๋าเป้


      'ปังๆๆ'
      'บึ้ม!!'
      ผมพยายามวิ่งออกจากเมืองที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและระเบิดอย่างสุดชีวิต แต่ก็โชคร้ายเพราะผมหลงทางจนเผลอวิ่งเข้าไปตรงใจกลางสนามรบ


      'อ๊ากกก!!'
      ร่างของชายที่ใส่เครื่องแบบเหมือนกลุ่มคนที่ฆ่าพ่อผมตกลงมาจากฟ้า ผมตกใจมากจนก้าวขาวิ่งไปไม่ออก ผมมองซ้ายมองขวาก็ได้พบว่ารอบตัวผมมีศพคนตาย และบางศพก็เป็นศพของแองเจลิกซ์ ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองกำลังเห็นภาพนรก


      'แกร๊ก...!'
      และในตอนนั้นเอง ผมก็ได้พบกับชายร่างใหญ่คนหนึ่งยืนถือดาบขนาดใหญ่ และข้างๆ ตัวเค้าก็มีเด็กผู้หญิงผมยาวซอยสไลซ์สีชายืนจับมือชายคนนั้นอยู่


      "เจอตัวแล้ว! พวกเผ่ามังกร!!"


      "คำสั่งคือกวาดล้างพวกมันให้หมด ยิง!!"


       คนของกลุ่มซิลวาครุซวิ่งมารุมล้อมเป็นวงกลมแล้วยิงปืนใส่ชายร่างใหญ่ไม่ยั้ง


      "ตกต่ำมากเจ้าพวกมนุษย์ เห็นพวกข้าเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้วย้ายข้างไปอยู่พวกมันงั้นเหรอ!!"
      ชายร่างใหญ่พูดออกมาซะเสียงดังจนกลายเป็นเป็นคลืนเสียงกระจายเป็นวงกว้าง คนของกลุ่มซิลวาครุซที่ยืนล้อมแล้วยิงปืนใส่ต่างพากันล้มระเนระนาดเพราะแก้วหูแตก


      สุดยอด... ก่อนที่ชายร่างใมหญ่คนนั้นตะโกนเสียงออกมา กระสุนปืนที่คนกลุ่มนั้นยิงใส่เค้ามันไม่โดนเลยสักนัด และยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้มองกระสุนเลยด้วยซ้ำ สายตาของชายคนนั้นมองกลุ่มคนที่นอนดิ้นทุรนทุรายเหมือนจะบอกว่า มนุษย์พวกนี้จะฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ผมรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจเลยว่า เขาคนนั้นน่ากลัวแต่แข็งแกร่ง ผมอยากจะเป็นเหมือนกับเขาคนนั้นจัง...


      'แว๊บ!!'
      แสงสีขาวได้ส่องประกายขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ แล้วลอยขึ้นมาหาผมอย่างรวดเร็ว


      "อยากจะเป็นเหมือนเค้าคนนั้นจริงๆ เหรอคะ?"
      เสียงของเด็กผู้หญิงดังออกมาจากลูกบอลแสงลูกนั้น และผมก็ได้แต่พยักหน้า เพราะว่าตัวของผมกำลังจมดิ่งลงไป


      "ยืนยันการขอเป็นผู้สืบทอดอัศวินมังกร ท่านจะได้รับพลังของเผ่ามังกรมาอยู่ในร่างในอีกไม่ช้า"
      ลูกบอลแสงลูกนั้นเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นกำไลข้อมือแล้วลอยเข้ามาเกาะที่ข้อมือขวาของผม


      โซกะ : "(อึ๊ก!!! มีอะไรบางจากพุ่งเข้ามาในตัวเรา!!??)"
      ร่างกายของผมรับรู้ได้ความร้อมที่กำลังไหลไปทั่วร่าง


      "ท่านจะได้รับพละกำลัง ความแข็งแกร่ง และความว่องไวเหนือศัตรูใดๆ และต่อจากนี้ไปท่านผู้สืบทอดอัศวินมังกร!!"


      'บึ้ม!!'
      แม่น้ำที่กำลังไหลเชี่ยวได้ระเบิดออกมาเป็นไอน้ำ ซากุยะที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงตรงจุดที่ผมกับหัวหน้าทีมถูกหอกโจมตีใส่ เธอก็ได้เห็นผมยืนอยู่บนแม่น้ำ และตรงที่เท้าผมเหยียบน้ำมันกับกลายไอน้ำ


      ซากุยะ : "โซกะ...นี่อย่านะว่านายคือ"
      ซากุยะพูดเสียงสั่นๆ และเธอก็เหล่ตาไปเห็นกำไลที่ข้อมือขวาของผม


      ซากุยะ : "กำไลข้อมือนั่น!!?? กำไลผู้สืบทอดอัศวินมังกร!! นี่นายไปได้ของแบบนั้นมาจากไหน!!"


      โซกะ : "อะ...เอ่อ...จะว่าไงดีล่ะ ผมแค่คิดไปเล่นๆ ว่าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นก่อนที่ตัวเองกำลังจะจมน้ำตาย แล้วจู่ๆ ก็มีแสงสีขาวลอยขึ้นมาจากก้นแม่น้ำแล้วกลายมาเป็นกำไลข้อมืออันนี้อ่าน้า"


      "ว้าว...นี่นายยืนอยู่บนน้ำได้ยังไงเนี้ย?"
      เด็กสาวสวมเกราะพูดขึ้น จนทำให้ซากุยะชะงักตกใจแล้วกระโดดถอยห่างจากเด็กสาวคนนั้น


      ซากุยะ : "ไม่ไหว...เราเสียเลือดมากไป ถ้าขืนเรายังอยู่ที่นี่อีกล่ะจะต้องถูกตายแน่ๆ"


      โซกะ : "หัวหน้าซากุยะรีบหนีไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวเธอคนนี้ผมจะจัดการเอง"


      ซากุยะ : "ไม่ไหวหรอก!! ขนาดฉันคนนี้ยังถูกทำให้อยู่ในสภาพแบบนี้ แล้วนายที่เป็นมนุษย์แถมเป็นผู้ชายที่เหล่าหญิงสาวแองเจลิกซ์เห็นว่าอ่อนแอที่สุด จะเอาชนะได้เหรอ!?"


      โซกะ : "หัวหน้าจำสิ่งที่พูดไปเมื่อตะกี้ไม่ได้เหรอครับ"


      ซากุยะ : "เอ๋?"


      ผมยกแขนขวาที่สวมกำไลผู้สืบทอดอัศวินมังกรให้เธอดู


      ซากุยะ : "เฮ้อ~ นั่นสินะ งั้นฝากจัดการให้ทีนะ"
      หัวหน้าซากุยะเดินโซเซจากไป และจากนี้ไปก็มีแค่ผมกับเด็กสาวสวมชุดเกราะที่น่าเป็นพวกแองเจลิกซ์


      "นี่นาย...ไม่หนีตามเธอคนนั้นไปเหรอคะ?"


      โซกะ : "ทำไมเหรอ?"


      "หอกของฉันยังอยู่ในสภาพ 'โซโซ(หอกคู่)' อยู่เลย ฉันจึงอยากจะขว้างหอกที่ยังอยู่ในสภาพใส่คุณและผู้หญิงคนนั้นให้ตายไปในการขว้างหอกเพียงครั้งเดียวน่ะค่ะ"


      โซกะ : "ทำตัวเหมือนคนขี้งกเลยนะเธอเนี้ย"


      "ถูกโซจังว่าแบบนั้นแล้วรู้สึกไม่ดีเลย..."
      เด็กสาวสวมเกราะถอนหายใจพร้อมกับสลายหอกทิ้ง


      โซกะ : "โซจัง? ทำไมเธอถึงรู้ชื่อนั่นได้...อ๊ะ!?"
      ช่วงจังหวะที่ผมถามกลับไปนั้น เด็กสาวสวมเกราะก็ถอดหมวกเหล็กออกเพื่อที่ให้ผมเห็นใบหน้าของเธอ


      โซกะ : "พะ...พี่เซร่างั้นเหรอ!!??"


      เซร่า : "คิกคิก ไม่ได้เจอกันนานเลยนะโซจัง..."


      โซกะ : "ทำไมพี่เซร่าถึงได้มาเป็นคนออกคำสั่งเรือเหาะลำนี้ล่ะ!? เฮ๊ยเดี๋ยว!!"


      เซร่า : "หืม? อะไรเหรอจ๊ะโซจัง"
      เซร่าหันหน้ามาถามผม และเธอกำลังจะถอดกางเกงในออก แต่ผมเบรกไว้ได้ทัน


      โซกะ : "นั่นพี่เซร่าจะถอดทำไมล่ะนั่น แล้วแอบถอดชุดเกราะพวกนั้นออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย!?"


      เซร่า : "แหม่~ ก็แค่อยากให้โซจังจบเรื่องเมื่อตอนนั้นให้ไวๆ นี่นา"


      โซกะ : "เอ๋~!? ตอนนั้นคือตอนไหนอ่า?"


      เซร่า : "ก็ตอนที่โซจังนอนทับฉันที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งแล้วเอานิ้วสอดเข้าไปในร่องไงล่ะจ๊ะ แต่ครั้งนี้ขอไอ้ตรงส่วนที่อยู่ใต้ง่ามขาของโซจังเสียบเข้าเอนทรีปลั๊กตรงนี้เลยจ้า~"


      โซกะ : "ก็บอกไปแล้วไงว่านั่นมันเป็นอุบัติเหตุ! และรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมาน่ะ...หัดอายซะบ้างเซ่!!"


      'ฟุ่บ!'
      ช่วงจังหวะที่ผมขึ้นเสียงใส่อยู่นั้น เซร่าก็ได้วิ่งเอาหัวชนเข้าไปที่หน้าท้องผมจนล้มลงไปนอนกับพื้น ส่วนตัวเธอนั้นก็มานั่งทับตัวผมเอาไว้


      โซกะ : "จะทำอะไรน่ะ!! รีบลุกออกจากตัวผมเดี๋ยวนี้นะพี่เซร่า!!"


      เซร่า : "ม่ายด้าย~ โซจังต้องมอบสิ่งๆ หนึ่งให้ก่อนสิ ฉันถึงจะยอมลุกขึ้นออกไปให้"


      โซกะ : "ละ...แล้วสิ่งๆ นั้นคือ..."


      เซร่า : "น้ำ***ของโซจังยังไงล่ะจ๊า~"
      เซร่าเลื่อนมือเปิดซิบกางเกงผมแล้วเธอก็เอามือล้วงเข้าไปนัวเนียฮิโรชิของผม


      โซกะ : "โน๊ว~~~~~!!! อย่าแกล้งฮิโรชิ!!!"


      'ผวัะ!!'
      เซร่า : "อุนเนี๊ยว~!!"
      เด็กสาวผมยาวซอยสไลซ์สีเทาใช้สันมือสับเข้าไปที่ท้ายทอยของเซร่าจนสลบเหมือด เท่านั้นยังไม่พอ คนของกลุ่มซิลวาครุซก็วิ่งเข้ามารุมล้อมตัวผมที่กำลังถูกเซร่าในสภาพโป๊นอนทับตัวอยู่


      "องค์หญิงเซร่าในสภาพแบบนั้น อย่าบอกนะว่า..."


      "เป็นไปไม่ได้ เจ้าเด็กนั่นล้มองค์หญิงเซร่าได้งั้นเหรอ!?"


      "ต้องรีบรายงานให้กัปตันรู้เรื่องนี้โดยด่วน"
      
     สุดท้ายผมก็ถูกจับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ของกลุ่มซิลวาครุซและพอเวลาผ่านไปสักพักก็มีข่าวลือที่ว่าผมโค่นล้มเซร่าจนกลายเป็นที่โด่งดังให้กับพวกแองเจลิกซ์ทั่วทั้งโลก ส่วนเด็กสาวคนที่ช่วยผมไม่ให้ถูกเซร่าปล้ำหลังจากเธอสลบไปนั้น เธอก็หายตัวไปอย่างลึกลับจนคนของซิลวาครุซมาพบผมกับเซร่าสภาพที่เข้าใจผิด


      วันต่อมา ณ ห้องผู้อำนวยการโรงเรียนสอนการต่อสู้ของเหล่าแองเจลิกซ์

'ก๊อกๆๆ'


     "ดูเหมือนมนุษย์เด็กผู้ชายคนนั้นจะมาแล้วครับ"
      ผู้ช่วยผู้อำนวยพูดขึ้น


     "อ่า โซกะคุงมาแล้วเหรอ ให้เค้าเข้ามาสิ"
     หญิงสาวที่เป็นผู้อำนวยการพูดกลับไป แล้วผู้ช่วยผู้อำนวยการก็เดินไปเปิดประตูแล้วเชิญให้โซกะเดินเข้ามาในห้อง


     โซกะ : "มะ...มีธุระอะไรหรือครับผู้อำนวยการ..."
     ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเหมือนเจ้าเข้า


    ชื่อของเธอคนนี้คือ 'อันนา' เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสอนการต่อสู้ของแองเจลิกซ์และเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกลุุ่มซิลวาครุซ เธอเป็นแองเจลิกซ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนตะวันตก


     อันนา : "ไม่ต้องพูดสุภาพกับฉันนักก็ได้ฟังแล้วมันรู้สึกอึดอัดน่ะ"


     โซกะ : "อะ...เอ่อ...ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ..."


     อันนาเป็นครูฝึกสอนการต่อสู้ส่วนตัวของเซร่าและในขณะเดียวกันเธอก็เป็นผู้ปกครองของผมด้วย แทนที่ผู้ปกครองของผมจะต้องเป็นญาติที่เป็นมนุษย์ แต่พออันนาได้รู้ข่าวว่าพ่อผมถูกคนของซิลวาครุซฆ่าตายไปเมื่อ 8 ปีก่อน เธอจึงของร้องให้สี่ราชาแองเจลิกซ์ทั้งสี่พระองค์แต่งตั้งให้เธอเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกลุ่มซิลวาครุซ ที่เธอยอมทำแบบนี้ก็เพราะว่าเธอไม่อยากให้คนกลุ่มนี้ทำร้ายผมจนในที่สุดเธอก็ได้มาเป็นผู้ปกครอง


     อันนา : "เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันเถอะ"


     โซกะ : "อ้อ เรื่องที่ผมโค่นล้มเซร่าเมื่อวานเหรอ? ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่..."


     อันนา : "เมื่อวาน? อะไรล่ะนั่น?"


     โซกะ : "อ้าว ก็กัปตันเรือเหาะเค้าส่งรายงานมาให้คุณอันนาเมื่อคืนแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
     ผมชี้นิ้วไปที่ซองเอกสารบนโต๊ะ


     อันนา : "ฉันไม่มีทางอ่านรายงานที่เพิ่งออกมาเมื่อคืนหรอก!!"


     โซกะ : "เอ๋...!?"


     อันนา : "ไม่ใช่เรื่องของเซร่า แต่เป็นเรื่องกำไลข้อมือนั่นต่างหาก"


     สีหน้าของโซกะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากของอันนา


     โซกะ : "คุณอันนาจะฆ่าผมงั้นเหรอครับ?"


     อันนา : "ไม่หรอก เพราะโซกะคุงเป็นเจ้าพนักงานของกลุ่มกาเดี้ยน แถมยังมีของที่สุดยอดอย่างกำไลผู้สืบทอดอัศวินมังกรอีก เรื่องตำนานผู้สืบทอดอะไรนั่น พวกเราแองเจลิกซ์ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยว่าเผ่ามังกรจะมีวิธีการแบบนี้อยู่ด้วย สำหรับฉันแล้วมันไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่า..."


     โซกะ : "เพียงแต่อะไรเหรอครับ?"



     อันนา : "โซกะคุงน่ะ ยังไม่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับใช่มั้ย?"


     โซกะ : "นะ...นั่นก็เพราะว่าผมมัวแต่เก็บฝึกฝนการต่อสู้อยู่ในป่ามาตลอดเพื่อที่จะได้เข้ากลุ่มกาเดี้ยนน่ะครับ..."


     อันนา : "ถึงจะผ่านภาคปฏิบัติแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เลื่อนขั้นไประดับสูงๆ หรอกนะ"


     โซกะ : "แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ?"


     อันนาแอบแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาไปใกล้หน้าของโซกะ


     อันนา : "ฉันจะให้นายเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการต่อสู้ของเหล่าแองเจลิกซ์แล้วเอาวุฒิการศึกษามาซะ!!"


     โซกะ : "ว่าไงน๊า!!"


     ผมได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ส่วนคุณอันนาก็เดินไปนั่งเก้าอี้ประจำของเธอแล้วยิ้มแฉ่งใส่ผม
     
     อันนา : "ไหนๆ นายก็เป็นตัวประกันของแองเจลิกซ์ไปแล้ว ก็จงใช้ชีวิตแบบแองเจลิกซ์ซะ!! เรื่องที่พูดก็มีแค่นี้แหละ พยายามเข้าน้า~~~"


     ภาพทั้งหมดได้กลับเข้ามาสู่ช่วงปัจจุบันตอนที่โซกะกำลังขึ้นเสียงใส่ลีเวีย


     โซกะ : "แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมเธอถึงได้มาปรากฏตัวเอาป่านนี้ล่ะ"


     ลีเวีย : "ก็ตอนนั้นผนึกมันยังไม่สลายหายไปหมด และตอนช่วงที่ท่านโซกะกำลังถูกปล้ำ ดิฉันก็ออกมาได้แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเองค่ะ..."


     โซกะ : "ยังงั้นหรอกเหรอ"


     ลิเวีย : "ค่ะ..."


     โซกะ : "เมื่อตอนเด็กๆ ฉันจำได้ว่าเธอสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวนี่นา แล้วแหงตอนนี้ถึงใส่ชุดเมดล่ะ?"


     ลีเวีย : "มีคนบอกให้ดิฉันมารับใช้ท่านโซกะค่ะ"


     โซกะ : "รับใช้เนี่ยนะ...แล้วใครกันที่พูดแบบนั้น!?"


     ลีเวีย : "ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาแล้วค่ะ"
     ลีเวียพูดด้วยสีหน้าที่เย็นชา


     โซกะ : "นั่นมันปํญหาใหญ่เลยเว๊ย!! บอกมาซะดีๆ ว่าใครสั่งให้เธอมารับใช้ฉัน!!"



     เซร่า "อันนาไงล่ะ..."
     เซร่าพูดแทรกและเธอก็เดินเข้ามากอดแขนซ้ายผมไว้ซะแน่น


     โซกะ : "ฝีมือยัยนั่นเรอะ!! แล้วนี่เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเซร่า?"


     เซร่า : "ก็รู้ตั้งแต่ก่อนที่จะถูกเธอคนนั้นสับท้ายทอยเอาน่ะ"


     โซกะ : "หง่ะ...!"


     เซร่า : "หลังจากนี้ก็ฝากโซจังเด้วยแล้วกันนะ รับการปรนนิบัติตามที่เด็กคนนี้พูดซะก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ"


     โซกะ : "ไม่ๆ จู่ๆ จะมารับใช้กันง่ายๆ มันแปลกนะโว๊ย!! แล้วเรื่องนี่มันอะไรกันอธิบายมาซะดีๆ"
     ผมทำตาดุใส่เซร่าพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ลีเวียที่กำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว


     เซร่า : "อย่าทำตาดุแบบนั้นสิโซจัง ก็ได้ๆ ฉันจะบอกให้เธอรู้เดี๋ยวนี้แหละ"


     โซกะ : "ว่ามาซิ เด็กคนนั้นเป็นใคร? แล้วเธอเกี่ยวข้องอะไรกับกำไลผู้สืบทอดอัศวินมังกร?"


     เซร่า : "เด็กคนนั้นน่ะนะ..."


    เป็นลูกสาวของราชามังกรไงล่ะ




   ——————— To Be Continued ———————




ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 10-12-2018 05:15 , Processed in 0.056656 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th