เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 753|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4623
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 12-5-2018 11:10:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 5 : ปลายทางของจันทร์เต็มดวง







    "ภารกิจตามหาอาวุธเทพ?"

     เบลซกับไอริสที่กำลังนั่งดื่มชาพูดพร้อมกัน


     "ใช่แล้วล่ะ"

     เซซิเลียยื่นใบภารกิจให้เบลซกับไอริสคนละใบ


     "กลางดึกในอีก 3 วันให้หลัง อาวุธเทพในรูปแบบ 'เครื่องป้องกัน' จะปรากฏที่คฤหาสน์ผีสิงที่ตั้งอยู่เขตชายแดนระหว่างแดนมนุษย์และปีศาจ ฉันอยากให้พวกเธอร่วมมือกับฉันไปชิงมันมา"


     "อาวุธเทพชิ้นที่สองในรูปแบบเครื่องป้องกัน? เครื่องป้องกันก็คือเครื่องป้องกันสิ ทำไมถึงนับว่ามันเป็นอาวุธ?"


     เบลซหันไปถามเซซิเลีย


     "เครื่องป้องกันที่ว่าอาจจะเป็น 'โล่' นายก็เคยเห็นตอนช่วงสงครามแย่งดินแดนแล้วไม่ใช่เหรอ หากนักรบสูญเสียอาวุธอะไรบางอย่างไปก็จะเอาเครื่องป้องกันมาใช้เป็นอาวุธแทน"


    ไอริสอธิบายรายละเอียดให้เบลซฟัง


    "แต่เมื่อกี้เซซิเลียบอกว่าอาวุธเทพชิ้นนี้เป็นชิ้นที่สอง?"


    "อาวุธเทพที่ปรากฏตัวขึ้นมาในโลกนี้ยังไงล่ะ อย่างเช่นอาร์เทมิสที่ฉันถือครองอยู่นับเป็นชิ้นแรก ส่วนอันนี้ก็เป็นชิ้นที่สองไง"


    "ช่วยอธิบายให้เข้าใจง่ายกว่านี้ได้มั้ย?"


    "ท่าทางจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับ 'สงครามสี่จักรพรรดิ' ที่กำลังจะเกิดขึ้นเลยนะเจ้าทหารรับจ้าง"

    เซซิเลียพูดแทรกเข้ามา


    "พอเถอะ แทนที่จะให้รายละเอียดชุ่ยๆ ทำให้หมอนี่เชื่อน่าจะดีกว่า"

    ไอริสขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ เบลซ


    "สงครามสี่จักรพรรดิคือเกมหาตัวเทพเจ้ายังไงล่ะ"


    "เกม? ก็แค่แข่งกันรวบรวมอาวุธเทพที่มีพลังมหาศาลไม่ใช่รึ?"


    "อย่าเอาไปรวมกับพวกสวะที่หน้ามืดตามัวไปกับอำนาจของเทพสิ! ฟังให้ดีนะ อาวุธเทพน่ะแบ่งออกได้สองประเภท ประเภทแรกคืออาวุธที่กระจัดกระจายไปทั่วโลกตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และอีกประเภทหนึ่งที่เป็นอย่าง 'อาร์เทมิส' เป็นอาวุธเทพที่จะปรากฏใหม่เพื่อสงครามสี่จักรพรรดิที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้านี้"


    ไอริสเล่ารายละเอียดให้ฟังซะขนาดนี้ เบลซก็ยังทำหน้าเอ๋อไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น เซซิเลียเห็นแล้วก็มานั่งข้างๆ เบลซเพื่อมาช่วยเล่ารายละเอียดนี้ต่อจากไอริส


    "สิ่งที่จำเป็นเพื่อเตรียมรับสงครามสี่จักรพรรดิที่กำลังจะเกิดขึ้น เผ่าแวมไพร์อย่างพวกฉันที่เป็นผู้สมัครเข้าร่วมคือการชิงอาวุธเทพประเภทหลังมาให้ได้"


     พอเซซิเลียเล่ารายละเอียดให้ฟัง เบลซก็เริ่มทำหน้าเข้าใจ แต่คนที่เล่าก่อนกลับทำหน้าไม่พอใจ ไอริสลุกจากโซฟาแล้วเดินไปเติมน้ำชาเพิ่ม


     "ชิงอาวุธเทพชิ้นใหม่ๆ มาไว้ในมือให้ได้ ขณะเดียวกันก็ใช้อาวุธเทพที่มีอยู่แล้วให้คล่อง แบบนี้ถือว่าดีกว่านะ"


     เซซิเลียหมุนปืนอาร์เทมิสออกมาโชว์และเก๊กท่ายืนอย่างเท่


     "เข้าใจละ เพราะอาวุธเทพชิ้นสำคัญระดับนั้นกำลังปรากฏออกมา ถึงได้ต้องรวบรวมกำลังคนสินะ"

     เบลซพูดจบแล้วก็ทำหน้าเหมือนกำลังคิดแผนการอะไรบางอย่าง เค้าหันหน้าไปมองไอริสที่กำลังเติมน้ำชาอยู่ที่โต๊ะกินข้าว


     "นี่ไอริส...อาวุธเทพชิ้นนี้สำคัญมากๆ เลยสินะ?"


     "อื้ม"


     "สำคัญสุดๆ เลยใช่มั้ย?"

     ครั้งนี้เบลซหันหน้าไปที่เซซิเลีย


    "อื้อ"


    "หึหึหึ..."

    เบลซปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ทำเอาเซซิเลียที่นั่งอยู่ข้างๆ เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี


    "งานสำคัญขนาดนั้นถึงกับวางใจให้ทหารรับจ้างอิสระที่เพิ่งรู้จักไม่นานเป็นคนทำแบบนี้ คงแทบไม่มีพรรคพวกที่เชื่อใจได้อยู่เลยสินะ ช่างน่าสงสารจริงๆ"


    "อึ๊ก!"


    คำพูดของเบลซแทงใจดำเซซิเลียสุดๆ


    "ว่าแต่? คุณผู้ร้องขอใจกว้างคนนี้คิดจะจ้างฉันทำงานด้วยเงินเท่าไหร่กันล่ะ?"


    "นะ...ในใบภารกิจบอกว่า 60 ล้าน ถ้าแบ่งกันคนละ 20 ล้านพอไหวมั้ย?"


    "โอเค! ฉัน 30 ล้าน ไอริส 20 ล้าน เธอ 10 ล้าน"


    "หา!? แหงเป็นงั้น"


    "รวมราคาส่วนที่ต้องช่วยเธอทำความสะอาดบ้านพักตั้ง 5 ชั่วโมง บวกกับแบกคนของสมาคมที่เธอเรียกมาให้ไอริสกระทืบเล่นแล้ว ราคาสมเหตุสมผลใช่มั้ยล่ะ?"


    "ว่าไงนะ!? ตรงไหนกันยะ!?"


    "เอ๋? นี่ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?"


    เบลซค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ เซซิเลียพร้อมกับทำตาดุใส่


    "เป็นถึงเจ้าหญิงแวมไพร์ผู้เป็นว่าที่ราชินีแวมไพร์คนต่อไป แต่กลับลากทหารรับจ้างผู้น่าสงสารมาบังคับใช้แรงงานอย่างไม่ยุติธรรม ยังอุตสาห์ยอมให้จบแค่สามสิบล้านเองนะครับ แหม...ช่างเป็นทางแก้ที่ถนอมน้ำใจอะไรอย่างนี้"


    "อะ...อะ..."


    แก๊ง...แก๊ง...แก๊ง

    สุดท้ายแล้วเซซิเลียก็ยอมตกลงทำตามที่เบลซว่า จนทำให้เกิดมีภาพที่ไอริสกำลังชูมือเบลซขึ้นเหมือนผู้ชนะในเวทีมวย ส่วนเซซิเลียก็นั่งซึมตัวขาวซีดอยู่มุมเวที


    อีกด้านหนึ่ง ณ ถนนขนส่งสินค้าเส้นหนึ่ง มีรถม้าขนส่งสินค้ากำลังเตรียมเดินทางไปยังคฤหาสน์ผีสิงที่อยู่ระหว่างเขตชายแดน คนขับรถม้าสั่งให้คนที่อยู่ข้างในตรวจเช็คสินค้า เพราะกำลังจะเตรียมออกเดินทางกันแล้ว


    "เฮ้อ...ทำไมพวกเราต้องไปส่งที่นั่นด้วยนะ แล้วไอ่ของที่อยู่ในนี้มันคืออะไรกันแน่"

    คนตรวจสินค้าบ่นเสียงลอยๆ ออกมาให้คนขับได้ยิน


    "ไม่รู้สิ เห็นคนที่ขนขึ้นมาบอกว่ามันเป็นโล่เก่าๆ อะไรสักอย่าง สงสัยคนที่สั่งคงจะเป็นพวกชอบสะสมของเก่าน่ะ"


    "แต่เค้าจ่ายค่าโล่อันนี้มาซะสูงเลยนะ แถมยังต้องไปส่งที่คฤหาสน์ผีสิงอะไรนั่นอีก ฉันว่าโล่นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ"


    "เอาน่า ไหนๆ เค้าก็จ่ายเงินมาให้เราตั้งสามเท่า แถมยังใช้เวลาเดินทางตั้ง 3 วัน เรารีบๆ ไปส่งให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านกัน"


    "เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง"


    3 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหก(ก็นิยายนี่นะ จะทำยังไงก็ได้)


    "คืนพระจันทร์เต็มดวงและเป็นเวลาที่อาวุธเทพจะปรากฏขึ้นมา พระจันทร์จะเต็มดวงทุกครั้งก็ไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นพระจันทร์ข้างขึ้นหรือข้างแรมช่วงไหน แต่ยืนยันได้แน่นอนก็คือพระจันทร์ได้เฝ้าดูปลายทางของอำนาจเทพเจ้าอยู่"


    ชายหนุ่มปริศนาสวมเสื้อคลุมดำพูดบทกลอนอยู่บนระเบียงคฤหาสน์ผีสิงท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องลงมา เค้ากำลังรอการมาของสินค้าที่เค้าสั่ง


    "แหม่ๆ บทกลอนโรแมนติกจังเลยนะ"

    ปีศาจสาวซัคคิวบัสเดินเข้ามายืนข้างๆ ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุม


    "จากข้อมูลที่พวกก็อบลินบอกมา โล่นั่นจะต้องมาอยู่ที่นี่แล้วปลุกพลังเทพที่สิงสถิตอยู่ให้ตื่นขึ้น"


   "แต่การที่จะทำให้มันตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ เราจำเป็นต้องมีชิ้นส่วนของอาวุธเทพอีกชิ้นที่กำลังจะมาปรากฏที่นี่สินะ"


    "ใช่...สรุปก็คืออาวุธเทพที่กำลังจะปรากฏมี 2 ชิ้น"


     อีกด้านหนึ่งที่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ผีสิง กลุ่มของนักล่าปีศาจที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงเขตชายแดนก็ได้เห็นคฤหาสน์ผีสิงที่อยู่ไม่ไกลจากกลุ่มของพวกเค้านัก เซซิเลียได้บอกเบลซกับไอริสว่าอาวุธเทพที่จะปรากฏมีสองชิ้น ซึ่งก็หมายความว่าจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปในคฤหาสน์ คนที่ขออาสาเข้าไปข้างในคฤหาสน์คือเบลซ ส่วนไอริสกับเซซิเลียอยู่รอรถมาที่กำลังจะมา


    "จะออกมาเป็นแพ็คเซ็ตเหมือนอย่าง 'อาร์เทมิส การ์เดี้ยน' ไม่ได้รึยังไงนะ หรือว่ามีที่ใดที่หนึ่งที่พลาดไป เรื่องนี้ถ้าอาวุธเทพไม่ออกมาจริงๆ คงต้องไปเผาสมาคมนั่นทิ้ง ดังนั้นถึงต้องแบ่งเป็น 2 กลุ่มไปจัดการกันคนละฟาก! เท่านี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว!"


    "ก็อย่างว่านั่นล่ะเบลซ เวลาที่รถม้านั่นจะมาถึงก็อีก 30 นาที เราต้องไปให้ถึงตำแหน่งที่อาวุธจะปรากฏทั้งสองฟากก่อนถึงเวลานั้น"

   

    ไอริสกับเซซิเลียพูดผ่านคลื่นเสียงค้างคาวไปหาค้างคาวอีกตัวที่อยู่กับเบลซ


    "โอเค ยังไงภารกิจนี้ก็ทุ่มเงินมาตั้งเยอะแล้ว"


    "ว่าแต่ทางนายตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"


    "ตอนนี้เหรอ? นั่นสินะ ฉันเพิ่งจะซัดพวกก็อบลินที่ดักรออยู่ซะกลิ้งไปเกือบ 10 ตัวได้มั่ง"


    "พวกก็อบลินงั้นเหรอ?"


    "คงเป็นลูกสมุนของพวกแวมไพร์ที่เซซิเลียพูดถึงละมั่ง ว่าแต่แวมไพร์นี่มันพรรคพวกของเซซิเลียไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดพวกมันมาเห็นพวกเธอเข้าล่ะก็มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ"


    เบลซพูดเสร็จแล้วก็จับตัวค้างคาวเก็บเข้าไปในกระเป๋า คลื่นความถี่สื่อสารระหว่างเบลซกับไอริสก็ตัดขาดไป


    "หึ! พวกแวมไพร์งั้นเหรอ? พี่สาวของฉันก็เล็งอาวุธนี่เหมือนกันสินะ"

    สีหน้าของเซซิเลียเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้รู้ว่าศัตรูที่กำลังจะเจอคือเผ่าพันธุ์แวมไพร์แบบเดียวกับเธอ


    "ตำแหน่งที่อาวุธสำหรับสงครามสี่จักรพรรดิจะปรากฏขึ้น มีแต่พระเจ้าหรือเทพพยากรณ์เท่านั้นที่รู้ ไอ่เราก็กว่าจะหาข้อมูลมาได้ก็ต้องเอาเลือดเข้าแลก แต่ถึงจะได้ข้อมูลมาได้ในระดับหนึ่ง จะให้เข้าไปชิงตัดหน้าในจังหวะเป๊ะๆ ก็คงไม่ไหว"


    "..."

    ไอริสที่กำลังนั่งรอรถม้าถึงกลับนิ่งเงียบเมื่อได้ฟังคำพูดเหล่านี้จากปากของเซซิเลีย


    "ที่ 'โคโคเลีย' ยอมทุ่มตัวซะขนาดนี้ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการพลาด"


    "ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าฉันจะได้ฟังคำพูดพวกนี้จากเธอน่ะ"

    ไอริสพูดเหมือนจะปลอบใจเซซิเลีย


    "แหม! คาดการณ์ได้เจ๋งเป๊งดีใช่มั้ยล่าไอริส! สมกับเป็นฉันที่เป็นว่าที่ราชินีแวมไพร์จริงๆ"


    ใบหน้าที่ดูเคร่งเคลียดของเซซิเลียอยู่ดีๆ ก็กลับมาเป็นใบหน้าที่ร่าเริงเหมือนเด็กไร้เดียงสา


    "ก็นะ เรื่องมันยุ่งยากเพราะงั้นฉันเลยเดาว่าเธอจะบ่น 'ไม่เอาน่า ขอทีเถอะ' ซะอีก แต่คงดีใจใช่มั้ยล่ะ ถ้าดีใจก็ดีแล้วล่ะ"


    "พูดอะไรของเธอน่ะ? ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ"


    ตัดภาพมาที่เบลซ หลังจากเค้าได้สังหารพวกก็อบลินไปแล้ว แต่ก็มีก็อบลินตัวหนึ่งที่ถูกเบลซฆ่าแล้วกระเด็นไปกระแทกกับประตูห้องใต้ดิน เบลซเหล่ตาไปเห็นแขนของผู้หญิงคนหนึ่งค่อยๆ ยื่นแขนออกมาจากความมืด เค้ารีบวิ่งตรงเข้าไปดูแล้วก็พบว่าข้างในห้องใต้ดินมีร่างของผู้หญิงไร้ซึ่งเสื้อผ้าหลายคนนอนเปรอะเปรื้อนไปด้วยของเหลวอันน่ารังเกียจเต็มไปหมด แถมบางคนยังตั้งท้องอีกด้วย


    "นี่มันอะไรวะเนี้ย!?"


     ในใจของเบลซคิดได้เลยว่าการตั้งท้องของผู้หญิงเหล่านี้ไม่ใช่การตั้งท้องเด็กธรรมดาแน่นอน แต่เป็นการตั้งท้องลูกก็อบลิน พวกเธอถูกข่มขืนและให้ตั้งท้องแพร่พันธ์ุพวกมัน พอตายก็ออกไปหาผู้หญิงใหม่แบบนี้วนเวียนไปเรื่อยๆ ภาพที่เบลซได้เห็นช่างเวทนาเหลือเกิน


    "คุณครับ! ทำใจดีๆ เอาไว้!!"


     ผู้หญิงที่อยู่ในนี้บางคนไม่มีสติเหลือแล้ว บางคนก็อ่อนแอใกล้จะตายไปทุกนาที เบลซเอายาฟื้นพลังที่เซซิเลียให้มาออกจากกระเป๋าแล้วกรอกให้ผู้หญิงที่อ่อนแอทุกคนกินเพื่อเพิ่มพลังชีวิต ส่วนผู้หญิงที่ท้องลูกก็อบลินนั้น เบลซจะต้องเอามันออกมาแล้วกำจัดทิ้ง


     "ขอโทษด้วยนะครับ ผมจำเป็นต้องทำจริงๆ"

     เบลซคุกเข่าลงไปพูดกับพวกหญิงพวกนั้น


     "ไม่เป็นไร...รีบเอาพวกมันออกไปจากตัวพวกเราที"


     "ขอร้องล่ะ อย่าให้พวกเราครอดปีศาจพวกนี้ออกมาอีกเลย..."


     คำขอร้องของผู้หญิงเหล่านี้ทำให้เบลซมีสติและตั้งใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำในอีกไม่ช้านี้


     "เข้าใจแล้วครับ แต่จะเจ็บมากหน่อยนะ"


     "ค่ะ..."


     พวกเธอพยักหน้าแล้วเบลซก็ใช้มือของเค้าดึงเอาทารกก็อบลินที่ใกล้จะคลอดออกมาจากมดลูก เบลซเห็นสิ่งที่เค้าดึงออกมาก็ถึงกับกลืนน้ำลายฆ่าไม่ลง แต่คำขอร้องของผู้หญิงเหล่านี้คือเอาออกมาแล้วต้องฆ่าทิ้ง เค้าจึงหลับตาแล้วฆ่าพวกมันทุกตัวไม่ว่าจะเป็นเด็กแค่ไหนก็ตาม เค้าจะต้องสังหารพวกมันให้สิ้น


     ขณะที่เบลซกำลังช่วยพาผู้หญิงเหล่านี้ออกมาจากคฤหาสน์ มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ยื่นบางสิ่งบางอย่างให้กับเค้า สิ่งที่เธอมอบให้คือหินสีแดงที่เป็นตัวประดับโล่อะไรซักอย่าง เธอบอกว่าเจ้าหินสีแดงนี้คือชิ้นส่วนอาวุธเทพที่พวกก็อบลินเก็บไว้อย่างถะนุถะนอม มันรอคอยการมาของแม่ทัพแวมไพร์ที่จะเอามนุษย์ผู้หญิงจำนวนมากมาแลก แต่ดูเหมือนว่าแม่ทัพคนนั้นจะผิดสัญญาแล้วฆ่าพวกมันทิ้งจนเหลือพวกที่เบลซเพิ่งจะฆ่าทิ้งไปเมื่อกี้นี้


    "เอาล่ะ ได้ชิ้นส่วนชิ้นแรกมาแล้ว ต่อไปเราก็ต้องตามไปสมทบกับไอริสสินะ"


    ตัดภาพมาที่ฝั่งของไอริสกับเซซิเลีย พวกเธอได้เผชิญหน้ากับพวกอ็อคแล้วสังหารตายไปหลายตัว รถม้าที่ไร้คนขับเพิ่งจะมาถึงก็ได้จอดอยู่ตรงหน้าพวกเธอ แต่สิ่งน่าประหลาดใจก็คือรอบข้างของพวกเธอแต่ก่อนเคยเป็นป่า จู่ๆ มันก็กลายมาเป็นว่าพวกเธอเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ผีสิงซะแล้ว


    "นี่มันอะไรกัน เราน่าจะจัดการพวกอ็อคในป่าไปแล้ว แต่รอบข้างมันเปลี่ยนไปแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"

     เซซิเลียพูด


     ไอริสควักนาฬิกาพกออกจากกระเป๋าเพื่อดูเวลา


     "ตอนดูเวลาเมื่อกี้ยังเหลืออีกตั้ง 20 นาทีก่อนที่รถม้าจะมาถึง แต่นี่กลับมาถึงก่อนเวลา ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"


     "เพราะเวลาของที่นี่มันเดินเร็วน่ะสิ"


     ชายสวมเสื้อคลุมกระโดดปรากฏตัวลงมาจากชั้นบนพร้อมกับอ็อคจำนวนหนึ่ง


     "ตั้งแต่ที่พวกเธอก้าวเข้ามาในเขตคฤหาสน์นี้ เวลาจะเดินเร็วเป็น 3 เท่าของเวลาที่เรารู้สึกได้ยามปกติ คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร มิติที่บิดผัน? หรือ ม่านพลัง? เรื่องนั้นคงตอบไม่ได้ เพราะหากพวกเธอเข้าใจโครงสร้างของที่นี่จนหนีรอดไปได้พวกเราก็แย่เหมือนกัน"


      ชายสวมเสื้อคลุมอธิบายรายละเอียดของสถานที่นี้ให้ทั้งสองคนฟัง

   

     "ต้องให้ย้ำอีกรอบมั้ย?"


     "พวกเธอต้องอยู่ที่นี่แล้วรอจนกว่าสงครามสี่จักรพรรดิจะเริ่มขึ้นซะเถอะ"

     ซัคคิวบัสสาวพูดแทรกเข้ามา


     "จะออกโรงได้เท่ไปหน่อยรึเปล่าลิลิเน็ต"

     ชายสวมเสื้อคลุมหันไปพูดกับซัคคิวบัสสาวที่ชือ 'ลิลิเน็ต'


     "อย่าชักใบเรือให้เสียสิคะท่านแม่ทัพ"

     ลิลิเน็ตตอบกลับไปพร้อมกับหาวปากกว้าง


     "ท่านคือองค์หญิงเซซิเลียที่แปลพรรคไปอยู่ฝ่ายมนุษย์สินะ"

     ชายสวมเสื้อคลุมหันกลับไปทางเซซิเลียกับไอริส


     "ถ้าใช่แล้วจะทำไม"


     "องค์ราชินีพูดเรื่องของท่านให้พวกเราฟังมาหมดแล้ว เค้าอยากให้ท่านกลับบ้านมากเลยนะครับ"


     "งั้นเหรอ แต่ขอโทษด้วยนะฉันมีบ้านของฉันอยู่แล้ว"


     "งั้นเหรอครับ แต่ต้องขอประทานอภัยองค์หญิงด้วย"


     "เรื่องอะไรล่ะ?"


     "ผมเองก็มีหน้าที่ที่จะมาเอาอาวุธเทพชิ้นนี้และพาตัวท่านกลับไปด้วย"


     ชายสวมเสื้อคลุมถอดผ้าคลุมออกให้เห็นร่างที่แท้จริง ร่างของเค้าค่อยๆ กลายเป็นหมาป่าสีดำขนาดใหญ่พร้อมกับเห่าหอนออกมาอย่างน่าเกรงขาม


     "ให้ตายเถอะ นี่พี่โคโคเลียแอบเลี้ยงหมาไว้เหรอเนี้ย"


     "หลังจากที่อาวุธเทพปรากฏขึ้นมาแล้ว ผมคงจะต้องใช้กำลังบังคับพาตัวองค์หญิงกลับไปด้วยให้ได้"


     "เหอะ! ถ้าทำได้ก็เอาสิ!!"


      เซซิเลียวิ่งเปิดฉากเข้าใส่มนุษย์หมาป่าทันที ส่วนไอริสก็หันหน้าไปมองลิลิเน็ตกับอ็อคอีกจำนวนหนึ่ง


      "งั้นฉันจัดการพวกนี้ละกัน"

      ไอริสชักดาบสีแสดออกมาแล้วชี้ไปที่ลิลิเน็ต


      "ก็ได้ งั้นฉันจะเป็นคู่มือให้เอง"

      ลิลิเน็ตยืดเล็บออกมาแล้วพุ่งเข้าไปหาไอริสทันที


      ส่วนทางด้านเบลซที่เพิ่งจะมาถึงตรงจุดที่พวกไอริสเคยอยู่ เค้าก็ไม่เห็นไอริสกับเซซิเลีย จะมีก็แต่ซากศพของพวกอ็อคกับรถม้าที่จอดทิ้งไว้อยู่


      "หายไปไหนของเค้านะ"


      วิ้ง!!

      จู่ๆ หินสีแดงที่อยู่ในกระเป๋าของเบลซก็ส่องแสงขึ้น แสงของมันส่องไปที่รถม้าคันนั้น เบลซเดินตรงเข้าไปแล้วก็ได้เห็นว่าข้างในมีกล่องไม้อยู่ใบหนึ่ง เค้าเปิดมันแล้วหินสีแดงที่อยู่ในกระเป๋าก็ถูกดูดเข้าไปจนเกิดแสงสีขาวจ้าพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจนพวกไอริสที่อยู่ข้างในคฤหาสน์เห็น


     "ปรากฏออกมาแล้วสินะ"


     โล่ผู้พิทักษ์ 'เดอะ อีเจซ์'

++++++++ To Be Continued ++++++++



ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 16-12-2018 13:35 , Processed in 0.033844 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th