เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 65|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 30-9-2018 14:37:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 1-10-2018 13:40


Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 17 : ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเหตุวินาศกรรม







  “คราวนี้เป็นตัวจริงสินะ แบล็กฮาร์ด...”


  “ช่างสังเกตจังเลยนะเพื่อนเก่า ทำไมถึงรู้ว่าตัวฉันตอนที่สู้กับนายที่มอลไซม์เป็นตัวปลอมล่ะ?”


  “อัศวินที่แท้จริงจะไม่ทิ้งอาวุธคู่ใจของตัวเอง ตัวปลอมของนายไม่ได้ถือดาบเพลิงพิพากษาไว้น่ะสิ”


  “ฮ่าๆๆ เสียท่าเข้าจนได้ เข้าใจแล้วฉันพลาดเองล่ะเฟ้ย แกเนี่ยไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรใครง่ายๆ แบบนั้นหรอกนะ ไอ้เพื่อนเก่า”


  “นี่มันหมายความว่าไงพี่สการ์เลต ทำไมแบล็กฮาร์ดถึงได้มาอยู่ในหอคอยอาบิสนี่ล่ะ?”

  โทโยฮิเมะถาม


  “อะไรกันเนี่ย… แม่สาวนักบุญนั่นไม่ได้อธิบายอะไรให้ฟังเลยงั้นเหรอ?”

  แบล็กฮาร์ดเหลี่ยวตามองไปที่สการ์เลต


  “หอคอยอาบิสถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของชาวเมืองที่อยู่ด้านล่างนี้ จักรวรรดิมิเชลเลียได้ส่งวัสดุอุปกรณ์และทหารมาช่วยสร้างด้วย คนที่คอยควบคุมการสร้างและออกแบบหอคอยอาบิส คืออดีตแม่ทัพใหญ่แบล็กฮาร์ด”


  สการ์เลตอธิบาย


  “ถูกต้องแล้ว!!”

  แบล็กฮาร์ดสะบัดผ้าคลุมเรียกเหล่าลูกแก้วแดงหรือตัวระบบรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก ออกมาล้อมวงพวกเบลซเอาไว้


  “หอคอยนี้ไม่ได้ถูกออกแบบแค่คอยจับตาดูทุกสิ่งและรวบรวมความรู้ทั้งหมดทั้งมวลจากทั่วโลกเท่านั้น แต่มันยังถูก ออกแบบให้กลายเป็นอาวุธเวทมนตร์ขนาดใหญ่อีกด้วย”


  สการ์เลตตะหงิดกับคำอธิบายของแบล็กฮาร์ดที่ว่า ‘หอคอยนี้ถูกออกแบบให้เป็นอาวุธ’ เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ถามออกไป


  “ในตอนนั้นคนที่ทำลายเมืองซึ่งเป็นทางเข้าของหอคอยแห่งนี้คือแกงั้นเหรอ?”


  “ใช่ ถูกต้องแล้ว”


  “ขอถามได้มั้ยว่าทำไม? นั่นเป็นเมืองที่ฉันคิดว่าได้ตั้งใจเฝ้าปกป้องอย่างเต็มที่ในฐานะนักบุญแห่งสมบัติลับ”


  “อืม...ทำไมกันน้า”

  แบล็กฮาร์ดทำหน้าครุ่นคิดเรื่องราวเมื่อตอนนั้นว่าจะอธิบายออกมายังไงดี


  “เจ้าจำเรื่องที่ทำเพื่อฆ่าเวลาเมื่อหลายปีก่อนได้รึเปล่าล่ะ? มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ที่ได้ทำลายเมืองไปสักแห่งก็ไม่ใช่ว่าจะจำไม่ได้หรอกนะ แต่มันก็แค่เพราะว่างเฉยๆ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ ถ้าจะให้พูดละเอียดๆ ข้าแค่อยากทดสอบว่าจะสามารถใช้แสงแห่งเทพที่ออกแบบขึ้น มันจะใช้ได้ผลจริงๆ รึเปล่า แต่แทนที่จะแค่เมืองๆ เดียว แต่ดันปลิวหายไปราวๆ รัศมี 100 กิโลเห็นจะได้ น่าขำเป็นบ้าเลยว่ามั้ย?”


  “ทำไมถึงทำแบบนั่น...”

  สีหน้าที่ดูนิ่งเฉยของสการ์เลตค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว


  “ทำไมถึงทำแบบนั้นงั้นเหรอ? อย่าพูดแปลกๆ ไปหน่อยเลย สำหรับผู้แสวงหาความรู้และการทดสอบคือสิ่งธรรมดาที่ต้องทำ ถ้าหากมีอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ทรงพลังอยู่ตรงหน้า มันก็ต้องลองเป็นธรรมดาจริงมั้ย? แม่ทัพใหญ่คนปัจจุบันเอ๋ย”


  “ไอ้คนสารเลว!!”


  สการ์เลตกระโดดถีบเข้าไปหน้าแบล็กฮาร์ดอย่างแรง ความแค้นที่เธอสะสมมาถูกหลอมรวมเข้าไว้ในลูกถีบลูกนี้ แต่ทว่าการโจมตีของเธอ ถูกแบล็กฮาร์ดบล็อกเอาไว้ได้เพียงแค่ใช้ปลายนิ้ว


  “อะไรกัน!?”


  “ลองลิ้มรสความสูญเสียเมื่อตอนนั้นอีกซักครั้งดูมั้ยล่ะ แม่ทัพใหญ่คนปัจจุบันเอ๋ย”


  แบล็กฮาร์ดยิงเวทมนตร์ดำออกทางปลายนิ้วที่บล็อกการโจมตีของสการ์เลต เวทมนตร์ดำได้ไหลทั่วร่างของเธอแล้วระเบิดจนชุดเกราะสีเงินที่ได้รับความเสียหายมาอยู่แล้ว แตกสลายเหลือเพียงแค่ชุดรัดรูปที่ขาดวิ่นเอาไว้


  “สการ์เลต!!”

  ทุกคนรีบวิ่งตรงเข้าไปหาสการ์เลตที่กระเด็นออกมาจากการระเบิดเมื่อสักครู่นี้ ไอริที่เป็นเพชรฆาตสายซัพพอร์ตรีบใช่พลังเวทรักษาเธอทันที


  “ดันใช้เวทมนตร์ดำที่อันตรายซะด้วยนะแก!!”

  ไอริขึ้นเสียงใส่แบล็กฮาร์ด


  “อาการของพี่สการ์เลตเป็นยังไงบ้าง!?”

  โทโยฮิเมะถาม


  “ไม่เป็นไร แค่หมดสติไปเท่านั้นแหละ”


  “ฮึ่ย!!”

  เบลซทำหน้าครุ่นคิดว่าจะเข้าไปสู้กับแบล็กฮาร์ดตัวจริงยังไงดี เพราะตัวตนในครั้งนี้ต่างจากร่างปลอมที่เคยสู้มาหลายสิบเท่า แถมยังเป็นตัวอันตรายสุดๆ อีกด้วย มิหนำซ้ำเค้าจะต้องต่อกรกับพวกลูกแก้วแดงพวกนั้นอีก ตอนนี้สการ์เลตก็บาดเจ็บสาหัส ถ้าจะหาทางทำอะไรแบล็กฮาร์ดตอนนี้ล่ะก็คงไม่ไหวแหงๆ


  เพล้งๆๆ

  ในระหว่างที่เบลซกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น โทโยฮิเมะได้ใช้พลังหอกน้ำแข็งทำลายเหล่าลูกแก้วแดงไปได้จำนวนหนึ่ง เธอหันหน้ามามองเบลซแล้วตะโกนเสียงออกมาว่า


  “ตอนนี้แหละค่ะ คุณเบลซ!!”


  “โฮ่!”

  แบล็กฮาร์ดแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าโทโยฮิเมะคือหัวขโมยที่ชิงอาวุธเทพ ‘ดาบฮิซาเมะ’ ไปจากหอคอยนี้ไป เขาดีดนิ้วสั่งให้ลูกแก้วแดงที่เหลือเตรียมยิงลำแสงใส่


  “ไม่มีทางซะหรอก!!”

  โทโยฮิเมะหมุนตัวเองให้เหมือนพายุหมุน เธอปล่อยเกล็ดน้ำแข็ออกมารอบทิศทางและทำลายลูกแก้วแดงแตกสลายหายไปจนหมด


  “แสบนักนะ ยัยหัวขโมย!!”


  แบล็กฮาร์ดง้างดาบเพลิงพิพากษาเตรียมจะโจมตี แต่ลูน่าได้ใช้เวทมนตร์ ‘โซ่แห่งแสงจันทร์’ ตรึงแบล็กฮาร์ดที่กำลังง้างดาบค้างเอาไว้ แล้วทุกคนก็รีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นที่ห้าเพื่อจะเข้าไปในประตูลิฟต์เวทมนตร์


  “ประตูลิฟต์เวทมนตร์อยู่นั่นไง!!”

  เบลซตะโกนเสียงขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่บานประตูลิฟต์ที่อยู่ไม่ห่างไปจากกลุ่มของพวกเขา


  เปรี๊ยะๆๆ

  โซ่แห่งแสงจันทร์ค่อยๆ ถูกเวทมนตร์ดำของแบล็กฮาร์ดกัดกินและกำลังจะสลายหายไป ลูน่าเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนเสียงไปหาคนอื่นๆ


  “จะต้านไม่ไหวแล้วนะคะ!!”


  โทโยฮิเมะคือคนที่เข้าไปในตัวลิฟต์ได้ก่อน เธอรีบกดปุ่มคำสั่งให้ลิฟต์ส่งพวกเขาไปยังชั้นล่างสุด  และรอให้คนอื่นวิ่งเข้ามาในลิฟต์ให้ครบ แต่ทว่าแบล็กฮาร์ดได้ชาร์ตลูกพลังเวทมนตร์ดำเตรียมจะยิงใส่ในอีกไม่ช้านี้


  “ไม่ได้การแล้ว!! ถ้าโดนไอ้ลูกนั่นเข้ามีหวังหายไปกันหมดแน่!!”


  ลูน่าที่วิ่งมาเป็นคนสุดท้ายเข้ามาในตัวลิฟต์ได้แล้ว โทโยฮิเมะก็กดสั่งให้ลิฟต์เวทมนตร์เลื่อนพวกเขาลงไปยังชั้นล่างสุด แต่ลูกพลังที่แบล็กฮาร์ดปล่อยมาได้สร้างความเสียหายให้กับวงจรของลิฟต์ ตัวลิฟต์จึงได้พาพวกเขาตกลงไปยังชั้นใต้ดินของหอคอย ส่วนแบล็กฮาร์ดเองก็จะกลับขึ้นไปยังชั้นบนสุดก็ยังไม่อยากจะกลับขึ้นไป เพราะเขารู้สึกว่า นานๆ ทีจะได้ลงมาเที่ยวเล่นและอยากจะเล่นสนุกกับเพื่อนเก่าของเขาต่อีกซักหน่อย


  หลังจากที่เบลซและคนอื่นๆ ในลิฟต์ตกลงมาชั้นใต้ดิน หัวของเขาได้กระทบกับพื้นอย่างรุนแรงและหมดสติไป แต่เลือดของเขาที่กำลังจะกลับย้อนมาเข้าสู่ร่างกายคืน ก็ถูกเลือดที่ริมฝีปากของสการ์เลตหยดใส่ ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะได้สติกลับขึ้นมา เขาก็ได้เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ซากปรักหักพังที่อยู่ด้านนอกของหอคอย


  “นี่เราออกมานอกหอคอยแล้วงั้นเหรอ?”


  “เปล่าหรอก ที่นี่คือความฝันของฉันต่างหาก”

  สการ์เลตในร่างวัยเด็กสวมชุดนักบุญหญิงเดินเข้ามาอธิบาย


  “ดูเหมือนว่าจิตใจของนายกับของฉันจะเชื่อมต่อกันนะ”


  “จะว่าไปแล้ว ตอนที่เห็นสการ์เลตตอนเข้ามาสมัครเป็นอัศวิน ก็สวมชุดนักบุญมาสมัครยังงั้นสินะ”


  “ใช่แล้ว ตอนนั้นฉันกับนายสนิมสนมกันมากจนเกือบจะได้มาเป็นพี่น้องกัน และความสัมพันธ์เมื่อตอนนั้นอาจจะทำให้เราสองคนเชื่อมต่อกันได้ แถม...”


  “แถมอะไรเหรอ?”


  “แถมดูเหมือนว่าฉันตอนยังเด็กจะเข้ากับชุดนักบุญได้อย่างพอดีเป๊ะเลยล่ะนะ”

  สการ์เลตยืนโพสต์ท่าเหมือนหุ่นโชว์ในร้านขายเสื้อผ้า


  “อืม ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ”


  “ดูสบายใจจังนะ นึกว่าจะบอกให้กลับไปเป็นร่างเดิมที่สุดแสนเซ็กซี่ซะอีก”


  “จะตัวใหญ่หรือตัวเล็ก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ฉันก็อยากสนิทสนมด้วยทั้งนั้นแหละ”


  หัวใจของสการ์เลตเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะหลังถูกเบลซพูดออกมาแบบนั้น


  “ฮ่าๆๆ อย่างนี้นี่เอง ตั้งแต่นายได้เป็นเพชรฆาตวิหคอมตะก็เริ่มหยอดคำหวานเก่งขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ”


  “จะว่าไปที่นี่คือโลกแห่งความฝันสินะ? มันสามารถเรียกสิ่งที่ใจต้องการออกมาได้รึเปล่า?”


  “ความฝันของฉันมันไม่มีความสามารถอะไรแบบนั้นหรอก รู้สึกว่านายจะเข้ามาในตัวของฉันซะมากกว่า”


  “ขอโทษด้วย สงสัยตอนนี้ฉันคงจะตายหรือไม่ก็หมดสติไปแล้วแน่ๆ ถึงได้เข้ามาอยู่ในตัวเธอแบบนี้ได้น่ะ”


  “ไม่เป็นไรหรอกน่า!! ในตัวฉันไม่มีอะไรแอบซ่อนไว้ซะหน่อย!! แต่ตอนนี้ฉันอยากรีบๆ ตื่นแล้วก็วางแผนรับมือต่อจากนี้อยู่หรอกนะ แต่ถ้านอนหลับพลังมานาน่าจะฟื้นได้เร็วกว่าน่ะ”


  “อ๋อ ก็เมื่อกี้โดนเล่นงานซะสะบักสะบอมเลยนี่นะ”


  “ที่โดนลำแสงแห่งเทพเล่นงานก็มีส่วนอยู่หรอกนะ แต่ถึงจะเป็นสภาพปกติก็คงจะสร้างความเสียหายให้เจ้านั่นไม่ได้อยู่ดี”


  “ฉันเองก็อยากจะรีบกลับไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะนะ”


  “อะไรกันๆ ตั้งแต่ได้อยู่กับพวกสาวๆ แล้ว นายก็เริ่มตัดสินใจเองเป็นแล้วเหรอเนี้ย?”


  “เมื่อกี้ใจร้อนไปหน่อย แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้ว แบบนั้นคงเอาชนะไม่ได้หรอก พอได้อิคารัสเข้ามาอยู่ในตัวแล้ว ตัวฉันก็เลยรู้สึกว่าเริ่มเข้าใจเรื่องแบบนี้ขึ้นมาบ้างแล้วน่ะนะ แต่ก็เอาเถอะปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันแล้วกัน เดี๋ยวจะหาทางจัดการได้อย่างทุกทีเลย”


  “อย่างนั้นเหรอ? ถ้างั้นก็ขอพึ่งพาหน่อยละกันนะ”


  “ไว้ใจได้เลย”


  เบลซกับสการ์เลตกำหมัดแล้วเอามาชนกัน


  “ว่าแต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี่เคยมีเมืองอยู่น่ะ”

  เบลซมองซ้ายขวาดูซากปรักหักพัง


  “ตอนแรกฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน นึกว่ามีแต่ฉันที่เคลื่อนย้ายมาสถานที่ไกลๆ คนเดียวรึเปล่าน้า แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงตัวตนของหอคอยอาบิสได้อยู่เหมือนเดิม เพราะงั้นก็เลยรู้สึกเหมือนถูกพระเจ้าที่ปกป้องมาตลอดทอดทิ้งเอา”


  “อะไรกัน สการ์เลตเองก็มีชีวิตวัยเด็กที่ซีเรียสเหมือนกันนะเนี้ย”


  “ก็นะ พรรคพวกคนอื่นๆ ของนายเอง ก็มีชีวิตที่หนักหน่วงเหมือนกันนะจะบอกให้”


  “งั้นเหรอเนี้ย? เท่าที่ฉันสังเกตดู ทุกคนก็ดูสนุกสนานดีออก ว่าแต่สการ์เลตเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมกันตอนเหตุวินาศกรรมเมื่อตอนนั้นเหรอ?”


  “อ๋อ เปล่าหรอก ฉันอยู่กับคุณแม่น่ะ ส่วนคุณพ่อก็เสียไปนานแล้ว ที่ฉันมีชีวิตรอดจากเหตุวินาศกรรมเมื่อตอนนั้น ก็รู้สึกได้ตอนหลังว่าวินาทีที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง แทนที่จะปกป้องตัวเอง แต่คุณแม่กลับฝากสิ่งนี้ไว้ที่ฉัน ความรู้สึกอันหนักแน่นที่ว่าจะปกป้องฉันให้ได้เลยมันอัดแน่นอยู่ในนี้”


  สการ์เลตพูดจบแล้วก็เอามือทั้งสองข้างมาแตะที่หน้าอกของตัวเอง


  “อย่างนี้นี่เอง ที่สการ์เลตแข็งแกร่งจนการโจมตีระยะประชิดทำอะไรไม่ได้ เป็นเพราะว่ามีพลังของคุณแม่อยู่รึเปล่านะ”


  เบลซนึกภาพตอนที่ตัวเองกับสการ์เลตกำลังประลองฝีมือการต่อสู้ ตอนสอบเข้าอัศวิน แล้วผลที่ออกคือเบลซเป็นฝ่ายแพ้เพราะถูกสการ์เลตถีบกระเด็นตกเวที


  “นั่นสินะ อาจจะใช่ก็ได้”


  “ก็คงจะยังงั้นแหละ”


  “ว่าแต่นายเถอะ ไม่ค่อยให้กำลังใจกันเลยนะ เอาแต่ชวนพูดเรื่องเศร้าๆอย่างเดียวเลยนะ รู้ตัวรึเปล่า?”


  สการ์เลตทำปากบวมๆ ใส่เบลซ


  “ถ้าอยากให้พูดก็จะพูดให้ก็ได้นะ”


  “เย็นชาชะมัด”


  “ไม่หรอก จะเย็นชาหรืออะไรฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ถึงอดีตจะโหดร้ายสักแค่ไหน มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับปัจจุบันเลยนี่นา มิหนำซ้ำเพราะมีประสบการณ์อันโหดร้ายต่างหาก ถึงได้เป็นพวกเราในตอนนี้ไงล่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะขอบคุณคุณแม่ของสการ์เลต แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้กำลังใจหรือเศร้าใจตรงไหนเลยนี่”


  “เอ่อ เคยคิดว่านายเป็นคนพิลึกๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะคิดอะไรพิลึกอยู่จริงๆ ด้วย”


  “นี่ฉันดูเป็นคนพิลึกขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็ถ้าหากสการ์เลตตายหรือคนอื่นๆ ต้องทุกข์ทรมาน ฉันเองก็ไม่ปลื้มหรอกนะ สการ์เลตคงทั้งโศกเศร้าและเสียใจเรื่องคุณแม่ไปเยอะแล้วใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะทำให้เธอยิ้มแย้มอย่างสบายใจเอง แบบนั้นแล้วที่อยากให้สการ์เลตมีชีวิตอยู่ น่าจะมีความสุขมากกว่าใช่มั้ยล่ะ?”


  สการ์เลตได้ยินแบบนั้นแล้วก็เปลี่ยนร่างตัวเองจากวัยเด็กกลายมาเป็นผู้ใหญ่ เธอวิ่งเข้ามากอดเบลซจนล้มลงไปนอนกับพื้น


  “เหวอ นี่เธอเป็นอะไรไปน่ะ!?”


  “นายนี่เป็นคนตลกดีจังเลยนะ ฉันก็เลยอยากจะให้รางวัลซักหน่อยน่ะ”


  “งั้นเหรอ”

  เบลซเอื้อมมือมาลูบหัวเธอเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาอีกว่า


  ทั้งการแก้แค้นให้คุณแม่กับคนในเมืองของสการ์เลต ไม่ว่าจะทางไหน ฉันจะต้องล้มหมอนั่นให้ได้





++++++++ To Be Continued ++++++++

นับตั้งแต่ตอนที่ 18 เป็นต้นไป นิยายเรื่อง [เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ]

จะขอทำการซ่อนเนื้อหาเอาไว้ ที่ต้องทำแบบนี้เพื่อหวังจะขอดูว่ามีผู้ที่เข้ามาดูจะสนใจอ่านจริงๆ รึเปล่า?

ถ้าหากมีผู้ติดตามผลงานนิยายเรื่องนี้มีอยู่จริง ก็ขอกำลังใจให้ผู้แต่งด้วยนะครับ






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 22-10-2018 15:02 , Processed in 0.035085 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th