เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 71|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 26-9-2018 21:57:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 26-9-2018 21:59

Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 14.2 : เพชรฆาตที่แท้จริง






  “วิหคเพลิง อิคารัส”


  ไอริสเอ่ยชื่อของคนที่กำลังเดินออกมาจากกลุ่มควัน


  “ใช่...ถูกต้องแล้วล่ะ ข้าคือหนึ่งในสิบขุนพลแห่งทัพจอมมาร วิหคเพลิง อิคารัส”


  ชายผมสั้นสีแสดในชุดเกราะทมิฬปรากฏกายออกมาจากกลุ่มควัน เขาเหล่ตามองไอริที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ไม่ห่างจากตัวเขานัก


  “จงดูให้ดีเด็กน้อย...”


  อิคารัสพยักหน้าขึ้นเหมือนจะทำอะไรบางอย่างใส่ไอริ


  ตูม!!

  ร่างของเด็กหญิงผมหยักศกสีดำล้มลงไปนอนกับพื้นทันทีหลังถูกอิคารัสพยักหน้าใส่ สิ่งที่เธอโดนคือคลื่นแรงโน้มถ่วง และผลของมันก็ส่งกระทบให้คริซตัลแห่งการผนึกแตกสลาย จนทำให้พวกไอริสหลุดจากการถูกกักขังมาได้


  “บ้าน่า!? ฉันคือผู้ครอบอาวุธเทพ ‘ดาบเทวะ’ ทั้ง 11 เล่ม ทำไมถึงได้...”


  ไอริพยายามจะต้านพลังแรงโน้มถ่วง แต่เพราะร่างกายของเธอเล็ก จึงไม่สามารถที่จะต้านพลังนี้ได้


  “นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า ‘เพชรฆาตที่แท้จริง’ ไงล่ะ”

  อิคารัสเร่งพลังแรงโน้มถ่วงให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ไอริที่กำลังฝืนตัวไม่ให้ตัวเองลงติดดินก็กระอักเลือดออกมา


  แอสเทียใช่โอกาสตอนที่อิคารัสกำลังสู้กับไอริ วิ่งตรงเข้าไปหาไอริสและประคองตัวเธอขึ้น


  “ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ!?”


  “อะ...อือ ต้องขอบคุณเจ้านั่นที่ทำให้พวกฉันหลุดออกมาได้น่ะนะ”


  คลื่น…

  แรงโน้มถ่วงของอิคารัสได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับมิติป่าวงกต ดูเหมือนว่ามิติแห่งนี้ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอิคารัสไปเสียแล้ว


  “ยะ...อย่าบอกนะว่าเขากำลังควบคุมมิติป่าวงกตนี้อยู่น่ะ!?”

  แอสเทียพูด


  “เจ้าอิคารัสมันสามารถใช่มโนภาพแบบเดียวกันกับเบลซได้”


  “มโนภาพ?”


  “นโมภาพของเบลซคือ ‘การปกครอง’ น่ะสิ แล้วมันก็ดันไปตรงกับเจตจำนงของเจ้าอิคารัสพอดิบพอดี”


  “หนอย บังอาจมาใช้มโนภาพของคุณอื่นมาเป็นเครื่องมือแบบนี้น่ะ ฉันไม่มีทางยอมรับมันเด็ดขาด”


  แอสเทียยกโล่อีจิสขึ้นมาพร้อมกับชาร์ตพลังเตรียมยิงลำแสง


  “จะออกหัวหรือก้อยมาลองกันหน่อยมั้ย?”


  ไอริสชักดาบสีแสดออกมาเตรียมจะเข้าไปโจมตีอิคารัส


  “บ้าน่า จะเข้ามาต่อสู้กับตัวตนแบบนี้น่ะมัน...”


  ไอริตะโกนเสียงห้ามไม่ให้ทั้งสองคนทำ แต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว


  “ลุยล่ะนะ จงหายไปซะเจ้าวิหคเพลิงอิคารัส!!”


  “โทษทีนะเบลซ”


  ไอริสกับเซชิเลียวิ่งตรงเข้าไปหาอิคารัสพร้อมกัน


  “โฮ่...”


  เพียงแค่แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ร่างของหญิงสาวทั้งสองก็ถูกคลืนพลังที่มองไม่เห็นอัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง คนที่โดนหนักสุดเห็นจะเป็นไอริส


  “ตั้งแต่สูญเสียพลังอมตะไป ความรู้สึกเจ็บปวดที่ตามหามานานก็มาทันทีเลยนะ”


  ไอริสเอามือมากุมหน้าท้องเอาไว้ เพราะตอนนี้เธอจุกมาก


  “ข้ารอคอยวันนี้มานานมากแล้วไอริส ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องมอบคุณสมบัติดีๆ แบบนี้มาให้กับข้า”


  อิคารัสเลื่อนหน้าเข้าใกล้ๆ หน้าไอริส


  “คุณสมบัติงั้นเหรอ?”


  “ใช่แล้ว มันเป็นคุสมบัติที่เหมาะสมกับข้าพอดี”


  อิคารัสเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ ริมฝีปากของไอริสเพื่อหวังจะจูบเธอ


  “จงมาเป็นของข้าเสียเถอะนะ ไอริส ออรันเจโร่...”


  “ไม่!!!”


  เพียะ!

  ไอริสตบหน้าอิคารัสอย่างแรง


  “อ๊ะ...”

  อิคารัสถึงกับชะงักหลังถูกไอริสตบหน้าเข้าให้


  “นายไม่ใช่เบลซ ฉันไม่มีอะไรให้ตัวนายที่ไม่ใช่เขาคนนั้นหรอก!!”


  “อะ...ไอริส...”


  สีผมของอิคารัสเปลี่ยนจากสีแสดกลายเป็นสีดำแว้บๆ ไอริสังเกตเห็นเข้าก็เลยใช้โอกาสนี้กระโดดขึ้นขี่คออิคารัสทันที


  “ทำได้ดีมากค่ะ คุณพี่ไอริส”


  ไอริสร้างวงแหวนเวทขึ้นมาไว้ที่หลังหัวของอิคารัส


  “นี่เจ้าคิดทำอะไร!!”


  อิคารัสสะบัดตัวให้ไอริตกลงมาจากคอ แต่ดูเหมือนว่าเวทมนต์ที่เธอสร้างนั้นจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว


  “หลับไปซักพักเถอะนะ วิหคเพลิงอิคารัส”


  “อ้ากกกกก!!!”


  วิหคเพลิงอิคารัสถูกไอริสะกดให้หลับไหลอีกครั้งอยู่ในตัวของเบลซแบบเดียวกับตอนที่อยู่ในตัวของไอริส ชายผมสีแสดในชุดเกราะทมิฬค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นชายผมสั้นสีดำในชุดทหารรับจ้าง แล้วล้มฟุ่บลงไปนอนกับพื้น


  หลังสลบไปสักพัก เบลซก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้น เขาในตอนนี้ถูกเหล่าสาวๆ ล้อมวงดูอาการอย่างใจจดใจจ่อ


  “รู้สึกตัวแล้วเหรอเบลซ”

  ไอริสถามอาการของเบลซเป็นคนแรก


  “อะ...อ่า...ก็ปวดหัวนิดหน่อยน่ะนะ”


  “งั้นเหรอ ดีจังเลยนะ”


  “ขอบใจนะไอริส เมื่อกี้ตบได้สวยมาก”


  “จะ...จำได้ด้วยงั้นเหรอ!?”

  ไอริสหน้าแดงและทำท่าทางตื่นตูม


  “อืม เพราะงั้นแหละถึงได้รู้สึกตัว”


  “ก่อนอื่นดูเหมือนว่าตอนนี้จะมัวมาขอบคุณกันไม่ได้แล้วล่ะ”

  เซชิเลียพูดแทรกเข้ามาพร้อมกับชี้นิ้วไปต้นไม้รอบข้างที่กำลังจะสลายหายไปอย่างช้าๆ


  “หีบพระบัญญัติสูญเสียการควบคุมมิติป่าวงกต ถ้าขืนพวกเราไม่รีบทำอะไรตอนนี้มีหวังได้โดนลุกหลงไปกับการพังทลายของมิติป่าวงกต จนได้ลอยหายไปกันหมดแหงๆ”


  ซอร์เนียร์พูด


  “วิธีที่ประหยัดเวลาที่สุด ก็คือให้ยัยเปี้ยกนั่นจัดการไงล่ะ”

  เซชิเลียชี้นิ้วไปทางไอริที่ถูกจับมัดขึงกับต้นไม้


  “ไอริน่ะเหรอ?”

  เบลซพูด


  “เป็นความจริงว่าหีบพระบัญญัติที่คอยค้ำจุนป่าวงกตนี้ก็คือยัยเปี้ยกนี่แหละ”


  “อย่างนี้นี่เอง แต่ว่านะ...”


  เบลซเดินไปแก้เชือกไอริออกจากต้นไม้ เหล่าสาวๆ ต่างกันทำหน้าตกใจทันที


  “เบลซนั่นนายคิดจะทำอะไรน่ะ?”

  เซชิเลียถาม


  “ฉันไม่คิดที่จะแค่จัดการให้มันจบๆ ไปหรอกนะ ไอริ...เธอช่วยบอกวิธีออกไปจากที่นี่ให้ทีสิ”


  “เอ๋?”

  ไอริทำหน้างง


  “อยู่กับเธอที่นี่รอให้โลกนี้ปราศจากสงครามมันก็ไม่เลวนักหรอกนะ แต่ฉันยังมีคนที่ต้องไปจัดการน่ะ”


  “นั่นน่ะสินะ...เข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นฉันจะทำการส่งพวกคุณทุกคนออกไปข้างนอกเอง”


  ไอริพอจะรู้แล้วว่าคนที่เบลซพูดถึงนั้นเป็นใคร เธอเรียกหีบพระบัญญัติออกมาเพื่อยกเลิกการสร้างมิติป่าวงกต แต่ทว่าหีบนั้นได้รับความเสียหายจากพลังแรงโน้มถ่วงของอิคารัส จึงไม่สามารถที่จะส่งพวกเขาออกไปข้างนอกได้


  “อ้าว? ไอริ? สีหน้าเธอดูไม่ดีเลย เป็นอะไรมากมั้ย?”

  เบลซถาม


  “เอ่อ...คือว่านะ ดูเหมือนว่าฉันจะควบคุมมิติป่าวงกตไม่ได้น่ะ”


  “ว่าไงนะ!?”

  ทุกคนส่งเสียงขึ้นพร้อมกัน


  “บางทีอาจจะเป็นเพราะพลังแรงโน้มถ่วงที่เบลซในร่างของอิคารัสสร้างขึ้นก็ได้นะ”

  ไอริสชี้นิ้วไปข้างบนท้องฟ้า


  ลูกพลังแรงโน้มถ่วงที่อิคารัสสร้างทิ้งเอาไว้ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างตัวเองให้กลายเป็นหลุมดำ มันกำลังจะดูดทุกสิ่งทุกอย่างในมิติป่าวงกตนี้เข้าไป


  “ยังอุตสาห์สร้างของแบบนั้นขึ้นมาซะได้นะตัวฉัน”

  เบลซพูด


  “ก็เพราะนายเป็นผู้ที่ถูกเจ้าวิหคเพลิงนั่นเลือกไว้น่ะนะ”

  ไอริสพูด


  “อืม...นี่ฉันกลายเป็นเพชรฆาตวิหคอมตะไปแล้วจริงๆ ใช่มั้ย?”


  “อยู่ดีๆ ก็มาดูดพลังในตัวฉันไปหน้าด้านๆ แบบนั้นมัน...”


  “ฮ่ะๆๆ เอาน่าๆ อย่าพูดแบบนั้นสิ เธอเองก็เบื่อที่จะเป็นแบบนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ?”


  “ทำไมกัน...”

  ไอริพูดแทรกเข้ามา


  “หือ?”

  เบลซกับไอริสหยุดคุยกัน ทั้งคู่หันหน้าไปมองไอริ


  “ทำไมกัน...ในสถานการณ์สิ้นหวังแบบนี้ ทำไมถึงยังหัวเราะอยู่ได้ล่ะ? ทั้งที่ไม่มีวิธีที่จะออกไปจากมิติป่าวงกตที่ฉันสร้างขึ้นอีกแล้ว ถ้าขืนเป็นแบบนี้ทุกคนอาจจะต้องถูกหลุมดำนั่นดูดหายไปนะ”


  “ก็นะ...จนถึงตอนนี้เวลามีเรื่องอะไรขึ้นมามันก็หาทางได้เสมอนี่นะ”

  เบลซพูด


  “อย่างว่าแหละ เพราะนายตอนนี้กลายเป็นเพชรฆาตวิหคอมตะไปแล้วนี่”

  ไอริสพูด


  “ให้ตายสิ เป็นเรื่องที่กวนโมโหจริงๆ เลยนะ”

  เซชิเลียพูด


  “พวกคุณจะหาทางทำอะไรได้เหรอ?”

  ไอริถามอีกครั้ง


  “ต้องได้สิ! ด้วยพลังของทุกคนนี่แหละ!!”


  เบลซหยิบดาบเพลิงพิพากษาขึ้นมาพร้อมกับเรียกพลังเปลวเพลิงของอิคารัสออกมาด้วยในเวลาเดียวกัน


  “เฮ้ๆ เพราะเมื่อกี้ได้พลังของอิคารัสเข้าไปก็พัฒนาได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

  ไอริสทำหน้าเจ็บใจเล็กน้อยเพราะตอนที่เธอได้รับพลังมาใหม่ๆ เธอบังคับพลังที่อยู่ในร่างตัวเองลำบากมาก


  “งั้นฉันก็คงต้องขอเอาจริงให้ดูเป็นขวัญตาบ้างล่ะนะ”


  เซชิเลียเรียกอาวุธโลหิตทุกชนิดออกมาอย่างอลังการและตามด้วยพลังของคนอื่นๆ ที่เหลือ พวกเธอทุกคนรอฟังคำสั่งของ  เบลซ


  “เอ้า ไอริ!”

  เบลซยื่นมือไปหาไอริ


  “เอ๋?”

  ไอริทำหน้างง


  “ไว้มาสนิทสนมกันที่ข้างนอกมิติป่าวงกตกันนะ”


  ไอริเห็นภาพสะท้อนของอลิซเพื่อนรักของเธอกำลังยื่นมือมา เด็กหญิงผมหยักศกปล่อยน้ำตาออกมาแล้วรีบวิ่งเข้าไปกอดเบลซ


  “ค่ะ ท่านพี่เบลซ!!”


  “ทะ...ท่านพี่งั้นเหรอ!?”

  เบลซทำหน้าตกใจเล็กน้อย


  “พลังเวทของฉันขอส่งให้ท่านพี่ทั้งหมดเลยค่ะ”


  ไอริถ่ายโอนพลังเวทที่เธอมีทั้งหมดให้กับเบลซ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลกำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวเขาเรื่อยๆ จนดาบเพลิงพิพากษาส่องแสงสว่างจ้าขึ้นมา


  “ยะ...ยอดไปเลย พลังทั้งหมดนี้เป็นของเธอหมดเลยงั้นเหรอ?”


  “อื้อ เพราะเดิมทีตัวหนูเน้นเป็นสายซัพพอร์ตมากกว่าน่ะ”


  “ดีล่ะ! ลุยไปด้วยกันเถอะไอริ!!”


  “ค่ะ!!”


  “เมเทโอ ดรากูล!!”

  เบลซตวัดดาบเพลิงพิพากษาเป็นรูปคลื่นดาบเพลิงสีแสด และตามหลังด้วยพลังของสาวๆ ทุกคนที่อยู่ในมิติป่าวงกตนี้ หลอมรวมกันเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ยักษ์ อนุภาพของมันมีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ หลุมดำค่อยๆ ถูกดวงอาทิตย์ขนาดเล็กดูดเข้าไปและทำลายมิติป่าวงกตให้กลับมาเป็นป่าปกติ


  “ท่านแอสเทีย!!”


  เรย์นาร์ดควบม้าวิ่งตรงเข้ามาในป่าพร้อมกับกองทหารจำนวนหนึ่ง คนที่บอกให้พวกเขามาที่นี่คือโทโยฮิเมะ หญิงสาวผมสีชมพูมัดผมทรงหางม้ามาที่นี่เพื่อจะมาสอบปากคำเบลซ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่อาจจะให้การกับเธอได้ เพราะสูญเสียพลังมานาไปเกือบหมด ชายหนุ่มผมสั้นสีดำในชุดทหารรับจ้างก็ล้มลงไปนอนกับพื้น สร้างความตื่นตกใจให้กับทุกคน แอสเทียสั่งให้เรย์นาร์ดพยุงตัวเบลซขึ้นแล้วนำตัวไปขึ้นบนรถม้าและรีบออกเดินกลับเมืองอาลซัสทันที


  “เฮ้! ไอริส! มัวทำอะไรอยู่น่ะ รีบขึ้นมาบนรถม้าได้แล้ว!!”


  เซชิเลียตะโกนเสียงเรียกให้ไอริสรีบขึ้นมาบนรถม้าเพราะพวกเค้ากำลังจะเตรียมตัวกลับกันแล้ว หญิงสาวผมแดงโบกมือส่งสัญญาณเหมือนจะบอกว่ากำลังไป แต่ความจริงแล้วเธอสัมผัสได้ถึงสายตาของใครบางคนกำลังจับตามองพวกเธออยู่ เธอพยายามคิดว่าตัวเองอาจจะคิดไปเอง แต่ที่จริงแล้ว พวกเธอกำลังถูกจับตามองผ่านวงแหวนเวทที่ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้ คนที่กำลังจับตามองพวกเธออยู่นั้นคือผู้ควบคุมองค์กรซิลวาครุซ ‘สเตฟาน อะพอคคาลิปส์’ นั่นเอง


  “ไอริ ลูกสาวบุญธรรมของผม ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะต้องกลายเป็นศัตรูกันแล้วสินะครับ”


  สเตฟานพูดผ่านหลังจอภาพที่มีเหล่ามือสังหารมากมายยืนล้อมวงเต็มห้องแล็ปของเขา บิชอปแห่งซิลวาครุซเดินไปเปิดแคปซูล แล้วมีเด็กหญิงผมหยักศกสีเทาดำค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาจากหลอดแคปซูล


  “ไปตามน้องสาวกลับมาบ้านทีสิ...”


  I-202...






++++++++ To Be Continued ++++++++






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 21-10-2018 13:25 , Processed in 0.036166 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th