เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 128|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4623
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 28-9-2018 21:35:50 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



Blaze Heatnix  เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 15 : การเดทและเครื่องราง





  หลังจากการต่อสู้ในมิติป่าวงกตจบลง เบลซที่หมดสติไปหลังได้รับพลังของอิคารัสเข้ามาตัวและได้เป็นเพรชฆาตวิหคอมตะคนใหม่ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีเพราะต้องมาจัดระเบียบความคิดใหม่ ชายหนุ่มใช้เวลาตอนนี้น่าจะผ่านไปแล้วสักพัก สังเกตได้จากเสื้อที่สวมอยู่ตอนนี้เป็นชุดเสื้อลำลองสีเทากับกางเกงขายาวสีน้ำตาล คงน่าจะมีคนมาเปลี่ยนให้เขาตอนหลับกระมัง ขณะที่ชุดเกราะทหารรับจ้างได้รับความเสียหายไปพร้อมกับตอนที่หมดสติแล้ว เขาจะเอายังไงดี…


  เบลซนั่งคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งว่า จากนี้ไปทำไงต่อดี เขายังไม่รู้ว่าสถานการณ์ของเขาตอนนี้จะเอายังไงดี จึงคิดจะลุกจากเตียงออกไปข้างนอก แต่ทว่า…


  “หือ?”

  เบลซรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างรั้งตัวเขาเอาไว้ทำให้ลุกไม่ได้


  “อะไรวะเนี่ย?”

  เบลซถลกผ้าห่มออกทันทีเพื่อดูว่าอะไรรั้งเขาไว้ก่อนจะพบว่า มันมือขาวๆ ที่กอดเอวของเขาเอาไว้แน่นเหมือนตังเมทั้งข้างซ้ายและขวา เมื่อไร้ซึ่งผ้าห่ม สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาทำหน้าประมาณว่า ‘เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นตอนตูหลับวะ’ อะไรประมาณนั้น และเจ้าของแขนที่รวบกอดเอวของเบลซทั้งสองข้างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหญิงสาวผมสีแดงกับเด็กหญิงผมหยักศกสีดำนอนอยู่ข้างๆ แถมทั้งสองก็อยู่ในสภาพชุดวันเกิดที่เผยผิวขาวอันแสนเซ็กซี่และเย้ายวนอย่างยิ่งออกมา


  “เบลซ...”


  “ท่านพี่เบลซ...”


  ทั้งสองครางเสียงออกมาพร้อมกันอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มเอื้อมมือลูบหัวเธอทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะเอาผ้าห่มมาคลุมร่างของเธอทั้งสองไว้ จากนั้นก็เดินลงจากเตียงมุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ด้านนอกคฤหาสน์ซอร์เนียร์ ระหว่างที่เขากำลังเดินไปยังห้องอาบน้ำก็มีเสียง ก๊อกแก๊กๆ ของการซ่อมแซมอาคารตามที่ต่างๆ ภายในตัวเมืองอาลซัสหลังถูกกองทัพของแบล็กฮาร์ดบุกเข้ามาโจมตีเมื่อไม่นานมานี้


  ชายหนุ่มเห็นว่า เมืองเล็กๆ แห่งนี้กำลังอยู่ในระหว่างการบำรุงกำลัง จักรวรรดิมิเชลเลียและวิหารแสงจันทร์ได้ส่งทหารบมาช่วยซ่อมแซมเมือง แม้ว่าเมืองเล็กๆ อย่างอาลซัสจะเคยเป็นป้อมปราการมาก่อน แต่มันก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ไม่พังทลาย แถมยังมีผู้คนมาอาศัยอยู่ที่นี่ นี่อาจจะเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนและความสัมพันธ์การเป็นพันธมิตรต่อกันระหว่างจักรวรรดิและวิหารแสงจันทร์ ที่บัดนี้อยู่ตรงหน้าเด็กสาวผมบรอนมัดทรงทวินเทลในชุดกระโปรงสีขาว กำลังยืนมองบรรดาไพร่พลและเมืองอยู่บนเหนือป้อมปราการร้างคล้ายกับรู้ว่า ชายที่เข้าช่วยปกป้องเมืองของเธอตื่นแล้ว และกำลังมองเธอจากด้านล่าง เบลซย่างเท้ามาพร้อมกับเสียงทักทายด้วยรอยยิ้ม


  “อาจารย์เบลซตื่นแล้วเหรอคะ?”


  “อ่า นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนน่ะ?”


  “หนึ่งอาทิตย์ค่ะ”


  “นานชะมัด!”


  “ค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะใช้พลังเพลิงพิพากษาออกไป ก็เลยทำให้มานาในร่างกายของอาจารย์หมดและต้องฟื้นฟูนานค่ะ”


  “มันก็นานเกินไป...”


  ชายหนุ่มเดินมายืนข้างๆ เธอ ตรงหน้าของพวกเขาคือบรรดาทหารหาญของจักรวรรดิและวิหารแสงจันทร์กำลังร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมแซมเมืองร่วมกับประชาชนในเมือง ซึ่งร่องรอยความเสียหายหลายอย่างจางหายไปแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่ต้องจัดการอีกมาก


  “เบลซ!!”

  เสียงของเซชิเลียดังมาจากทางด้านล่าง เบลซมองลงไปก็เห็นเธอยืนโบกมือเรียกให้ลงมา และข้างๆ เธอมีถุงอะไรบางอย่างวางอยู่ด้วย


  “ว่าไงคุณหัวหน้า ที่เรียกผมลงมานี่ มีอะไรงั้นเหรอ?”


  “เบลซๆ ดูสิๆ”

  เซชิเลียกดหัวเบลซลงดูอะไรบางอย่างในถุงนั่น


  “เฮ้ยๆ”

  เบลซเปิดตากว้างทันที เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในคือเหรียญทองคำขาวที่มีมูลค่าว่ากว่าเหรียญทองคำจำนวนมากอยู่ในถุง ซึ่งระดับมูลค่าของเหรียญแต่ละเหรียญเริ่มต้นมาจาก


  -เหรียญทองแดง

  -เหรียญเงิน (20 เหรียญทองแดงได้ 1 เหรียญเงิน)

  -เหรียญทองคำ (40 เหรียญเงิน ได้ 1 เหรียญทองคำ)

  -เหรียญทองคำขาว (80 เหรียญทองคำได้ 1 เหรียญทองคำขาว)


  “ซะ...เซชิเลีย...นะ...นี่เธอไปได้เหรียญพวกนี้มาจากไหน!?”


  เบลซพูดติดๆ ขัดๆ เหมือนแผ่นซีดีสะดุด เขาช็อกกับการที่ได้เห็นเหรียญทองคำขาวจำนวนมาก มาอยู่ตรงหน้า


  “นั่นคือเงินรางวัลภารกิจกำจัดแบล็กฮาร์ดยังไงล่ะ”

  คนที่เดินเข้ามาอธิบายเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้คือแอสเทีย เธอเดินมาพร้อมกับลูน่าที่กำลังดูใบรายงานอะไรสักอย่าง


  “เงินรางวัลภารกิจ?”


  “นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณเป็นทหารรับจ้างอิสระยังไงล่ะคะ การที่ได้เป็นคนของสมาคมทหารรับจ้างจะได้รับเงินรางวัลจากสมาคมตามระดับของภารกิจที่ทำสำเร็จ และตามประวัติภารกิจที่คุณเคยทำมาก็สำเร็จภารกิจระดับสูงได้เยอะพอสมควร ก็คงจะได้เยอะใช่มั้ยล่ะ?”


  ลูน่าอธิบายแบบคร่าวๆ


  “ได้เหรียญทองคำขาวมาเยอะขนาดนี้ บอกตามตรงเลยว่าช็อกสุดๆ”


  “คิกๆ ถ้าเอาไปใช้ซื้อของพวกอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการค้นคว้าเวทมนตร์หรือไม่ก็ดาบระดับสูงให้ฉันล่ะก็ รับรองเดี๋ยวเดียวหมดเกลี้ยงแน่ๆ”


  เซชิเลียเอียงตัวเข้ามากระซิบข้างหูเบลซ


  “เฮ้ยๆ คนที่จัดการแบล็กฮาร์ดได้มันฉันไม่ใช่เหรอ?”


  “ล้อเล่นน่า เงินรางวัลนี้เป็นของนายนี่นะ เพราะงั้นเก็บไว้ใช้เองเถอะนะ”

  เซชิเลียยกถุงเหรียญทองคำขาวขึ้นแล้วโยนให้เบลซ


  “ไม่เป็นไรหรอก ไหนๆ เราก็ได้เงินรางวัลมาตั้งมากมายขนาดนี้แล้ว”


  “หือ?”

  เซชิเลียทำหน้างง


  “ในฐานะที่ฉันยังเป็นลูกทีมของเธอ ขอฉันได้ตอบแทนอะไรบ้างเถอะนะ เซชิเลีย”


  “หึ! ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นเลี้ยงของอร่อยๆ ฉันเป็นยังไง?”


  “โอ้! มีวิธีแบบนี้ด้วยสินะ”


  “อื้อ ไปกันเลยมั้ย?”


  และแล้วทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในร้านอาหารที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จและเปิดให้บริการใหม่สดๆ ร้อนๆ ในระหว่างนั้นเอง ไอริสกับไอริก็แอบติดตามเบลซกับเซชิเลียมาหยุดอยู่ตรงเสาหน้าร้านอาหาร


  “เดทค่า!! เดทชัดๆ เลยค่าคุณพี่ไอริส”


  “ฉันเองก็อยากไปกินข้าวกับเบลซเหมือนกันน้า!!”


  ไอริสทำท่าทางเหมือนเด็กงอแง แอสเทียถอนหายอย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินเข้ามาโอ๋เธอ


  “งั้นพวกเราก็เข้าไปกันเถอะ”


  “อื้อ!”


  ลูน่าเดินจูงมือไอริตามเข้าไป แอสเทียพยายามจะบอกห้ามแต่ก็ไม่ทัน สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องตามเข้าไปข้างในร้านด้วย


  แก๊งๆ

  เสียงกระดิ่งลูกค้าเข้าร้านดังขึ้น สาวเซริฟประจำร้านเดินเข้ามาต้อนรับ และพอเธอเห็นหน้าของลูกค้าทั้งสองคนนี้แล้วก็ปล่อยเสียงร้อง ‘อ๊า’ ออกมา


  “อ้าว? นี่เธอเองหรอกเหรอ?”


  สาวเสริฟคนนี้คือหนึ่งใน ทรี ออฟ การ์ด แห่งมิเชลเลียที่อยู่ในชุดเมด ผมสีชมพูรวบทรงหางม้า ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลย เธอคนนี้ก็คือ โทโยฮิเมะ นั่นเอง


  “คะ...คุณเบลซกับองค์หญิงแวมไพร์เซชิเลีย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ!?”


  “ไม่มีอะไรหรอก แค่มากินข้าวด้วยกันกับเซชิเลียเท่านั้นแหละ”


  “โอ้? นั่นใช่อัศวินไร้เทียมทาน เบลซ ฮิทนิกซ์ ใช่มั้ยน่ะ?”


  หญิงสาวผมสีแดงเพลิงสวมชุดเชฟเดินออกมาจากห้องครัว เธอคนนี้ก็คือ ‘สการ์เลต’ และเป็นหนึ่งใน ทรี ออฟ การ์ด แห่งจักรสรรดิมิเชลเลียเช่นเดียวกัน


  “อะไรกันเนี้ย แม่ทัพใหญ่สการ์เลตก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?”


  “หึหึ ก่อนที่จะได้มาเป็นแม่ทัพใหญ่น่ะ ฉันเคยทำงานในโรงครัวมาก่อนน่ะ...”


  สการ์เลตดึงผ้าออกจากตระกล้าให้เบลซดู ของที่อยู่ในตระก้าคือวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศที่ไม่เคยมีใครหามาได้


  “วางใจได้เลย!! ฉันจะทำของอร่อยๆ ให้พวกนายสองคนกินเอง!!”

  

  “โอ้ว!!”


  “ด้วยเหตุนี้ มื้อนี้ฉันจะเลี้ยงเองก็แล้วกัน”


  “เฮ้ยๆ เอาจริงดิ? มันจะดีเหรอ นี่มันของซื้อของขายนะ”


  “ก็ตอนที่พวกนายถูกขังในมิติป่าวงกต นายคอยปกป้องแอสเทียกับลูน่าอย่างสุดความสามารถ เห็นแก่หน้าฉันเถอะ ขอให้ฉันได้ตอบแทนเรื่องที่นายปกป้องน้องสาวร่วมสาบานของฉันหน่อยก็แล้วกันนะ”


  “อืม...”


  เบลซทำหน้าครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี ทางนั้นเขาอยากตอบแทนซะเต็มที่ขนาดนั้น เซชิเลียยื่นมือมาจับไหล่แล้วก็พูดออกมาว่า


  “ทำตามที่เขาบอกเถอะนะ”


  “ดีล่ะ!! งั้นช่วยเลี้ยงหน่อยก็แล้วกัน โทโยฮิเมะช่วยพาไปที่นั่งทีสิ”


  “คะ...ค่ะ!! ทั้งสองท่านเชิญเลยค่ะ!!”


  โทโยฮิเมะได้พาทั้งสองคนมายังโต๊ะที่นั่งตรงมุมที่ดีที่สุด ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารร้านแรกที่เปิดให้บริการหลังได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากความช่วยของทหารจักรวรรดิ ชาวเมืองและทหารบางกลุ่มก็ต่างพากันเข้ามาในร้านอย่างล้นหลามจนพนักงานต้อนรับ รับมือไม่ทันจนสการ์เลตกับโทโยฮิเมะต้องเข้ามาช่วย


  และหลังจากที่ทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว ก็พากันเดินเที่ยวเล่นในตลาด ชายหญิงคู่นี้เดินแวะซื้อแวะชมตามร้านค้าต่างๆ จนกลุ่มหญิงสาวที่คอยแอบติดตามก็เดินเพลินกับการแวะซื้อแวะชมด้วยเช่นเดียวกันจนตกเย็น


  “ดูท่าทางนอกจากจะพามากินข้าวแล้ว ยังพามาเดินเที่ยวซะหลายที่เลย ขอโทษทีนะเซชิเลีย”


  “ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย นี่น่ะเป็นเวลาที่สงบและสนุกมากเลย”


  “งะ...งั้นเหรอ”


  เบลซทำหน้าเขินอาย เพราะเซชิเลียทำหน้าตายิ้มแย้มสดใสไม่เหมือนแต่ก่อนที่ชอบทำหน้าสุขุมเยือกเย็นและไม่เคยมองเขาเป็นผู้ชายในสายตา


  “นี่พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่เนี้ย?”


  “เฮ้อ ไอริว่าได้เวลากลับกันแล้วน้า”


  “ฮ่ะๆ ถ้าเผลอหลับไปก่อน เดี๋ยวจะแบกไปส่งให้แล้วกัน”


  กลุ่มสี่สาวที่คอยแอบติดตามเริ่มเหนื่อยล้าหลังติดตามสองคนนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว


  “เซชิเลีย ฉันมีของอยากจะให้เธอรับไว้หน่อยน่ะ”


  “เอ๋?”


  “ช่วยหลับตาหน่อยได้มั้ย”


  “เอะ...เอ๋!?”


  คำพูดของเบลซเมื่อสักครู่นี้ทำให้เซชิเลียหน้าแดง และมันก็ส่งผลไปถึงกลุ่มสี่สาวที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ ทุกคนต่างพากันลุ้นว่าเบลซจะมอบอะไรให้เซชิเลีย


  “นะ ...นี่หรือว่าจะเป็น...”


  เซชิเลียนึกภาพไปตอนที่ตัวเองอยู่ในห้องสมุดของสมาคมนักล่าปีศาจ เธอไปหยิบโดนหนังสือนิยายรักที่ตัวพระเอกพานางเอกไปเดทและจบลงด้วยการจูบใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน องค์หญิงแวมไพร์พยายามคิดว่า นี่อาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็เป็นได้ เธอเหล่ตามองหน้าเบลซ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และจะไม่ยอมหยุดจนกวาเธอจะหลับตาลง


  “อือ...”


  เซชิเลียหลับตาลงพร้อมกับทำปากเหมือนจะรับจูบจากอีกฝ่าย แต่ทว่ามันนานเกินไปจนเธอต้องลืมตาขึ้น


  ชิ้ง…

  สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือเครื่องรางรูปกางเขนสีเงิน


  “นี่มัน?”


  “เมื่อกี้ซื้อมาน่ะ ตรงกลางมีหลอดแก้วเล็กๆ ให้ใส่ของเหลวลงไปได้ และข้างในนั้นน่ะ ฉันได้บรรจุน้ำตาวิหคเพลิงเอาไว้ให้แล้ว”


  “น้ำตาวิหคเพลิง?”


  “ไอริสเล่าให้ฉันฟังน่ะ น้ำตาของวิหคเพลิงสามารถรักษาบาดแผลที่ร้ายแรงและชุบชีวิตคนที่กำลังจะตายให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้”


  “วิหคเพลิงตอนนี้ก็อยู่ในตัวนาย นี่อย่าบอกนะไปแอบหลั่งน้ำตาแล้วเอามันมาบรรจุใส่หลอดแก้วนี้น่ะ?”


  “อ่าห๊ะ”


  “คนอย่างนายไม่มีทางหลั่งน้ำตาออกมาง่ายๆ แบบนั้นได้หรอก ฉันไม่เชื่อ!!”


  เซชิเลียทำท่าทางเหมือนจะไม่เชื่อ


  “ฉันเข้าไปในห้องครัวแล้วเอาหน้าไปใกล้หัวหอมที่สการ์เลตกำลังหั่นอยู่น่ะ ผลมันก็เลยได้มาแบบนี้ไง”


  “เป็นวิธีการหลั่งน้ำตาที่ทุเรศจริงๆ”


  เซชิเลียปากบวมเหมือนจะไม่พอใจ แต่จริงๆ แล้ว นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกและเป็นชิ้นสำคัญในชีวิตเธอ เครื่องรางนี้มีความห่วงใยของผู้ที่มอบให้อยู่พอสมควร ไม่สิ...ที่สำคัญกว่านั้น เธอเริ่มจะมองเบลซในฐานะผู้ชายขึ้นมานิดๆ แล้ว


  “ขอบคุณนะเบลซ ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดีตลอดไปเลยล่ะ”


  การออกเดทของเขาทั้งสองมันช่างโรแมนติกเสียกระไร แต่แล้วมันก็ต้องจบลงเพราะไอริโผล่พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้แล้วปีนขึ้นไปขี่คอเบลซ


  “ท่านพี่!! ไอริทนไม่ไหวแล้วน้า!!”


  “หวา!? ไอริ!!”


  “ฉันเห็นแล้วล่ะ การรับบทเป็นภรรยาหลวงที่โดนสามีนอกใจนี่ยากจังเลยนะ”

  ไอริสเดินไปพูดคุยกับเซชิเลีย


  “ฉันไม่มีความสัมพันธ์กันแบบนั้นซะหน่อย หมอนั่นเป็นลูกจ้างของฉันนะ”

  เซชิเลียพยายามจะหาคำพูดแก้ตัว แต่มันก็ไม่อาจจะทำให้ไอริสเชื่อได้ซะนี่


  “ส่วนฉันกับลูน่าก็มาติดตามมาเพื่อคอยเฝ้าระวังไม่ให้สองคนนี้ถูกใครเข้ามาทำร้ายน่ะ”

  แอสเทียเองก็หาคำแก้ตัวเหมือนกัน แต่สรุปแล้วก็ถูกเบลซจับได้ว่าทั้งสองคนก็แอบดูอยู่กับพวกไอริสเหมือนกัน


  “ท่านพี่!! ไอริหิวแล้วน้าา!!”


  “ฉันก็ด้วย”


  “ฉันเองก็ท้องร้องจ้อกๆ เหมือนกัน จริงใช่มั้ยลูน่า”

  

  “เอ่อ...ค่ะ...”


  สี่สาวรวมหัวกันเพื่อจะหลอกล่อให้เบลซเลี้ยงข้าวเย็น


  “ถ้างั้นพวกเราทุกคนไปกินข้าวกันมั้ย?”


  “เย้!! สำเร็จ!!”

  ทั้งสี่คนส่งเสียงดีใจขึ้นพร้อมกัน


  “แนะนำร้านของโทโยฮิเมะค่ะ”

  แอสเทียพูด


  “ดีล่ะ งั้นให้พวกโทโยฮิเมะมาร่วมวงด้วยดีกว่า!!”


  สุดท้ายแล้วทุกคนก็พากันไปกินข้าวที่ร้านของโทโยฮิเมะที่กำลังช่วยงานอยู่ที่นั่น ทั้งสองคนดูเหมือนจะปฏิเสธที่จะมาร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย แต่เจ้าของร้านก็อนุญาติให้ทั้งสองคนร่วมโต๊ะได้ เพื่อเป็นการตอบแทนที่มาช่วยงานในร้าน ภาพบรรยากาศที่ทุกคนกำลังยิ้มแย้มและสนุกกับการที่ได้พูดคุยกัน มันทำให้ชายผู้หนุ่มคนนี้อยากปกป้องสิ่งพวกนี้เอาไว้ ถึงแม้ว่าในร่างของเขาจะมีปีศาจสิงอยู่ในตัวก็ตาม เขาก็จะปกครองมันไว้ให้ได้ รวมถึงปกครองวิหคเพลิงอิคารัสที่อยู่ในตัวด้วยเช่นกัน...

++++++++ To Be Continued ++++++++






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 16-12-2018 12:22 , Processed in 0.031912 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th