เมนูเพิ่มเติม
เข้าชม: 90|ตอบกลับ: 0

[Prince Member]


Saitama Inori วันแม่ 2559

  • โมเอะ: 1288
  • Money: 1998
  • Tz: 1297
  • Posts: 321
  • Donate: 0 THB
  • Joined: 14-11-2015
พลังน้ำใจ: 4560
   Pet:
Rachel Alucard
อะไรเหรอ?

โพสต์เมื่อ 24-9-2018 23:00:56 |แสดงโพสต์ทั้งหมด



Blaze Heatnix เบลซ ฮีทนิกซ์ เพชรฆาตวิหคอมตะ

ตอนที่ 14 : เพชรฆาตที่แท้จริง







  ตูม!!!

  เสียงระเบิดพลังของซอร์เนียร์และเซชิเลียดังผสานรวมเข้าด้วยกัน หญิงสาวทั้งสามที่อยู่ด้านนอกป่าพยายามใช้พลังทั้งหมดที่มี ทำลายเขตอาคมที่กั้นไม่ให้พวกเธอผ่านเข้าไปข้างในได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล


  “ขนาดพลังของฉันยังทำอะไรเขตอาคมนี้ไม่ได้ เจ้าคนที่ใช้เขตอาคมนี่จะต้องเป็นผู้ครอบครองอาวุธเทพไม่ผิดแน่”


  เซชิเลียพูดขึ้น


  “คุณพี่ไอริสเป็นอะไรรึเปล่าคะ? เห็นทำหน้าแบบนั้นตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”


  ซอร์เนียร์หันไปถามไอริส


  “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”


  ความจริงแล้ว ไอริสสัมผัสได้ถึงพลังที่อยู่ข้างในป่าได้ พลังนั้นมันคับคล้ายกับพลังของเธอมาก หญิงสาวผมแดงคิดในใจว่า คนที่มีพลังแบบนี้ได้อาจจะเป็นพลังของเด็กหญิงคนที่เธอมอบพลังชีวิตครึ่งหนึ่งไป


  ตัดภาพมาข้างในป่าวงกต…


  “นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี้ย!?”

  เบลซยืนอ้าปากค้าง


  “เลิกล้อเล่นได้แล้ว พลังที่เธอปลดปล่อยออกมามันไม่ใช่ของมนุษย์”

  แอสเทียพูดแทรกเข้ามา


  “สมกับเป็นราชินีแห่งวิหารแสงจันทร์ ไม่ยอมให้หลอกง่ายๆ เลยนะ”

  ไอริตอบกลับไป


  “จงเปิดเผยตัวจริงออกมาซะ!”


  แอสเทียยิงลำแสงออกจากโล่อีจิสใส่ไอริ


  “เป็นอาวุธเทพที่อยู่ในรูปร่างของ ‘เครื่องป้องกัน’ สามารถโจมตีระยะไกลได้ด้วยเหรอเนี้ย? ช่างเป็นอาวุธเทพที่อันตรายจังเลยนะ”


  ไอริยกดาบสั้นขึ้นมาป้องกัน


  เปรี๊ยะๆๆ

  ดาบสั้นของไอริค่อยๆ แตกร้าว ถึงแม้ว่ามันจะถูกสร้างมาจากวัตถุที่หายาก แต่มันก็ไม่อาจจะต้านทานพลังลำแสงของโล่อีจิสได้


  “ดาบสั้นนั่นน่ะ ป้องกันพลังโล่อีจิสของฉันไม่ได้หรอก”


  “อืม ดูท่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”


  เปรี้ยง!!

  ดาบสั้นของไอริแตกสลาย พลังลำแสงของแอสเทียพุ่งทะลุเข้ามาใส่ตัวของไอริเต็มๆ จนเกิดแรงระเบิดมหาศาล


  “หึหึ ดูเหมือนว่าตอนนี้ยังไม่ใช่โอกาสที่คุณจะสู้กับฉันได้อย่างเต็มที่สินะ คุณเบลซ...”


  ไอริโยนโพชั่นสีเขียวให้กับเบลซ


  “ไว้เจอกันใหม่นะ เบลซ ฮีทนิกซ์...”


  “เดี๋ยวก่อน!! ตกลงเธอเป็นอะไรกับไอริสกันแน่...”


  ฟุ่บ...

  เบลซตะโกนถามยังไม่ทันจบ ร่างของไอริที่ถูกแรงระเบิดก็หายไปพร้อมกับฝุ่นควัน แต่เขตอาคมที่เธอกักขังพวกเขาไว้ก็ยังไม่หายไปไหน


  “ตกลงมันยังไงกันแน่ ยัยเด็กนั่น...”


  “ท่านเบลซคะ!? โพชั่นสีเขียวที่เด็กคนนั้นทิ้งไว้!?”


  ‘กรีนโพชั่น’ โพชั่นที่สามารถรักษาอาการผิดปกติในร่างกายให้หายขาดได้ มันสามารถแก้พิษได้ทุกชนิด และแก้คำสาปบางคำสาป โพชั่นนี้ไม่มีขายในท้องตลาด จะมีก็แต่ในวังหลวงเท่านั้น ในเมื่อได้โพชั่นหายากนี้แล้ว เบลซก็เอามันมารักษาลูน่าทันที


  “อะ...อือ....”


  ผลการรักษาช่างน่าเหลือเชื่อ อาการของลูน่าเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนเธอรู้สึกตัวขึ้นมา


  “ตื่นแล้วเหรอ ลูน่า!”


  “ท่านแม่?”


  “ค่อยยังชั่ว ลูกรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”


  “รู้สึกเหนื่อยๆ น่ะค่ะ แต่ไม่เป็นอะไรแล้ว”


  “งั้นเหรอ ดีจังเลย”

  แอสเทียเอามือมาลูบแก้มลูน่าเบาๆ


  “ขอประทานโทษด้วยนะคะ แทนที่ลูกจะปกป้องท่านแม่ แต่กลับเป็นแบบนี้ซะได้”


  “พูดอะไรน่ะ ลูกทำดีที่สุดแล้วนะ”


  เบลซยืนดูสองแม่ลูกพูดคุยกันอยู่ด้านหลังต้นไม้ ตัวเขาเองก็อยากจะเข้าไปพูดคุยด้วย แต่กลับไม่เข้าไป ชายหนุ่มผมสั้นสีดำรู้ตัวดีว่าเขาไม่ควรจะเข้าขัดคอ ในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดแผนว่าจะเอายังไงกับคู่ต่อสุ้ที่มีพลังเหมือนไอริส


  ตัดภาพมาที่กลุ่มของไอริส ตอนนี้พวกเธอกำลังเผชิญหน้ากับพลังของหีบพระบัญญัติ พลังนั้นได้เรียกซอมบี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากซากศพของมือสังหารที่ตายไป เซชิเลียกับซอรเนียร์ฆ่าฟันพวกมันไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่พวกมันก็ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อได้


  “เจ้าพวกนี้มันตัวอะไรกันแน่เนี้ย นี่ขนาดตัวหัวไปแล้วมันก็ยังย้อนกลับมาต่อเหมือนเดิมได้”


  ซอร์เนียร์พูดขึ้น


  “จริงๆ พวกเราฆ่ามันตายไปนานแล้ว แต่พลังอาวุธเทพของฝ่ายตรงข้ามน่าจะสร้างมิติย้อนกลับไปให้พวกมันกลับมาสู้กับเราใหม่ ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือการรีเซต”


  เซชิเลียอธิบายให้ฟัง


  “ถ้ารีเซตพวกมันให้กลับมาสู้ใหม่ได้ งั้นก็เผาพวกมันให้กลายเป็นขี้เถ้าไปเลย”


  ไอริสดูดนิ้วเรียกพลังเพลิงออกมาเผาพวกซอมบี้ทั้งหมดสลายหายไป การโจมตีครั้งนี้ เธอก่ะจะไม่ให้พวกมันถูกรีเซตกลับมา


  “โอ้ววววว”

  พวกซอมบี้ที่ถูกเผากลายเป็นขี้เถ้าและกำลังจะสลายหายไป พวกมันพยายามฝืนจะกลับไปรีเซตกลับมาใหม่ แต่ดูเหมือนว่าพลังของไอริสจะห้ามไม่ให้พวกมันทำแบบนั้นได้ และการรีเซตก็ไม่อาจจะฟื้นคืนชีพพวกซอมบี้ให้กลับมาต่อสุ้ใหม่ได้


  “พลังเวทยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนเลยนะ เพชรฆาตวิหคอมตะ ไอริส ออรันเจโร่”


  ไอริปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มควันไฟให้พวกไอริสได้เห็น เซชิเลียกับซอร์เนียร์ทำหน้าตกใจมาก นั่นก็เพราะว่าสีผมของเธอเป็นสีแดงเหมือนไอริส


  “เธอเองก็เหมือน วิชายังแสบไม่เปลี่ยนเลยนะ ไอริ อะพอคคาลิปส์”


  ไอริสตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย


  “ถึงคุณจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ที่นี่ก็คือเขตอาคมของฉันนะ”


  “ว่ายังไงดีนะ ต่อให้เธอมีพลังชีวิตครึ่งหนึ่งของฉันก็ตาม ถ้าไม่ลองดูก็ไม่รู้หรอกจริงไหม?”


  ไอริสพูดจบแล้วก็ยิงลูกบอลไฟเข้าใส่ไอริทันที


  “หึหึหึ”

  ไอริเรียกพวกซอมบี้ที่กลายเป็นขี้เถ้าก่อตัวขึ้นมารวมตัวกันเป็นกำแพง


  “หือ!?”

  ไอริสทำหน้าตกใจเล็กน้อย


  บึ้มๆๆ

  กำแพงขี้เถ้าที่ถูกสร้างมากพวกซอมบี้ที่ถูกเผาป้องกันลูกไฟของไอริสได้ทั้งหมด เซชิเลียกับซอร์เนียร์ใช้จังหวะตอนที่ฝุ่นควันกำลังฟุ้งกระจาย บุกเข้าโจมตีใส่ไอริพร้อมกัน


  “ไม่ไหวๆ สามรุมหนึ่งแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย”

  ไอริสร้างโล่เวทขึ้นมาป้องกันเอาไว้


  “ไม่เกรงใจล่ะนะ”

  ไอริสเพิ่มพลังเปลวเพลิงในตัวให้ลุกโชนออกมา


  “แหม่ๆ พลังเวทสูงขึ้นอีกแล้วนะ นี่ก่ะจะเอาให้ตายเลยเหรอ?”


  “พอดีมีคนจะมารับตำแหน่งเพชรฆาตวิหคอมตะไปจากฉันน่ะ มันก็เลยต้องทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น”


  วงแหวนเวทสีแสดปรากฏออกมาล้อมตัวไอริ เซชิเลียกับซอร์เนียร์เห็นแล้วก็รีบถีบเท้ากระโดดหาที่หลบ


  “หมายถึงเขาคนนั้นสินะ สมกับเป็นชายผู้ที่สังหารอัศวินดำแบล็กฮาร์ด”


  บรึ้มๆๆๆๆ!!

  วงแหวนเวทที่ล้อมตัวไอริยิงลูกไฟจำนวนนับไม่ถ้วนกระหน่ำเข้าใส่ไม่ยั้ง


  “ฮ่าๆๆ เรียบร้อยไปแล้วเหรอ!!”

  ไอริสหัวเราะชอบใจกับผลงานของเธอ แต่ทว่ามีบางสิ่งลอยมาหยุดอยู่หน้าเธอ


  “อ๊ะ!! ซวยแล้ว!!”


  สิ่งที่ลอยมาอยู่ตรงหน้าไอริส คือคริซตัลแห่งการผนึก คริซตัลนี้มีความสามารถกักขังผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติและปีศาจขั้นสูงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง คนที่ออกแบบและสร้างคริซตัลนี้ขึ้นมาคือ ‘อลิซ ออรันเจโร่’ น้องสาวของไอริส


  “แหม่ๆ อลิซเคยบอกคุณมาตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆ นะว่า เวลาคุณใช้พลังเวทใหญ่มักจะชอบเปิดช่องว่าง”


  “บัดซบเอ้ย!!”

  ไอริสถูกคริซตัลดูดเข้าไปข้างในและถูกกักขังเอาไว้สำเร็จ


  “ไอริส!!”

  เซชิเลียกับซอร์เนียร์กระโดดพุ่งออกมาจากพุ่มไม้พร้อมกัน


  “องค์หญิงแวมไพร์ผู้ทรยศกับลูกสาวของเซฟเฟี้ยนยังงั้นสินะ?”

  ไอริเอ่ยชื่อของทั้งสองคนขึ้นมา พร้อมกับดีดนิ้วเรียกปีศาจสิงโตออกมาขัดขวางเอาไว้


  “เจ้าปีศาจสิงโตนั่น!?”


  “เป็นปีศาจระดับค่อนข้างสูงเชียวล่ะ”


  หญิงสาวทั้งสองเริ่มเหงื่อตก


  “การ์ม สัตว์อสูรอมตะแห่งนรกไงล่ะ เจ้านี่เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงของพวกฉันเอง”


  “หืม? บอกว่า ‘พวก’ งั้นเหรอ? นั่นก็หมายความว่าพวกสเปคเตอร์ก็คือพวกเดียวกันกับเธอจริงๆ อย่างนั้นสินะ คงจะวางแผนให้พวกเราเข้ามาในป่าแล้วแยกพวกเราออกมา เป้าหมายจริงๆ ของเธอคงจะเป็นเบลซ...”


  “ถูกต้อง เจ้าว่าที่เพชรฆาตวิหคอมตะนั่น ฉันจะขอรับตัวไปล่ะ”


  “คงปล่อยให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ!!”


  เซชิเลียเรียกดาบโลหิตออกมา เธอถีบเท้าพุ่งเข้าไปหาไอริด้วยความเร็วสูง


  “อาวุธเวทมนต์ผู้สะบั้น ‘เซเบอร์’ ”


  ไอริเรียกดาบสีทองออกมาจากวงแหวนเวท และสั่งให้มันพุ่งตรงเข้าไปหาเซชิเลีย


  “เร็วมาก!”


  เซชิเลียที่กำลังจะวิ่งเข้ามาด้วยความสูง ไม่อาจจะหลบดาบสีทองเล่มนั้นได้ ปลายแหลมของดาบกำลังจะพุ่งเข้ามาเสียบอกของเธอในอีกไม่ช้า แต่โชคยังดีที่เธอมีซอร์เนียร์วิ่งเข้ามาปัดดาบสีทองเล่มนั้นเอาไว้ได้


  “ตายจริง มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเธอสามารถปัดอาวุธเทพของฉันได้รึเนี่ย ไม่เบาเหมือนกันนี่บุตรสาวของเซฟเฟี้ยน”


  “ฉันขอบุกบ้างล่ะนะ”

  ซอร์เนียร์ชักดาบออกมาและวิ่งตรงเข้าไปหาไอริ


  “ฉันกำลังเล่นกับองค์หญิงแวมไพร์อยู่นะ เชิญเธอไปเล่นกับเจ้านี่เถอะ!”

  ไอริดีดนิ้วสั่งให้การ์มบุกเข้าโจมตีใส่ซอร์เนียร์


  โฮก!!

  สัตว์อสูรกระโจนเข้าใส่ซอร์เนียร์แบบไม่ทันตั้งตัว


  “เร็วมาก!?”


  ซอร์เนียร์ถูกคลื่นกรงเล็บของมันเต็มๆ ร่างของเธอกระเด็นถอยหลังกลับไปยังจุดที่เธอเคยยืนอยู่


  “เจ้าพวกสัตว์อสูรก็แข็งแกร่งไม่แพ้กันเลย...”


  ถึงแม้ว่าเธอจะรับการโจมตีของสัตว์อสูรพวกนี้ได้ แต่เสื้อผ้าของเธอขาดเหวอะจนเกือบจะเห็นสัดส่วนข้างใน เซชิเลียเห็นแล้วก็รีบสร้างโล่โลหิตเอาไว้ให้ เผื่อว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะทำอันตรายถึงชีวิต


  “ฮ่าๆๆ มันแน่อยู่แล้ว สัตว์อสูรแห่งนรกแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกปีศาจระดับแม่ทัพของจอมมารนะ”


  “จะแข็งแกร่งจริงรึเปล่า?”

  เซชิเลียขว้างหอกโลหิตใส่สัตว์อสูร แต่ทว่าไอริได้สร้างเกราะป้องกันหอกโลหิตเอาไว้


  “องค์หญิงเซชิเลีย คู่ต่อสู้ของคุณคือฉันต่างหาก ฉันจะสอนให้เองว่าระดับพลังขององค์หญิงแวมไพร์น่ะ ไม่ครณามือ ‘เพชรฆาตที่แท้จริง’ ไปได้หรอก!!”


  ไอริดีดนิ้วให้ดาบสีทองเล่มที่ถูกซอร์เนียร์ปัดได้ ให้ลอยกลับขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปหาเซชิเลียอีกครั้ง


  ตูม!!

  ครั้งนี้ดูเหมือนสำเร็จ เพราะซอร์เนียร์กำลังวุ่นอยู่กับสัตว์อสูร


  “ตายแล้ว? ปลิวหายไปจนไม่เหลือกระทั่งร่องรอยเลยเหรอเนี้ย?”

  ไอริมองหาซากศพของเซชิเลีย แต่ก็ไร้วี่แวว


  “อย่ามาดูถูกกันนะ!!”

  เสียงของเซชิเลียดังขึ้นมาจากบนฟ้า เธอในตอนนี้กำลังพุ่งลงมาพร้อมกับหอกโลหิตขนาดใหญ่ยักษ์


  “ต้องแบบนี้สิ”

  ไอริดีดนิ้วสั่งให้สัตว์อสูรกระโดดขึ้นไปปะทะกับเซชิเลียที่อยู่ด้านบน


  ตูม!!!

  การเข้าปะทะได้ก่อให้เกิดแรงระเบิดอันมหาศาล ร่างของสัตว์อสูรค่อยๆ ถูกหอกโลหิตดูดกลืนพลังชีวิตเข้าไปจนร่างของมันเหือดแห้ง และสลายหายไป


  “เฮ้อ เท่านี้ก็พลิกสถานการณ์เรียบร้อย แต่ก็คงไม่ยอมให้ทำแบบนั้นล่ะสิใช่มั้ย?”

  เซชิเลียดึงหอกโลหิตออกมาจากจุดที่สัตว์อสูรถูกสังหาร เธอหมุนหอกไปมาก่อนจะชี้ปลายแหลมไปหาไอริ


  “ไม่นึกเลยว่าจะจัดการการ์มที่เป็นอมตะลงได้ แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องที่พูดมาตะกี้นี้มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าไม่โดนอาวุธเทพของฉันจนหนำใจล่ะก็ แย่เลย...”


  วิ้งๆๆๆ

  ไอริสร้างวงแหวนเวทขึ้นมาใหม่อีก 11 วง และแต่ละวงก็ปรากฏอาวุธเทพในรูปแบบดาบต่างๆ ให้หญิงสาวทั้งสองหน้าซีด


  “เอาล่ะ พวกคุณทั้งสองคน จะต่อกรกับ ‘อาวุธเทพเทวะ’ ทั้ง 11 เล่ม แห่งซิลวาครุซที่ฉันแสนภาคภูมิใจยังไงดีล่ะ?”


  “ยัยเด็กคนนี้ ครอบครองอาวุธเทพจำนวนมากขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”


  เซชิเลียพูดจบแล้วก็ถูกการโจมตีของดาบเทพทั้ง 11 เล่มโจมตีเข้าใส่พร้อมกัน และผลที่ออกคือเธอไม่สามารถทนการโจมตีของดาบเทพทั้งหมดนี้ได้ ส่วนซอร์เนียร์เองก็หมดสติไป เพราะถูกแรงระเบิดของดาบแต่ละเล่ม


  “พวกเธอสองคนก็อยู่ในระดับค่อนข้างสูงพอตัว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเทียบชั้นกับ ‘เพชรฆาตที่แท้จริง’ ได้อยู่ดีนั่นแหละ”


  ไอริหยิบคริซตัลแห่งการผนึกขึ้นมาสองก้อน เธอใช้มันดูดกลืนร่างของหญิงสาวทั้งสองที่นอนหมดสติมากักขังเอาไว้


  “เท่านี้ก็เรียบร้อย จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมเผยไพ่ตายให้เห็นสินะ?”

  ไอริหยิบคริซตัลแห่งการผนึกก้อนที่กักขังไอริสขึ้นมาดู


  “นั่นก็เพราะว่า คุณมัวแต่กั๊กอยู่แบบนี้ไงถึงได้แพ้ฉันน่ะ”


  ตัดภาพมาที่กลุ่มของเบลซ หลังจากที่เขาได้รับกรีนโพชั่นมาจากไอริแล้วรักษาอาการติดพิษงูให้ลูน่าได้สำเร็จ พวกเขาได้เดินทางกลับมายังจุดที่พวกเขาเคยปะทะกับพวกสเปคเตอร์


  “เป็นไงบ้าง? มีกับดักมั้ย?”

  เบลซถามลูน่าที่กำลังขี้หลังของเขาอยู่


  “เท่าที่ดูท่าทางจะไม่เป็นไรนะคะ แต่...”


  ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น คริซตัลแห่งการผนึกได้ปรากฏออกมาสามเม็ด ชายหนุ่มมองเห็นพวกไอริสติดอยู่ข้างใน ในสภาพที่หลับไหล


“นั่นมันพวกไอริสนี่!!”

  เบลซวางลูน่าลงจากหลังแล้ววิ่งตรงเข้าหาพวกไอริสที่ถูกกักขัง


  “กำลังรออยู่เลย คุณเบลซ ฮีทนิกซ์”


  ไอริกระโดดลงจากต้นไม้มาขวางเบลซไม่ให้วิ่งไปหาพวกไอริส


  “เอาล่ะคุณเบลซ พวกพ้องของคุณถูกกักขังไว้รวมถึงพลังเวทเองก็เช่นกัน ที่เหลือก็แค่กำจัดผู้หญิงสองคนที่อยู่ผิดที่ผิดทางที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณได้ เท่านี้ก็เหลือฉันกับคุณแค่สองคน”


  “ที่เธอทำแบบนี้กับพวกพ้องของฉัน ต้องการอะไรจากฉันกันแน่?”


  “ณ ที่แห่งนี้ ที่ทั้งกาลเวลาและห้วงมิติทั้งหมดหยุดนิ่งและรีเซตใหม่ จนกว่าจะถึงเวลาที่โลกนี้จะปราศจากสงคราม มาอยู่กับฉันที่นี่เถอะค่ะ”


  ไอริพูดจบแล้วก็มีปีศาจหลายตัวปรากฎขึ้นมาล้อมวงพวกเบลซเอาไว้


  “ปีศาจจำนวนมหาศาล แถมยังแข็งแกร่งพอตัวอีกด้วย”

  ลูน่าพูด


  “โล่อีจิสตอนนี้ก็อยู่ในช่วงฟื้นฟูพลัง พวกไอริสก็โดนจับตัวเอาไว้ แถมพวกเรายังโดนศัตรูล้อมวง นี่มันวิกฤติขั้นร้ายแรงสุดๆ”

  เบลซพูด


  “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกคุณเบลซ คุณคือคนสำคัญทั้งสำหรับฉันและคุณพี่ไอริส เพราะคนที่วิกฤติขั้นร้ายแรงน่ะ คือสองแม่ลูกตรงนั้นต่างหาก”


  “ว่าไงนะ!?”


  แอสเทียกับลูน่าส่งเสียงขึ้นพร้อมกัน


  “เบลซ เบลซ...”


  เสียงของไอริสดังเข้ามาในหัวของเบลซ เขาทำหน้าตื่นตูมหันหน้าไปมองเธอที่ถูกขังในคริซตัลแห่งการผนึก


  “อย่าตื่นตูมสิเจ้าบ้า ตอนนี้ฉันกับนายกำลังแอบคุยกันอยู่ ถ้ายัยเด็กนั่นรู้ตัวขึ้นมาล่ะก็เป็นอันจบ”


  หงึก…

  เบลซพยักหน้า


  “แกนหลักของเขตอาคมหีบพระบัญญัติที่ยัยเด็กนั่นใช้อยู่ที่นี่ แกนหลักที่ใช้กักขังพวกฉันก็คือสิ่งนั้นเหมือนกัน ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นคือแกนหลักที่หีบพระบัญญัติสร้างมิติกับป่านี้”


  “แกนหลักงั้นเหรอ?”


  “สรุปก็คือถ้าทำลายหีบพระบัญญัติได้ ป่าวงกตนี้ก็จะถูกทำลายไปด้วย”


  “อย่างนี้นี่เอง”


  “ฉันจะลองหาทางทำอะไรจากข้างในนี้ดู นายช่วยถ่วงเวลาให้ทีสิ”


  “เข้าใจแล้ว จะลองดูละกัน”


  แอสเทียเห็นเบลซยืนนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่งแล้ว เธอเดินตรงเข้าไปหาเบลซเพื่อดูว่าเค้าคิดจะทำอะไรต่อ


  “ท่านเบลซเป็นอะไรรึเปล่าคะ?”


  “อ๋อ เปล่าหรอก คือว่าฉันกำลังคิดว่าการให้พวกเธอได้ออกไปจากป่าวงกตนี้เร็วๆ ล่ะก็ สงสัยฉันคงต้องยอมไปอยู่กับยัยเด็กนั่นน่ะ”


  “หา!? รู้ว่าคุณจะ...”


  “นี่ไอริ ฉันจะอยู่ที่นี่กับเธอเอง เพราะงั้นช่วยปล่อยพรรคพวกของฉันทุกคนออกไปข้างนอกทีได้มั้ย?”


  ดูเหมือนว่าเบลซจะไม่สนคำห้ามปรามของแอสเทีย เขาก็เลยพูดออกไปแบบนั้น


  “หืม? งั้นเหรอ ยอมมาจนได้สินะ”


  “อ่า...สรุปแล้วที่จำเป็นสำหรับเธอคือฉันใช่มั้ยล่ะ? เพราะงั้นถ้าพรรคพวกของฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่?”


  “จริงด้วย มิติป่าวงกตของเราสองคนไม่จำเป็นต้องมีผู้หญิงพวกนี้อยู่สินะ”


  “อ่า”


  “เข้าใจแล้ว งั้นคุณเบลซช่วยมาใกล้ๆ ฉันหน่อยจะได้มั้ย?”


  หงึก…

  เบลซพยักหน้า เขาเดินตรงไปหาไอริอย่างไม่ลังเล


  “ไม่ได้นะคะ!! อะไรกันน่ะ ไอ้วิธีการที่เหมือนกับการเสียสละตัวเองแบบนี้น่ะ!!”


  แอสเทียดึงแขนเสื้อเบลซเอาไว้


  “เปล่าหรอก แต่ว่าในฐานะอัศวินแล้ว ก่อนอื่นต้องให้กษัตริย์หนีออกไปให้ได้ก่อน”


  “ฉันคือองค์ราชินีและเป็นกษัตริย์ผู้ชอบธรรม เรื่องนั้นฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง คุณเป็นแค่อัศวินที่ถูกแต่งตั้งขึ้นจากปากเปล่าและยังไม่ได้ทำพิธีแต่งตั้งอย่างถูกต้อง เพราะงั้นไม่ต้องทำแบบนั้น”


  เบลซเกาหัวแกร่กๆ ก่อนจะหันหน้าไปมองแอสพร้อมกับส่งยิ้มให้


  “ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าท่านแอสเทียกับพรรคพวกคนอื่นๆ ออกไปได้แล้ว ช่วยลองหาวิธีที่ว่าสามารถเข้ามาช่วยผมจากข้างนอกได้รึเปล่า”


  “ระ...เรื่องนั้น”


  “บอกลากันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย? งั้นก็ได้เวลาแล้ว...”


  ไอริพูดแทรกเข้ามาพร้อมกับดีดนิ้วสั่งให้พวกปีศาจที่ล้อมวงแอสเทียกับลูน่าเริ่มเคลื่อนไหว


  “เฮ้ย! นั่นเธอคิดจะทำอะไร!?”

  เบลซขึ้นเสียงใส่ไอริ


  “ขอโทษด้วยนะคุณเบลซ ไม่มีวิธีที่จะพาพรรคพวกของคุณออกไปข้างนอกป่าวงกตได้หรอกค่ะ เพราะงั้น...”


  “เพราะงั้นอะไร?”


  “เพราะงั้น...ฉันจะช่วยฆ่าให้ตายแบบสบายๆ นะ”


  “หนอย!!”

  เบลซรีบวิ่งเข้าไปหาไอริเพื่อจะห้ามไม่ให้เธอทำ แต่ทว่าเขาก็ถูกไอริใช้เวทแส้สีทองมามัดขาเอาไว้


  “นี่มันหมายความว่ายังไง!?”


  “แผนรับมือล่วงหน้าไง เพราะฉันคาดการณ์ว่าคุณเบลซจะโทรจิตคุยอะไรกับคุณพี่ไอริสไว้แล้ว ก็เลยคิดว่าจัดการผนึกการเคลื่อนไหวให้ทำอะไรไม่ได้เอาไว้ก่อนจะดีกว่า”


  “ทำถึงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?”


  แว้บ!!

  ไอริใช้ลูกกระสุนปืนอาร์เทมิสการ์เดี้ยนของเซชิเลียฝังไว้ในคริซตัล ไอริสรู้ตัวได้เลยทันทีว่าตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบาก  


  “นะ...นี่มันกระสุนปืนอาร์เทมิสการ์เดี้ยน!?”


  ไอริสพยายามใช้พลังเปลวเพลิงทั้งหมดที่มีทำลายคริซตัลแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ เพราะผลของลูกกระสุนปืนอาร์เทมิสการ์เดี้ยนกำลังยับยั้งพลังของเธอเอาไว้


  “ถูกต้องแล้วค่ะ คุณพี่ไอริสจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อเป็นแหล่งพลังขับเคลื่อนของฉันไปตลอดกาล”


  “ที่ดึงฉันมากับเบลซด้วย รวมถึงที่สู้ตอนนั้นไม่ยอมผนึกพลัง นี่ก็เป็นแผนการของเธอด้วยสินะ”


  “หนอย ยัยเด็กบ้านี่”

  แอสเทียชาร์ตพลังเตรียมยิงลำแสงใส่ไอริ แต่โล่อีจิสยังอยู่ในโหมดฟื้นฟู จึงต้องใช้เวลานานขึ้น


  “แหม่ๆ เพื่อเป้าหมายแล้ว วิธีการนั้นคือวิธีของกษัตริย์สินะ แต่ยังไงก็ต้องตายอยู่ที่นี่แหละนะ”

  ไอริทำหน้าไม่ทุกไม่ร้อนว่าตัวเองกำลังจะถูกยิงลำแสงใส่ เธอดีดนิ้วสั่งให้ปีศาจวิ่งเข้าไปล็อกตัวแอสเทียกับลูน่าที่นอนป่วยเอาไว้


  “พอได้แล้วไอริ! แค่ฉันอยู่ที่นี่ก็พอแล้วไม่ใช่รึไง?”

  เบลซตะโกนแทรกเข้ามา


  “ไม่ต้องพยายามเพื่อผู้หญิงพวกนี้ให้มากนักก็ได้ คุณน่ะคอยดูอยู่ตรงนั้นซะเถอะ แล้วก็วินาทีที่เพชรฆาตวิหคอมตะของคุณสูญเสียความเป็นอมตะไป เธอก็จะกลายเป็นหญิงสาวธรรมดาและไม่ต้องไปออกตามล่าปีศาจให้เหนื่อยเปล่าอีกต่อไป”


  ไอริดีดนิ้วสั่งให้ปีศาจทำร้ายแอสเทียกับลูน่า ส่วนไอริส เซซิชีย และซอร์เนียร์ก็กำลังถูกคริซตัลดูดกลืนพลังชีวิต ทุกคนต่างส่งเสียงร้องออกมาซะดังลั่นไปทั่วทั้งป่า เบลซที่ได้จะยืนดูก็นึกภาพย้อนตอนที่ตัวเองกำลังจะถูกฆ่า เขาในตอนนั้นพ่ายแพ้การต่อสู้กับแบล็กฮาร์ดและกำลังจะถูกดาบแทง แต่จู่ๆ ก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมารับดาบแทน และตายไป


  “ไอริ!!!!”

  เบลซตะโกนเรียกชื่อไอริออกมาซะดังลั่นจนคนที่ถูกเรียกสะดุ้งโหยง


  “คุณเบลซ?”


  ไอริถูกเบลซมองหน้าด้วยสายตาที่กำลังโศกเศร้า สายตาที่เขามองมันบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังเคลือบคลานเข้ามา


  “ทำไมถึง... ทำหน้าแบบนั้น?”


  “ฉันน่ะ...ชอบการที่ได้เห็นคนที่ฉันชอบกำลังยิ้มแย้มอย่างสบายใจที่สุดเลย ขอเพียงแค่ได้เห็นเพื่อนยิ้มแย้มแค่นั้นก็เพียงพอแล้วแท้ๆ”


  “พูดอะไรของคุณน่ะ? ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ”


  “ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็พรรคพวกของฉันก็จะต้องจากฉันไป มันจะซ้ำรอยเดิมอีกแล้วงั้นเหรอ? ทั้งๆ ที่ยังคงถูกภาพของผู้คนเหล่านั้นตามหลอกหลอนตลอดทั้งชีวิต แบบนั้นน่ะ...ฉันไม่อยากให้มันกลายเป็นแบบนั้น...”


  ช่วงระหว่างที่เบลซกำลังพูดพล่ามอยู่นั้น เปลวเพลิงของไอริสที่กำลังถูกคริซตัลแห่งการผนึกกลือนกินก็เปลี่ยนเส้นทาง ลอยตรงเข้าไปหาเบลซ


  “อะ...อะไรน่ะ? เปลวเพลิงสีแสดพวกนี้?”

  ไอริทำหน้าตกใจ


  “ไอริ!! รีบหยุดหมอนั่นไว้เร็วเข้า!!”

  ไอริสตะโกนเสียงไปหาไอริ


  “เอ๋?‘


  บรึ้ม!!!

  ร่างของชายผมสั้นสีดำที่ถูกเปลวเพลิงสีแสดรายล้อมก็ระเบิดพลังออกมา แรงระเบิดนี้ทำลายปีศาจที่กำลังรุมทำร้ายแอสเทียกับลุน่าสลายเป็นเถ้าถ่าน คริซตัลแห่งการผนึกที่กักขังพวกไอริสก็เกิดรอยร้าว ยิ่งหนักไปกว่านั้นคือไอริ เธอเห็นสิ่งที่อยู่ในกลุ่มควันไฟที่กำลังย่างเท้าเข้าใกล้ทีละเก้าสองเก้า ใบหน้าของเธอแสดงถึงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด


  “เจ้านั่นคือร่างเนื้อที่เหมาะกับการคืนชีพของเจ้าวิหคเพลิงอย่างแท้จริง ตัวตนที่ถูกซ่อนไว้ในตัวของชายที่ชื่อ เบลซ ฮีทนิกซ์”


  วิหคเพลิง ‘อิคารัส’






++++++++ To Be Continued ++++++++






ปิด

ประกาศจาก Admin

ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยบริจาคค่า VPS หน่อยจ้า
ช่วยหน่อยเนอะ ไม่ได้บังคับนะเออ เเต่สักหน่อยก๊ยังดี ^^

ดู »

ThaiZeed

GMT+7, 22-10-2018 23:34 , Processed in 0.043998 second(s), 16 queries , Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2012  Template BY: GDC & 2th