เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 435|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1320
  • Money: 2054
  • Tz: 1329
  • Posts: 327
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4624
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 28-7-2018 21:57:31 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eifer เมื่อ 28-7-2018 22:29



Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 10 : การตื่นจากหลับไหลของดาบเพลิงพิพากษา






  “ยิง!”

  แบล็กฮาร์ดสั่งให้พลธนูยิงศรไปที่ทหารม้าวิหารแสงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนทัพเข้ามา


  “อีจิส!!”

  แอสเทียใช้พลังของโล่อีจิสป้องกันศรธนูที่พุ่งเข้ามาได้ทั้งหมด แต่ว่าโล่นี้ไม่ได้มีไว้แค่ป้องกัน มันสามารถใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย


  “ตาเราบ้างล่ะ!!”

  แอสเทียขว้างโล่อีจิสใส่กองพลธนูของฝ่ายศัตรู


  “สมกับเป็นราชินีแห่งวิหารแสงจันทร์ ขนาดจับโล่อีจิสครั้งแรกก็ดึงพลังออกมาได้ขนาดนี้”

เบลซที่เพิ่งจะยิงธนูสังหารหัวหน้าผู้สั่งการและธงศึกของทัพแรก หันมามองเห็นแอสเทียกำลังใช้โล่อีจิสตีฝ่ากองพลหอกของฝ่ายศัตรูจนพวกมันต้องล่าถอยกลับเข้าไปหาทัพที่สอง


  ทัพแรกของแบล็กฮาร์ดได้สูญเสียผู้สั่งการจำนวนมากกับธงศึกในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เกิดความโกลาหลและทัพแตกอย่างง่ายดาย ทันใดนั้นทัพที่สองที่มีกำลังหลักเป็นอัศวินปีศาจก็ได้เคลื่อนทัพเข้ามา


  “ฉันจัดการอัศวินปีศาจเอง นายไปจัดการธงศึกซะ”


  “...”

  เบลซไม่ตอบแต่พยักหน้า


  กองพลอัศวินปีศาจวิ่งมาล้อมกรอบเซชิเลียเอาไว้ หญิงสาวผมขาวผู้เป็นองค์หญิงแวมไพร์แสยะยิ้มออกมาก่อนที่กัดนิ้วตัวเองให้เลือดหยดลงพื้น ทันใดนั้นเองหนามแหลมสีเลือดก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นแล้วทิ่มแทงอัศวินปีศาจที่มาล้อมกรอบเธอตายจนหมด


  “ต่อให้เกราะแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าองค์หญิงแวมไพร์ผู้นี้ก็เหมือนเป็นเกราะกระดาษ”


  “หึ! สมแล้วที่มีแต่กำลังบุกทะลวงอย่างเดียว พวกมันค่อยๆ ถูกดันจนถอยกลับไปแล้ว”

แอสเทียยิ้มมีความหวังออกมาเล็กน้อย


  “ท่านแอสเทีย แย่แล้วครับ!!”

  ทหารนายหนึ่งวิ่งตรงเข้าหาแอสเทียด้วยความเร่งรีบ


  “มีอะไรงั้นเหรอ?”


  “มังกรครับ!! มังกรบินกำลังบุกเข้ามา!!”


  “ว่าไงนะ!?”


  มังกรบินสีแดงตัวใหญ่ยักษ์บินลงมาจากฟ้าสู่พื้น เหล่าทหารวิหารแสงจันทร์ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นสัตว์ในตำนานมายืนอยู่ตรงหน้า


  “ไม่จริง ฝึกมังกรเอาไว้เป็นกำลังรบอย่างนั้นเหรอ?”


  โฮกกกกกก!!!

  มังกรบินคำรามเสียงออกมาก่อนจะที่ใช้หางของมันฟาดใส่ทหารวิหารแสงจันทร์ กระเด็นปลิวไปคนละทิศคนละทาง บางคนที่ถูกหางฟาดใส่ก็ตายทันทีหลังถูกหางของมันฟาดใส่ ทหารคนอื่นที่กล้าสู้ก็บุกเข้าไปโจมตีมัน แต่ว่าดาบและหอกของพวกเขาไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย


  “ไม่ได้ครับ ทั้งดาบทั้งหอกไม่ระคายผิวมันเลย อ้าากกก!!”

ทหารคนที่กำลังสู้กับมังกรตะโกนเสียงขึ้น ก่อนจะถูกมังกรบินใช้ปากงับตาย


  “ให้ฉันจัดการเอง!!”

  เซชิเลียหอกโลหิตขว้างไปที่ตาของมังกรบิน


  แกร๊ง!

  หอกโลหิตของเซชิเลียพุ่งเข้าตาของมังกรบินเต็มๆ แต่ก็ไม่เป็นผล


  “ชิ! แม้แต่พลังโลหิตของฉันก็ทำอะไรมันไม่ได้งั้นเหรอ...”


  ขนาดพลังขององค์หญิงแวมไพร์ยังทำอะไรมันไม่ได้ พวกทหารที่กำลังเผชิญหน้ากับมังกรก็เริ่มถอยหนีมา แอสเทียเห็นทหารที่กำลังถอยทัพมาก็ขี่ม้าวิ่งไปเข้าขวางพวกเขา แล้วตะโกนเสียงออกไปว่า


  “อย่าถอย ถ้าต้านมันได้ก็จะเป็นชัยของพวกเรา!”

  แอสเทียพูดจบ ก็ขี่ม้าตรงเข้าไปหามังกรแล้วใช้โล่อีจิสโจมตี


  การเผชิญหน้ากับทัพที่สองของฝ่ายศัตรูเริ่มจะทำให้กองทัพวิหารแสงจันทร์เข้าสู่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ เพราะพวกเค้าไม่รู้มาก่อนเลยว่ากองทัพฝ่ายศัตรูจะมีมังกรมาสู้ด้วย


  “ทุกคนบุก!!”

  ลูน่าได้พาทัพย่อยบุกเข้าด้านข้างทัพที่สองของฝ่ายศัตรู การมาของเธอทำให้ทหารทุกคนที่กำลังต่อสู้กับมังกรมีความหวัง


  “ท่านแบล็กฮาร์ด ทัพย่อยของข้าศึกบุกเข้าด้านข้างทัพที่สองครับ จำนวนประมาณสี่ร้อยเห็นจะได้”


  “แบ่งกำลังจากทัพหลักสี่ร้อยเข้าไปโจมตี!”

  แบล็กฮาร์ดสั่งให้ทหารจำนวนสี่ร้อยบุกเข้าไปช่วยสมทบทัพที่สอง


  “องค์หญิงลูน่าไชลด์ ทัพย่อยข้าศึกประชิดเข้ามาครับ!”


  “ถอยทัพ!!”

  ลูน่าสั่งให้ทัพย่อยที่กำลังโจมตีด้านข้างทัพที่ของศัตรูให้ถอยหนีขึ้นไปบนเนินเขา เธอคิดไว้แล้วว่าแบล็กฮาร์ดจะต้องส่งทัพย่อยมา


  “ตามไป!”


  “อย่าให้พวกมันนีไปได้”


  ทัพย่อยของแบล็กฮาร์ดเคลื่อนทัพตามหลังทัพย่อยของลูน่าไปติดๆ แต่หารู้ไม่ว่านี่คือกับดัก


  “วี๊ด!!”

  ลูน่าเป่าเสียงนกหวีดสั่งให้ทหารที่แอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้กระตุกเชือกที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินขึ้น


  ฮี้!!!

  ม้าของทัพข้าศึกถูกเชือกเกี่ยวขาสะดุดล้มกันระเนระนาด และทัพย่อยของลูน่าก็วนกลับมาโจมตี


  “เอาแต่มองคู่ต่อสู้จากด้านบน เลยไม่ระวังเท้าจนสะดุดไงล่ะ”

  ลูน่ายืนดูเหล่าทหารของตนกำลังสังหารทหารฝ่ายศัตรูที่ตกลงจากหลังม้าด้วยสายตาที่เย็นชา


  “เยี่ยมมาก องค์หญิงลูน่าไชลด์”

  ไอริสควบม้าวิ่งตรงเข้าไปหามังกรบิน เธอชักดาบสีแสดออกมาแล้วเรียกพลังเพลิงที่อยู่ในตัวให้ไหลเวียนตามร่างการแล้วมารวมกันที่ดาบ


  “เพลิงเอ๋ย จงร่ายรำ!!”


  ไอริสปล่อยพลังเพลิงสีแสดออกจากดาบ เพลิงสีแสดที่ปล่อยออกมาค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างให้ดูเหมือนวิหคเพลิง แล้วพุ่งเข้าใส่มังกรบินตัวนั้น


  โฮกกกก!!!

  แรงระเบิดที่เข้ามาปะทะกับตัวมังค่อยๆ แผดเผาร่างของมังกรให้กลายเถ้าธุรี จนร่างของมันระเบิดหายไป


  “กะ...โกหกน่า...”

  การตายของมังกรบิน ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายยืนอึ้งกิมกี่ แต่คนที่อึ้งที่สุดเห็นจะเป็นแบล็กฮาร์ดซะมากกว่า


  “เฮ้ยๆๆๆ นั่นมันมังกรนะเฟ้ย! มังกรที่ทั้งดาบและหอกยังสร้างบาดแผลไม่ได้ ทำไมถึงโดนจัดการได้!”


  “ท่านแบล็กฮาร์ด ทัพข้าศึกอยู่ด้านหลังของเราครับ”

  ทหารปีศาจนายหนึ่งวิ่งตรงเข้ามารายงานข่าว


  “จำนวนประมาณเท่าไหร่?”


  “เพราะตะวันกำลังจะตก เลยไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่จากที่สังเกตเงาทหารน่าะมีประมาณสองพันครับ!”


  “สะ...สองพัน!?”


  “ใช่ครับ!”


  “ถอนทัพที่สองกลับมาแล้วถอยทัพซะ!!”


  กองทัพของแบล็กฮาร์ดที่ได้สูญเสียมังกรบินไป และการปรากฏตัวของไอริส ทำให้แบล็กฮาร์ดไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะถอยทัพ แต่ความจริงแล้วจำนวนของศัตรูที่แบล็กฮาร์ดไม่รู้นั้น มีจำนวนทหารแค่หนึ่งร้อย ที่ว่าสองพันนั้นเป็นแค่ม้า


  “ศัตรูล่าถอยแล้ว กระแสกำลังเปลี่ยน”

  แอสเทียสังเกตเห็นเหล่าทหารฝ่ายศัตรูกำลังถอนทัพกลับไป


  นี่เป็นแผนการของไอริสที่ได้ความเชี่ยวชาญมาตอนช่วงสงครามปีศาจกับมนุษย์ แผนของเธอที่ว่าไปขอยืมม้าของแอสเทียมาเป็นเงาให้ดูเหมือนม้าพวกนั้นมีทหารนั่งอยู่ จนทำให้ทัพศัตรูเกิดความเข้าใจผิด


  “ทั้งหมด! เปิดฉากโต้กลับ”

  แอสเทียสั่งให้ทหารทุกคนไล่ตามกองทัพฝ่ายศัตรูที่กำลังถอยทัพ


  “ไม่...ต้องไม่ใช่แบบนี้แน่ ข้าไม่น่าจะแพ้พวกวิหารแสงจันทร์นี่”

  แบล็กฮาร์ดที่กำลังขี่ม้าถอยทัพกลับไปก่อนทำหน้าเจ็บใจ แต่ว่าข้างหน้ามีขบวนม้าของทัพฝ่ายตรงข้ามดักรออยู่ ชายร่างใหญ่ในชุดเกราะสีดำจ้องไปที่ทหารคนหนึ่งที่ยืนถือหอกขว้างอยู่หน้าขบวน


  “นั่นมัน...!?”

   แบล็กดึงเชือกให้ม้าหยุดวิ่ง


  “อย่าคิดว่าคราวนี้จะหนีพ้นนะ แบล็กฮาร์ด!!”

  ทหารคนที่ถือหอกขว้างอยู่ตรงหน้าแบล็กฮาร์ดคืออดีตเพื่อนสนิทของเขา เบลซ ฮีทนิกซ์ นั่นเอง


  “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ไอ้คนขี้ขลาดเบลซนี่เอง”


  การได้พบกันอีกครั้งของเขาทั้งสองนี้ เป็นการเจอกันที่ต้องจดบันทึกลงในหนังสือประวัติศาสตร์ ทุกคนที่ได้เห็นเบลซกับแบล็กฮาร์ดยืนประจันหน้ากันแบบนี้ มันเป็นภาพที่ไม่อาจจะกระพริบตาลงได้ แอสเทียกับซอร์เนียร์ทำหน้าวิตกกังวล เพราะชายทั้งสองคนนี้คืออาจารย์ของพวกเธอ


  “นายสร้างความทุกข์ยากให้ชาวอาลซัสผู้บริสุทธิ์ เผาเมือง ปล้นสะดม ทำตัวเยี่ยงโจรชัดๆ”


  “ชาวอาลซัสแล้วทำไม! ต่อให้ฆ่าทิ้งเล่นๆ ปล่อยไว้สักพักเดี๋ยวพวกมันก็เพิ่มขึ้นมาเอง เหมือเห็ดที่ขึ้นตอนหลังฝนตกนี่แหละ”


  “ต่ำช้า”

  เซชิเลียพูด


  “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงเปลี่ยนไปคนแบบนี้หรอกนะ เพียงแต่ว่าฉันจะไม่ยกโทษให้นายที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวเมืองอาลซัสและลูกศิษย์ของฉัน”


  “พูดอะไรน่าไม่อาย”

  แบล็กฮาร์ดชักดาบออกมาจากเอวแล้วชี้ไปหาเบลซ


  “มาสู้กันเบลซ!! ดวลกันระหว่างแกกับข้า!!”


  “เลือดขึ้นหน้าแล้ว”

  ไอริสเตรียมจะปล่อยพลังเปลวเพลิงออกมา แต่เซชิเลียเอามือมาจับไหล่และส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘นี่เป็นเรื่องชกต่อยของพวกผู้ชาย ผู้หญิงอย่างเราอย่าเข้าไปยุ่ง’


  “ไหนล่ะอาวุธของแก? จะดาบหรือหอกก็ได้ ไปยืมของเจ้าพวกที่อยู่ตรงนั้นมาสิ”


  “นี่ไงล่ะ อาวุธของฉัน”

  เบลซยกมือที่ถือหอกขว้างจำนวนสามด้ามขึ้นมา


  “ล้อกันเล่นใช่มั้ย? อาวุธอย่างหอกขว้างที่มีดีแค่ขว้างจะไปทำอะไรได้”


  “จะลองดูมั้ยล่ะ”


  ฟ้าว!!

  เบลซพูดจบแล้วก็ขว้างหอกด้ามที่หนึ่งใส่แบล็กฮาร์ดทันที


  แกร๊ง!!

  แบล็กฮาร์ดใช้โล่ป้องกันหอกได้


  “ฮึ้บ!”

  เบลซขว้างหอกด้ามสองใส่แบล็กฮาร์ดอีกครั้ง


  แกร๊ง!

  แบล็กใช้โล่ป้องกันแบบเมื่อกี้นี้ได้อีกครั้ง


  “พอกันที ดูเหมือนการดวลตัวต่อตัวสำหรับแกแล้วคงเป็นการให้เกียรติกันเกินไป ข้าจะบั่นคอแกให้จบเรื่องไปสักที ย้ากกกก!!”


  แบล็กฮาร์ดควบม้าวิ่งตรงเข้าหาเบลซ ส่วนเบลซเองก็ตั้งท่าเตรียมขว้างหอกด้ามที่สาม แต่คราวนี้ เขาเปลี่ยนการขว้างให้เป็นระยะใกล้


  เปรี้ยง!!

  แบล็กฮาร์ดเข้าปะทะใส่เบลซ จนเกิดฝุ่นควันฟุ้งไปทั่ว


  “อ้าาาาาากกกกกก!!”


  ทุกคนตกใจกับเสียงร้องดังออกมาจากข้างในฝุ่นควัน พวกเค้าไม่รู้ว่าคนที่ส่งเสียงร้องออกมานั้นเป็นใคร พอฝุ่นควันเริ่มจางหายไป ถาพที่ทุกคนเห็นคือเบลซมีเลือดไหลออกมาที่แก้มข้างซ้าย ส่วนแบล็กฮาร์ดถูกหอกขว้างของเบลซแทงเข้าที่ไหล่ขวา ซึ่งก็หมายความว่าคนที่ส่งเสียงร้องออกมาเมื่อกี้นี้คือแบล็กฮาร์ด


  “หอกขว้างของมัน...ทำไมถึงได้...”


  แบล็กฮาร์ดยกโล่ขึ้นดู ก็เห็นว่าตรงจุดที่เบลซขว้างหอกมาแล้วตนก็เอาโล่มากันไว้ ซึ่งจุดที่เบลซขว้างหอกใส่มันเป็นจุดเดิม


  “นี่คำนวณกระทั่งการขยับโล่แล้วเล็งมาที่จุดๆ เดียวเหรอเนี้ย!?”


  แกร๊ก...

  เบลซเดินไปเก็บหอกขว้างที่ตกอยู่พื้นแล้วหันมาเตรียมที่จะขว้างหอกใส่แบล็กฮาร์ดอีกครั้ง


  “ท่านแบล็กฮาร์ด!!”


  “ปกป้องท่านแบล็กฮาร์ด!!”


  ทหารปีศาจเคลื่อนทัพเข้ามาปกป้องแบล็กฮาร์ด


  “บุกได้!!”

  ทางฝั่งของแอสเทียเองก็สั่งให้ทหารเคลื่อนทัพเข้าไปเช่นเดียวกัน


  กองทัพทั้งสองฝ่ายได้เข้าปะทะกันอีกครั้ง แบล็กฮาร์ดที่บาดเจ็บก็ได้ควบม้าแอบหนีไปตอนช่วงที่กำลังชุลมุนวุ่นวาย ไอริสรีบควบม้าเข้ามา เธอลงจากหลังมาแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาเขา


  “คิดว่าจะเป็นอะไรซะแล้ว”

  ไอริสยกมือมาจับคางของเบลซแล้วหันหน้าเขาไปทางขวาเพื่อดูแผลที่แก้มซ้าย


  “แค่ถากๆ เองน่า...”


  “อย่าทำให้ฉันเป็นห่วงมากนักสิ”

  ไอริสพูดพร้อมกับทำหน้าที่ดูเป็นห่วงเป็นใย


  “อะ...อืม โทษทีที่ทำให้เป็นห่วงนะ”

  เบลซเกาหัว แกรกๆ ก่อนที่จะมองหาแบล็กฮาร์ด


  “เจ้าแบล็กฮาร์ดมันหายไปไหนแล้ว...”


  ซ่า…

  ช่วงที่กำทัพทั้งสองฝ่ายกำลังปะทะกัน จู่ๆ ก็มีลมพัดฝุ่นควันออกมาจะพุ่มไม้ที่อยู่ด้านหลังของกองทัพปีศาจ เบลซกับไอริสใช้มือบังฝุ่นควันแล้วเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าแบล็กฮาร์ดกำลังขี่ค้างคาวหินบินหลบหนี


  “การ์กอยรึ!?”


  “ความสูงขนาดนั้น พลังวิหคเพลิงยิงไปไม่ถึงแน่!”

  ไอริสทำหน้าเจ็บใจ


  เบลซหันไปมองดาบเพลิงพิพากษาที่ถูกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าที่อยู่บนหลังม้า เขาลังเลใจที่จะไม่ใช้มัน แต่ว่าจะปล่อยให้แบล็กฮาร์ดหนีไปไม่ได้


  “เฮ้ ดูนั่น”


  “ท่านเบลซกำลังเดินไปจับดาบเล่มนั้น”


  ทหารทุกคนพากันหันหน้ามองไปที่เบลซกำลังจะเดินไปหยิบดาบเพลิงพิพากษา เขาเอื้อมมือเข้าไปอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจ พอปลายนิ้วของเขากำลังจะไปแตะที่ด้ามของดาบ จู่่ก็มีเสียงปริศนาดังเข้ามาในหัวของเขา


  “ปลุกมันขึ้นมาสิ”


  “อะไรน่ะ?”

  เบลซหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงปริศนาดังเข้ามาในหัว  


  “จะพูดอีกครั้ง ปลุกพลังของมันให้ตื่นสิ”


  “หรือว่าดาบนี่...”

  เบลซคิดว่าตัวเองอาจจะหูแว่ว แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เข้าตัดสินใจที่จะใช้ดาบเพลิงพิพากษานี้จัดการแบล็กฮาร์ด


  ชิ้ง…

  เบลซดึงดาบเพลิงพิพากษาออกมาจะฝัก เขาแกว่งดาบไปมาก่อนที่จะตวัดมันขึ้นไปบนท้องฟ้า


  ฟู่วววว!!

  คลื่นเปลวเพลิงลอยขึ้นไปบนฟ้า แล้วเฉียดตัวแบล็กฮาร์ดที่ขี่การ์กอยที่อยู่ข้างบนฟ้า


  ทหารทุกคนอ้าปากค้างกับการปล่อยพลังจากดาบของเขา แต่คนที่ประหลาดใจมากที่เห็นจะเป็นไอริส เพราะช่วงจังหวะที่เบลซปล่อยพลังออกจากดาบ พลังวิหคเพลิงที่ในตัวเธอกำลังตอบสนองให้กับการปล่อยพลังของเขา


  “เบลซ! เมื้อกี้นายทำอะไรน่ะ?”


  “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...”


  แบล็กฮาร์ดเห็นท่าไม่ดี เขาสั่งให้การ์กอยบินหนีให้เร็วกว่านี้ ส่วนเบลซที่กำลังตกใจกับการปล่อยพลังเมื่อกี้ ไอริสเดินมาอยู่ข้างแล้วเอามือมาแตะที่หลังของเขา


  “ฉันจะช่วยเสริมพลังเพลิงให้เอง นายตั้งใจเล็งเถอะ!”


  “อะ...อืม”

  เบลซทำหน้าไม่เข้าใจว่าไอริสคิดจะทำอะไร แต่เขามั้นใจว่าครั้งนี้จะต้องฟาดคลื่นเปลวเพลิงโดนแบล็กฮาร์ดแน่นอน


  “จงเผาไหม้!! เปลวเพลิงแห่งการพิพากษา!!”


  เบลซฟาดคลื่นเปลวเพลิงตรงไปที่แบล็กฮาร์ด คราวนี้คลื่นเปลวเพลิงได้รับพลังเสริมมาจากไอริสจึงพุ่งตรงเข้าไปหาแบล็กฮาร์ดได้เร็วมากๆ


  “บัดซบเอ๊ย!!!!”


  คลื่นเปลวเพลิงเข้าปะทะกับแบล็กฮาร์ดจนเกิดการระเบิดและส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า ร่างของชายร่างใหญ่ในชุดเกราะสีดำตกลงมาจากฟ้าสู่พื้น และนอนแน่นิ่งไป


  แคร้ง…

  ทหารปีศาจเห็นแม่ทัพของตนนอนแน่นิ่งและไม่สามารถที่จะลึกขึ้นสู้ได้อีก พวกเขาทุกคนทิ้งอาวุธและคุกเข่าลงที่พื้น


  ฉึบ!

  แอสเทียชี้ดาบขึ้นไปบนฟ้า และเตรียมที่จะตะโกนเสียงดังๆ ออกมาว่า


  “เบลซ ฮีทนิกซ์ ได้สังหารแบล็กฮาร์ดแล้ว!!”


  เฮ!!


  วู้ว!!


  พวกเราชนะแล้วว!!


  สวยพี่สวย!! (มาจากไงวะ?)


  ทหารทุกคนคนต่างพากันโฮ่เสียงร้องดีใจกับชัยชนะในครั้งนี้ เบลซกับพวกแอสเทียถล่มทัพราชินีซัคคิวบัสที่แบล็กฮาร์ดเป็นผู้บัญชาการได้สำเร็จ คืนนั้นได้จัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ


  วันรุ่งขึ้นก็เริ่มทำการบูรณะเมืองอาลซัสขึ้นมาใหม่ และด้วยความช่วยเหลือจากทหารของแอสเทีย ทำให้การฟื้นฟูดำเนินไปได้อย่างราบรื่น…


  ตัดภาพมายังที่ราบมอลไชม์ เบลซกลับมายังจุดที่เขาได้สังหารแบล็กฮาร์ด เขานึกภาพย้อนกลับไปตอนที่ทุกคนในสนามรบกำลังส่งเสียงร้องดีใจกับชัยชนะ เบลซเดินตรงเข้าไปหาร่างที่นอนแน่นิ่งของชายร่างใหญ่ในชุดเกราะสีดำ เขาดึงหน้ากากเหล็กออกมาเพื่อดูหน้าเพือนรักของเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่เขาก็ถึงกับช็อกขึ้นมาทันที เพราะสิ่งที่อยู่ใต้ชุดเกราะสีดำนั่นมันไม่มีอะไรเลย มันว่างเปล่า


  “ตกลงนายอยู่ที่ไหนกันแน่ แบล็กฮาร์ด...”


  “มาอยู่ที่นี่เองเหรอคะ ท่านเบลซ”

  แอสเทียขี่ม้าเดินเข้ามาหาเบลซ


  “ครับ?”


  “ข้าตามหาท่านซะทั่วเมืองแต่ไม่เห็น ก็เลยคิดว่าท่านจะต้องมาอยู่ที่นี่แน่ๆ”


  “ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมต้องทำให้ท่านแอสเทียถ่อสังขารมาที่นี่”


  แอสเทียลงจากหลังมา เธอเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเบลซแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ


  “สีหน้าดูกังวลจังเลย มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ?”


  “ไม่มีอะไรหรอกครับ”


  “ยังงั้นเหรอคะ?”


  “ครับ...”


  “ไม่มีอะไรจริงๆ แน่นะคะ?”


  “...”

  เบลซพยายามคิดที่จะชวนคุยเรื่องอื่นจึงตอบออกไปว่า


  “ท่านแอสเทียมาหาผมถึงนี่ มีอะไรรึเปล่าครับ?”


  “อ๋อ...เรื่องนั้น คือว่าข้าจะไปจากที่นี่แล้วน่ะ เลยจะมาถามท่านเบลซว่าจะเอายังไงต่อหลังจากคุณจะกลับมาเป็นอัศวินและอยู่ในสังกัดของวิหารแสงจันทร์”


  “จากนี้ไปเหรอครับ...”


  เบลซทำหน้าตากังวลให้แอสเทียเห็นอีกแล้ว เธอถอนใจออกมาก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปนั่งบนหลังม้า


  “ถ้าตัดสินใจได้แล้ว เจอกันคราวหน้าค่อยบอกละกันนะคะ ข้าจะเหลือกำลังทหารไว้ปกป้องเมืองอาลซัสให้ แล้วก็ให้ลูน่าเป็นผู้บัญชาการแทน”


  “ผู้บัญชาการแทนเหรอครับ?”


  “ก็ที่แห่งนี้เป็นที่ของจักรวรรดิ และเรื่องที่ข้าพากองทัพมาต่อสู้กับกองทัพปีศาจในพื้นที่แห่งนี้คงจะไปถึงเมืองหลวงแล้วด้วย”


  “ให้ผมไปเองเถอะครับ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะผมที่ยืมกำลังทหารของท่านมา”


  แอสเทียกระตุกเชือกม้าให้เดินตรงเข้าไปหาเบลซ เธอยื่นมือเข้ามาแล้วใช้นิ้วชี้แตะไปที่ริมฝีปากของเบลซ


  “อย่าทำให้ข้ากับลูน่าผิดหวังก็แล้วกันนะคะ”

  แอสเทียพูดจบแล้วก็ควบม้าจากเบลซไป


  “ลูน่า...”


  แอสเทียขี้ม้าวิ่งตรงเข้ามาหาลูน่าที่ยืนคอยอยู่บนเนินเขาของที่ราบมอลไชม์


  “ลูกคัดเลือกทหารเสร็จแล้วเหรอ?”


  “ค่ะ ลูกหมอบหมายให้เรย์นาร์ดคัดมาร้อยนายแล้วค่ะ”


  “ดีละ ข้าจะไปเจรจากับองค์จักรพรรดิ์แล้วจะกลับมา ฝากดูแลตรงนี้ด้วยนะ”


  “ท่านแม้ไว้ใจเขาขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”


  “เจ้าเองก็คิดอย่างนั้นเหรอ?”


  “ถึงเค้าจะเป็นอาจารย์ของลูกจริง แต่ยังเชื่อใจไม่ได้ค่ะ”


  ลูน่ากลัวว่าถ้าแอสเทียไม่อยู่แล้ว พวกเบลซอาจจะฉวยโอกาสชิงโล่อีจิสไปจากพวกเธอ


  “ยังไงก็ฝากช่วยท่านเบลซหน่อยแล้วกันนะ”


  แอสเทียควบม้าจากลูน่าไปเพื่อที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวงของจักรวรรดิ


  “ก็ไม่อยากเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้อยู่หรอก แต่ว่าก็ช่วยไม่ได้สินะ”


  ลูน่านึกภาพไปตอนที่เบลซปล่อยคลื่นเปลวเพลิงสังหารแบล็กฮาร์ด การต่อสู้บนที่ราบมอลไชม์ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปครั้งใหญ่ ดาบเพลิงพิพากษาขานรับกับพลังวิหคเพลิงในตัวของไอริส แผดเผ่าร่างแม่ทัพปีศาจที่บินอยู่บนฟ้า ถ้าประเทศอื่นรู้เรื่องเขากับเธอละก็ จะต้องหาวิธีดึงตัวมาเป็นพวกอย่างแน่นอน







++++++++ To Be Continued ++++++++





ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 17-12-2018 15:10 , Processed in 0.033602 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th